ตอนที่แล้วตอนที่ 233 สู้ศึกด้วยตัวเอง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 235 แท่นสูงสามเมตรกระบี่แสนเล่ม

ตอนที่ 234 ตัวประหลาด


พลังระเบิดของปราณแท้ทำให้ประกายไฟกระจายออกเป็นรูปดาว พร้อมกับเสียงแมวร้องบนปลายนิ้วของถังเทียน มีประกายดวงดาวบัดเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวหมองลง

เสียงหวีดหวิวหายไปทันที

ปราณที่แหลมคมและน่าภูมิใจบนกรงเล็บหายไป

ปล่อยพลังหิ่งห้อยเพลิงจ้าวปีศาจ

ถังเทียนตะโกนในใจเบาๆ

บอลแสงล้อมรอบอยู่ปลายนิ้วถังเทียนเหมือนกับหิ่งห้อยห้าตัวทิ้งร่องรอยแสงไว้ในท้องฟ้า

ทันใดนั้น ลมยามราตรีสงบในช่องว่างระหว่างหุบเขาความแห้งแล้งของใบไม้ดูราวกับฉากภาพที่แสดงโดยหิ่งห้อย

หัวใจของถังเทียนสงบ

หัวใจของจ้าวกิเลนเต้นแรง  อันตรายทั้งหมดที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนในตอนนี้รายล้อมอยู่รอบตัวเขาเขามีแรงกระตุ้นที่จะจับหิ่งห้อยเข้ามา

หัวใจของเขายังคงเต้นแรง

วิชาระดับปรมาจารย์... วิชาระดับปรมาจารย์!

พอเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นตัวประหลาดในสายตาของเขา  หรือว่าเจ้าเด็กนี่เริ่มฝึกฝีมือตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่?  ทันทีที่วิชาระดับปรมาจารย์ถูกปลดปล่อยออกมาจากปลายนิ้วของถังเทียน  เขารู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง

เกราะของเขา อาวุธสมบัติของเขาทั้งหมดยังด้อยกว่าการ์ดขุนพลวิญญาณวิชาประทีปปัญญา  ของเหล่านั้นเป็นแค่สมบัติที่ทำให้เขารู้สึกอิจฉาเท่านั้น

แต่...วิชาระดับปรมาจารย์...

เขาไม่ได้โกรธถังเทียนแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความกลัวแทน

วิทยายุทธทุกรูปแบบทันทีที่ถึงในระดับฝีมือปรมาจารย์จะน่ากลัวทั้งหมดและน่านับถือที่สุดเพราะนี่คือสิ่งที่สมบัติภายนอกไม่อาจทำให้เกิดผลลัพธ์นี้ได้  ในวิทยายุทธทุกรูปแบบเขามีคุณสมบัติถูกเรียกว่าปรมาจารย์ได้

เจ้าคนผู้นี้เป็นตัวประหลาดโดยแท้

เขาเพียงแต่ฝึกฝนวิชาประทีปปัญญาได้ถึงระดับห้า เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดเรื่องการได้เป็นระดับปรมาจารย์  เนื่องเขายังมีหนทางอีกยาวไกล

หิ่งห้อยที่ส่องแสงวูบวาบให้ความรู้สึกที่เงียบและสงบ

เลือดในตัวจ้าวกิเลนแทบจะแข็งค้าง เขากัดลิ้นตัวเองเพื่อลิ้มรสเม็ดเลือดที่เปรี้ยวของเขา  ทันใดนั้นเขาตื่นเต้นเนื่องจากกระตุ้นความคิดจะฆ่าอยู่ในหัวของเขา

ระดับปรมาจารย์หรือ?  แล้วไงเขาเป็นระดับปรมาจารย์หรือเปล่า?

“กิเลน!”

เสียงตะโกนดังขึ้น กิเลนห้าสีบนหน้าอกเขาเรืองแสงเป็นประกายอยู่ในดวงตาเขาเหมือนเทียนเผาไหม้  มันยืดร่างออกและดูแปลกประหลาดผิดปกติ

จ้าวกิเลนนัยน์ตาเปลี่ยนสีแดงเหมือนเลือด เหมือนว่าเขากำลังจุดเทียนเผาอยู่ในความมืดดูน่าขนลุก

ปราณแข็งแกร่งและรุนแรงระเบิดออก

ม้าศึกตะลึงเล็กน้อยขณะที่เขาหยุดและหันไปมองพี่ใหญ่ของเขาและพบว่าเขากำลังสู้สุดกำลัง

จิ้งจอกหิมะหัวเราะเบาๆ “ดูเหมือนกับกำลังทุ่มเทสุดกำลังแล้ว”

จระเข้เฒ่ายังคงจ้องต่อไป เขาไม่ตั้งใจจะเปลี่ยนความคิดของเขาเขาจะทำตามแผนเดิมของเขาและหลิงซิ่วจะหมดพลังในไม่ช้า

ปราณรอบๆ ตัวทำให้เขี้ยวอสรพิษรู้สึกได้ถึงปราณของพี่ใหญ่ มีแววกระพริบครั้งหนึ่งในดวงตาที่เย็นชาของเขา  หลังจากสู้เป็นเวลานานโดยไม่ประสบผลสำเร็จจิตใจที่เริ่มกังวลของเขาก็เริ่มสงบ เนื่องจากพี่ใหญ่ทุ่มสุดกำลัง  อย่างนั้นเขาก็จะทำด้วยเช่นกัน

ขณะที่ม่านตาเขาเหมือนกับมีเปลวไฟลุก เขาจ้องมองหิ่งห้อยเพลิงจ้าวปีศาจ  เขายกมือขวา กิเลนบนอกเขาก็เคลื่อนไปที่แขนขวาดวงตาที่ร้อนแรงส่งพลังไปที่หมัดของเขา

ปัง!

ปราณที่ป่าเถื่อนรุนแรงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วขณะที่แสงเทียนบนหมัดของเขาระเบิดพลังออกเป็นแสงเจิดจ้า

กลุ่มกิเลนห้าสีขยายคลุมร่างของเขาเดี๋ยวปรากฏเดี๋ยวหายไปอยู่ในท่ามกลางเปลวเจิดจ้าของพลังประทีปปัญญา

กิเลนห้าสีคือพลังสายเลือดระดับเงินที่หาได้ยาก  เขาใช้เงินถึงเก้าล้านเหรียญดาวเพื่อซื้อมา  ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ใครๆจะได้รับพลังสายเลือดโบราณ มันมีพลังของกิเลนโบราณแม้ว่าจะมีอยู่เบาบางก็ตามแต่กิเลนโบราณก็ป่าเถื่อนและอันตราย นั่นก็เพียงพอสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนได้

กิเลนพิโรธ!

ภายในเงาของหมัดที่แดงเข้ม เป็นรูปความโกรธเกรี้ยวของกิเลน

ควั่บ

หิ่งห้อยปีศาจตัวแรกบินตรงเข้าหากิเลน แต่ก่อนที่มันจะเข้าไปใกล้  กิเลนก็คำรามและระเบิดพลังที่ไร้สภาพออกมา  หิ่งห้อยระเบิดและกลายเป็นดอกไม้ไฟที่งดงามตา

ตูม..

หิ่งห้อยสามตัวระเบิดทีละตัวกลายเป็นดอกไม้ไฟงามจับตาเหมือนกับตาข่ายใหญ่ที่รายล้อมกิเลน

กิเลนโกรธมากในตอนนี้  มันยกขาหน้าขึ้นแล้วย่ำลง

คลื่นปราณกวาดไปทั่วพื้น

ตาข่ายพลุแตกระเบิดออกเหมือนกับลูกโป่ง ดูคล้ายกับว่าจะแตกทำลายขณะที่ระเบิด

บึ้มหิ่งห้อยอีกตัวระเบิดและเป็นรูปดอกไม้ไฟก่อนที่มันจะพุ่งไปหาตาข่ายดอกไม้ไฟตอนนี้ไฟบนตาข่ายแข็งแกร่งมาก

เสียงร้องแว่วๆของแมวดังแว่วออกมาทันทีและมีสายปราณลึกลับสีดำพุ่งออกมาครอบคลุมร่างกิเลนเหมือนกับแมวดำ มันเคลื่อนไหวได้เร็วมาก ตาที่เหมือนเปลวเทียนของกิเลนสั่นกระพือด้วยเสียงร้องที่น่าขนลุกของแมวป่านั้น ทำให้มันรู้สึกผิดปกติ

ทันใดนั้นตาข่ายเพลิงหดตัวลงพยายามรวบตัวกิเลนไว้แน่น  กิเลนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทันทีขณะที่มันพยายามดิ้นรนให้หลุดแต่ตาข่ายเพลิงรวบแน่นลงทุกทีๆสายข่ายเหมือนกับทำจากเหล็กพยายามรวบจับตัวกิเลนให้ล้มลง

ปราณสีดำลึกลับฉวยโอกาสนี้แทรกเข้าไปในร่างกิเลน

กิเลนชะงักค้างก่อนที่จะระเบิดเป็นผุยผงกลายเป็นแสงสีรุ้ง

จ้าวกิเลนเพียงแต่รู้สึกเจ็บปวดที่อกเหมือนกับว่าเขาถูกค้อนทุบเขาปลิวกระเด็นและกระอักโลหิตออกจากปาก

“พี่ใหญ่!”

คนอื่นๆ คลั่งแค้น

ในกลางอากาศนัยน์ตาของจ้าวกิเลนหรี่แคบขณะที่หิ่งห้อยที่บินฟ้าและเกียจคร้านตัวหนึ่งปรากฏอยู่ต่อหน้าเขา

แย่แล้ว

บึ้ม

หิ่งห้อยระเบิดอยู่ต่อหน้าจ้าวกิเลน ประกายไฟเหมือนพลุนับไม่ถ้วนระเบิดคลุมเต็มทัศนวิสัยการมองของเขา

“พลังปกป้อง!”

จ้าวกิเลนไม่สนใจอะไรอื่นอีกต่อไปขณะที่เขาตะโกน

โล่เล็กๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเขากะทันหันบังพลุไฟเอาไว้ พลุไฟกระทบที่ด้านหลังโล่และมันแตกกระจายเป็นชิ้นๆ นับไม่ถ้วนร่วงลงพื้นแต่จ้าวกิเลนถือโอกาสหลบการโจมตีครั้งนี้ได้

ควับ!

จ้าวกิเลนหอบหายใจหนักหน่วงขณะจ้องมองเด็กหนุ่มผู้นี้  โล่นี้คือสมบัติชั้นเงินจากหมู่ดาวโล่ เขาได้โล่ปกป้องนี้มานานแล้วแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้ เขาไม่เคยคาดเลยว่าจะต้องเอามาใช้ช่วยชีวิตของเขาเองในวันนี้  แม้ว่าสมบัติจะถูกทำลาย  แต่เขาไม่ได้รู้สึกปวดใจ  เขาเพียงแต่จ้องดูถังเทียน

ระดับปรมาจารย์..แน่นอน นั่นเป็นวิทยายุทธระดับปรมาจารย์แน่!

หิ่งห้อยทั้งห้าเปลี่ยนวิธีสู้ได้แน่นอน จากที่เขาได้เห็นทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่ามันมีชีวิต จนกระทั่งวันนี้เขาถึงได้รู้ว่าวิทยายุทธระดับปรมาจารย์นั้นมีพลังชีวิต

ถ้ามันเป็นแค่หิ่งห้อย ก็คงจะไม่น่ากลัว แต่หมอกสีดำที่น่าหวาดหวั่นนั่น ผนวกกับเสียงร้องของแมว  ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะรับมือได้

จ้าวกิเลนสูดลมหายใจลึกและลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

ตอนนี้แววตาของเขาสงบแล้ว วิทยายุทธสังหารต้องใช้พลังงานของเด็กหนุ่มค่อนข้างมาก  เพราะปราณแท้ของเขาคงจะร่อยหรอไปแล้ว  เขามีพลังปราณแท้ระดับเจ็ดและเขาสามารถบอกได้ว่าถังเทียนเป็นเพียงระดับหก

แต่ช่างน่าประทับใจยิ่งนักที่นักสู้ระดับหกสามารถสร้างเคล็ดสังหารที่น่ากลัวเช่นนั้นได้!

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเคล็ดวิชาที่งดงาม คู่ต่อสู้ของเขายังไม่สามารถใช้ได้ตามใจปรารถนาได้  เมื่อไตร่ตรองเช่นนั้นจ้าวกิเลนยกเลิกความคิดที่จะจบการต่อสู้นี้โดยเร็ว เขามองดูถังเทียนเหมือนกับเป็นคู่ต่อสู้ที่ช่วยยกระดับพลังให้เขา

การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น!

พร้อมกับประกายเย็นชาในดวงตา เขาหายไปทันที

จากนั้นเขาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังถังเทียนและโจมตีใส่ต้นคอของถังเทียน  ราวกับว่าถังเทียนรู้สึกตัวอยู่ก่อนแล้วเขาก้มศีรษะและตวัดขาซ้ายกวาดใส่ขาจ้าวกิเลนเป็นการตอบโต้

ร่างของทั้งสองสั่นสะท้าน

เขาแข็งแกร่ง!  หัวใจของถังเทียนเต้นแรง

พลังของเจ้าผู้นี้แข็งแกร่งมาก!  จ้าวกิเลนประหลาดใจ

ทั้งสองมองหน้ากันและตวาดพร้อมกับก้มตัวลงต่ำ

ปัง

เหมือนกับกระทิงดุสองตัว ทั้งสองศีรษะชนศีรษะ พื้นสั่นสะเทือนขณะที่ระลอกคลื่นปราณกระจายออก

ระดับพลังโจมตีจากทั้งสองฝ่ายรวดเร็วผิดธรรมดา  เหมือนกับเงาร่างสองสายโรมรันพันกันเป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นพวกเขาได้ชัดเจน เสียงปะทะกันดังสนั่นสั่นสะเทือน พื้นรอบๆ ตัวพวกเขาระเบิดเป็นครั้งคราว ส่งผลให้โคลนและสิ่งสกปรกกระเด็นขึ้นในอากาศ

ตอนนี้จ้าวกิเลนชักหวั่นใจ เพราะวิทยายุทธเจ้าผู้นี้แตกต่างกันสิ้นเชิง  เขายังไม่สามารถมีเปรียบได้แต่อย่างใด  ถ้าไม่อย่างนั้น ด้วยวิทยายุทธเหล่านี้เขาคงหนีได้

ในที่สุดเขาก็พบกับคนที่ฝีมือพอๆ กับเขา ดังนั้นเขาอาจใช้โอกาสนี้เพื่อฝึกวิทยายุทธระดับเจ็ดเหล่านี้คือหัตถ์แสงสะท้าน, ดรรชนีห่วงและเท้าไร้สิ้นสุด

วิทยายุทธแต่ละอย่างมาจากการ์ดวิญญาณระดับทองทั้งนั้น

แค่มองจากวิทยายุทธ นี่ก็เพียงพอไล่ต้อนถังเทียนจนแทบตายได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประทับหัตถ์ใหญ่ใครจะใช้วิทยายุทธระดับห้าให้ตัวเองขายหน้าเล่า? วังวนวิหคขาวและท่าเท้าดาบถานถุ่ยก็เช่นเดียวกันยังคงเป็นวิทยายุทธระดับห้า....

นอกจากกรงเล็บภูตพรายซึ่งนับได้ว่าเป็นวิทยายุทธที่ยอดเยี่ยมแล้ววิทยายุทธอื่นๆ เป็นแค่มดแมลง

แต่มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกันในสนามต่อสู้จริงๆ

ถังเทียนเทียนพึ่งพาวิทยายุทธระดับต่ำป้องกันการโจมตีเป็นพายุบุแคม  ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้จ้าวกิเลนจิตตก  พวกเขาแตกต่างกันถึงสองระดับ

เป็นไปได้อย่างไร?

เขาคิดแล้วคิดอีกแต่ก็ยังไม่เข้าใจ สิ่งที่ทำให้เขาแทบกระอักโลกหิตก็คือ เมื่อถังเทียนตกอยู่ในอันตรายเขาจะใช้กรงเล็บเพลิงภูตพรายคลี่คลาย

พลังของกรงเล็บเพลิงที่น่ากลัวนั้นใช้ประโยชน์ได้เมื่อสู้ระยะไกลและใกล้

ปัดโธ่เว้ย เจ้าบัดซบคนไหนที่สร้างวิชาที่ร้ายกาจนี้ขึ้นมา?

พอสู้ระยะประชิด กรงเล็บเพลิงภูตพรายของถังเทียนก็ไม่ช้าลงแต่อย่างใด  ความเร็วปานสายฟ้าทำให้เหมือนมีคนอยู่ภายในพลุไฟ

นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวกิเลนรู้สึกท้อแท้

เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มต่อหน้าเขาทำให้เขาเหมือนพ่ายแพ้  เจ้าเด็กนี่เหมือนกับเต่า เขาไม่มีจุดอ่อน

เว้นแต่... ข้าต้องใช้วิชานั้น?

จ้าวกิเลนลังเลใจ

ถ้าเขาใช้วิชานั้น ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะเอาชนะได้  แต่เขาต้องพักร่างกายไปครึ่งปีเว้นเสียแต่จนปัญญา เขาไม่ต้องการจะใช้วิชานั้น

แต่ ในไม่ช้า เขาไม่มีเวลาคิดอีกต่อไป ถังเทียนระดมโจมตีเหมือนห่าฝน ไม่ให้โอกาสเขาได้พักหายใจ

เขากำลังจะหมดแรง

ควั่บ

ทันใดนั้น จ้าวกิเลนฝืนใช้หมัดต่อยลงพื้น ใช้พลังขาดึงตัวหนีออกมา

ตัวของเขาเปียกโชกราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำหอบหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับมีไฟออกมาจากจมูก เขาพยายามรวบรวมลมปราณขณะจ้องมองถังเทียนเขม็ง  ถังเทียนก็หลั่งเหงื่อโชกเช่นกันแต่เขาก็ยังดูดี

โธ่เว้ย

เจ้าบ้านี่ เป็นตัวประหลาดที่โผล่มาจากไหนกันนี่...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด