ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 2 ราชวงศ์สั่นคลอน

ตอนที่ 1 ค่ำคืนที่โดดเดี่ยว


“เจ้าชายแห่งมวลผู้วิเศษของเรา นั่นท่านกำลังทำอะไรอยู่หน่ะ ?” อาเธอร์ถามสหายของเขาที่กำลังขุดดินอยู่

“อา อาเธอร์ ข้านั้นไร้ซึ่งทายาทที่จะส่งต่อความรู้และมรดกอันมหาศาลของข้า แลข้ามิมีความมั่นใจมากนักว่าลูกหลานของข้าจะคู่ควร เช่นนั้นหากข้าสร้างมันขึ้นมา มิใช่ว่าข้าจะทำมิได้”

“ก่อนที่เราจะออกไปเผชิญหน้ากับมอร์กาน่า ข้าจึงตัดสินใจทิ้งมรดกของข้าไว้เบื้องหลัง มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สมควรจะได้รับมันจริงๆ บุรุษผู้มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่และหวังจะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น” เมอร์ลินตอบ

อาเธอร์เดินเข้าไปใกล้และย่อตัวลงข้างๆ เพื่อดูว่าพ่อมดเคราดกเพิ่งใส่อะไรลงไปในหลุมที่เมอร์ลินขุด อาเธอร์มีเครื่องหมายคำถามทั่วใบหน้าของเขา

"ท่านจะทิ้งมรดกของท่านไว้ในกล่องนี่เนี่ยน่ะรึ?" เขาถาม

เมอร์ลินส่ายหัว แม้จะอยู่กับเขาและสัมผัสกับเวทมนตร์มานาน อาเธอร์ก็ยังคงมองสิ่งต่างๆ เฉกเช่นที่มนุษย์ปถุชนส่วนใหญ่เป็น

“ผิดแล้ว สหายเอ๋ย ในกล่องนี้มีแค่ไม้เท้าและเมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ดเท่านั้น เมล็ดที่จะเติบโตและกลายเป็นรุกขชาติวิเศษ มันจะแข็งแกร่งทนทานยืนยงนานพอที่จะเผชิญกับการกัดเซาะที่รุนแรงของกาลเวลา แลจะอยู่ที่นี่สืบไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เฝ้าตามหาผู้ที่เหมาะสมที่จะสืบทอดสายเลือด เวทมนตร์ และความมั่งคั่งของข้า” เมอร์ลินอธิบายให้เขาฟังอย่างเรียบง่ายที่สุด

อาเธอร์เงียบไปสักสองสามวินาที เขามองไปที่ใบหน้าของเมอร์ลิน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในหัวของเขา จากนั้นเขาก็พูดว่า "เมอร์ลิน ไอ้กล่องนี่ใหญ่กว่านี้อีกหน่อยได้หรือไม่?"

“ทำไมรึ? ท่านอยากนอนในนั้นแล้วตื่นขึ้นมาเป็นดั่งพวกอินเฟอไรในอนาคตกระนั้นฤา?” เมอร์ลินถามติดตลก

*เห่อ..*(ถอนหายใจ)

“พอเถอะ ข้าว่าความคิดที่ท่านว่านั้นฟังดูไม่เลวทีเดียว ข้าเองก็อยากจะฝากมรดกเอาไว้ด้วย หากในอนาคตจะมีผู้ใดที่สามารถสืบทอดมรดกในตำนานของเจ้าชายแห่งมวลผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่ได้แล้วล่ะก็ ข้าแน่ใจว่าเขาผู้นั้นคงมิมีปัญหากับการสืบทอดราชบัลลังก์ของกษัตริย์ตัวเล็กๆ ในตำนานเช่นกัน” อาเธอร์โพล่งความตั้งใจออกไป ทำให้เมอร์ลินประหลาดใจเล็กน้อย

“แต่ท่านมีทายาทอยู่แล้วนี่ แลหากท่านทำเยี่ยงนี้ ทายาทของเราผู้นี้จะมีสิทธิ์สูงสุดในบัลลังก์ของอังกฤษนะ หากแม้นว่าจะมีกษัตริย์องค์อื่นปกครองอยู่ในขณะนั้นก็ตาม พวกเขาจะไม่มุ่งเป้ามาที่เขากระนั้นรึ? ข้าขอเตือนท่าน มันมีแต่จะสร้างความขัดแย้ง” เมอร์ลินชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่จะเกิด

อาเธอร์หัวเราะกับตนเอง “ฮ่าๆ ข้าไม่สนใจเรื่องบัลลังก์หรอก นอกจากนี้ ท่านและข้าต่างก็รู้กันดีว่าเจ้าบุตรชายไร้ประโยชน์ของข้าจะไม่มีวันกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ใดๆ เขาก็แค่บุตรบุญธรรม เขาคงแทบจะอยากปลดข้าออกจากบัลลังก์โดยเร็ว มันคงคิดว่าข้าไม่รู้”

“เมอร์ลิน เนื่องจากท่านทำพิธีกรรมทางเวทมนตร์กับเราทั้งคู่เพื่อให้เราทรงพลังขึ้น เราจึงสูญเสียความสามารถในการให้กำเนิดบุตรกันไป เราอาจมีโลหิตมังกรไหลอยู่ในสายเลือดของเรา และไอ้เลือดเดียวกันนี้ทำให้เราไม่สามารถให้กำเนิดได้ ดังนั้นข้าจึงไม่เหลือทางเลือกมากมายนัก ข้าเดาว่ามันเป็นวิถีของสวรรค์ในการควบคุมวิถีของโลก”

*เฮ่อ*

เมอร์ลินเริ่มร่ายคาถาที่กล่องอีกครั้งเพื่อขยายพื้นที่ให้มันใหญ่ขึ้นจากข้างในและพูดว่า "ท่านอาจพูดถูก อาเธอร์ ราวกับว่าสวรรค์ต้องการจะจำกัดวิถีของโลก มิฉะนั้นแล้วเหตุใดจึงมีเหล่าพ่อมดแลแม่มดน้อยยิ่งนัก เป็นเรื่องยากที่จะหาคู่ครองที่มีเวทมนตร์พอที่จะกำเนิดลูกหลานที่มีเวทมนตร์ หลายครั้งพวกเขากลายเป็นเลือดผสมผู้วิเศษ ผู้ที่สัมผัสได้ถึงเวทมนตร์แต่มิอาจใช้มันได้

จนเกิดความเหลื่อมล้ำของผู้คนที่แตกต่างเช่นนี้ ความปรารถนาเดียวของข้าคือ ให้ชุมชนผู้วิเศษและผู้ที่ไร้ซึ่งเวทมนตร์อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข  ข้าหวังว่าหลังจากที่ข้าจากไปแล้ว เหรียญตราแห่งเมอร์ลินของข้าจะดำเนินต่อไปตามวิถีและอุดมคติของข้า

ให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่กันอย่างสันติสุข นั่นเป็นความฝันของข้า ที่ข้าไม่สามารถเห็นมันเป็นจริงได้ในขณะที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ แต่ข้าหวังว่าสักวันหนึ่ง มันจะกลายเป็นจริง”

"เอาล่ะ หยดเลือดของท่านลงไปในขวดนี้และอะไรก็ตามที่ท่านต้องการทิ้งไว้ข้างหลัง"

อาเธอร์หยิบดาบสองเล่มของเขาใส่ไว้ในกล่อง พวกมันทั้งสองเล่มถูกร่ายคาถาเวทย์และลงอักขระอักษรรูนโดยผู้ที่สร้างก็คือเมอร์ลิน รวมทั้งช่วยกันหลอมโดยเหล่าก็อบลินและแฟรี่

"ข้าของฝากโฮปและดิสเพียร์ไว้กับผู้ที่จักได้รับมรดกของข้า" เขาพึมพำขณะใส่มันลงในกล่อง เขาเคยใช้ดาบทั้งสองนี้เพื่อสังหารสัตว์ประหลาดวิเศษมามายหลายตัวแล้ว แต่มันทรงพลังเกินกว่าที่จะใช้กับมนุษย์

เมอร์ลินพยักหน้าให้กับทางเลือกของอาเธอร์“ดี ข้าก็คิดว่าท่านจักใส่เอ็กซ์คาลิเบอร์เข้าไปเสียอีก”

*กระแอม* "ข้ายังต้องการมันเพื่อมีชัยในการต่อสู้อยู่… แต่มิต้องห่วง ข้าจะทิ้งเอ็กซ์คาลิเบอร์ไว้ให้เขาด้วย น่าจะเสียบอยู่กัับหินตรงไหนสักแห่งนั่นแหละ ฮ่าฮ่า ข้านึกออกแล้วว่ามันกลายเป็นงานอดิเรกของผู้ที่ไม่คู่ควรที่จะพยายามเอามันออกมา” อาเธอร์วางแผนแกล้งคนในขณะที่หัวเราะไปด้วย

เมอร์ลินส่ายหัวอย่างหมดปัญญา แต่นี่ก็เป็นด้านหนึ่งของบุคลิกของอาเธอร์ที่จะดึงคนที่มีความสามารถและแข็งแกร่งเข้าหาเขา

“เฉกเช่นเดียวกับท่าน ข้าทิ้งไม้เท้าหลักไว้เบื้องหลัง เพื่อเอาชนะมอร์กาน่า ไม้กายสิทธิ์ของข้าก็เพียงพอแล้ว” เมอร์ลินโม้ทับถม

จากนั้นเขาก็โบกมือเพื่อโชว์ความสามารถการเวทมนตร์โดยไร้ไม้กายสิทธิ์ของเขา

ดินที่เขาขุดเริ่มปิดปากหลุมด้วยตัวมันเอง ในไม่ช้ามันก็ถูกปกคลุมอย่างสมบูรณ์แลมีหญ้าขึ้นแซมเพื่อให้กลบเกลื่อนไม่ให้มีผู้ใดสังเกตเห็น

“เอาล่ะ เสร็จแล้ว ข้าต้องทิ้งมรดกที่เหลือไว้ที่ไหนดีล่ะ? ข้ามิค่อยไว้ใจตระกูลข้าเลยนี่สิ” อาเธอร์ถามเขา

เมอร์ลินคิดเล็กน้อยก่อนจะแนะนำ “ข้าคิดว่าเหล่าก็อบลินสามารถปกป้องมันได้ ข้าได้มอบที่ดินผืนใหญ่ให้พวกเขาเป็นของขวัญ และพวกเขาต้องการเริ่มต้นธุรกิจให้กู้ยืมเงินที่นั่น

พวกเขาสามารถรักษามันให้ปลอดภัยได้ และเนื่องจากบุญคุณที่เรามีต่อพวกเขา พวกเขาคงจะไม่มีวันทรยศต่อความไว้วางใจของเรา"

อาเธอร์สะดุ้งทันที "เดี๋ยวก่อนนะ เมอร์ลิน บอกข้าหน่อย"

"กระไรรึ?" เมอร์ลินถามอย่างเหนื่อยหน่าย

“เจ้ากับข้าต่างก็เป็นลูกครึ่งมังกร ตอนนี้ทายาทของเราจะมีสายเลือดจากเราทั้งคู่ นั่นจะทำให้เขากลายเป็นมังกรตัวจริงหรือไม่? นอกจากนี้ ที่สำคัญที่สุด เขาจะไม่มีวันให้กำเนิดทายาทรุ่นต่อไปได้แล้ว” อาเธอร์ถามด้วยความเป็นห่วง เขาไม่ต้องการให้ทายาทของเขาต้องทนทุกข์ทรมานเฉกเช่นพวกเขา

เมอร์ลินเพียงแค่ปัดฝุ่นเสื้อคลุมของเขาอย่างเมินเฉย “ข้าก็คิดเรื่องนี้เช่นกัน แต่มิต้องเป็นห่วง ข้าเสกให้เลือดของเราหลอมรวมกับเขามากพอที่จะทำให้เขายังคงเป็นมนุษย์อยู่

หากเขาหลอมรวมกับมันได้อย่างสมบูรณ์โดยที่ยังเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ เราก็อาจจะมีมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ปรากฏขึ้น

แต่เกี่ยวกับความสามารถของเขาในการให้กำเนิดบุตร อืม เขาน่าจะมีเวลามากกว่าเรา ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะหาทางรักษาได้"

อาเธอร์ถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วพูดติดตลกว่า "สหายเอ๋ย บางครั้งท่านก็ทำให้ข้าครั่นครามจริงๆ"

แต่วินาทีต่อมาเขาก็ยกเอ็กซ์คาลิเบอร์ขึ้นด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่นและมั่นใจ "เอาล่ะ ได้เพลาไปสังหารนังร่- แฮ่ม ข้าหมายถึงนางแม่มดน้องสาวต่างมารดาของข้ากัน"

"ตามนั้น เราไปกันเถอะ อ้อ ข้าลืมบอกไป ฉันสร้างรูปของเราที่เคลื่อนไหวได้เอาไว้แล้ว

ของข้าจะอยู่ที่ฮอกวอตส์และของท่านจะอยู่ที่พระราชวังที่ซึ่งกษัตริย์ในอนาคตจะมาตั้งรกราก ผู้สืบทอดของเราจะต้องตาม…หาข้าเจอก่อนอย่างแน่นอน แต่ข้าไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องเจ้า”

เมอร์ลินบอกเขา

“ฮะ อ่า เมอร์ลิน เมอร์ลินสหายรักของข้า สหายผู้ทรงพลังอำนาจแลมีน้ำจิตน้ำใจของข้า ท่านจักกรุณาแนะนำเขาให้ข้าด้วยได้หรือไม่?” อาเธอร์ถาม พยายามตะล่อมเขา

“แล้วทำไมข้าถึงต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ? ข้าไม่ต้องการให้ทายาทของข้าสืบทอดนิสัยแย่ๆ ของท่าน ข้าเป็นสลิธีรินนะ ส่วนท่านน่าจะเป็นพวกกริฟฟินดอร์ หากท่านเป็นพ่อมด กริฟฟินดอร์เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นพวกงี่เง่า…” เมอร์ลินกล่าวอย่างเคร่งขรึม แต่เขาแค่ล้อเล่น

“แต่ท่านบอกว่ากริฟฟินดอร์เป็นผู้กล้าหาญนะ เมื่อไม่กี่ปีก่อน อ้อ ข้าเองก็มีนิสัยไม่ดีอยู่เหมือนกัน” อาเธอร์อ้างอย่างภาคภูมิใจ

“เป็นเช่นนั้นจริงรึ? แต่ข้าเพิ่งได้ยินเมื่อเช้านี้ว่าท่านเดินละเมอไปที่เล้าหมูและขี่มันประดุจว่ามันเป็นม้าศึก แล้วท่านก็หลับไปตรงนั้น” เมอร์ลินเผาซึ่งหน้า ทำเอาอาเธอร์แทบสำลักน้ำลาย

“ไม่เอาน่า ก็นั่นข้าเมา ไม่ได้นอนละเมอ อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงสิ” อาเธอร์บ่น

“งั้นพวกนักกวีร้องก็มิเป็นความจริงสินะ…ที่ว่า..” เมอร์ลินกล่าวเสริม

“อะไรนะ?! พวกกวีกำลังร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องนั้นเรอะ? โอ้ ชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาของข้า” อาเธอร์พึมพำอย่างหดหู่

พวกเขาเดินทางต่อไปพร้อมกับคอยฉุดขาของกันและกัน ทุกคนที่เห็นพวกเขาในวันนั้นจะจำไว้ได้… เพราะหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นตำนานทั้งสองอีกเลย

เรื่องราวอมตะนิรันดร์กาลในนิทานของเมอร์ลิน เจ้าชายแห่งมวลผู้วิเศษทั้งปวง กับอาเธอร์ เพนดราก้อน ราชันย์มังกร

มอร์แกน เลอ เฟย์ หรือมอร์กาน่าก็หายสาปสูญไปพร้อมกับพวกเขา ดังนั้นโลกเวทมนตร์จึงเชื่อกันว่าอาเธอร์กับเมอร์ลีนต่อสู้กับนาง พิชิตนาง แล้วก็พินาศไปพร้อมกับนางนั่นเอง..

เมล็ดพันธุ์เม็ดเล็กๆ ที่เมอร์ลินทิ้งไว้นั้น เติบโตจนเติบใหญ่เท่ากับตึกสองชั้น มันไม่สามารถมองเห็นได้โดยผู้ใดก็ตามที่ไม่คู่ควร ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่ามันมีอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ฝั่งของชุมชนผู้วิเศษ

รุกขชาติได้เห็นสงครามและความขัดแย้งนับครั้งไม่ถ้วน กษัตริย์คนแล้วคนเล่าแลการลอบสังหาร แต่ก็ยังมิมีผู้ที่คู่ควรกับมรดกปรากฏขึ้น

วันคืนเลื่อนผ่านไปเป็นปี ผันผ่านไปเป็นทศวรรษ และก็ผ่านไปเป็นศตวรรษ รุกขชาติโดดเดี่ยวยืนหยัดอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ตามหน้าที่ มันยังคงเฝ้ารอ ไม่ว่าวันเวลาผันผ่านไปนานสักเพียงใด

วันที่ 5 มกราคม ค.ศ.1968

ณ กรุงลอนดอน

เด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งอายุได้ 9 ขวบกำลังวิ่งไปตามถนนยามค่ำคืนของลอนดอน ใบหน้าของเขาแสดงความหวาดกลัวผสานกับความเหนื่อยล้า เขาวิ่งไปมารอบๆ ตลอด 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา เขาหลงกับแม่จ๋าของเขาเสียแล้ว เพราะหลุดกับมือที่จับไว้ของแม่เขา ในขณะที่พวกเขากำลังดูขบวนพาเหรดบนท้องถนน

เขาตะโกนเรียกหาเธอ แต่เสียงฝูงชนกลับดังกว่าเขา ความสูงเพียงน้อยนิดของเขาสร้างปัญหาให้กับเขาแล้ว เมื่อตระหนักได้ว่าหากเขาไม่ออกไปจากฝูงชนตอนนี้ เขาคงจะถูกฝูงชนที่กำลังตื่นเต้นมากเกินไปเหยียบเอา เขาจึงเดินหลบหนีจากฝูงชน

แต่เขายังมีความมั่นใจและแน่วแน่ว่าเขานั้นน่าจะรู้ทางกลับบ้าน สุดท้ายก็พบว่าตนคิดผิด ตอนนี้เขาหลงทางเสียแล้ว ไกลกว่าที่เคยและตอนนี้พระอาทิตย์ก็ตกดินแล้วด้วย

หลังจากค้นหาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เขาก็เหนื่อยและกระหายน้ำ แลเห็นสวนสาธารณะใกล้ๆ เขาจึงกะว่าจะไปพักที่นั่นและน้ำดื่มจากก๊อกสาธารณะ

เมื่อดับกระหายได้ก็ทำให้เขาเริ่มสงบลง เขามองไปรอบๆ มองเห็นแต่ความมืดและไม่มีวี่แววของมหกรรมอะไรเลย

~ไว้ค่อยไปตามหาแม่จ๋าต่อวันพรุ่งนี้ดีกว่า~ เขาให้คำมั่นกับตัวเอง เขาเหนื่อยล้าแล้วและอยากนอนพักสักงีบ

เขาสังเกตเห็นต้นไม้ต้นนึงที่งอกออกมาจากคอนกรีตมันใหญ่มากๆ เขาตัดสินใจว่าจะไม่ทำให้เสื้อผ้าของเขาสกปรกโดยกะว่าจะนอนใต้รากต้นไม้ที่อยู่เหนือดิน คิดได้ดังนั้นจึงไปที่ต้นไม้ที่ขึ้นบนพื้นคอนกรีตนั่น

เขานอนลงขดตัวเป็นลูกบอลและสะอื้นไห้จนหลับไป ในตอนแรกเขารู้สึกหนาวสั่นเพราะตอนนี้บนตัวเขามีแค่เสื้อยืดและกางเกงนิกเกอร์เท่านั้น แต่ต่อมาเขาก็รู้สึกราวกับว่ามีลมอุ่นๆ พัดไหลเอื่อยรอบตัวเขา

เด็กชายตัวน้อยซึ่งไม่มีใครในระแวกข้างนี้รู้จัก คืนนั้นรุกขชาติส่องแสงสว่างวาบราวกับว่ามันจะกลายเป็นดวงอาทิตย์ รุกขชาติทั้งดีใจและตื่นเต้นที่สามารถทำตามความปรารถนาของเจ้านายได้ในที่สุด

—----------------------

ช่วงเวลาที่ยาวนาน

กษัตริย์อาเธอร์ กับ เมอร์ลีน

สวนสาธารณะ

รุกขชาติโบราณ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด