ตอนที่แล้วตอนที่ 384 สถาบันยุทธหมาป่าฟ้า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 386 การกลับมาของทาร์ตัน

ตอนที่ 385 หินลับมีด


“เฮ้, เจ้ามีธุระอะไรหรือเปล่า?”  น้องเจ็ดไม่กระพริบตาขณะที่ตามองดูหนังสือในมือ  เขายังดูติดพันไม่อาจวางมือได้

จางหมิงเฮ่อตอบ“น่ากลัวมาก น่ากลัวมาก น่ากลัวจริงๆ เจ้ารู้หรือเปล่า ถังเทียนฆ่าจีเสี่ยหย่าแล้ว!”

“จีเสี่ยวหย่า? นางเป็นใคร?”  น้องเจ็ดเงยหน้าขึ้นมองเขา

“นางคือนักสู้ระดับทองจากสาขาทองที่สิบสาม” จางหมิงเฮ่อตอบอย่างกระตือรือร้น  “นักสู้ระดับทอง  นางคือนักสู้ระดับทอง! ผิดปกติแล้ว!  นั่นผิดปกติเกินไปแล้ว!”

“โอว” น้องเจ็ดพยักหน้าเห็นด้วยขณะที่เขากลับไปมองหนังสือ

จางหมิงเฮ่อประหลาดใจที่น้องเจ็ดทำเฉยเมยเรื่องนั้น  “เฮ้,เจ้าไม่ประหลาดใจกับข่าวนี้บ้างหรือ? นักสู้ระดับทอง!  นักสู้ระดับทองเชียวนะ!”

“รู้ รู้ รู้แล้ว” น้องเจ็ดตอบย้ำขณะที่ยังให้ความสนใจหนังสือ

จางหมิงเฮ่อวิ่งเข้าหาเขาราวกับลูกธนูแล้วคว้าคอเขาไว้  “บังอาจ..เอาแต่ดูหนังสืออยู่ได้!”

ใบหน้าของน้องเจ็ดแดงก่ำขณะที่นัยน์ตาเบิกกว้าง  เขายกมือทำท่าให้จางหมิงเฮ่อปล่อยมือเขา

จางหมิงเฮ่อเห็นว่าน้องเจ็ดกำลังสำลัก  เขาจึงค่อยๆ คลายมือ  “ถ้าเจ้าไม่บอกข้าให้ชัดเจน  ข้าจะไม่ยอมปล่อยเจ้า!”

ต้องใช้เวลาอยู่บ้างก่อนที่น้องเจ็ดจะเรียกสติกลับคืนมา  เขาถลึงตามองจางหมิงเอ่อ

จางหมิงเฮ่อฝืนยิ้มเต็มหน้า“น้องเจ็ด น้องรักของข้า!  เมื่อใดก็ตามที่ข้าได้ยินข่าวข้าเป็นต้องเอามาแบ่งกับเจ้าทันที”

น้องเจ็ดรู้ว่าไม่คุ้มกับการไปทะเลาะกับเขาเขาตอบ “เจ้าก็สามารถเอาชนะนักสู้ระดับทองได้ไม่ใช่หรือ?”

จางหมิงเฮ่อบอก“ก็..แล้วแต่เหตุการณ์ ถ้าเป็นแค่ซ้อมมือตามปกติ อย่างนั้นข้าอาจจะเอาชนะได้ แต่ถ้าเป็นต่อสู้จนถึงที่สุดซึ่งเป็นการเสี่ยงชีวิต  อย่างนั้นข้าก็คงแพ้  นักสู้พวกนั้นบ้าการต่อสู้”

“แล้วพี่หกเย่ล่ะ?”

“ก็น่าจะเหมือนกับข้า”

“นั่นคือเหตุผลที่เจ้าประหลาดใจ”  น้องเจ็ดถามต่อ “เพราะเจ้าไม่เคยเห็นถังเทียนอย่างทัดเทียมกัน  แม้ว่าถังเทียนจะสามารถทำร้ายพี่หกได้ในครั้งล่าสุด  แต่เจ้าก็ยังดูแคลนความสามารถของเขา เจ้าไม่เคยรู้สึกว่าพวกเจ้าอาจจะมีพลังระดับเดียวกัน”

จางหมิงเฮ่อไม่สบายใจกับข้อคิดเห็นเช่นนั้น  “ข้ายอมรับว่าถังเทียนมีศักยภาพที่พิเศษ  แต่ข้าไม่เชื่อว่าพลังของเขาจะเท่าเทียมกับข้า  แม้ว่าจะเท่าๆ กันแต่เขาไม่น่าสามารถเอาชนะนักสู้ระดับทองได้”

น้องเจ็ดชำเลืองมองอย่างรวดเร็ว  “ข้าจะไปดูภาพบันทึกที่เจ้าได้ให้ข้าไว้อีกครั้งแล้วข้าจะวิเคราะห์ดูและบอกข้อสรุปของข้าให้เจ้าฟัง”

จางหมิงเฮ่อรู้ว่าน้องเจ็ดกำลังจะวิพากษ์วิจารณ์เขา  จึงรีบอุดหูตามที่ตนเองคาด

น้องเจ็ดบอกเขา  “เขาเป็นนักสู้ที่เกิดมาเพื่อต่อสู้”

“นักสู้ที่เกิดมาเพื่อต่อสู้?”  จางหมิงเฮ่อตกใจ  เขาคิดว่าเขาได้ยินผิด  นั่นเป็นเยินยอเกินไปหรือไม่?ถึงเป็นถังเทียนก็ไม่ควรจะได้รับคำชมจากเขา

“ถ้าเจ้าพบกับถังเทียนในอนาคตต้องระวังเอาไว้”  น้องเจ็ดเตือนเขา  “ความต้องการชนะของเขานั้นรุนแรงมาก ข้าไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้ในตัวนักสู้คนอื่นมาก่อน!”

“เขาดีกว่าน้องหกเย่ด้วยเหรอ?”  จางหมิงเฮ่อถามเบาๆ รอยยิ้มหายไปทันที

“พวกเขาต่างกัน”  น้องเจ็ดตอบ “พี่หกไม่มีความปรารถนาเรื่องชัยชนะ เขาปรารถนาความตื่นเต้นเสียมากกว่า ความตื่นเต้นที่แยกจากความเป็นและความตาย มันคล้ายกับอาการเสพติด  ถ้าเจ้าได้เห็นสีหน้าของพี่หกเย่ตอนที่ได้รับบาดเจ็บ  เจ้าจะเห็นได้ว่าเขามีความพอใจมาก”

จางหมิงเฮ่อพยักหน้าเห็นด้วย  น้องเจ็ดประเมินน้องหกได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

“แต่ถังเทียนนั้นแตกต่าง  เขาเพียงแต่ไล่ล่าหาชัยชนะไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ความพ่ายแพ้ไม่เคยอยู่ในความคิดของเขา  แม้ว่าเขาอาจไม่มีพลังที่แข็งแกร่งเท่าใดแต่พรสวรรค์ตามธรรมชาติของเขาจะแสดงออกมาในขณะต่อสู้ พรสวรรค์สำหรับการต่อสู้ที่น่าทึ่งนี้ทำให้เขามีสัญชาตญาณเหมือนสัตว์ป่าและมีความเยือกเย็นดุจปีศาจข้ามักจะคิดอยู่เสมอว่า ลักษณะทั้งสองนี้คงไม่อาจผสานเข้าด้วยกันได้  แต่ถังเทียนพิสูจน์ได้ว่าข้าคิดผิด”

จางหมิงเฮ่อส่ายศีรษะ  “แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอาชนะนักสู้ระดับทองได้”

น้องเจ็ดหัวเราะ  “นี่คือลักษณะที่คนมักจะละเลย”

“นั่นคือลักษณะอะไร?”  จางหมิงเฮ่อถาม

“ความเร็วในการก้าวหน้าของเขามักจะเกินกว่าใครจะคาดได้เสมอ”

จางหมิงเฮ่อตะลึงเพราะคำนั้น

น้องเจ็ดยังคงพูดต่อหลังจากเห็นสีหน้าตกใจจากเขา  “มีบางเรื่องที่ข้ามักต้องการบอกอยู่เสมอ  วันนี้ถือว่าสบโอกาส”

จางหมิงเฮ่อบ่ายเบี่ยงความสนใจของเขาและพูด“น้องเจ็ด เรายังต้องปิดบังกันและกันด้วยเหรอ?”

“ไม่ใช่ว่าเขาเร็วเกินไป  แต่เป็นเจ้าช้าเกินไป”  น้องเจ็ดจ้องมองตาของจางหมิงเฮ่อเขม็ง  “เจ้าอาจจะมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่แข็งแกร่งแต่เจ้ายังขาดความมุ่งมั่น  บ่อยครั้งที่เจ้าใช้พลังงานและเวลาต่อสู้และวางแผนกับศัตรูของเจ้า  ตอนนี้ถังเทียนฆ่านักสู้ระดับทองได้แล้ว  ว่ากันถึงเรื่องความเร็วปัจจุบันของเจ้า  เจ้าอาจจำเป็นต้องใช้เวลาอีกสองปีก่อนจะผลักดันตัวเองเข้าสู่ระดับนักสู้สามพันคนแรก”

ปากของจางหมิงเฮ่ออ้าค้างกว้างแต่เขาเงียบ

“ว่าแต่คนอื่นเขาทำแบบนั้นได้ยังไง?”  น้องเจ็ดถาม “นี่อาจจะดูเหมือนกับไร้เหตุผล แต่เนื่องจากคนอื่นทำได้ เจ้าจะต้องแพ้ ถ้าเจ้าไม่ไล่ตามพวกเขา”

น้องเจ็ดยังคงพูดต่อ  “มันจะคล้ายกับความคุ้นเคยกับการทดสอบทั้งหมดของเจ้า  ผู้ชนะอาจจะไม่ได้ดีที่สุดในการต่อสู้หรือเป็นครอบครัวที่แข็งแกร่งที่สุด แต่มันเป็นเรื่องที่ว่ากระบี่ของใครแข็งแกร่งกว่ากันใครสามารถยืนหยัดได้จนเป็นคนสุดท้าย ถ้าเจ้ามีกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดที่สามารถแข่งกับใครก็ได้ จากนั้นไม่จำเป็นที่เจ้าต้องวางแผนกับเขาเพื่อชัยชนะเลย  ข้ารู้ว่าเจ้ามักจะดูแคลนพี่หก  แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีโอกาส  ฉีซานตายไปแล้ว  ถ้าพี่หกไม่สามารถทำให้เจ้าได้เรียนรู้  อย่างนั้นถังเทียนอาจทำได้  ดาบของเจ้าทื่อไปแล้ว  ตอนนี้อยู่ในช่วงที่ต้องลับมันอีกครั้ง”

จางหมิงเฮ่อละอายในสิ่งที่เขาพูด เป็นเรื่องจริงที่เขามัวแต่เสียเวลากับปัญหาภายนอกแทนที่จะทุ่มเทกับการฝึกฝนของเขา

“สมาพันธ์ชาวยุทธยืนหยัดอยู่ในจักรวาลนานเกินไปและไม่สนใจความก้าวหน้าของศัตรูของเขา”

ในวันที่สองคำพูดของน้องเจ็ดก็ผ่านไปถึงหูของฝ่ายปกครองระดับสูงของสมาพันธ์ชาวยุทธทำให้เกิดความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ผู้อาวุโสหลายคนในฝ่ายบริหารสรรเสริญสิ่งที่น้องเจ็ดได้พูดไว้  หลายๆ สาขาใหญ่ภายในสมาพันธ์วางแผนใช้แหล่งทรัพยากรของพวกเขาโดยตรงและฝึกคนรุ่นผู้เยาว์ของตน

และด้วยความเห็นของน้องเจ็ด  ชื่อของถังเทียนจึงเป็นที่รู้จักกันในฝ่ายปกครองระดับสูงของสมาพันธ์ชาวยุทธ

ถังเทียนจึงได้รับฉายาใหม่ว่าหินลับมีด

*************************

ถึงตอนนี้นายหินลับมีดไม่ได้มีความสุขเลยเนื่องจากปัจจุบันนี้เขาโดนคนอื่นเล่นงาน

ถังเทียนเบิกตากว้างและจ้องมองดูมารพันมือผู้กำลังยืนอยู่ต่อหน้าเขา  เขาโกรธอยู่ภายใน  เขาได้ฆ่านักสู้ระดับทองมาแล้ว  แต่เขาก็ยังโดนคนแก่ผู้นี้เล่นงานอีกหรือ?

เหมือนกับว่ามารพันมือจะไม่มองดูถังเทียนเลย  เขาก้าวเดินอยู่ผิวทะเลที่เรียบลื่นเป็นประกายขณะที่เขารำพึงบางอย่างอยู่ในใจ

เขาบริกรรมอะไรอยู่...

เมื่อเห็นว่าอาจเป็นโอกาสโจมตี  ถังเทียนวิ่งเข้าหาเขาทันที

ปัง!

เขาถูกโยนกลับไปที่ด้วยเร็วสูงขณะที่เขาร่วงตกกลงไปในทะเล

มารพันมือชำเลืองมองถังเทียนที่กำลังดิ้นรนอยู่ทันที  เขารู้สึกรำคาญถังเทียนที่น่าชัง  แม้ว่าพลังของถังเทียนจะอ่อนแอ  แต่เขาก็ยังไม่หยุดพยายาม

ถังเทียนตะเกียกตะกายออกจากน้ำ  เขาสูดหายใจลึกและกวาดมองไปรอบๆ

ช่างเป็นทะเลที่สวยงาม

“นี่,ที่นี่เรียกว่าอะไร?”

มารพันมือส่งเสียงดังมาจากด้านบนถามถังเทียนที่กำลังดิ้นรน  ถังเทียนตอบ “นี่คือทะเลกระจกคราม”

“ทะเลกระจกคราม?  นั่นเป็นชื่อที่ไม่เลว”  มารพันมือกล่าว

ถังเทียนสงบใจตัวเองลงได้ขณะที่เขากระพุ้ยน้ำจนเป็นฟอง มารพันมืออยากรู้อยากเห็นเรื่องราวรอบตัวของเขา พลังของจอมมารนั้นแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นจากขุนพลวิญญาณทั้งหมดวิทยายุทธของเขาก็น่ากลัวเช่นกัน

เขาไม่สามารถหลบหรือป้องกันการโจมตีใดๆของเขาได้ มันดูดเอาความเชื่อมั่นที่เขาได้รับจากการเอาชนะจีเสี่ยวหย่าออกไป

เขาไม่เคยได้ยินชื่อของมารพันมือ  แต่น่าจะมีพลังมาก โลกนี้มีสิ่งที่พ้นจากการสำรวจมากมายจริงๆ

ถังเทียนไม่ได้ท้อแท้  เขากระตุ้นตนเองเงียบๆ ข้าต้องดีกว่าเขาให้ได้

เขาวางจอมมารเป็นเป้าหมายของเขา  เขาไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อยขณะที่เขานั่งอยู่บนผิวทะเลอย่างเงียบๆ

“บอกข้ามาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกตอนนี้”  จอมมารถาม

ถังเทียนรู้สึกเห็นใจเขา  ถูกเรียกออกมาหลังจากเวลาผ่านไปนาน  สหายและครอบครัวของจอมมารต้องจากโลกไปนานแล้ว จากนั้นถังเทียนคิดถึงลุงปิงและผู้เฒ่าหนงกรงเล็บภูตพราย

“ได้เลย”ถังเทียนตอบ

มารพันมือประหลาดใจขณะที่เขาเงยหน้า  เขาเห็นประกายจริงใจในสายตาของถังเทียน

เขาเดินตรงมาหาถังเทียนและนั่งข้างตัวเขา

จากนั้นถังเทียนเริ่มเล่าเรื่องซึ่งทั้งสับสนและเรียงลำดับผิด

“.....บอกให้ก็ได้ในตอนนั้น เชียนฮุ่ยเก่งมาก...จากนั้นข้าก็พบว่าข้าเป็นอัจฉริยะในเรื่องต่อสู้ เชียนฮุ่ยย่อมตาถึงแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า...”

“....เจ้าวัวแมงวันก็เป็นคนน่ากลัวอยู่แล้ว  เมื่อเขาเชี่ยวชาญวิชาดาบวายุปฐพีจากนั้นเราก็เริ่มทะเลาะกันอีก..”

“....เสี่ยวซิ่วซิ่วนี่ก็มีเรื่องสนุกเวลาอยู่ด้วยกัน  อาเฮ่อก็เหมือนกัน  แต่อาเฮ่อมีแผนการมากจริงๆ  ฮ่าฮ่าข้าได้เห็นมามาก...”

“องค์การวิญญาณมืดแข็งแกร่งมีอำนาจมาก  สมาพันธ์ชาวยุทธก็เหมือนกันพวกเขาอยู่ในยุคเดียวกับท่านหรือเปล่า? ยุคเดียวกันเหรอ? โหว.. ความจริงพวกเขาแข็งแกร่งทรงพลังมาก...”

……

จอมมารตั้งใจฟังขณะที่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไประหว่างสนทนากับถังเทียนเป็นระยะ เขามองดูถังเทียนและสายตาเป็นกันเองและเป็นมิตรมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถังเทียนฟุ้งเรื่องตนเองด้วยความภูมิใจ“หนุ่มน้อยชาวฟ้า” จอมมารพันมือถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อย

เขาดีใจที่ได้พบกับเด็กหนุ่มในที่รกร้างและน่าขนลุกกลางมหาสมุทรอย่างนี้

หลังจากพูดคุยเป็นเวลานานถังเทียนรู้สึกว่าอธิบายประวัติศาสตร์ทั่วไปให้จอมมารด้วยเช่นกัน  เขาหยุดมองจอมมารพันมือ  “นี่, ท่านเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดหรือเปล่า?”

“ใช่,ข้าเข้าใจ” จอมมารผงกศีรษะ

ในแนวเส้นขอบฟ้ารัศมีแสงฉายผ่านทะเลที่สงบ

ตะวันขึ้นหรือ?

ข้าจะหายไปไหม?

ทะเลที่น่ากลัว....

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า,ข้ารู้ว่าท่านเข้าใจ!”  ถังเทียนกระตือรือร้น

มารพันมือตอบ “ถังเทียน!  เจ้าอยากเรียนวิชามือปีศาจพันแปลงหรือเปล่า?”

“แน่นอน ข้าอยากเรียน!”  ถังเทียนตอบโดยไม่ลังเล  “ท่านสอนข้าได้ไหม?”

จอมมารยิ้มและชี้ไปที่ทะเล  “มันจะช่วยสอนเจ้า”

เมื่อเห็นสีหน้าถังเทียนว่างเปล่า  เขาพูดต่อโดยไม่อธิบาย  “ถังเทียน,เจ้ายินดีจะช่วยข้าในบางเรื่องได้ไหม?”

“ได้เลยอะไรก็ได้”  ถังเทียนตอบอย่างว่างเปล่า  เขารู้สึกว่าจอมมารมีเหตุผลและเป็นคนที่น่าคบหาหลังจากได้สนทนากัน

“ถ้าเจ้ามีโอกาสไปกลุ่มดาวเซกซ์แทนส์จงหาทางไปเมืองเหมยหลิน ที่นั่นจะมีบ้านสกุลฟงและพวกเขามีบรรพบุรุษนามว่าฟงเยี่ยนเอ๋อ ถ้าเจ้าสามารถหาตระกูลนี้พบเจ้าช่วยถ่ายทอดวิทยายุทธนี้ให้พวกเขาได้ไหม?จอมมารถามถังเทียน เขารู้ว่าคำขอร้องของเขาเกินเลยไปบ้างและยากจะทำสำเร็จได้

“ก็ได้”  ถังเทียนพยักหน้า  “ถ้าข้าผ่านไปกลุ่มดาวเซกซ์แทนส์  ข้าจะไปเมืองเหมยหลินแน่นอน  แต่ถ้าข้าไม่มีโอกาสไปที่นั่นข้าไม่รับรองนะว่าจะช่วยเรื่องนั้นได้”

“ขอบคุณที่เจ้าช่วย!” จอมมารพันมือมีสีหน้าสดใสขึ้น  ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นขณะที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆลอยสูงจากเส้นขอบฟ้า

แสงสว่างเจิดจ้าทำให้ถังเทียนต้องหรี่ตา  เขาได้ยินจอมมารฯ ตะโกนบอกเขาจากที่ไกล  “ถังเทียน, เจ้าต้องจำไว้ให้ดีเมื่อใดเจ้าเชี่ยวชาญมือมารพันแปลง อย่ายอมให้สายตาของตัวเจ้าหลอกตัวเจ้าเองเด็ดขาด”

เมื่อเสียงนั้นจางหายไป  จอมมารก็หายไปจากสายตาของถังเทียน

ภาพลวงตาที่ชวนหลงใหลและสวยงามของทะเลกระจกครามเปลี่ยนไปต่อหน้าของถังเทียนทันที

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด