ตอนที่แล้วตอนที่ 391 - สังหารมังกรฟ้า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 393 - วงแหวนผนึกโบราณ

ตอนที่ 392 - จุดจบเยาถง


หลังจากกำจัดมารมังกรฟ้าคู่แข่งความรักเก่า เย่ว์หยางยังคงแกล้งทำเป็นหงุดหงิดว่าเขาปล่อยให้ศัตรูของเขาหลบหนีไปได้และกลับมายังสังเวียนเลือดนักรบ

เขาไม่ได้แสดงสีหน้าของผู้ชนะแต่ทำเป็นหงุดหงิดโกรธเคืองแทน

ท่าทีของเย่ว์หยางทำให้ทุกคนเข้าใจผิด แม้ว่ามารมังกรฟ้าจะเป็นตัวโกงวายร้าย แต่เขาก็ยังเผ่นหนีไตตันน้อยอย่างรวดเร็ว ทุกคนคิดว่านี่เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ที่สำคัญที่สุดมารมังกรฟ้ามีสนามพลังสายฟ้าคลุ้มคลั่งทั้งเชี่ยวชาญในการบินอีกด้วย ถ้าเขาบินหนีออกไปจากพื้นที่ได้ ก็เป็นไปได้ที่เขาจะใช้ศิลาเทเลพอร์ต

เซวี่ยเหอ, ซานเซียวและหม่าหลงมิได้สงสัยการหลบหนีของมารมังกรฟ้า ที่สำคัญที่สุด เขาเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับหก การจะฆ่าเขามิใช่เรื่องทำได้ง่าย

พลังของไตตันน้อยสามารถเอาชนะมารมังกรฟ้าและบีบบังคับให้เขาจำต้องหนี นับว่าเป็นเรื่องที่ผิดธรรมดามากพออยู่แล้ว

คนทั้งสามไม่คิดถึงเรื่องความเป็นความตายของมารมังกรฟ้าอีกต่อไป ไม่มีอะไรที่พวกเขาจะจัดการได้อยู่แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีกำจัดเยาถงต่างหาก

ตอนนี้เยาถงแตกหักกับพวกเขาแล้ว เขาต้องตาย

เมื่อเยาถงเห็นเย่ว์หยางกลับมา ท่าทางของเขาน่ากลัวมาก เขายังคงกลอกตาไปมาเหมือนกับว่าจะหาวิธีหลบหนี

“ท่านไตตันน้อย แม้ว่าข้าไม่ได้หยิบยื่นไมตรีให้ท่าน ไม่ได้ต้อนรับท่านในฐานะอาคันตุกะ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเล่นงานกันถึงตายเลย จริงไหม?” เยาถงรู้ว่ามีเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตาย ถ้าฝ่ายตรงข้ามจู่โจม, เซวี่ยเหอ, ซานเซียวและหม่าหลงก็จะร่วมมือกันและยกให้ไตตันเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เขาไม่ใช่มารมังกรฟ้า ดังนั้นเขาคงตายโดยมิต้องสงสัย หนทางเดียวก็คือยกอ้างเหตุผล

“การยึดทรัพย์สินของข้าและสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงข้าเล่า” เสียงของเย่ว์หยางเย็นยะเยียบเสียดกระดูก

“…..” เยาถงเพิ่งมานึกเสียใจมากก็ตอนนี้ เวลานั้นถ้าเขาไม่จงใจอวดอ้างพลังของเขาเพื่อแสดงว่าอยู่เหนือกฎเกณฑ์และปล้นทรัพย์ของแอนตัน อย่างนั้นเขาคงไม่ต้องพัวพันภัยพิบัติถึงตายอย่างนี้

เขาชิงทองสามล้านและแร่สองสามก้อนและสมบัติจากคลังสมบัติของแอนตัน

เยาถงยินดีจะคืนของเหล่านี้ให้ทันที

นอกจากนี้ เขายังยินดีจะจ่ายค่าชดเชยให้ อย่างไรก็ตามไตตันน้อยยังจะยอมรับคำขอขมานี้หรือ?

เซวี่ยเหอตะโกนแข็งขัน “เยาถง! ข้าเคยนับถือเจ้ารองจากท่านฉงนี่และปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดีเหมือนพี่ชาย ใครจะคิดกันว่าเจ้าจะมีการกระทำที่น่าละอายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่เพียงไม่ให้เกียรตินักสู้ปราณก่อกำเนิดที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่เจ้ากลับจงใจทำให้ชื่อเสียงของเขามัวหมองและชิงทรัพย์สินของเขาอย่างเลวร้าย นั่นทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนัก วันนี้เจ้ากับข้าขาดกัน, สามผู้นำที่ยิ่งใหญ่ตอนนี้ยกเลิกแล้ว ต่อให้เจ้าเรียกตัวเองว่าผู้นำอันดับหนึ่ง ข้าเซวี่ยเหอขอตัดสัมพันธ์กับเจ้า”

ซานเซียวยกมือชี้นิ้วมาที่เขา “เยาถง! รายได้ประจำปีของเจ้ามาจากเหมืองแร่, ภาษีและบริการไม่ต่ำกว่าปีละสิบล้าน เจ้ามีความมั่งคั่งเท่าคนทั้งประเทศ แต่เจ้าก็ยังโลภมากอยู่ดี เจ้าทำให้คนพูดไม่ออกเลยจริงๆ”

หม่าหลงเจ้าเมืองใต้พิภพส่ายหัวช้าๆ “เยาถง! ไม่จำเป็นต้องพูดว่าใครถูกใครผิดแล้ว เพราะเจ้าเป็นฝ่ายผิดแน่นอน ไม่จำเป็นต้องถกถึงความเป็นธรรมในป้อมสายฟ้า ถ้าเจ้ามีความสามารถพอ ก็ใช้มันพูดแทนเจ้าเถอะ”

เยาถงยึดทรัพย์สินคนอื่นๆ มาแล้วไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นกับเย่ว์หยางเท่านั้น

ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา เขาทำเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว

เมื่อใดก็ตามที่เขามีโอกาส เยาถงจะยึดทรัพย์สินคนอื่น แม้แต่หม่าหลง, เซวี่ยเหอและซานเซียวก็ยังแอบเจ็บใจอยู่

เหตุผลเดียวที่พวกเขาไม่กล้าโกรธและพูดออกมา เป็นเพราะพลังของพวกเขาอ่อนแอกว่าเยาถงในตอนนั้น พวกเขาได้แต่ทนสูญเสียอย่างเงียบสงบ

จนถึงตอนนี้ เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจพวกเขาแทบจะระเบิดความโกรธออกมา

เรื่องที่เยาถงกวาดทรัพย์สินและขโมยคลังสินค้าทุกอย่างของแอนตัน เซวี่ยเหอ, ซานเซียวและหม่าหลงรู้เรื่องนี้ทั้งหมด ยิ่งกว่านั้น เขายังคงคิดว่า ไตตันเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดคนหนึ่งที่มีความสามารถฆ่าเอ้อเมิ่งและเหนียนหู่ได้คงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไว้แน่ เป็นผลให้พวกเขาระมัดระวังมากและบังคับบริวารของพวกเขาไม่ให้มีส่วนร่วมกับการชิงทรัพย์ครั้งนี้ ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าพวกเขาตัดสินใจฉลาด พวกเขามั่นใจพอว่า พี่น้องไตตันไม่ใช่นักบุญ ยิ่งกว่านั้นเทียบกับไตตันใหญ่ผู้สง่างามแล้ว ไตตันน้อยผู้ร่าเริงดูเหมือนจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับความชั่วร้ายมากขึ้น เขาต้องการแก้แค้น การชิงสมบัตินักสู้ปราณก่อกำเนิดถือเป็นการตบหน้าพวกเขาไม่ใช่หรือ?

สำหรับพวกนักสู้ เงินเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การกระทำแบบนี้เป็นเรื่องที่มิอาจยอมรับได้

ถ้าเปลี่ยนเป็นเยาถงถูกปล้นแทน ก็คงเป็นเรื่องแปลกหากเขาไม่โต้ตอบกลับ

ไตตันน้อยไม่กลัวเยาถง แม้เขาจะมีมารมังกรฟ้าคอยหนุนหลังก็ตาม ตอนนี้เยาถงไม่มีผู้หนุนหลังแล้ว ไตตันน้อยยังจะปล่อยเขาไปหรือ?

“ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าขอแค่ไปจากป้อมสายฟ้า ข้าจะยกทรัพย์สินและเหมืองแร่ทั้งหมดให้เจ้าเป็นการขอขมา” เยาถงรีบพูดขอขมาทันที ตราบใดที่เขายังมีพลัง เขาจะสามารถประสบความสำเร็จได้ทุกที่ เขาเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับห้า และเป็นใหญ่ได้ทุกที่ๆ เขาไป เงินยังจะมีค่าอะไรอีก? ของเหล่านั้นหาเอาเมื่อไหร่ก็ได้!

“ตัดแขนขวา ควักดวงตาเจ้า จากนั้นโขกศีรษะขอขมามากกว่าครั้งหนึ่งก่อน แล้วข้าจะคิดดู” เย่ว์หยางยื่นเงื่อนไขให้เขา

“ว่าไงนะ?” เยาถงตกตะลึง

เขาเข้าใจชัดว่าการตัดแขนขวาจะหมายถึงอะไร

ถ้าเป็นแขนซ้าย เขาคงจะทำเช่นนั้นโดยไม่ลังเล

อย่างไรก็ตาม แขนขวาเป็นที่เก็บพลังที่แท้จริงของเขา หลังจากใช้เวลาฝึกฝนหลายร้อยปี เขาประสบความสำเร็จย้ายศิลาเวทจากศีรษะไปที่แขนขวาของเขา นี่ทำเพื่อป้องกันมิให้ศัตรูทำร้ายศีรษะเขาจนบาดเจ็บรุนแรง ถ้าเขาตัดแขนขวาก็เท่ากับทำลายพลังของตนเองไปครึ่งหนึ่ง บางทีพลังของเขาอาจตกลงไปถึงปราณก่อกำเนิดระดับหนึ่งก็เป็นได้ อีกประการหนึ่งดวงตาของเขาคือพลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับเขา ถ้าหากเขาตาบอด อย่างนั้นพลังที่เหลือของเขาก็จะถูกทำลายและเขาจะไม่อาจเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดได้อีกต่อไป

และข้อสุดท้ายคือคุกเข่าต่อฝ่ายตรงข้ามของเขา การคุกเข่าและขอความเมตตา

นี่คือสิ่งที่น่าอายและอัปยศอดสูอย่างยิ่งยวด และจะทำให้เขาไม่มีที่ยืนในหอทงเทียนอีกต่อไป

“ให้ข้าตัดแขนซ้ายแทนเถอะ..” เยาถงถอดแหวนแพลตตินัมออกจากมือซ้ายถือไว้ในมือขวา เท้าของเขาขยับช้าๆ ทางหนึ่งหาโอกาสหลบหนี อีกทางหนึ่งพยายามต่อรอง

“พูดกับเจ้ามีแต่จะทำให้ข้าเสียเวลา” เย่ว์หยางเห็นว่าเจ้าผู้นี้ใกล้จะตายอยู่แล้วก็ยังถอดแหวนแพลตตินัมแยกออกมา เขาเงื้อดาบจันทร์เสี้ยวทันทีและใช้พลังหยินหยางโจมตีใส่เยาถง

เซวี่ยเหอและซานเซียวมองหน้ากันเองและรู้สึกว่าเยาถงขยับแหวนเป็นเรื่องตลกมาก คงไม่เป็นไร ถ้าเขาไม่ต้องการเสียแขนขวาและเปลี่ยนเป็นแขนซ้ายแทน แต่เขายังถอดแหวนแพลตตินัมออกมา คนอย่างนี้เห็นแก่เงินจริงๆ หม่าหลงกลับคิดอีกอย่าง เขารู้ว่านอกจากเรื่องกลัวเสียสมบัติแล้ว เยาถงยังคงมีความคิดลึกซึ้งอย่างอื่น นั่นคือใช้ความสามารถพิเศษของแหวนแพลตตินัมหลบหนี

แสงสว่างเจิดจ้ากว่าดวงอาทิตย์ฉายออกมาจากมือของเยาถง

แสงที่แรงกล้านั้นฉายออกมาจากแหวนแพลตตินัม

ภายใต้พลังหนุนเสริมจากมือขวาของเยาถง แสงสว่างเจิดจ้าเป็นสิบล้านเท่าทำให้ทุกคนมิอาจลืมตาได้

“ภูตกักนัยน์ตา” อสูรพิทักษ์ของเยาถงเป็นดวงตาปีศาจขนาดยักษ์ มันน่าเกลียดมากและปกคลุมไปด้วยหนวดและนัยน์ตา จู่ๆ ดวงตายักษ์ที่อยู่ตรงกลางก็เปิดขึ้น มันปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่รุนแรงใส่ร่างของเย่ว์หยาง

ตราบใดที่พวกเขาถูกพลังแสงวิญญาณทำร้าย คนที่อ่อนแอกว่าเยาถงจะได้รับบาดเจ็บทางวิญญาณอย่างหนัก

ตาปีศาจ อสูรทองระดับสิบสามารถยับยั้งวิญญาณได้หนึ่งนาที ภายในหนึ่งนาที เยาถงจะอะไรกับร่างหยาบก็ได้โดยไม่มีการต่อต้านเลย

เยาถงไม่ได้ตั้งความหวังใดๆ ว่าอสูรพิทักษ์ของเขาจะสามารถสังหารเย่ว์หยางได้

ตราบใดที่มันสามารถยับยั้งเย่ว์หยางได้นาทีเดียวหรือสิบวินาทีก็นับว่าเพียงพอแล้ว

เซวี่ยเหอ, ซานเซียว, หม่าหลงและคนอื่นๆ ถูกแสงเจิดจ้าทำให้ชะงักค้าง ไตตันน้อยโดนแสงศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายถึงวิญญาณ นี่คือโอกาสดีที่สุดในการหลบหนี เทียบกับมารมังกรฟ้าที่ต้องหนีออกไปหลายสิบกิโลเมตรก่อนถึงจะหลบพ้น เยาถงที่คุ้นเคยกับป้อมสายฟ้ามั่นใจว่าเขาสามารถหลบหนีไปได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยภายในหนึ่งนาที ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามเยาถงก็ยังเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับห้า โอกาสที่เขาจะเอาชนะเมื่อต้องสู้หนึ่งต่อสามหรือสู้ตัวต่อตัวกับไตตันน้อยมีน้อยมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะหลบหนีไม่ได้

“สำเร็จ” เยาถงพบว่าเย่ว์หยางใช้ดาบจันทร์เสี้ยวกันแสงเจิดจ้าได้ แต่ไม่ทันสังเกตเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์

เขาหมุนตัวและใช้พลังและความเร็วหลบหนีทันที

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับ ก่อนที่เท้าของเขาจะก้าวพ้นพื้น มีนิ้วมือกดลงที่หลังศีรษะของเขา ปราณกระบี่ที่น่ากลัวทะลวงผ่านพลังป้องกันเจาะหลังศีรษะทะลุออกที่หน้าผากของเขา

ก่อนที่เขาจะทันได้เปล่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดออกมาจากลำคอ ดาบจันทร์เสี้ยวที่คมกริบก็แทงเข้าที่หลังทะลุถึงคอกรีดเข้าที่คางและระหว่างฟันของเขา

ลิ้นที่ถูกตัดขาดกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ

เยาถงใช้มือตะกายตามสัญชาตญาณ มือขวาของเขาที่ส่องแสงสว่างกว่าดวงอาทิตย์ปลิวขึ้นไปในอากาศขณะที่ถูกตัดโดยดาบปีศาจและถูกเผาด้วยเพลิงปีศาจ

เยาถงสละความหวังทั้งมวล เขาต้องการหันศีรษะและใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายในดวงตาเขาทำลายตัวเองให้พินาศไปพร้อมกับศัตรู

เมื่อเขาหันศีรษะมา สิ่งที่เขาเจอก็คือความมืดไม่มีที่สิ้นสุด

มีดทำลายดวงตาอาวุธระดับเงินมีความสามารถพิเศษในการทำลายดวงตาอย่างไร้ความปราณี

ดวงตาปีศาจที่พยายามจะช่วยเจ้านายมันก็ถูกสังหารอย่างดายด้วยทวนทองฆ่ามังกร

ทวนทองฆ่ามังกรสามารถฆ่ามังกรยักษ์ได้อย่างง่ายดาย เกี่ยวกับดวงตาปีศาจที่ดีในเรื่องใช้พลังวิญญาณโจมตีทำร้าย ต่อหน้าทวนทองนี้ มันก็ทนอยู่ได้เพียงนาทีเดียว นอกจากนี้ทวนทองยังแทงเข้าที่ผลึกเวทในตัวของมันด้วย เมื่อฆ่ามันแล้ว ไม่จำเป็นต้องฆ่าซ้ำสอง ทันใดนั้นมือส่องแสงที่ลอยอยู่ในอากาศกับแหวนแพลตตินัมเรืองแสงก็ค่อยๆ ร่วงลงมาในมือของเย่ว์หยาง

เยาถงค่อยๆ ล้มลง

เขากลายเป็นคนตาบอด ร่างที่เหี้ยมหาญของเขายังคงดิ้นรนขณะที่ใกล้ตาย อย่างไรก็ตามต้นดอกหนามยักษ์ปรากฏตัวขึ้นและกลืนเขาลงท้องทันที

หลังจากที่ต้นดอกหนามและมือขวาถูกเย่ว์หยางเก็บไปแล้ว สังเวียนเลือดนักรบก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ

เยาถงผู้เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับห้า เหมือนกับว่าไม่เคยปรากฏตัวในโลกนี้มาก่อน เขาหายสาบสูญไปโดยไม่เหลือร่องรอย บางทีผู้คนในอนาคตอาจจะพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ เขากลายเป็นปุ๋ยได้ยังไง, ท่าทีที่ยโสโอหังของเขา, การอาละวาดของเขา, ความโลภและเรื่องตลกของเขา… เซวี่ยเหอ, ซานเซียวและหม่าหลงมองกันและกัน พวกเขารู้ว่าเยาถงไม่สามารถหลบหนีได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า เขาจะตายเร็วและด้วยวิธีทรมานขนาดนั้น แม้แต่ศพก็ยังไม่เหลือและกลายเป็นอาหารของอสูรไปด้วย ในบรรดานักสู้ปราณก่อกำเนิด บางทีเยาถงอาจครองแชมป์ในเรื่องความซวยก็เป็นได้

นอกจากนั้นดวงตาปีศาจที่กลายเป็นแสงและหายไป เย่ว์หยางคงเก็บศพของวมังกรสะท้านปฐพี, มังกรยักษ์สองหัวและงูเหลือมน้ำเขาเดียวและอสูรอื่นๆ

สำหรับมังกรหัวตะกวด มันกลายเป็นเนื้อบดไปแล้ว

ภูตควันไฟตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นมาก นางมีพลังพายุ, เปลวเพลิงและควันและพลังวิญญาณ ตอนนี้หลังจากต่อสู้จบแล้ว ยังได้เพิ่มพลังฟ้าคำรณและอัสนีบาต ทั้งนี้เป็นผลมาจากสนามพลังสายฟ้าคลุ้มคลั่งและพลังพันอัสนีบาต แม้ว่าจะยังไม่แข็งแกร่งพอ แต่ถ้าภูตควันไฟยังคงวิวัฒนาการต่อไปอย่างนี้ นางจะมีอนาคตที่ไร้ขีดจำกัด

ตอนนี้รูปภูตเพลิงก็คือร่างของนางและควันก็คือเครื่องนุ่งห่มนาง พายุเป็นเหมือนเก้าอี้และสายฟ้าก็คือผมของนาง

แม้ว่านางจะยังไม่เป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้ผ่านก้าวแรกในการเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว

*****************

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด