ตอนที่แล้วตอนที่ 8-25 เมื่อยอดฝีมือผนึกพลังกัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 8-27 ความลับศาสนจักร

ตอนที่ 8-26 ความไว้วางใจ


ราตรีนี้ไม่มีทั้งดวงดาว ไม่มีทั้งดวงจันทร์

ลินลี่ย์และพ่อมดจอมเวทซาสเลอร์,เสือดำเมฆาแฮรุและบีบีผ่านไปตามตรอกซอยที่เงียบสงบตอนนี้ลินลี่ย์กลับคืนร่างมนุษย์แล้ว

“ฟู่...”

กางเกงที่ฉีกขาดของลินลี่ย์ถูกเพลิงเผาทันทีและจากนั้นเพียงพลิกมือลินลี่ย์ก็มีกางเกงอีกตัวหนึ่งและเสื้อสีดำขนาดพอดีตัว  ในพริบตาลินลี่ย์ก็แต่งตัวเสร็จ

“โอว, เจ้าเด็กลินลี่ย์ผู้นี้พิเศษมากกว่าที่ข้าคิดเสียอีก”  ดวงตาเขียวของซาสเลอร์เพ่งมองลินลี่ย์ซาสเลอร์จะไม่รู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้น? เห็นได้ชัดว่าลินลี่ย์มีแหวนมิติเก็บสมบัติ

ซาสเลอร์เองก็มีแหวนมิติเก็บสมบัติเป็นของตนเองเช่นกัน

สี่ร้อยกว่าปีมาแล้ว ในเทือกเขาอสูรวิเศษ เมื่อเขากำลังเลือกหาทาสภูตผีอมตะ  บังเอิญเขายกโครงกระดูกที่หักสลายไปครึ่งหนึ่งซึ่งไม่มีผู้ใดทราบว่าตายมาแล้วกี่ปี บนนิ้วของโครงกระดูกนั้นมีแหวนมิติเก็บสมบัติอยู่หนึ่งวง

ตอนนั้นซาสเลอร์ดีใจแทบคลั่ง

เมื่อสังเกตดูจากสภาพแวดล้อมของเขาซาสเลอร์คาดว่าโครงกระดูกนี้มีแนวโน้มว่าจะร่วมต่อสู้กับอสูรเวทเมื่อหลายพันปีจนนับไม่ได้ และจากนั้นตะเกียกตะกายเข้ามาในหุบเขาลึกและใช้เป็นที่ตายเนื่องจากอาการบาดเจ็บหนัก  แต่หลังจากผ่านไปหลายพันปีภูมิศาสตร์ท้องถิ่นเปลี่ยนไป หุบเขาจึงถูกปิดผนึกไว้

ในฐานะพ่อมดจอมเวทอายุเกินแปดร้อยปี ถือเป็นเรื่องเข้าใจได้สำหรับเขาที่ได้ครอบครองแหวนมิติเก็บสมบัติ แต่ชายหนุ่มผู้นี้ที่อยู่ต่อหน้าเขาเห็นได้ชัดว่ายังอายุเยาว์มาก  เขาไปได้แหวนนี้มาจากไหน?

“รีบไปกันเถอะ” ลินลี่ย์แต่งตัวเสร็จก็ออกคำสั่งเบาๆ

“ลินลี่ย์, ข้าพบว่าตัวข้าเองสนใจเรื่องของเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ”  เสียงหัวเราะของซาสเลอร์น่ากลัวมาก

ลินลี่ย์ชำเลืองมองเขาจากด้านข้าง “ซาสเลอร์, จำไว้ด้วยว่าต่อไปในอนาคต เมื่อข้าไม่อนุญาตอย่าเรียกชื่อจริงของข้า ให้เรียกข้าว่าลีย์”

ซาสเลอร์ขมวดคิ้ว  “ข้าเข้าใจเจ้ากลัวว่าสถานะของเจ้าจะถูกเปิดเผย”

ความจริงชื่อจริงของลินลี่ย์มีชื่อเสียงมากจริงในจักรวรรดิโอเบรียนเช่นกัน แต่ชื่อนี้จะรู้จักกันในวงการประติมากรเป็นหลัก   ผู้สนใจงานประติมากรรมจะรู้เรื่องลินลี่ย์ดีอัจฉริยะอายุสิบหกปีผู้สามารถแกะสลักงานได้ในระดับเดียวกับสิบงานชิ้นโบว์แดงในประวัติศาสตร์?และพวกเขาจะไม่ชื่นชมยินดีต่อเขาได้ยังไง?

น่าเสียดาย ซาสเลอร์ชายชราจากเผ่าอนารยชนไม่สนใจเรื่องงานประติมากรรม

พวกเขารีบเร่งตลอดทาง

“เรากำลังจะไปไหนกัน?” ซาสเลอร์ถามเบาๆ ขณะที่รักษาการเคลื่อนที่ในระดับสูง

“นอกเมือง” ลินลี่ย์กล่าวอย่างใจเย็น

“แต่นี่ไม่ใช่ตำแหน่งของประตูเมืองนี่?” ซาสเลอร์ถามอย่างประหลาดใจ

“นี่เราต้องออกจากเมืองโดยใช้ประตูเมืองด้วยหรือ?” ลินลี่ย์ชำเลืองมองซาสเลอร์ซึ่งตอนนี้เข้าใจความหมายของลินลี่ย์

“แต่นี่มัน 10.00 น. ประตูเมืองยังไม่ทันปิดเราสามารถออกจากประตูเมืองได้ถ้าเราต้องการ” ซาสเลอร์คัดค้าน

“ข้าไม่แน่ใจว่ากองกำลังไหนที่ศาสนจักรเจิดจรัสได้วางไว้ในเมืองเซียร์บ้าง บางทีพวกเขาอาจมีคนปะปนอยู่ในกลุ่มทหารเฝ้าประตูเมืองก็ได้  ถ้าท่านไปตามถนนนั้น...เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะจำท่านได้ ที่สำคัญนอกจากยอดฝีมือทั้งหกจากสำนักงานใหญ่ของศาสนจักรเจิดจรัสแล้ว  ยังมีคนอื่นที่พบเห็นท่านและรู้ว่าท่านมุ่งหน้าไปยังที่พักนั้นในวันนี้”  ลินลี่ย์ตอบอย่างใจเย็น

ซาสเลอร์ผงกศีรษะ

ในระหว่างทางที่ถูกคุมขังไว้ในที่พักต้องมีคนกลุ่มอื่นที่อยู่ในที่พักแน่นอน เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดนั้นเป็นคนของศาสนจักรเจิดจรัสที่อยู่ในเมืองเซียร์  เดิมทีมีคนรับใช้หลายคนคอยรับใช้แลมพ์สันและคนอื่นด้วยเช่นกัน

แต่แลมพ์สันเป็นคนที่ระมัดระวังตัวอย่างที่สุด เขาเกรงถึงความเป็นไปได้ว่าคนเหล่านี้อาจมีการแทรกซึมดังนั้นจึงส่งคนรับใช้ทุกคนออกไปข้างนอก

….

ลินลี่ย์และซาสเลอร์มาถึงกำแพงเมืองสูงอย่างรวดเร็ว  กำแพงเหล่านั้นสูงราวยี่สิบเมตรสูงเสียจนซาสเลอร์พูดไม่ออก

“ไม่มีทางที่ข้าจะปีนข้ามได้” ซาสเลอร์พูดตรงๆ

เขาเป็นพ่อมดจอมเวท สภาพร่างกายของเขาเทียบเท่ากับนักสู้ระดับสามธรรมดา  แต่จะให้เขากระโจนกำแพงสูง 20-30เมตรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

“แฮรุ”  ลินลี่ย์มองดูเสือดำเมฆาของเขา

“โกรววว” แฮรุเสือดำตัวนี้สูงสองเมตรและยาวสี่เมตรดูสง่างามจ้องมองซาสเลอร์พ่อมดจอมเวทด้วยสายตาเย็นชา

“ขี่หลังแฮรุ” ลินลี่ย์สั่ง

ซาสเลอร์ไม่ลังเลต่อไป เขากระโจนขึ้นหลังแฮรุทันที บีบียืนอยู่บนคอของแฮรุอยู่แล้วยังคงมีท่าทีท้าทายซาสเลอร์  อย่างไรก็ตามซาสเลอร์ไม่กล้าสู้กับอสูรเวททั้งสองตัวนี้แน่

เขาได้เห็นผลการต่อสู้ตอนนั้นชัดเจนแล้ว ถ้าให้เขาตัดสินเขาสามารถบอกได้ว่าทั้งหนูเงาสีดำและเสือดำทั้งสองนี้ต้องเป็นอสูรเวทระดับเก้าเมื่อไม่มีลูกน้องภูตผีอมตะของเขาแล้วเขาในฐานะพ่อมดจอมคาถาไม่กล้าท้าทายอสูรเวทระดับเก้าแน่นอน

“ไปกันเถอะ”

เพียงกระโจนครั้งเดียวลินลี่ย์ก็บินขึ้นไปในอากาศเหมือนลูกธนูพลิกตัวข้ามกำแพงและลงไปยืนอยู่ที่ด้านตรงข้ามอย่างง่ายดาย

“ควั่บ” ด้วยพลังกระโจนทีเดียว แฮรุกลายเป็นเงาดำเลือนรางพุ่งผ่านกำแพงเมืองสูงยี่สิบเมตรไปได้อย่างง่ายดาย

บนทุ่งหญ้านอกเมือง

“โว้ว.. เสือดำตัวนี้ว่องไวมาก”  ซาสเลอร์กอดอกระบายลมหายใจ ขณะที่พูดเขาเตรียมลงจากหลังของมัน

“ขี่ต่อไป” ลินลี่ย์พูดต่อทันที “แฮรุ กลับกันเดี๋ยวนี้”

ลินลี่ย์ร่ายเวทความเร็วเสียงทันทีลินลี่ย์รีบกลับไปยังหุบเขาที่พักของพวเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายลม แต่แฮรุยังคงรักษาระยะห่างจากเขาได้อย่างง่ายดาย

ไม่กี่นาทีต่อมา ซาสเลอร์และลินลี่ย์ก็มาถึงหุบเขา

“ตั้งแต่วันนี้ไป ท่านจะพักอยู่ที่นี่ ถ้าท่านต้องการจากไปจะดีที่สุดท่านควรแปลงโฉมเสียก่อน” ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็น เมื่อมองดูรอบตัว ซาสเลอร์พยักหน้าด้วยความพอใจ  “ข้าชอบพื้นที่เงียบสงบ  สถานที่เช่นนี้เหมาะกับการฝึกของข้ามาก”

ยามดึกคืนนั้นลินลี่ย์สร้างห้องไม้ให้ซาสเลอร์ด้วยเช่นกัน

ในเวลาดึก เมื่อลินลี่ย์นั่งอยู่บนพื้นหญ้าเตรียมฝึกอย่างเงียบงันเขารู้สึกได้ทันทีว่าจากห้องไม้ของซาสเลอร์มีกลิ่นอายความตายหนาแน่นเต็มอยู่ภายใน มิน่าเล่าซาสเลอร์ถึงได้ชอบพื้นที่เงียบสงบ  ในที่ซึ่งมีคนอยู่มากมาย ซาสเลอร์คงไม่กล้าฝึกอย่างเปิดเผยอย่างไม่เกรงใจใครนัก

“พ่อมดหมอผี” เมื่อคิดถึงข้อมูลที่เขาได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องพ่อมด  ลินลี่ย์อดนึกกลัวไม่ได้

กล่าวโดยทั่วไปก็คือพ่อมดที่อาวุโสจะมีพลังจิตที่ทรงกำลังมากและมีพลังน่ากลัวมาก เพราะเมื่อมีเวลาเพียงพอ พวกเขาจะสามารถรวบรวมบริวารภูตผีปีศาจได้เป็นจำนวนมาก

“ที่ลานบ้านปีศาจอมตะของซาสเลอร์ล้วนเป็นระดับเก้าทั้งหมด  มีแนวโน้มว่าเขายังคงมีบริวารภูตผีอมตะที่มีระดับกลางด้วยเช่นกัน”ลินลี่ย์เคยได้ยินว่าหัวหน้าพ่อมดจอมเวทถูกมองว่าสามารถนำกองทัพที่น่ากลัวด้วยตนเองได้

พ่อมดจอมเวทมีความสามารถในการอัญเชิญกองทัพขนาดมหึมาจำนวนเป็นแสนมารบได้

และในสงคราม ตราบใดที่เขาสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ของเขาได้พ่อมดก็สามารถสร้างทาสผีดิบจากซากศพพวกเขาได้ ควบคุมนักรบฝ่ายตรงข้ามที่ตายแล้วก็ได้ ศพของคู่ต่อสู้ของเขาจะถูกสั่งให้รบกับศัตรูของเขา

ทหารของพ่อมดมีแต่จะเพิ่มขึ้นในการรบแต่ละครั้ง

แต่แน่นอนว่า สิ่งที่จำเป็นก่อนนั้นก็คือพ่อมดจะต้องมีพลังจิตอย่างพอเพียง

“นอกจากนี้ ข้ายังเคยได้ว่าเขาพูดกันว่า พวกพ่อมดไม่ใช่มีแค่คาถาเรียกภูตผีหรือสร้างทาสผีดิบเท่านั้น ข้าได้ยินมาว่ายังมีคาถาพ่อมดที่น่ากลัวบางอย่างอยู่ด้วย”

พ่อมดมีชื่อมากที่สุดในเรื่องการสร้างโรคระบาด

จากบันทึกในประวัติศาสตร์ มีกรณีนี้แน่นอน เพราะเคยมีพ่อมดคนหนึ่งสร้างโรคระบาดครั้งใหญ่ต้องเซ่นชีวิตผู้คนไปเป็นสิบๆ ล้านนี่ยังเป็นเหตุผลที่เมื่อลินลี่ย์เห็นว่าโฮลเมอร์ใช้พิษแล้วเขาสงสัยว่าโฮลเมอร์อาจเป็นพ่อมด

………..

เช้าตรู่ ท้องฟ้าค่อยๆ สางและสว่างสดใส

พ่อมดซาสเลอร์รั้งพลังจิตที่ส่งไปในแดนแห่งความตายกลับเข้ามายังร่างของตน  เขาลืมตา ใบหน้ามีรอยยิ้มเล็กน้อย  “เมื่อวานนี้เป็นวันที่ข้าโชคดีจริงๆ”

“ไม่เพียงแต่ข้าได้รับเสรีภาพเท่านั้น แต่ในแดนปีศาจอมตะ ข้ายังสามารถปราบแม่ทัพอัศวินดำได้ แม้ว่าจะต้องทุ่มเทเสียสละซอมบี้ริ้วทองไปหนึ่งตนก็ตาม  แต่ก็นับว่าคุ้มค่า”  ซาสเลอร์มีความสุขมาก

แม้ว่าซอมบี้ริ้วทองจะเป็นภูตผีระดับเก้า เมื่อเทียบกับแม่ทัพอัศวินดำแล้วพวกมันอ่อนแอกว่ามาก  แม่ทัพอัศวินดำมีระดับพลังเท่ากับปีศาจมังกรอมตะอาจมองได้ว่าเป็นอสูรระดับเก้าชั้นสูงก็ได้

ตอนนี้ ภายใต้การควบคุมของซาสเลอร์เขามีบริวารปีศาจอมตะระดับเก้าชั้นสูงถึงสามตนคือ มังกรอมตะ ผีดิบโบราณและนายกองอัศวินดำ  ขณะเดียวกันเขายังคงเรียกใช้ซอมบี้ริ้วทองและพลธนูโครงกระดูกทองได้

สมุนปีศาจระดับเก้าชั้นสูงสามตน สมุนปีศาจระดับเก้าชั้นธรรมดาอีกสี่

นี่คือกองกำลังที่ทรงพลังมากที่สุดของซาสเลอร์ ขณะที่สมุนภูตผีระดับแปดและระดับเจ็ดเขามีอยู่มาก ที่สำคัญคือในแดนยมโลกภูตผีระดับสูงสามารถมีบริวารภูตผีระดับต่ำกว่าได้มากมาย

ตัวอย่างเช่น มือธนูโครงกระดูกทองทั้งสองตนสามารถคุมกองทัพภูตผีโครงกระดูกได้ห้าแสน

ขณะที่แม่ทัพอัศวินดำ มีอัศวินดำระดับแปดอยู่ภายใต้บังคับบัญชาอยู่จำนวนหนึ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อมดที่อายุเกินแปดร้อยปีขึ้นไปอาจนับได้ว่าเป็นกองทัพในตัวคนเดียวที่น่ากลัว  นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

“หืม?” ขณะที่เขาเดินออกมาจากห้องไม้ ตาของซาสเลอร์เบิกกว้าง

เพราะตอนนี้ลินลี่ย์กำลังยืนเงียบอยู่บนบ่อ เขาหลับตา ร่างของเขาเบาเหมือนขนนกและเขาไม่จมลงไปในน้ำแม้แต่น้อย

“นี่มัน....”  ซาสเลอร์ทึ่งอย่างมาก

ซาสเลอร์รู้ดีว่าลินลี่ย์ไม่ใช่นักสู้ระดับเซียน  หลังจากแปลงร่างลินลี่ย์จะอยู่ในระดับเก้าชั้นสูง  ขณะที่อยู่ในร่างมนุษย์เขาจะดูอ่อนแอกว่า  แต่ตอนนี้ลินลี่ย์กำลังยืนอยู่ราวกับว่าไม่มีน้ำหนักตัวเลย

“ท่านซาสเลอร์” ลินลี่ย์ลืมตาทันที ใบหน้ามีรอยยิ้มที่พบเห็นได้ยาก ขณะเดียวกันเขาเดินบนผิวน้ำของบ่อได้ เหมือนกับว่ากำลังเดินบนพื้นแข็ง

“ตอนนี้ถือว่าเราเป็นพันธมิตรกัน ข้าต้องการรู้สองสามเรื่องเกี่ยวกับศาสนจักรเจิดจรัส”  ลินลี่ย์พูดตรงๆ

ซาสเลอร์พูดเบาๆ จากนั้นพยักหน้า “ต่อให้เจ้าไม่ถามข้า ข้าก็จะบอกเจ้าเอง  ก็ได้ แต่ก่อนอื่นเราน่าจะแสดงความไว้วางใจกัน  ข้าไม่รู้เรื่องของเจ้าเท่าใดนัก”

“ลินลี่ย์, ชื่อเต็มข้าคือ ลินลี่ย์ บาลุค อายุยี่สิบเอ็ดปีนักสู้ที่ต่ำกว่าระดับเซียน ไม่มีใครในโลกนี้สู้ข้าได้”  ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็น  แต่คำพูดของเขาเป็นไปด้วยความมั่นใจมาก

ในฐานะนักรบเลือดมังกรระดับเก้าชั้นสูงเขาอาจมองได้ว่าเอาตัวรอดจากนักสู้ระดับเซียนได้ เมื่อผสานกับดาบหนักอดาแมนเทียมซึ่งเขาสามารถใช้เคล็ด ‘กำหนด’ขั้นสูงได้ในตอนนี้และที่สำคัญยิ่งกว่าลินลี่ย์ยังมีความสามารถที่สนับสนุนเขาในฐานะจอมเวทสองสายธาตุระดับแปด...พลังของลินลี่ย์จึงอยู่ในระดับที่น่าตื่นตะลึง

“นักรบเลือดมังกร มิน่าเล่า” ตอนนี้ซาสเลอร์เข้าใจแล้วว่าลินลี่ย์ไม่ใช่เผ่ามนุษย์มังกร ทันใดนั้นซาสเลอร์จ้องทันที “เจ้าว่าไงนะ? อายุยี่สิบเอ็ดเหรอ?”

“แล้วไง?”  ลินลี่ย์มองดูซาสเลอร์

ลินลี่ย์รู้ดีว่าพ่อมดจอมเวทผู้นี้มีความภูมิใจส่วนตัวแน่นอน  ถ้าลินลี่ย์ไม่สามารถข่มเขาอย่างสิ้นเชิงก็มีแนวโน้มว่าการร่วมมือจะเป็นไปอย่างยากลำบาก

“เป็นไปได้อย่างไร?”  ซาสเลอร์ตกใจ แต่จากนั้น เขาหัวเราะ  “ฮ่าฮ่าข้าต่างกัน เราเหล่าพ่อมดอาวุโสมีอายุมาก เราย่อมได้เปรียบกว่า ปีนี้ข้าจะอายุ 866 ปี”

“ลินลี่ย์ เจ้าพูดว่านอกจากพวกระดับเซียนแล้วเจ้าไร้เทียมทาน  ข้าไม่อยากเชื่อจริงๆ”  ซาสเลอร์พูดอย่างใจเย็น  “ทหารของข้าปีศาจอมตะมีเป็นล้านและข้าก็มีบริวารระดับเก้าชั้นสูงถึงสามตน”

ถึงเวลานี้ทั้งสองฝ่ายพยายามข่มกันและกัน นอกจากนี้ยังบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งขนาดไหน เพื่อที่ว่าพวกเขาจะสามารถร่วมมือกันได้ดียิ่งขึ้น

“ซาสเลอร์” ลินลี่ย์จ้องเขาอย่างใจเย็น “ข้ายอมรับว่าถ้าข้าสู้กับทหารภูตผีทั้งหมดของท่าน  ข้าคงไม่สามารถสู้ได้ทั้งหมด  อย่างไรก็ตาม นอกจากข้ามีอสูรเวทระดับสูงเป็นของตนเอง และข้าลืมบอกท่านไปอย่างหนึ่ง ข้าไม่ได้เป็นแค่นักรบเลือดมังกรเท่านั้น  ข้าเป็นจอมเวทสองสายธาตุระดับแปด  กลยุทธคลื่นมนุษย์ของท่านใช้กับข้าไม่ได้”

ตอนนี้ซาสเลอร์ตะลึงไปแล้ว

เขาสามารถยอมรับว่าในฐานะนักรบเลือดมังกรลินลี่ย์สามารถบรรลุเป็นนักรบระดับเก้าชั้นสูงได้ในวัยยี่สิบเอ็ดปี

แต่วัยยี่สิบเอ็ดปีกลับเป็นจอมเวทสองสายธาตุระดับแปดด้วย นับว่าน่ากลัวจริงๆ

ที่สำคัญ ส่วนที่ยากที่สุดของการฝึกเป็นจอมเวทก็คือการฝึกพลังจิต  ไม่มีทางอื่นหลีกเลี่ยงได้  สำหรับเด็กอายุยี่สิบเอ็ดปีมีปริมาณพลังจิตที่น่ากลัวขนาดนั้นเป็นเรื่องที่ซาสเลอร์ไม่กล้าคิดเลย

“จอมเวทสองสายธาตุระดับแปด อายุยี่สิบเอ็ดปีนี่นะ?”  ซาสเลอร์พึมพำ “นี่คืออัจฉริยะจอมเวทอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ใช่ไหม?”

เมื่อลินลี่ย์อายุสิบเจ็ดปี เขาบรรลุเป็นจอมเวทระดับเจ็ด  นี่คือจอมเวทที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์

แต่อายุยี่สิบเอ็ดปีเป็นจอมเวทสองสายธาตุระดับแปด?นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์

“เมื่อตอนข้าบรรลุเป็นพ่อมดระดับแปด ข้าเชื่อว่าข้าอายุราวๆ สี่ร้อยปี”  เมื่อซาสเลอร์คิดถึงอายุของเขา  ก็พบว่าเขาไม่มีอะไรจะพูด

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด