ตอนที่แล้วตอนที่ 351 แผนปลุกสายเลือดล้านคน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 353 พลังงานท่วมท้น

ตอนที่ 352 เม็ดผลึกกระเรียน


ฝีมือทั้งสามคนนั้นมีประสิทธิภาพที่รวดเร็วมาก

ไม่จำเป็นต้องพูดถึงหอกทะเลจุดของหลิงซิ่วเพียงหนึ่งท่วงท่าเขาก็สามารถสร้างฝนหอกได้กระบี่เหล็กของอาเฮ่อก็รวดเร็วมากเหมือนกับว่ากระบี่จะติดตามร่างเขาตลอด  ทุกๆ กระบี่มีความเคลื่อนไหวน้อยที่สุดเหมือนกับจะงอยปากกระเรียนที่จิกหาอาหาร รวดเร็วดุจสายฟ้า

เมื่อเทียบกับทั้งสองคนนี่แล้ว  ถังเทียนไม่ด้อยกว่าแม้แต่น้อย  ความเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วมากและการเปลี่ยนท่วงท่าของเขาทำได้รวดเร็วอย่างน่าประหลาด  แต่เมื่อเทียบกับการปลดปล่อยท่วงท่ากับพวกเขาแล้ว  เขามิได้โด่ดเด่นกว่าเท่าใดนัก

แต่เขายังคงวิ่งขึ้นหน้า

ปกติจะมีช่วงหน่วงเวลาระหว่างที่สะดุดและโจมตี  ยอดฝีมือมักจะลดเวลาที่หน่วงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และยอดฝีมือที่มีการตอบสนองได้รวดเร็วจะไม่ยอมให้คู่ต่อสู้ได้ตระหนักถึงช่วงเวลาที่สะดุดหรือหน่วงเวลานั้น

แต่ถังเทียนกลับไม่มีช่องว่างของเวลาดังกล่าว

เขาไม่จำเป็นต้องหยุดเลยแม้แต่น้อย  ไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้จับเค้า  ท่วงท่าและการโจมตีของเขาไหลลื่นมากความเคลื่อนไหวที่ต้องการเสร็จสิ้นได้ในอึดใจเดียว  ความเคลื่อนไหวของเขากระชับไม่มีความเคลื่อนไหวที่สิ้นเปลืองหวือหวาแต่แฝงด้วยความเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดบางอย่างเขาสามารถทำนายและเข้าใจบอลแสงได้ล่วงหน้า และความเคลื่อนไหวทั้งหมดสามารถดำเนินการได้หลากหลายเพื่อโจมตีเป้าหมายได้หลายชั้นทำลายได้ทีละมากๆ

นอกจากนี้ถังเทียนยังโจมตีได้ไม่ช้าเลย ประสิทธิภาพของเขาน่าทึ่งและเป็นไปตามธรรมชาติ

อาเฮ่อตกใจ

เขาผนวกความรู้แจ้งในสายลมเข้าในกระบวนวิชากระบี่กระเรียนฟ้าทำให้มันรวดเร็วขึ้นมาก จนอยู่ในระดับที่คู่ต่อสู้ไม่สามารถรับมือเขาได้

วิชากระบี่ของอาเฮ่อก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่งและค่อยๆแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้เขายังทำตัวไม่ให้โดดเด่น เพราะเขาเป็นคนเงียบๆและไม่ชอบต่อสู้  ขณะที่ถังเทียนและหลิงซิ่วพอใจกับการทำตัวเด่นและชอบต่อสู้  เขามักซ่อนตัวอยู่ในเงาเสมอ แต่มีเพียงสามคนที่สามารถสร้างอาการบาดเจ็บให้เย่เฉาเกอได้ ก็คือ ถังเทียน,ปิงและอาเฮ่อ

หลิงซิ่วมีนิสัยชอบแข่งขันและชอบเอาชนะเสมอ เขามักต่อสู้จนสุดกำลังและไม่คิดเก็บรั้งพลังไว้

อาเฮ่อสามารถเห็นรูปแบบการรุกของถังเทียนได้อย่างชัดเจนและมันดึงดูดสายตาของเขาได้เสมอ  เป็นรูปแบบการต่อสู้ที่แปลกประหลาดมาก  เพราะเป็นครั้งแรกที่อาเฮ่อได้เห็น  ถังเทียนในบางครั้งก็ปล่อยบอลแสงไว้ข้างหลังสองสามใบแต่ความเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดหลังจากนั้นดึงบอลแสงทั้งหมดเข้ามาและทำลายทั้งหมดเหมือนกับใช้แหหว่านจับปลา  เขาไม่สามารถเห็นได้ว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่

นั่นคือเหตุผลที่รูปแบบการบุกของถังเทียนดูเหมือนจะพิเศษ  และถ้าเขาก้าวโซเซเพียงเล็กน้อย  ถังเทียนจะดูเหมือนกับคนเมา  เส้นทางเดินข้างหน้าของเขาเป็นแบบสุ่มโดยสิ้นเชิงบางครั้งก็โยกซ้ายบางครั้งก็โยกขวา บางครั้งก็นิ่งเฉย บางครั้งก็ตีลังกากลับหลังจากนั้นคลานขึ้นหน้าไม่สามารถอ่านทางได้เลย

อาเฮ่อคิดอยู่ชั่วครู่  จากนั้นก็เข้าใจว่า นั่นคือสัญชาตญาณ

ถ้าเป็นเจตนาอย่างนั้นจะดูสง่างามมาก เหมือนกับว่าเขากำลังเล่นหมากรุกซึ่งต้องใช้สติปัญญา  แต่ด้วยระดับปัญญาของถังเทียน....

ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าสัญชาตญาณเหมือนสัตว์ป่าดูจะเหมาะสมกับเจ้าบ้านี่แล้ว

แต่นั่นคือสัญชาตญาณที่น่ากลัวอย่างแท้จริง!

หัวใจอาเฮ่อประหลาดใจอย่างต่อเนื่องเขามีนิสัยที่สงบเสงี่ยม เขามักสงสัยเรื่องสัญชาตญาณอยู่เสมอ แต่สำหรับสัญชาตญาณที่แข็งแกร่งมาก เขารู้สึกกลัวอยู่บ้าง

เป็นความสงสัยที่คล้ายกับฬ่อที่ดื้อและแข็งแกร่ง

ถังเทียนไม่ได้สังเกตว่าอาเฮ่อกำลังวิเคราะห์เขาเนื่องจากเขาตื่นเต้นมากเกินไป  สัญชาตญาณที่น่ากลัวของเขาทำให้ร่างของเขาปลดปล่อยความเคลื่อนไหวและสนองตอบได้รวดเร็วต่อเนื่อง  และความรู้สึกนี้น่าทึ่งเป็นอย่างมาก เขารู้สึกว่าเขามีพลังอยู่ในร่างกายซึ่งทั้งหมดโอนอ่อนและเชื่อฟังมาก แทบจะเห็นด้วยเลยว่าเขาสามารถเคลื่อนไหวในระดับที่มีความยากมาก

ความเคลื่อนไหวของเขายิ่งไหลลื่นมากขึ้น และเขาเริ่มทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวของเขาได้มากขึ้น

สภาวะสัญชาตญาณที่ตื่นเต้นและสภาวะสัญชาตญาณที่สงบแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สภาวะสัญชาตญาณที่ตื่นเต้นจะเน้นที่การควบคุมตนเองให้มากขึ้นเป็นหลัก  สภาวะสัญชาตญาณที่สงบจะมุ่งเน้นสภาพแวดล้อมที่ชัดเจน

ถังเทียนดื่มด่ำอยู่ในสภาวะที่ยอดเยี่ยม

หลังจากไม่รู้ตัวมานานถนนข้างหน้าพวกเขาพลันเปิดโล่งกว้างทันที ถังเทียนออกจากสภาวะที่น่าทึ่งทันที ขณะที่เขาหันกลับไปมองทางข้างหลัง

เขาผ่านมาตลอดเส้นทางแล้วและไม่มีบอลแสงเหลือให้เห็นเลย เนื่องจากบอลแสงทั้งหมดเปลี่ยนสภาพเป็นหมอกสีฟ้าแล้ว

ถังเทียนยังรำลึกถึงความรู้สึกที่เพิ่งจะผ่านมา“เผียะ” บอลแสงลูกหนึ่งแตกทันที และหลิงซิ่วโผล่ออกมาจากกลางแสงสีฟ้า ถังเทียนมีปฏิกิริยารวดเร็วเบนหลังหลบและหัวเราะลั่น “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!  เสี่ยวซิ่วซิ่ว, ข้าชนะอีกแล้ว”

บนตัวแพะภูเขาบรอนซ์ หยาหยายืนอยู่ข้างๆมือเท้าสะเอวหอบหายใจอกกระเพื่อม มันมีท่าทางยินดีบนใบหน้า และหันไปมองกระรอกบรอนซ์ที่มีท่าทางซึมเซาและร้องหาถังเทียน

กระรอกที่น่าสงสารถูกหยาหยาฉุดลากไปเหมือนเรือน้อยเผชิญพายุในทะเลกว้าง  หน้าของมันตกใจทำอะไรไม่ถูก

เมื่อหลิงซิ่ววิ่งออกมาจากกลุ่มแสงและเห็นหน้าถังเทียน  เขามีสีหน้าไม่พอใจทันที  อีกทั้งถังเทียนตะโกนอย่างดีใจทำให้เขาหน้าดำคร่ำเครียดยิ่งกว่าก้นหม้อเสียอีก

อาเฮ่อเพิ่งจะเสร็จเช่นกันเขายิ้ม “ดูเหมือนว่าข้าจะมาถึงที่สามนะ”

ถังเทียนเดินไปมาอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นคิดเรื่องที่อาเฮ่อพูดไว้ เขาถามทันที “เสี่ยวเฮ่อ, เจ้าพูดถึงอะไรบางอย่างที่น่าทึ่งไว้ไม่ใช่หรือ?”

เสี่ยวเฮ่อ.....

ยิ้มของอาเฮ่อชะงักค้างและเขาฝืนหัวเราะ  “อ่า.. ใช่แล้ว ใช่แล้วใช่แล้ว”

แม้ว่าหลิงซิ่วยังทำหน้าเขียวคล้ำ  แต่นัยน์ตาเขาเป็นประกาย  เขาสงสัยคำว่าน่าทึ่งของอาเฮ่อ  เนื่องจากอาเฮ่อไม่ใช่คนที่ชอบคุยโตโอ้อวด

อาเฮ่อล้วงโคมกระเรียนหงอนแดงสมบัติชั้นเงินออกมา มันคือโคมไฟรูปถ้วยขนาดเล็กคล้ายกับกระเรียนหงอนแดงและดูเหมือนจริงมาก

ตาของกระเรียนหงอนแดงเปล่งประกายทันที  แสงสีแดงทำให้เหมือนกับว่ามันกลับมามีชีวิต

สมบัติ!

ถังเทียนและหลิงซิ่วจ้องมองตาค้าง  ทั้งสองไม่กระพริบตา

ทันใดนั้นแสงสีฟ้าทั้งหมดทะลักเข้าหาโคมกระเรียนหงอนแดงและไหลเข้าไปในปาก  แสงสีฟ้าถูกดูดเข้าปากกระเรียนหงอนแดง  แต่เมื่อเทียบกับแสงสีฟ้าตามทางทั้งหมดยังนับว่าเล็กน้อย

ถังเทียนทำหน้าตกใจ  “เอ๊ะ, มันดูดพลังงานได้ด้วย”

หลิงซิ่วยังหงุดหงิดเรื่องส่วนตัวก่อนนั้นเขาแค่นเสียงคำราม  “งี่เง่า  เรื่องง่ายๆ แบบนี้ใครๆ ก็พูดได้”

“อย่างนั้นคนที่แพ้คนงี่เง่าจะเรียกว่าอะไร?”  ถังเทียนหัวเราะ  “ไม่คู่ควรจะเป็นคนงี่เง่าด้วยซ้ำ”

หลิงซิ่วโมโห กระโดดผางใช้หอกเหล็กชี้มาทางถังเทียน“มาสู้กันเลย สู้กันแบบลูกผู้ชายดีกว่าเถียงกันไปมา”

อาเฮ่อพูดตัดบท  “เฮ้, พวกเจ้าสู้กันไปก่อนยังพอมีเวลาเหลือโคมกระเรียนหงอนแดงต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกนิด”

ในที่สุดการต่อสู้ก็ไม่เกิดขึ้น

ถูกอาเฮ่อดุใส่ถังเทียนรู้สึกว่าสู้ไปก็คงเป็นเรื่องโง่ ก็ได้ ก็ได้ เสี่ยวซิ่วซิ่วยังไม่เห็นตรงจุดนี้   พวกสมองไม่ดีนับว่าช่วยอะไรไม่ได้  หนุ่มชาวฟ้าจะยอมๆเขาไปก่อน

ถังเทียนมีแววตาเต็มไปด้วยความเห็นใจ  ปล่อยหลิงซิ่วเดินห่างออกไปอย่างหัวเสีย

ถังเทียนเดินไปอยู่ข้างๆอาเฮ่อ และถาม “เฮ้..อาเฮ่อ อะไรกันนี่? ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเอาของนี้ออกมาให้ดูเลย”

อาเฮ่ออธิบาย  “นี่เรียกว่าโคมกระเรียนหงอนแดงและนี่คือสมบัติชั้นเงินจากกลุ่มดาวกระเรียนฟ้า ท่านพ่อข้าเคยใช้เมื่อตอนเขาอายุน้อย ดังนั้นเจ้าสำนักจึงเก็บไว้ให้ข้า มันใช้งานง่ายมาก แค่ใช้ดูดซับพลังงาน ถ้ามีพลังงานเพียงพอมันสามารถควบแน่นพลังงานเปลี่ยนเป็นเม็ดผลึกกระเรียน  แต่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนข้าได้ยินว่าในอดีตกลุ่มดาวกระเรียนฟ้าสามารถควบแน่นเม็ดผลึกกระเรียนได้ทุกๆห้าปี  แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำมานานแล้วเนื่องจากพลังงานเบาบางเกินไป”

“เม็ดผลึกกระเรียนกินได้ไหม?”  ถังเทียนน้ำลายหก

“ได้สิ” อาเฮ่ออดยิ้มไม่ได้ “แต่ผลที่ใหญ่ที่สุดก็คือ มันสามารถช่วยให้เจ้าฝึกฝนปราณแท้ได้

“ฝึกฝนปราณแท้!”  หลิงซิ่วและถังเทียนปากอ้าค้างพร้อมกัน

สำหรับทั้งสองคนนั้นสิ่งที่ยากจะก้าวหน้ามากที่สุดก็คือปราณแท้ของพวกเขา  ถังเทียนในปัจจุบันนี้ใช้ชุดสำหรับฝึกที่สร้างตามแบบห้องพลังงานโบราณที่แก้ไขโดยเซรีน แต่กระบวนการฝึกปราณแท้ทำให้ทั้งสองคนไม่สบายใจ ความสิ้นเปลืองหินดวงดาวของชุดฝึกก็มากจนน่ากลัว  และถ้าไม่ใช่เพราะถังเทียนเป็นผู้นำเผด็จการในตอนนี้  เขาคงไม่สามารถใช้ชุดฝึกพลังได้เลย

ในสวรรค์วิถี สมบัติที่สามารถใช้ฝึกฝนปราณแท้ตกอยู่ในมือของกลุ่มมหาอำนาจ

“ใช่” อาเฮ่อยิ้ม  “แต่อย่าตั้งความหวังไว้จนเกินไป  มันถูกใช้กับข้ามานานหลายปีแล้ว แต่ข้าไม่เคยเห็นมันผลิตเม็ดผลึกกระเรียนออกมาเลย  ทางสำนักเขียนบันทึกไว้ว่าอย่างนั้น และท่านแม่ข้าบอกว่ามันเคยผลิตเม็ดผลึกมาก่อน  ดังนั้นข้าจึงนำติดตัวมาด้วย”

“เทียบกับชุดฝึกพลังแล้วเป็นยังไงบ้าง?”  ถังเทียนถามทันที

“ข้าได้ยินว่ามันสามารถใช้ได้ทันที”  อาเฮ่อไม่แน่ใจ  “ข้าไม่เคยใช้มาก่อน  ดังนั้นข้าไม่อาจพูดยืนยันได้  เป็นเพราะข้าเห็นว่าพลังงานที่นี่หนาแน่นมาก  ดังนั้นถ้าข้าไม่ใช้มัน ก็คงน่าเสียดาย  โชคดีที่เราพบทางน้ำจี้ชิว  ถ้าไม่อย่างนั้นโคมนี้คงได้กองอยู่กับฝุ่นตลอดไป”

สถานที่มีพลังงานหนาแน่นขนาดนั้นเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หายาก

ทำไมกลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือถึงได้แข็งแกร่งมากกว่ากลุ่มดาวขอบฟ้าใต้? ทำไมกลุ่มดาวขั้วขอบฟ้าถึงได้แข็งแกร่งมากกว่ากลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือ? ทำไมยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งยินดีเข้าสู่กลุ่มดาวระดับสูง? ทำไมตำหนักระนาบสุริยุปราคาถึงเป็นแกนกลางสวรรค์วิถี?

ทุกสิ่งล้วนสรุปลงเป็นเหตุผลง่ายๆ  นั่นก็คือพลังงาน

พลังงานคือแหล่งของปราณแท้  และปราณแท้ก็คือพื้นฐานและหัวใจของปราณแท้

พลังงานในกลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือหนาแน่นมากกว่ากลุ่มดาวขอบฟ้าใต้  และความเร็วในการฝึกฝนจะสูงกว่า  ขณะที่ทำการฝึกฝนในกลุ่มดาวที่มีพลังงานมากมาย  ดังนั้นพวกนักสู้จึงสามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งมากขึ้น แต่นักสู้แข็งแกร่งที่มีความทะเยอทะยานทุกคนยินดีไปยังกลุ่มดาวที่มีระดับสูงกว่าเพื่อค้นหากระบวนการที่เร็วขึ้น

ด้วยความสนใจเม็ดผลึกกระเรียนหลิงซิ่วและถังเทียนจึงคืนดีกันในที่สุด ทั้งสองน้ำลายหกมองดูโคมกระเรียนหงอนแดง

หลังจากมองดูชั่วขณะทั้งสามคนก็เบื่อหน่าย จึงเริ่มนั่งเดินพลัง

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า

เมื่อถังเทียนลืมตา  อาเฮ่อและหลิงซิ่วมองดูโคมอย่างกระวนกระวาย

ถังเทียนหันไปมองดูอย่างประหลาดใจเนื่องจากแสงฟ้าในทางผ่านเบาบางลงมาก เทียบกับหมอกสีฟ้าที่หนาแน่นก่อนนั้นหมอกตอนนี้เบาบางมากและเขาสามารถเห็นทางเดินได้ไกล

โคมกระเรียนหงอนแดงดูเหมือนมีการเปลี่ยนแปลงร่างสีขาวบริสุทธิ์มีนัยน์ตาสีแดงดุจโลหิต

ทันใดนั้นเสียงกระเรียนร้องชัดเจนดังออกมาจากในใจพวกเขา

ทั้งสามคนสั่นสะท้าน

กระเรียนหงอนแดงอ้าจะงอยปากของมันและคายเม็ดผลึกขนาดเม็ดถั่วเหลืองออกมาสามเม็ด แสงเรืองรองบนร่างกระเรียนหงอนแดงสลัวลงและตาของมันกลายเป็นสีเงินอีกครั้งเหมือนตอนที่อาเอ่อล้วงออกมา

สายตาของทุกคนจับจ้องอยู่ที่เม็ดผลึกกระเรียน  เม็ดผลึกกระเรียนปลดปล่อยพลังงานสั่นสะเทือนเป็นคลื่นๆ  มันไม่รุนแรง แต่ทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นแรง

“หนึ่งเม็ดต่อหนึ่งคน”  อาเฮ่อไม่พูดไร้สาระ และหยิบออกมาหนึ่งเม็ด

หลิงซิ่วและถังเทียนหยิบคนละเม็ด

ทั้งสามมองหน้ากันและหยอดเม็ดผลึกกระเรียนใส่ปากพร้อมกัน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด