ตอนที่แล้วตอนที่ 9-5 สนามประลอง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 9-7 ตั้งใจสร้างบาดแผลร้ายแรง

ตอนที่ 9-6 การประลอง


จักรพรรดิโจฮันน์และเคนยอนศิษย์ส่วนตัวของเทพสงครามทั้งสองคนลุกขึ้นยืนทันทีขณะยิ้มทักทายเฮนด์เซน  เฮนด์เซนทักทายจักรพรรดิโจฮันน์และเคนยอนด้วยมิตรภาพอันดีตามมารยาท

ผู้ตัดสินทั้งสองคนนั่งลง

ด้านหลังกรรมการมีอยู่หลายที่นั่งซึ่งมีคนนั่งทั้งหมด คนเหล่านี้ประกอบไปด้วยราชินี, พระสนม, เจ้าชายและเจ้าหญิง

“นีน่า” วอร์ตันเห็นว่านีน่าอยู่ในผู้คนกลุ่มนั้นด้วย

นีน่าก็เห็นวอร์ตันเช่นกันหลายวันก่อนจักรพรรดิเข้มงวดกับนางเรื่องการออกจากวัง ดังนั้นวอร์ตันกับนีน่าจึงไม่ได้พบกันนานเกินหนึ่งเดือนแล้ว เพราะส่วนลึกของทั้งสองคนรักและผูกพันกันไม่พบกันสามวันจึงรู้สึกเหมือนกับสามปี สามสิบวันที่ผ่านมาทั้งสองคนผ่านวันเวลาไปอย่างยากลำบาก

วอร์ตันกับนีน่าต่างมองกันและกัน พวกเขาทั้งสองคนสามารถรู้สึกได้จากสายตาของกันและกันความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน

“ฮึ่ม” เมื่อเห็นเช่นนี้บลูเมอร์อดแค่นเสียงเย็นชาไม่ได้คนธรรมดาอาจเห็นไม่ชัดในระยะไกลหลายร้อยเมตรอย่างนี้  แต่สายตาของบลูเมอร์นั้นดีมาก  เขาสามารถเห็นท่าทางการส่งสายตาของคนทั้งสองนี้

บางครั้งการมีสายตาดีไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องดีเสมอไป

ผู้เฒ่าผมเงินมองดูจักรพรรดิและคณะผู้ตัดสินจักรพรรดิโจฮันน์พยักหน้า ผู้เฒ่าผมเงินหัวเราะลั่น  เขาพูดเสียงดังกังวาน  “ทุกๆ ท่านโปรดเงียบการประลองฝีมือระหว่างสองอัจฉริยะแห่งจักรวรรดิโอเบรียนจะเริ่มขึ้นอยู่แล้ว  อันดับแรกขอแนะนำผู้ท้าทายก่อนศิษย์ส่วนตัวของเทพสงคราม...บลูเมอร์!”

ผู้ท้าทายจะถูกประกาศชื่อก่อน  ขณะที่ผู้ถูกท้าทายจะถูกประกาศเป็นคนที่สองนี่คือกฎ

บลูเมอร์สะพายกระบี่ยาวไว้ที่หลังอยู่ในชุดนักรบสีฟ้า เขาบินขึ้นฟ้าสูงหลายสิบเมตรเข้าสู่แท่นประลอง

“บลูเมอร์!”

“บลูเมอร์!”

หลายคนในกลุ่มผู้ชมแปดหมื่นคนเริ่มส่งเสียงกระหึ่มเห็นได้ชัดว่าหลายๆ คนมาเพื่อเชียร์บลูเมอร์ในวันนี้ ในใจหลายคนนั้นโอลิเวอร์พี่ชายของบลูเมอร์คือความภาคภูมิใจของจักรวรรดิโอเบรียน

“เงียบ”บุรุษผมเงินยิ้ม  “คนต่อไปคือวอร์ตันแห่งตระกูลนักรบเลือดมังกร”

“แควก...”วอร์ตันฉีกชุดออกเปลือยร่างกายท่อนบน ท้อง อกของเขามีมัดกล้ามชัดเจนทำให้ผู้ชมหลายคนส่งเสียงฮือฮาตื่นเต้น

“ฮึ่ม..”  เมื่อเห็นเช่นนี้บลูเมอร์เพียงแต่แค่นเสียงเย็นชาดูถูก

วอร์ตันถือดาบศึกประหารปรปักษ์ไว้ในมือแล้วกระโจนขึ้นไปบนเวทีประลองเพราะวอร์ตันมีร่างที่สูงใหญ่ถึง 2.2 เมตร ถือดาบเล่มใหญ่อยู่ในมือพร้อมกับเปลือยกายท่อนบน...

วอร์ตันเปล่งประกายราศีของผู้กล้า

ผู้กล้าหาญ!

ราศีของผู้กล้านี้เองทำให้หลายๆคนเริ่มส่งเสียงกระหึ่มยินดี “วอร์ตัน!” “วอร์ตัน!” เสียงร้องเรียกกระหึ่มเริ่มดังพอๆกันและผู้ส่งเสียงเชียร์เหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยกว่าของฝ่ายบลูเมอร์แน่นอน

“บลูเมอร์สามารถเป็นศิษย์ส่วนตัวของเทพสงครามจะน่าประทับใจแค่ไหน?  วันนี้ทุกคนจะได้พบคำตอบ” ชายชราผมเงินพูดเสียงก้อง “สำหรับนักรบเลือดมังกรในตำนานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดนักรบ  วันนี้ทุกคนจะได้โอกาสเห็นประจักษ์ฝีมือของพวกเขาด้วยเช่นกัน”

“บัดนี้ข้าขอประกาศว่า...”

ชายชราผมเงินเร่งระดับเสียงขึ้นอีก  “เริ่มการประลองได้!”

ในพริบตาร่างของวอร์ตันปกคลุมไปด้วยเกล็ดมังกรสีฟ้า เขามังกรงอกออกมาจากหน้าผาก และหางมังกรสีฟ้าก็งอกออกมาเช่นกัน  ทั่วทั้งเวทีประลองเริ่มสั่นสะเทือน  ภายใต้แสงอาทิตย์เกล็ดมังกรสะท้อนเป็นประกายแพรวพราว

“โอวววว”

เสียงกระหึ่มอัศจรรย์ใจได้ยินชัดจากฝั่งผู้ชมดู  ไม่มีใครในที่นั้นเคยเห็นร่างแปลงมังกรมาก่อน การแปลงกายของวอร์ตันครั้งนี้สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนดู

แต่หลังจากตะลึงไปชั่วขณะทุกคนก็ระเบิดเสียงเชียร์อย่างบ้าคลั่ง

“นักรบเลือดมังกร?” ผู้ตัดสินทั้งสามคนมองดูด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย  เฮนด์เซนมองดูวอร์ตันอย่างสนใจ  “คงจะยอดเยี่ยมไม่น้อยถ้าเขาจะเป็นนักสู้ระดับเซียน”

นักรบเลือดมังกรระดับเซียนในตำนานคือยอดฝีมือในหมู่นักสู้ระดับเซียน

และตัวเขาเองเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนก็เป็นยอดฝีมือในหมู่นักสู้ระดับเซียนเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่เฮนด์เซนลิ้มรสความพ่ายแพ้ แต่ถ้าเขาท้าทายนักสู้ระดับเทพ เขาจะพ่ายแพ้แน่นอนสู้กับพลังที่สามารถครอบงำเขาได้ ไม่มีอะไรที่เฮนด์เซนจะทำอะไรอื่นได้

เขาหวังอย่างแท้จริงว่าจะมีนักสู้ระดับเซียนปรากฏออกมาเอาชนะเขาได้จริงๆ

บางทีเขาจะได้รับการรู้แจ้งบางอย่างและบรรลุเข้าสู่ระดับต่อไปซึ่งเป็นระดับเทพก็เป็นได้

“งั้นนี่ก็คือนักรบเลือดมังกร?” เด็กอายุสิบสองปีจับมือนีน่าที่นั่งข้างๆ และถาม นีน่ามองดูร่างบนเวทีประลองจากนั้นพยักหน้า  “ใช่แล้วนี่คือสุดยอดนักรบในตำนาน”

เพราะความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนวอร์ตันเคยแปลงร่างมังกรให้นางเห็นมานานแล้ว

“ฮ่าฮ่านักรบเลือดมังกร  ไม่เลว” บลูเมอร์มองดูวอร์ตันและเริ่มหัวเราะ “แต่ตระกูลอาเคอร์ลุนด์ของข้าไม่เคยเชื่อว่าสี่สุดยอดนักรบจะแข็งแกร่งที่สุด”

บลูเมอร์จ้องวอร์ตันด้วยสายตาเย็นชาพลางชักกระบี่ยาวออกมาแค่เพียงพลิกมือเท่านั้น

กระบี่ยาวมองดูเหมือนสร้างจากแท่งน้ำแข็งใสจนมองทะลุ ภายใต้แสงอาทิตย์สะท้อนเป็นสีรุ้ง บลูเมอร์มองดูวอร์ตันด้วยความมั่นใจและพูดเสียงดัง  “นี่คือกระบี่ที่มีค่าซึ่งพี่ชายข้ามอบให้เป็นของขวัญนามว่า ‘ฝันยะเยือก”

วอร์ตันยกดาบศึกประหารปรปักษ์ขึ้นกล่าวด้วยเสียงเย็นชา  “ดาบศึกประหารปรปักษ์มรดกตกทอดของตระกูลบาลุคเป็นอาวุธประจำตัวของนักรบเลือดมังกรคนแรก”

“เหรอ?” บลูเมอร์แค่นเสียง

ผู้ชมทุกคนพากันเงียบทั้งหมด พวกเขาเบิกตากว้างมองดูการประลองระหว่างอัจฉริยะทั้งสอง  พวกเขาไม่ต้องการพลาดทุกอย่าง

“ควั่บ!”

ในพริบตาเดียวบลูเมอร์ดูเหมือนกับจะหายไปขณะที่ลมพัดกระโชกรุนแรงปรากฏขึ้นทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยในเวทีประลอง นี่คือลมหมุนที่สร้างขึ้นจากความเร็วของบลูเมอร์

ลมปะทะใส่หน้าของวอร์ตัน  แต่วอร์ตันยังยืนอยู่กับที่โดยไม่ขยับ

“หืม?”  ทันใดนั้นวอร์ตันสังเกตว่าบลูเมอร์มาจากมุมตาด้านซ้าย  ขณะที่วอร์ตันหมุนตัวเตรียมโจมตีทันใดนั้นเขารู้สึกว่ามีลมอีกสายหนึ่งลอบทำร้ายเขาจากด้านขวา

ใช่แล้ว

ร่างแท้ของบลูเมอร์อยู่ที่ด้านขวาของเขา

บลูเมอร์หัวเราะเย็นชามองดูวอร์ตันขณะฟันกระบี่ฝันยะเยือกใส่วอร์ตันอย่างไร้ความปราณี  แต่วอร์ตันหันหลังให้บลูเมอร์ตวัดหางเหล็กมังกรหวดใส่เขาทันที

“ควั่บ!”หางมังกรกระแทกใส่กระบี่ฝันยะเยือกและส่วนปลายหางกระแทกใส่ร่างบลูเมอร์เช่นกัน

“ป้าบ!”

ร่างของบลูเมอร์ถูกฟาดปลิวเหมือนกระสอบทราย บลูเมอร์ฟื้นตัวและตีลังในกลางอากาศลงพื้นคุกเข่าข้างหนึ่งกับเวที

ผู้ชมทั้งหมดกลั้นหายใจไม่กล้าส่งเสียงฮือฮาหรือตะโกน

“อึก” บลูเมอร์กระอักโลหิตออกมาเล็กน้อย จากนั้นจ้องมองที่อกของเขา ตรงที่ถูกหางมังกรฟาด  ชุดของเขาฉีกขาด แม้ว่าอกของเขาจะมีปราณยุทธปกป้องเอาไว้แต่ปราณยุทธก็ฉีกออก มีแผลปรากฏอยู่ที่อกของเขา โลหิตค่อยๆ ไหลออกมา

เวลานี้วอร์ตันหันกลับมาจ้องมองด้วยดวงตาสีดำเย็นชาประกายสีทองฉายอยู่ในดวงตาเขา

“แข็งแกร่งดีนี่”  บลูเมอร์พูดเบาๆ

ไม่ต้องสงสัยกันแล้วไม่มีนักรบระดับเดียวที่มีพลังเทียบเท่าหรือพลังโจมตีเหมือนนักรบเลือดมังกร แค่เพียงหางมังกรหวดใส่เขาก็สร้างบาดแผลลึกให้กับบลูเมอร์ได้

ตอนนี้บลูเมอร์เข้าใจเต็มที่แล้วว่าในการต่อสู้กับวอร์ตันเขาไม่อาจปล่อยให้ตัวเองถูกฟาดได้ แค่เพียงปลายหางมังกรฟาดใส่หน้าอกของเขาก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บได้ ถ้าเป็นการพลังโจมตีเต็มที่ เขาคงไม่บาดเจ็บเบาๆ เป็นแน่

“บึ้ม!”

ด้วยพลังมหาศาลวอร์ตันใช้เท้ากระแทกพื้นทำให้สั่นสะเทือนแม้จะมีเวทม่านพลังป้องกันพื้นเวทีไว้ก็ตามวอร์ตันเปลี่ยนเป็นภาพเลือนรางในพริบตาก็พุ่งยาวไปเป็นร้อยเมตรย่นระยะลงขณะพุ่งเข้าโจมตีบลูเมอร์

“ฮารรร์!”

ดาบศึกที่แฝงพลังรุนแรงกระแทกลงใส่เขา  บลูเมอร์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาหลบทันทีในขณะเดียวกันเมื่อเขาโจมตีด้วยดาบศึกเขาหมุนตัวเตะกวาดใส่ขาทั้งของบลูเมอร์

บลูเมอร์ไม่กล้ารับไว้แม้แต่น้อยได้แต่ถอยด้วยความเร็วสูงเพียงอย่างเดียว

“ควั่บ” แม้ว่าเขาจะถอยด้วยความเร็วสูง แต่หางมังกรที่เร็วดุจสายฟ้าก็หวดใส่เขาอีกครั้ง  บลูเมอร์รีบยกกระบี่ฝันยะเยือกป้องกันไว้

“บึ้ม!” แม้กระบี่ฝันยะเยือกจะป้องกันได้แต่พลังฟาดที่รุนแรงก็ยังคงส่งผลให้บลูเมอร์ปลิวไปทางจุดของผู้ชมดู คนที่ชมดูอยู่ในจุดนั้นแตกฮือขณะที่บลูเมอร์ลงกระแทกพื้น

“บึ้ม!”หินตรงจุดผู้ชมแตกหัก เศษอิฐหินกระจายว่อนและปกคลุมไปด้วยฝุ่น

ผู้ชมทุกคนสูดลมหายใจหนาวเหน็บ  นักรบเลือดมังกรทรงพลังมากจริงๆ  เพราะเกล็ดมังกรทรงพลังน่ากลัว ขาแขนและหางสามารถกระแทกใส่ตรงๆ ได้เหมือนอาวุธ

นี่คือจุดได้เปรียบหลัก

“ฮ่าหห์!” บลูเมอร์ส่งเสียงคำรามลั่นบินออกมาจากกองฝุ่น  เขาไม่บุกเข้าใส่วอร์ตันโดยตรง  แต่เขากลับตรงไปที่อีกฝั่งหนึ่งของสนามประลอง

กระโจนเพียงสามครั้งบลูเมอร์ก็มาถึงอีกฝั่งหนึ่ง

“บลูเมอร์เจ้าจะต้องแพ้แน่นอน” วอร์ตันพูดอย่างเย็นชา

ร่างของบลูเมอร์เต็มไปด้วยรอยเลือด  แต่ก็ยังยืนหลังตรงได้  บลูเมอร์ไม่มองวอร์ตัน  แต่มองดูกระบี่ยาวในมือของเขา  “เดิมทีข้าต้องการจะเอาชนะเจ้าด้วยวิชากระบี่ที่ข้าพัฒนามาด้วยตนเอง แต่ดูเหมือนว่าข้าต้องใช้วิชาที่พี่ชายของข้าสอนข้าเสียแล้ว”

“วิชากระบี่ของพี่ชายของเขา?”

เฮนด์เซนได้ยินแต่ละคำพูดชัดเจน  “กระบี่เงาแสงของโอลิเวอร์น่ะหรือ?  ข้าสงสัยว่าเขาเชี่ยวชาญวิชาของโอลิเวอร์มากน้อยแค่ไหน”

ลินลี่ย์ขมวดคิ้วเช่นกัน

วิชากระบี่ของโอลิเวอร์?

“จำเอาไว้วิชาที่เอาชนะเจ้าก็คือวิชากระบี่เงาแสง” เสียงเย็นชาของบลูเมอร์ดังขึ้น กระบี่ฝันยะเยือกในมือของบลูเมอร์มีรังสีทองคลุมเป็นชั้น

“ครืนนน...”

สิ่งที่แปลกก็คือบลูเมอร์ที่ยืนอยู่บนเวทีประลองแยกออกเป็นสองร่างในทันใดพร้อมกับกระบี่ยาวในมือของเขาเงาทั้งสองแยกออกกันอีกครั้ง

จากหนึ่งเป็นสอง  จากสองกลายเป็นสี่  จากสี่เป็นแปด

ภาพนี้แปลกประหลาดอย่างมาก

“เร็วจนน่าทึ่ง”  เนื่องจากระดับความรู้ปัจจุบันของเขาลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าบลูเมอร์ผู้นี้อาศัยระดับความเร็วที่น่าทึ่งจนสร้างผลสะท้อนเช่นนี้ได้

“ความเร็วนี้ความจริงเร็วกว่าความเร็วสูงสุดในร่างมนุษย์ของเราเล็กน้อย”  ลินลี่ย์ลอบตกใจ

วอร์ตันยังคงระมัดระวังป้องกันตัวอย่างเคร่งเครียด เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาถูกเงาของบลูเมอร์ล้อมเอาไว้  บลูเมอร์ไวกว่าเขามาก  และยังไวกว่าพี่ลินลี่ย์ของเขาในร่างมนุษย์

“เจ้าจะต้องแพ้แน่นอน”

เสียงเย็นยะเยือกดูเหมือนจะดังออกมาจากเงาร่างทั้งหมดขณะที่วอร์ตันตั้งรับอย่างเหนียวแน่นมากกว่าเดิม เงาลวงตาเหล่านั้นพลันพร่าเลือนขณะที่บลูเมอร์มาปรากฏอยู่หน้าของเขา

“ควั่บ!”

วอร์ตันไม่มีเวลาได้ใช้ดาบศึกป้องกันตัวดังนั้นเขาเพียงแต่อาศัยแขนยกขึ้นป้องกันท่าโจมตีนี้

“แคล้ง!” เสียงโลหะกระทบดังขึ้นได้ยินอย่างชัดเจนกระบี่ฝันยะเยือกทิ้งรอยขีดสีขาวไว้บนเกล็ดของวอร์ตัน  แต่ขณะเดียวกันหางมังกรของวอร์ตัน...

“ควั่บ!”

หางมังกรฟาดใส่ แต่บลูเมอร์หายไปอีกครั้ง

เมื่อการโจมตีล้มเหลวเขาถอยทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”  วอร์ตันตกใจทันที  “เขามาปรากฏต่อหน้าเราได้ยังไง?”

แต่ลินลี่ย์เห็นทุกอย่างชัดเจนและเข้าใจ  “ใช้เงาสะท้อนภาพลวงตาของวิชาเงาแสงนี้เขาสามารถลอบเข้าไปใกล้โดยคู่ต่อสู้ไม่ทันสังเกตและจากนั้นใช้ความเร็วที่เหลือเชื่อมาปรากฏตัวก่อนที่คู่ต่อสู้จะทันได้ตอบโต้”

ลินลี่ย์สามารถใช้ความเข้าใจกฎสายลมตรวจสอบจุดที่คู่ต่อสู้อยู่ได้ง่ายๆเนื่องจากเป็นวิธีเอาชนะวิชานี้

อย่างไรก็ตามวอร์ตันไม่ได้เชี่ยวชาญธาตุลม

“ทำไมถึงมีเงามากมายนักเล่า”  คนดูแปดหมื่นคนตะลึง พวกเขาเห็นว่าบนพื้นที่ประลองมีร่างของบลูเมอร์ปรากฏถึงสิบหกร่างขณะที่แสงสีทองฉาย หนึ่งในเงาร่างของบลูเมอร์ก็ปรากฏในตำแหน่งต่างๆ

จำนวนเงายังคงมีจำนวนสิบหกร่าง

เมื่อใดก็ตามที่เงาร่างหาย  อีกเงาหนึ่งก็จะปรากฏในตำแหน่งที่ต่างๆ  ทุกๆ ครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง  จะมีประกายแสงทองฉายวาบหนึ่ง

น่าประหลาดนัก

วอร์ตันมองดูอย่างระมัดระวัง  ขณะที่แสงทองฉายสายตาของวอร์ตันจะพร่าเลือน แต่ในทันใดนั้นเอง กระบี่ยาวของบลูเมอร์ปรากฏอยู่หน้าเขา  บลูเมอร์ไม่ได้แทงโจมตีที่ตำแหน่งอื่นเขามุ่งอยู่ที่ดวงตาวอร์ตันเท่านั้น

ประกายแสงทองของกระบี่ปรากฏอยู่ที่ตาของวอร์ตัน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด