ตอนที่แล้วตอนที่ 363 – ป้อมสายฟ้า, รังโจร
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 364 - สหายใหม่

ตอนที่ 364 – ตอนที่ 344 ดาบเทพจักรพรรดิอวี้


มุกทลายปฐพีในมือของเย่ว์หยางสูบเอาพลังปราณก่อกำเนิดของเย่ว์หยางต่อเนื่องเหมือนกับหลุมดำไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อมันสูบพลังปราณของเย่ว์หยางจนเกือบแห้งแล้ว ก็ระเบิดทันที ส่งผลให้คลื่นกระแทกรูปทรงกลมระเบิดออกไปหกทิศทาง

แรงระเบิดขนาดนั้นเพียงพอจะทำลายแผ่นฟ้าและแผ่นดินได้

อย่างไรก็ตาม แรงระเบิดที่เหลือเชื่อขนาดนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับร่างมนุษย์เลยแม้แต่น้อย เย่ว์หยาง, องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน, เจ้าเมืองโล่วฮัว, เย่ว์หวี่และคนอื่นยืนอยู่จุดศูนย์กลางของระเบิดแท้ๆ แต่พวกเขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย นอกจากหน้ามืดเพราะแสง พวกเขาไม่รู้สึกถึงคลื่นอัดกระแทกใดๆ พวกเขาไม่รู้สึกถึงแม้แต่ลมปะทะ คลื่นอัดกระแทกค่อยๆ กระจายไปรอบและเพิ่มความเร็วพรวดพราด เมื่อคลื่นกระแทกรูปทรงกลมส่งผลกระจายออกไปในรัศมีร้อยเมตร มันระเบิดเป็นแสงรังสีนับไม่ถ้วน ตลอดทั้งวิหารที่สองอาบแสงสว่างเจิดจ้า แม้แต่พื้นที่นอกโถงวิหารที่สองก็มีแสงฉายสว่างไปทั่ววิหารเทพจักรพรรดิอวี้

หนึ่งนาทีต่อมา เมื่อแสงหายไป โถงใหญ่ก็กลับคืนสู่ภาวะปกติ

พื้นผิว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางและสาวๆ ก็ตระหนักได้อย่างหนึ่ง นั่นก็คือนอกจากเสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้ที่ไม่มีความเสียหายเลยแม้แต่น้อย อาคารและสิ่งก่อสร้างในรัศมีร้อยเมตรหายเกลี้ยง สิ่งเดียวที่เหลือก็คือเงาภาพลวงตาวิหารเทพจักรพรรดิอวี้ที่ยังคงอยู่เพื่อยืนยันถึงความประสงค์ของจักรพรรดิอวี้

ตรงกลางเสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้ ปรากฏประตูแสงบานเล็ก นั่นเป็นทางเข้าพื้นที่ผนึกภายในวิหารเทพของจักรพรรดิอวี้

เย่ว์หยางเป็นคนนำเข้าไปในพื้นที่ผนึกในเสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้

มีทางเดินโปร่งแสงสายหนึ่งอยู่ในพื้นที่ว่าง แต่เย่ว์หยางและคนอื่นๆ ยังเดินได้อย่างอิสระเหมือนกับว่าเดินอยู่บนพื้นดิน

นอกจากภูตควันไฟที่ไม่ต้องการจะเข้าไปในโถงวิหารที่สองและคอยอยู่ด้านนอก อสูรอื่นทุกตนติดตามเย่ว์หยางเข้าไปข้างใน ภูตควันไฟลังเลเล็กน้อยและตัดสินใจรั้งรออยู่จนจบ คอยใช้สายตานักล่าสอดส่ายมองหาเหยื่อ ก็คือหนอนทรายปีศาจที่บางครั้งจะโผล่ออกมาจากใต้ดินเพื่อดูสถานการณ์ข้างบน

ภายในพื้นที่ผนึก ไม่มีแผ่นป้ายผลึกหรือโลงศพที่เย่ว์หยางคาดไว้แต่เดิม พื้นที่ผนึกทั้งหมดใหญ่พอๆ กับสนามบอล

ตรงกลางพื้นที่ มีหม้อยักษ์ใบหนึ่ง

ในกลางหม้อยักษ์ มีดาบยักษ์ที่ดูลึกลับเปล่งลำแสงสีทองลางๆ ได้เสียบฝังไว้ข้างใน

ความกว้างของใบมีดกว้างพอๆ กับขวานเล่มหนึ่ง มันยาวและหนาดูลึกลับ หากเอากระบี่มาเทียบกับดาบยักษ์นี้ กระบี่ก็เหมือนกับกระดาษดีๆ นี่เอง มีอักษรรูนโบราณอยู่บนดาบ รายล้อมด้วยอักษรรูนสวรรค์ ก่อรูปเป็นวงเวทอักษรรูนที่ดูลึกลับ เย่ว์หยางตระหนักว่า อักษรรูนโบราณนั้นก็คือ “อมตะ” ดูเหมือนว่าเป็นชื่อของดาบหรือบางสิ่งบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายดาบ

ดาบเทพมีสีมึนทึมและตกแต่งด้วยอัญมณี มองจากภายนอก ไม่ได้มีลักษณะที่ต้องตาน่าประทับใจเลย

อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางผู้ครองครองทักษะจักษุญาณทิพย์สามารถมองเห็นได้ว่ามันเปล่งแสงสีทองเลือนลางที่คนธรรมดาไม่สามารถเห็นได้ แสงนั้นเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และเข้มข้น

“นี่คือดาบเทพของจักรพรรดิอวี้หรือนี่?” เย่ว์หยางลิงโลด ในความเป็นจริง ความตั้งใจที่แท้จริงของเขาที่ตกลงกับหมิงรี่ฮ่าวก็ไม่ได้หวังจะช่วยเขาปลดผนึกหมิงเย่ว์กวงน้องสาวของเขา เหตุผลที่เย่ว์หยางมีความจริงใจต้องการจะเข้ามาในพื้นที่ผนึกเสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้ก็เพื่อจะรับเอาดาบศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิอวี้

ผู้เฒ่าเต่ามังกรไม่เห็นด้วยที่เย่ว์หยางจะไปรับเอาดาบเทพของจักรพรรดิอวี้ก่อน เหตุผลก็เพราะว่าเงื่อนไขในการใช้ดาบนี้ เข้มงวดยิ่งกว่าใช้คทาเทพของจักรพรรดิอวี้และผนึกเทพเสียอีก

มีแต่ผู้ที่เป็นสายเลือดของจักรพรรดิเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ดาบนี้ได้

เขาไม่คิดว่าเด็กไร้ยางอายอย่างเย่ว์หยางซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของราชตระกูลใดๆ เลยจะสามารถใช้ดาบเทพจักรพรรดิอวี้ได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหมิงรี่ฮ่าวหักหลังและสถานการณ์เปลี่ยนไป เหตุการณ์ในวิหารเทพของจักรพรรดิอวี้เกินกว่าที่พวกเขาคาดหวังไว้ ผู้เฒ่าเต่ามังกรไม่มีทางเลือก ได้แต่สนับสนุนการตัดสินใจของเย่ว์หยางที่จะรับดาบ ถ้าเย่ว์หยางไม่มีความแข็งแกร่งพอหรืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ไม่ช่วยเขา ศึกครั้งนี้จะอันตรายมากเกินกว่าจะเข้าต่อสู้

นอกจากนั่งดูวิหารเทพของจักรพรรดิอวี้พังทลายลงไปต่อหน้าและสองผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์หลบหนีไป ผู้เฒ่าเต่ามังกรยินยอมให้เย่ว์หยางดึงดาบออกมาดีกว่า

แม้ว่าจะมีโอกาสเพียงหนึ่งในล้านที่จะเกิดขึ้น แต่เขาก็ต้องการให้เย่ว์หยางลองดู

“มีแต่คนที่ดาบเทพของจักรพรรดิอวี้ยอมรับจึงจะดึงดาบออกมาได้” ผู้เฒ่าเต่ามังกรกระแอมเล็กน้อย เขาไม่ต้องการทำให้เย่ว์หยางผิดหวังมากนัก อย่าว่าแต่ทายาทของจักรพรรดิอวี้เลย ผู้เฒ่าเต่ามังกรแน่ใจว่าเย่ว์หยางไม่มีวี่แววว่าจะเป็นสายเลือดเชื้อพระวงศ์แม้แต่น้อยนิด

“ก็แค่ดึงดาบออกมาไม่ใช่หรือ?” เย่ว์หยางชักรำคาญ แม้ว่าจะเป็นอาวุธเทพ แต่มันชักจะมากเกินไปแล้ว เจ้านายของมันก็ตายไปแล้ว ทำไมมันถึงยังไม่ยอมรับเจ้านายคนต่อไปอีกเล่า?

“อย่างนั้นลองดูก็แล้วกัน!” ถ้าพูดตามตรงจากใจ ผู้เฒ่าเต่ามังกรไม่คิดว่าเย่ว์หยางจะเหมาะสมนัก

“เสี่ยวซาน! ข้าสนับสนุนเจ้า เจ้าต้องทำได้แน่นอน!” เย่ว์หวี่มีความมั่นใจเย่ว์หยางเต็มเปี่ยม ในใจนาง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเย่ว์หยาง

“…..” เย่ว์หยางก็ทำหยิ่งแต่เพียงภายนอกเท่านั้น แต่ในใจนั้นเขายังหวาดหวั่นอยู่บ้าง ทั้งนี้เพราะเขารู้ว่าตนเองเป็นคนจากโลกอื่น ดังนั้นเขาจึงไม่มีสายเลือดของจักรพรรดิโบราณอยู่เลย ถ้าเขาต้องการจะได้รับการยอมรับจากดาบเทพของจักรพรรดิอวี้ โอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ ช่างน้อยนิดจริงๆ แน่นอนว่า ด้วยนิสัยไร้ยางอายของเย่ว์หยาง เขาคงไม่ยอมดึงดาบออกมาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมแน่ เขาจะหาเรื่องตุกติกจนได้

ตอนแรกเย่ว์หยางเดินไปอยู่ที่ข้างๆ หม้อยักษ์และกระโจนขึ้นไปในอากาศ เขายื่นมือจับดาบยักษ์ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าดาบวิเศษของจอมยุทธเอี้ยก้วยถึงสองเท่า จากนั้นดึงด้วยพลังทั้งหมดของเขา

ดาบเทพของจักรพรรดิอวี้ยังคงติดแน่นอยู่ภายในหม้อยักษ์

ไม่มีอะไรอื่นอยู่ภายในหม้อยักษ์นั้น

เดิมทีด้วยพลังของเย่ว์หยาง อย่าว่าแต่ดึงดาบวิเศษของจักรพรรดิอวี้เลย แม้ว่าเขาดึงเป็นร้อยครั้ง เขาก็ยังสามารถดึงออกมาได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม นับเป็นเรื่องประหลาด ดาบไม่ขยับเลยแม้แต่นิ้วเดียว

เหมือนกับว่าดาบนั้นติดแน่นอยู่กับหม้อยักษ์ ไม่สามารถจะดึงออกได้ไม่ว่าจะใช้แรงมากเพียงใดก็ตาม เมื่อผู้เฒ่าเต่ามังกรเห็นเช่นนี้ หัวใจเขารู้สึกเจ็บปวด ดาบเทพเลือกเจ้านายของมัน ความจริงข้อนี้ปฏิเสธไม่ได้อย่างแน่นอน เมื่อจักรพรรดิอวี้ดึงดาบเทพจักรพรรดิอวี้ออกมาในตอนนั้น เขาต้องสื่อสารกับมันตลอดสิบปี ก่อนที่จะดึงออกมาได้สำเร็จ

เย่ว์หยางไม่สามารถดึงออกมาได้แม้แต่นิ้วเดียว หมดหวังที่จะคิดเรื่องนั้นเสียแล้ว

ดูเหมือนว่าต่อให้เขาติดต่อสื่อสารกับดาบได้เป็นร้อยปี เขาก็ยังคงดึงออกมาไม่สำเร็จอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางไม่ได้ท้อแท้ เมื่อเขาล้มเหลวในการดึงมันออกมา เขาหันมาส่งสัญญาณให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเจ้าเมืองโล่วฮัว “พวกเจ้า มาลองดูด้วยกัน!”

ผู้เฒ่าเต่ามังกรแทบจะย่นจมูกด้วยความโกรธ เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น

ดาบเทพจักรพรรดิอวี้จะใช้ได้ก็แต่โดยบุรุษเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น การให้ดาบเทพที่จักรพรรดิอวี้เคยใช้มากับสตรีโดยผลีผลาม มีผู้ใดทำกัน? เจ้าเด็กนี่นึกว่าดาบเทพจักรพรรดิอวี้เป็นสิ่งของธรรมดาๆ ที่อยู่ในความครอบครองของเขาอย่างนั้นหรือ?

ขณะที่เขาเตรียมจะห้ามพวกเขา เย่ว์หยางส่งสายตาให้เขา ผู้เฒ่าเต่ามังกรได้แต่ทนวิตกอยู่อย่างเงียบๆ

เขาคาดว่าเย่ว์หยาง เจ้าเด็กตัวร้ายนี่ไม่ให้ความเคารพคนรุ่นก่อนเลยแม้แต่น้อย บางทีเขาอาจจะโดนเตะกระเด็นอีกก็ได้ หากพูดห้ามปรามความคิดไร้สาระของเขา

หลังจากมีชีวิตยาวนานมาหลายพันปี เขาไม่เคยพบมนุษย์ที่ไร้ความสุภาพสาวมหาวแบบนั้นมาก่อน เย่ว์หยางไม่สนใจผู้เฒ่าเต่ามังกรที่กำลังขุ่นเคือง กลับฉุดดึงองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเจ้าเมืองโล่วฮัวขึ้นไปด้านบน และส่งสัญญาณให้พวกนางดึงดาบ ถ้าเขาไม่สามารถใช้ดาบนี้เพื่อตนเองได้ สาวๆ คนรักของเขาอาจใช้แทนก็ได้ องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนลังเลเล็กน้อย การอบรมเลี้ยงดูที่นางได้รับค่อนข้างจะเป็นแบบดั้งเดิม นางไม่กล้าทำการดูหมิ่นดาบวิเศษนี้แทนเย่ว์หยาง เจ้าเมืองโล่วฮัวแตกต่างออกไป นางไม่ได้รู้สึกลังเลเลยแม้แต่น้อย ยิ่งกว่านั้น ในฐานะภรรยาของเย่ว์หยาง นางจะเชื่อฟังคำของเขาแน่นอน

เมื่อเจ้าเมืองโล่วฮัวคว้าด้ามดาบ ดาบเทพจักรพรรดิอวี้เปล่งแสงเรืองรองทันทีและขยับจากตำแหน่งเล็กน้อย

ผู้เฒ่าเต่ามังกรแทบจะกระอักโลหิต นี่คล้ายคลึงกับเมื่อตอนที่จักรพรรดิอวี้ดึงดาบออกมาตอนนั้น

เป็นไปได้ไหมว่า หญิงสาวนางนี้ผู้มีลักษณะละเอียดอ่อนและบอบบางถูกกำหนดมาให้ใช้ดาบเทพจักรพรรดิอวี้ได้?

“ว้าย..”

เจ้าเมืองโล่วฮัวร้องด้วยความเจ็บปวดและปล่อยมือของนาง

นางสามารถแตะต้องดาบเทพจักรพรรดิอวี้ได้เพียงสามวินาทีก่อนที่นางจะถูกดาบต่อต้านและกระแทกออกมา ผู้เฒ่ามังกรโล่งใจมากเมื่อเห็นเช่นนี้ สตรีไม่สามารถใช้ดาบเทพจักรพรรดิอวี้ได้เลยแม้แต่น้อย โชคดีที่ดาบปฏิเสธนาง มิฉะนั้น ดาบเทพของจักรพรรดิอวี้คงจะถูกสตรีรุ่นหลังใช้แน่นอน นี่ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติจักรพรรดิอวี้เป็นอย่างมาก

เย่ว์หวี่รีบรักษาให้เจ้าเมืองโล่วฮัว ขณะที่เย่ว์หยางดึงมือนางมาตรวจดูอย่างถี่ถ้วน

แน่นอนว่ามันเพิ่งจะมีปฏิกิริยา แต่ทำไมมันถึงได้ปฏิเสธเจ้าเมืองโล่วฮัวเล่า?

เมื่อองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเห็นความล้มเหลวของเจ้าเมืองโล่วฮัว นางรู้สึกโกรธแทน แม้ว่าจะเป็นเทพศัสตราที่มีแต่บุรุษใช้กัน แต่มันบังอาจทำให้มือของพี่โล่วฮัวบาดเจ็บเมื่อนางพยายามจะดึงด้วยหรือ?

นางอาบมือด้วยปราณพยัคฆ์ขาวและจับด้ามดาบเทพจักรพรรดิอวี้ จากนั้นใช้พลังดึงออกมา

ครั้งนี้ ความเคลื่อนไหวในดาบเทพจักรพรรดิอวี้เห็นได้ชัดมาก องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนสามารถดึงออกมาได้ไม่กี่นิ้ว แต่ดาบก็ใช้แรงต่อต้านและยังกระแทกนางกระเด็นไปไกลกว่าเดิม

“นี่..ไม่มีทางเกิดขึ้นได้…” ผู้เฒ่าเต่ามังกรได้แต่ตกตะลึง เป็นไปได้ไหมว่าหญิงสาวนางนี้คือลูกหลานของจักรพรรดิอวี้? เป็นไปได้หรือว่านางมีเลือดของจักรพรรดิจริงๆ? แต่จากความรู้สึกที่เขารับได้จากเลือดของนาง เขาไม่แน่ใจว่านางเป็นลูกหลานที่แท้จริงของจักรพรรดิอวี้

“….” เสวี่ยอู๋เสียก็ลองดูครั้งหนึ่ง ดาบศักดิ์สิทธิ์สั่นไหวเพียงเล็กน้อย แต่มีผลตอบสนองคล้ายกับเจ้าเมืองโล่วฮัว

“อีกครั้งหนึ่ง, ช่วยข้าหน่อย ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะดึงออกมาไม่ได้”องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนถูกความตื่นเต้นเผาลน ต้องการดึงดาบเทพของจักรพรรดิอวี้อีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือจากพลังปราณก่อกำเนิดของเย่ว์หยาง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเดินปราณพยัคฆ์ขาวอีกครั้งและตวาดลั่นขณะที่นางพยายามดึงดาบเทพจักรพรรดิอวี้ออกมาจากหม้อยักษ์ นางดึงออกมาสำเร็จเพียงครึ่งเมตรก่อนที่ก่อนที่จะมีแรงต้านของดาบและปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่ร่างขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจนรู้สึกชา นางเจ็บปวดอย่างหนัก แต่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนยังคงจับด้ามดาบไม่ยอมปล่อย นางตัดสินใจถอนดาบเทพจักรพรรดิอวี้ออกมาให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

“นี่… นี่เป็นไปได้จริงๆ หรือ?” ผู้เฒ่าเต่ามังกรรู้สึกเหมือนท้องฟ้าจะถล่ม

แม้แต่จักรพรรดิอวี้ในตอนนั้นก็ไม่สามารถใช้แรงดึงดาบออกมาได้

เป็นไปได้หรือว่าดาบศักดิ์สิทธิ์จะตกไปอยู่ในมือสตรีจริงๆ? ยิ่งกว่านั้น สตรีนางนี้ไม่ใช่นักสู้ปราณก่อกำเนิด เป็นไปได้อย่างไรที่จะครอบครองพลังควบคุมดาบเทพจักรพรรดิอวี้ได้?

ดาบเทพจักรพรรดิอวี้ปล่อยแรงระเบิด กระแทกใส่มือขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน พลังต่อต้านนั้นรุนแรงมากจนเป็นเหตุให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกระอักโลหิตอยู่ตรงนั้น เลือดกระเซนออกจากปากนางเปรอะรดดาบเทพจักรพรรดิอวี้

ผู้เฒ่าเต่ามังกรได้แต่ส่ายศีรษะ ปราศจากสายเลือดจักรพรรดิอวี้และจิตวิญญาณจักรพรรดิ เทพศัสตราอย่างดาบเทพจักรพรรดิอวี้ไม่มีทางยอมรับคนอื่น

ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี เงื่อนไขพื้นฐานที่สุดก็คือจิตวิญญาณจักรพรรดิ

บางทีหญิงสาวผู้ดื้อดึงนางนี้คงเกิดในสามราชตระกูล บางทีนางอาจเป็นพระธิดาของจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง แต่เทพศัสตรารู้จักแต่เพียงจักรพรรดิเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าหญิง ความดื้อดึงแข็งขืนเอาแต่ใจไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ ผู้เฒ่าเต่ามังกรถอนหายใจเบาๆ เขาจำแนกเรื่องนี้ได้ชัดเจน อีกอย่างหนึ่ง เขาไม่ต้องการให้เย่ว์หยางและหญิงสาวเหล่านี้ใช้เทพศัสตราที่จดจำเจ้านายของมันมาก่อน นอกจากนี้เย่ว์หยางยังสามารถดึงดาบเทพของจักรพรรดิอวี้ออกมาได้และใช้พลังของเทพศัตราฆ่าศัตรูที่แข็งแกร่งของเขา จากนั้นพวกเขาก็สามารถเติมเต็มปณิธานของจักรพรรดิอวี้ผนึกนับรบแดนสวรรค์ไว้ในวิหารเทพของจักรพรรดิอวี้ตลอดไป

“ถ้าข้าไม่สามารถใช้มันได้ ข้าก็ต้องทำลายมันให้หมด” เย่ว์หยางมีความคิดแย่ๆ ว่าถ้าเขาไม่สามารถได้อะไรมา เขาก็จะทำลายมัน เพื่อที่ว่าคนอื่นก็ไม่สามารถได้มันไปเช่นกัน

“ไม่, ได้โปรดอย่าทำลายเทพศัสตราเลย!” ผู้เฒ่าเต่ามังกรกลัวจริงๆ ว่าเย่ว์หยางจะทำดาบเทพจักรพรรดิอวี้เสียหาย เขารีบโบกมือพัลวันด้วยความกลัว ความจริง เย่ว์หยางก็พูดไปเช่นนั้นเอง เขาไม่มีความตั้งใจจะทำลายดาบจริงๆ เขารู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้ดาบเทพจักรพรรดิอวี้ยอมรับ ดาบวิเศษนี้ดูเหมือนจะมีปณิธานของเจ้าของบรรจุไว้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้จะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ตลอดกาล ตราบใดที่พวกเขาใช้เวลามากและพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาก็อาจทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนผู้เกิดในราชตระกูล ด้วยสายเลือดจักรพรรดิไหลเวียนอยู่ในตัวนาง มีโอกาสสูงที่นางจะประสบความสำเร็จ

ที่สำคัญที่สุด เย่ว์หยางยังคงมีสมบัติวิเศษอย่างอื่นอีก

ถ้าเขาใช้ มันอาจจะได้ผลก็ได้

แน่นอน เพราะสมบัตินี้เป็นของใช้แล้วก็หมดไปเลย ก่อนที่เขาจะเรียนรู้เข้าใจมันได้ปรุโปร่ง เย่ว์หยางไม่ยอมใช้มันง่ายๆ มิฉะนั้น เขาอาจสูญเสียโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตก็เป็นได้

มุกจอมคน (เทียม) ผู้ใช้จะสามารถใช้พลังของกษัตริย์จอมมนุษย์ได้สิบวินาที ข้อจำกัดใช้ได้เพียงครั้งเดียว

มุกจอมคนนี้ เขาได้รับมาจากเทวสถานสามโลก จะใช้ได้หรือเปล่านะ?

เย่ว์หยาง เย่ว์หยางใคร่ครวญในใจ ขณะที่ผู้เฒ่าเต่ามังกรพุ่งเข้ามาหาเขาทันทีกางแขนบังหน้าหม้อยักษ์ไว้ กลัวว่าเย่ว์หยางจะใช้วงจักรล้างโลกทำลายดาบด้วยความโกรธ สำหรับตาแก่น่ารำคาญนี้ เย่ว์หยางเตะเขากระเด็นทันที จากนั้นล้วงมุกจอมคนออกมา

จะสำเร็จหรือล้มเหลว ก็ขึ้นอยู่กับมุกเทียมเม็ดนี้

*****************

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด