ตอนที่แล้วตอนที่ 340 เพลิงของถังเทียน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 342 วิเคราะห์ของน้องเจ็ด (1)

ตอนที่ 341 เดชกระบี่ปลอดสำเนียง


“เฮ้, เจ้ากระบี่ชำรุด, เจ้ารู้ไหมว่าข้าไม่ยอมจะมอบเจ้าออกไป?”

“เพื่อให้เจ้าได้คงอยู่ต่อไปเมิ่งเว่ยสละชีวิตตัวเองให้เจ้า แม้นางจะต้องสังเวยชีวิตนางยังหวังจะปกป้องเจ้าไว้ได้  ในหัวใจนางเจ้าต้องเป็นสิ่งที่มีค่ามาก”

“ผู้คนอาจคิดว่านางโง่,  แน่นอน, พวกเขาก็อาจคิดว่าข้าโง่ด้วย  แต่ข้ารู้สึกว่า เป็นแบบนี้สมควรแล้วหรือ?  สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการปกป้อง  ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะคลี่คลายได้โดยการคิดเงียบๆ  ใช่ว่าทุกอย่างจะวัดได้ด้วยกำไรและขาดทุน”

“จะต้องมีเหตุผลบางประการที่จะทำให้เจ้าไม่สนใจอะไรอย่างอื่น”

“ดังนั้น,เจ้ากระบี่ชำรุด เจ้าจำเป็นต้องสู้, ไม่ใช่เพื่อข้า, แต่เพื่อตัวเจ้าเอง, เพื่อเมิ่งเว่ย  อย่างน้อยที่สุด เจ้าสามารถทำให้การเสียสละของนางไม่ดูโง่เขลาจนเกินไป”

“นางหวังให้เจ้าปลอดภัยมีชื่อเสียงตลอดไป”

“ดังนั้นเลิกฝันได้แล้ว!  ถ้าชีวิตของเจ้าจำเป็นต้องให้นางเสียสละ  ความปลอดภัยและชื่อเสียงเล่าเจ้าเอาแต่ซ่อนสำนึกตัวเองอยู่ในมุมมืด ในที่สุดเจ้าจะต้องถูกคนอื่นทำลาย เมื่อเจ้าตาย พวกเขาจะเริ่มเย้ยหยันเจ้าว่า ฮะฮ่า.. เจ้าก็รู้ มีหญิงสาวผู้โง่เขลาสละชีวิตตัวเองเพื่อกระบี่ชำรุดที่สวะและโง่เขลานี้  นางช่างโง่เขลาเกินกว่าจะเยียวยา”

“นอกจากสู้เจ้ายังจะมีทางเลือกอื่นอะไรอีก?”

“มีแต่ต้องสู้และเอาชนะให้ได้จึงจะพิสูจน์ตัวเจ้าเอง ขอเพียงรอดอยู่ได้เจ้าก็สามารถพิสูจน์คุณค่าความเสียสละของนางว่าที่นางทำนั้นถูกต้อง!  ขอเพียงให้คนอื่นรู้ว่าความเสียสละของนางในปีนั้นความเชื่อมั่นของนางในปีนั้น ไม่ใช่การกระทำที่สิ้นคิดและนางไม่ได้โง่เขลา”

“เฮ้อ..ข้ามัวแต่พูดเพ้อเจ้ออยู่ได้ ความจริงข้าต้องการจะพูดเพียงประโยคเดียว”

“นางทำทุกอย่างที่นางทำได้เพื่อเจ้า  ดังนั้นเจ้าต้องทำให้ดี อย่ายอมเป็นขยะล่ะ”

……

…..

ในมิติว่างเปล่าของดาบกระบี่ปลาวาฬขาวที่ได้รับบาดเจ็บตัวหนึ่งกำลังแหวกว่ายอย่างเงียบงัน  หางของมันมีเปลวเพลิงกระพริบตาทั้งสองของมันปิด หน้าผากอวบหน้ามีรอยฟกช้ำนับไม่ถ้วนและมีอักษรสีดำว่าปลอดสำเนียงประทับอยู่บนนั้น

นางทำทุกอย่างที่นางทำได้เพื่อเจ้า  ดังนั้นเจ้าอย่าทำตัวเป็นสวะดีกว่า

พูดได้ดี

ปลาวาฬขาวลืมตาของมัน เบ้าตาของมันว่างเปล่ามีแต่เพียงความมืดมิดเงียบสงบเท่านั้น

ปราณแท้ทะลักขึ้นมาในกระบี่อย่างรุนแรง จุดสีฟ้านับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้าไปในมิติว่าง  ราวกับว่ามิติว่างกลายเป็นท้องมหาสมุทร  ปลาวาฬขาวขยับตัวเต็มกำลังกระตุ้นแสงในท้องฟ้า มันแหวกว่ายอย่างรวดเร็วและจุดแสงทั้งหมดที่ถูกกระตุ้นนั้นเหมือนกับน้ำทะเลที่แปรสภาพโดยร่างกายของมัน

เหมือนกับว่ามันไม่เหนื่อยล้า  ปลาวาฬขาวแหวกว่ายอยู่ในมิติว่างอย่างเงียนงัน

ท่านไม่อยู่นี่อีกต่อไปแล้ว  เหลือแต่เพียงข้า ปลอดสำเนียง

ท่านจงรู้ไว้ ข้าคิดถึงท่านอย่างสุดซึ้ง

ภายในมหาสมุทรแสงสีฟ้ามันใช้พลังของมันโบกว่ายก่อกวนมหาสมุทรเต็มกำลังของมัน มันใช้หางของมันกวนทะเลแสง

มันโบกหางอย่างรวดเร็วครั้งแล้วครั้งเล่า

กระแสไหลเวียนของทะเลเปลี่ยนเป็นคลื่นรุนแรง

ร่างสีขาวกวนปั่นคลื่นสีฟ้าอย่างรุนแรงซึ่งก็คือปราณแท้ที่เย็นเสียดกระดูกจนไม่รู้สึกอะไร

มันร้องทันทีพร้อมกับแหวกว่ายอยู่ในมิติว่างอย่างรวดเร็ว

นี่คือความปรารถนาของข้า  นี่คือคำมั่นที่ข้าให้ไว้กับท่าน  ท่านได้ยินไหม ท่านได้ยินหรือเปล่า?

เบ้าตาสีดำสนิทของวาฬขาวมีน้ำตาเอ่อท้นขึ้นทันทีมันกลายเป็นแก้วผลึกและหายไปในทะเลแสงสีฟ้า

มันอ้าปากที่ช้ำและยิ้มเป็นธรรมชาติและพ่นฟองอากาศขาวใสออกมา

คลื่นปราณแท้ที่รุนแรงดูเหมือนถูกดูดเข้าไปในตัวของมันและพ่นใส่ฟองอากาศที่ขาวดุจหิมะ

ปัง!

คลื่นสีฟ้ารุนแรงถูกฟองอากาศกดดัน  และเปลี่ยนลำแสงฟ้าพุ่งผ่านมิติว่าง

ในมิติว่างปลาวาฬขาวเหน็ดเหนื่อยมองดูตำแหน่งที่ลำแสงถูกยิงหายไป

นายหญิง ข้าคิดถึงท่านมาก....

******

แสงสีฟ้าอัดแน่นอยู่ที่ปลายกระบี่ระเบิดดังสนั่นทันที  ตาของเย่เฉาเกอเบิกกว้างประกายตามีความรู้สึกเหลือเชื่อ นั่นคือ...

แสงสีฟ้าเหมือนกระบี่ทะลวงผ่านร่างของเขาเย่เฉาเกอและทะลุออกด้านหลังได้อย่างง่ายดาย

ความมุ่งมั่นของกระบี่....

ข้าคาดการณ์ผิด....ดูเหมือนว่ามันจะแข็งแกร่งกว่าข้า...

คลื่นพลังดูเหมือนจะช้าลงเล็กน้อยหลังจากแทงใส่เขาแล้ว   ปากของเย่เฉาเกอมีรอยยิ้มคลั่งไคล้ทันที  เขาใช้พลังในฝ่ามือซ้ายจับกระบี่ปลอดสำเนียงไว้

สองพลังผสานกันเป็นหนึ่ง เขามีความรู้สึกเหมือนกับว่าร่างของเขาถูกฟาดอย่างรุนแรง  ภาพร่างเงาของเขาบินห่างออกไปไกล

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าอ่า!  ถังเทียน,  ข้าจะมาหาเจ้า!  ข้าจะมาหาเจ้า!”

ท้องฟ้ามีหยาดเลือดกระเซ็นกระจายและเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของเย่เฉาเกอจางลงและห่างออกไปทุกที

พลังโจมตีครั้งสุดท้ายของเย่เฉาเกอทำให้ถังเทียงครางจากนั้นร่วงลงบนเนินทราย

“เจ้าโง่เง่า”

เหมือนกับว่าเสียงเยือกเย็นดังออกมาจากใจของถังเทียน  ถังเทียนคิดว่าเขาได้ยินผิด เขาเชิดหน้ามองดูเย่เฉาเกอที่เหลือแต่เพียงจุดดำเล็กๆ และอดชื่นชมไม่ได้

เขาไม่เคยเห็นคนที่ดุร้ายและบ้าคลั่งเท่าตัวเขาเองมาก่อน

แสงสีฟ้าที่ระเบิดทะลวงร่างเย่เฉาเกอได้หลายแผล  และการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขา ถังเทียนเห็นได้ชัดว่าฝ่ามือของเขาเสียหายอย่างหนักแล้ว

เขาไม่คิดเรื่องนั้นอย่างแน่นอน  แต่ถังเทียนนึกไม่ถึงว่าเขาจะทำโดยไม่มีความลังเล  แม้แต่การโจมตีครั้งสุดท้าย  ถังเทียนคิดว่าเขาคงมีไม้ตายสุดท้ายบางอย่าง

เขาบ้าเย็นชาแข็งแกร่งยากจะรับมือได้จริงๆ

ทันใดนั้นถังเทียนเพิ่งรู้ตัวว่าภาพการมองของเขาพร่าเลือนช้าๆ

ข้าชนะหรือ?

หนื่อยเหลือเกิน...

ร่างของเขาอ่อนล้า  ความคิดเริ่มเลือนราง  ความเมื่อยล้าถั่งโถมเข้าหาเขาเหมือนน้ำบ่า

เขาหมดสติทันที

ผลการทำศึกที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน

เย่เฉาเกอเป็นนักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถีลำดับที่4444  อันเป็นสัญลักษณ์ระดับความตาย  สามารถเข้าไปอยู่ในระดับ 5000 ก่อนอายุ 25ปี  สมาชิกของกลุ่มอัจฉริยะสมาพันธ์ชาวยุทธแทบนับจำนวนได้ด้วยมือข้างเดียวตั้งแต่เย่เฉาเกอออกมา เขามักได้รับความชื่นชอบจากผู้อื่น และยังถูกจับตาว่าเป็นคนสำคัญจากกลุ่มผู้อาวุโสของสมาพันธ์ชาวยุทธ  เขาเป็นอัจฉริยะผู้มีความเป็นไปได้สูงสุดที่จะเข้าสู่ขอบเขตเซียน  นอกจากนี้ เขามาจากตระกูลเย่ที่แข็งแกร่งและบิดาของเขาก็เป็นผู้อาวุโสในสมาพันธ์ชาวยุทธ ก็หมายความว่าเขาจะได้รับทรัพยากรจนทำให้คนอื่นต้องอิจฉากันได้ง่ายๆ

ถ้าไม่อย่างนั้นเพราะสมาพันธ์ชาวยุทธแข็งแกร่งที่สุดในสวรรค์วิถี ด้วยพลังของเย่เฉาเกอเขาสามารถกลายเป็นเจ้าปกครองกลุ่มดาวแห่งไหนก็ได้และได้รับตำแหน่งสำคัญ

ภารกิจของเย่เฉาเกอในสมาพันธ์ชาวยุทธมีผลสำเร็จเต็มร้อยซึ่งก็หมายความว่าเขาจะไม่เคยล้มเหลว

แต่การถูกคนในกลุ่มดาวขอบฟ้าใต้เล่นงานพ่ายแพ้ทำให้ทุกคนประหลาดใจเป็นธรรมดา

สำหรับคนในกลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือ,สี่สิบสองกลุ่มดาวขอบฟ้าใต้ถูกมองว่าเป็นชนบท และสำหรับห้าดินแดนขั้วขอบฟ้าก็มองว่านั่นเป็นดินแดนยิ่งกว่าชนบท  สำหรับแดนตำหนักระนาบกลางก็มอง มองว่าเป็นภูมิภาคห่างไกลความเจริญมากจริงๆ

และในสายตาของสิบสองกลุ่มดาวระนาบสุริยุปราคา  ก็จะพูดกันว่าเราคุยกันเฉพาะปัญหาบุคลิกลักษณะของเราเป็นพอ

เย่เฉาเกอมีศัตรูมากมาย  ไม่จำเป็นต้องพูดถึงคนอื่นในสมาพันธ์ชาวยุทธก็มีบุตรของราชสีห์เลโอน, ศิษย์ของราชินีกลุ่มดาวคนธนู, ศิษย์ฝ่ายมืดขององค์การวิญญาณมืด ฯลฯ  คุณชายของตำหนักระนาบกลางได้แต่มองอยู่ห่างๆ ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างหนักขนาดไหนเพื่อจะเข้ามาในกลุ่มคนเหล่านี้   แต่พวกเขาได้แต่อยู่ในกลุ่มด้านนอก

เย่เฉาเกอและพวกที่เหลือคือความภูมิใจของสวรรค์อย่างแท้จริง  และจะเป็นผู้ปกครองในอนาคตของสวรรค์วิถี

ถ้าไม่ใช่เพราะอายุของพวกเขาความแข็งแกร่งของพวกเขายังไม่พอ แต่ทุกคนเชื่อมั่นว่าพวกเขาทุกคนจะมีอันดับติดร้อยนักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถีในอนาคต

“น้องเจ็ด,มีเรื่องยุ่งยากอะไรหรือ?” จางหมิงเฮ่อทักหมั่นหยวนจากด้านหลัง

หมั่นหยวนสนองตอบช้ามากและถูกจางหมิงเฮ่อจับตัวไว้ เขายืนนิ่งอึ้งอยู่สามวินาทีจากนั้นจึงค่อยแสดงความรู้สึกในดวงตา  “โอว หมิงเฮ่อนั่นเอง  ข้าได้ค้นคว้าความเป็นไปได้ถึงอิทธิพลของอากาศที่มีต่อการเข้าถึงขอบเขตเซียน”

“ขอบเขตเซียนและอากาศ?”  ใบหน้าที่สดใสของจางหมิงเฮ่อขมวดเพราะคำถาม

หมั่นหยวนเห็นว่าจางหมิงเฮ่อมีความสนใจอยู่บ้างจึงมีความกระตือรือร้นสูงทันที  “ถูกแล้ว,  มีความสัมพันธ์กันอย่างแท้จริง  ข้าเลือกบันทึก 300ตัวอย่าง ของขอบเขตเซียนมาวิเคราะห์ดู  และมีหลักฐานว่าอิทธิพลของอากาศที่มีต่อขอบเขตเซียนมีอยู่ประมาณ3-5%  ...”

จางหมิงเฮ่อรู้สึกปวดหัวจึงตะโกนขึ้นทันที  “พอก่อน พอก่อน, แค่นั้นแหละ  น้องหกพลาดท่าบาดเจ็บสาหัส”

“พี่หกเย่น่ะหรือ?”  สีหน้าของหมั่นหยวนเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด

จางหมิงเฮ่อลูบหน้าผา  “เย่เฉาเกอ”

“โอว,เขานั่นเอง” หมั่นหยวนรับรู้และพยักหน้าทันทีแล้วตอบอย่างเคร่งเครียด  “ข้าเคยบอกไว้ก่อนแล้ว  นั่นเป็นผลของการไม่ฝึกฝนให้ดี  นอกจากพวกเราทุกคนแล้ว  เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ชอบเข้าชั้นเรียนและยังทำลายสถิติเรื่องความล้มเหลว  เป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้แล้วว่าการต่อสู้แบบสุ่มสี่สุ่มห้าและเอาแต่ปะทะกันตรงๆอวดอ้างความกล้าหาญของเขา มีแต่จะนำความล้มเหลวมาให้  เอาทฤษฎีแยกไปจากการปฏิบัติ ยังไงก็ไม่รอด...”

จางหมิงเฮ่อคิดถึงหัวข้อที่เขาได้พักเอาไว้และหลั่งเหงื่อเยียบเย็นทันที เขากระแอมเบาๆ “อย่าให้เหมือนอย่างนี้เลย พวกเราเพื่อนร่วมรุ่นทุกคน ถ้าเขาไม่ตาย ก็หมายความว่าเขามีชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่รออยู่ต่อหน้าเขา”

“เขาจะไม่ตาย”  หมั่นหยวนส่ายศีรษะ  “ข้าได้ค้นคว้าพลังสายเลือดของเขา    พลังชีวิตของเขาแข็งแกร่งมาก  เว้นแต่...”

เขาหยุดพูดทันที

จางหมิงเฮ่อนัยน์ตาเป็นประกาย  “เจ้าพบจุดอ่อนของน้องหกเย่หรือ?”

หมั่นหยวนไม่พูดหน้ากลมของเขาตะลึงทำอะไรไม่ถูก

จางหมิงเฮ่อคุ้นเคยกับเขามาก  เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนั้นน้องเจ็ดต้องพบจุดอ่อนของเย่เฉาเกอและตื่นเต้นสุดขีด น้องหกเย่เป็นตัวก่อกวนอันดับหนึ่งจากพวกเขาทั้งหมด ทำให้พวกเขารำคาญมาก

แต่เมื่อเห็นหมั่นหยวนยังคงหุบปาก  เขารู้ว่าหมั่นหยวนคงไม่พูด  ทันใดนั้น เขาทำหน้าสงสัย  “เจ้าวิจัยข้าด้วยใช่ไหม?”

หมั่นหยวนเปลี่ยนสายตามองไปรอบๆ  และยังคงยืนอยู่กับที่

โธ่..เจ้าหนอนตำรานี่ น่าคลั่งใจนัก...

จางหมิงเฮ่อรู้สึกลำบากใจทันทีคิดหาวิธีทำให้เขาพูดแต่นั่นไม่ใช่เหตุผลแท้จริงที่ทำให้เขามาพบหมั่นหยวน  “น้องหกเย่พ่ายแพ้ที่กลุ่มดาวหมาป่า”

“กลุ่มดาวหมาป่า?  กลุ่มดาวขอบฟ้าใต้น่ะหรือ?”  ในที่สุดหมั่นหยวนก็แสดงสีหน้าความรู้สึก  “ดูเหมือนจะมีคนดุร้ายห้าวหาญเกิดขึ้นเสียแล้ว”

“ใช่ใช่แล้ว น้องหกเย่เกือบถูกทำลาย” จางหมิงเฮ่อรู้สึกมีความคิดขัดแย้ง เขารู้สึกสะใจที่เย่เฉาเกอล้มเหลว แต่เขารู้สึกว่าพ่ายแพ้ในขอบฟ้าใต้ก็หมายความว่าพวกเขาเสียศักดิ์ศรี  เขาพูดเสริมทันที “เขาซ่องสุมกัน ข้าได้ยินว่าหลานของราชินีดาวคนธนูก็ร่วมอยู่ในนี้ด้วย  ดังนั้นนางส่งข้อความไปว่าอนุญาตให้น้องหกเย่เท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้”

“มีบันทึกการต่อสู้บ้างไหม?” หมั่นหยวนสีหน้าตะลึงตอนนี้กลับเป็นปกติอีกครั้ง

“ฝ่ายตรงข้ามใช้สมบัติก่อกวนพลังงาน”  จางหมิงเฮ่อแสดงท่าทีผิดหวัง  แต่กล่าวทันที “แต่ข้าหาภาพมาได้บางภาพ”

“งั้นมาวิเคราะห์กันเถอะ”  หมั่นหยวนกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ไม่มีปัญหา”จางหมิงเฮ่อมีสีหน้าเจ้าเล่ห์ “ก่อนอื่น บอกจุดอ่อนข้ามาก่อน”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด