ตอนที่แล้วตอนที่ 188 ราชันย์ถวิลรัก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 190 ฝึกแบบบ้านนอก

ตอนที่ 189 ความถวิลหาเหมือนกับสายรุ้งงดงาม


“งั้นไปเลย”ถังเทียนแสดงท่าทียกย่อง เขาเอียงศีรษะกล่าว “ใครจะรู้ อาจจะเหมาะกับเจ้าก็ได้ อ๊ะ! ข้าเพิ่งนึกได้พลังสายเลือดของเจ้าคือสายรุ้ง และมันก็คล้ายๆ กับสีของม่านพลังถวิลรักด้วย!”

“พลังสายเลือดรุ้งหิมะน่ะหรือ?” ขลุ่ยวิเศษรู้สึกทึ่งขณะที่เขาประเมินกู้เสวี่ยใหม่  จากนั้นเขาพยักหน้า  “ข้าเพิ่งเข้าใจตอนนี้เอง  เชิญเลย ใครจะรู้ มันอาจเป็นของเจ้าจริงๆก็ได้”

เหมือนกับว่าดวงตาสีฟ้าของขลุ่ยวิเศษสามารถมองเห็นได้ทั้งหมด

“เฮ้, เจ้าน่ะ, ทำไมเจ้าต้องพูดอะไรครึ่งๆ กลางๆด้วย?” ถังเทียนเทศนาขลุ่ยวิเศษขณะที่เขาชี้มาที่ขลุ่ยวิเศษอย่างไม่สบายใจ  “ข้าละเกลียดคนที่ชอบพูดอะไรครึ่งๆ กลางๆ จริงๆ มันจะตายไหม กะอีแค่พูดให้จบประโยค?  ถ้าเจ้ารู้ เจ้าก็ต้องบอกออกมานั่นจึงจะนับว่าเป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง ครั้งต่อไปเราจะต้องลงเรือลำเดียวกันแล้ว เจ้าก็รู้...”

ด้วยคำพูดสุดท้ายหน้าถังเทียนเปลี่ยนเป็นดูเจ้าเล่ห์

ขลุ่ยวิเศษหัวเราะเบาๆ  “อย่าเพิ่งโกรธกัน  ข้าไม่เข้าใจสายเลือดรุ้งหิมะจริงๆ  เพียงแต่รู้สึกว่าในบรรดาพวกเราแม่นางกู้เสวี่ยอาจจะดึงกระบี่ราชันย์ถวิลรักออกมาก็เป็นได้”

“อาเสวี่ย!  เจ้าต้องระวังให้ดีนะ” ถังเทียนยังคงยิ้มและมองนางอย่างจริงจังพลางเตือน  “ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล  เจ้าต้องรีบออกมาทันที!  ถ้าเจ้ากระบี่ผุๆ นี่ พยายามจะทำร้ายเจ้า ฮึ..ข้าจะพังมันซะ”

เขาไม่ห้ามกู้เสวี่ย  เขารู้ว่า ถ้าอาเสวี่ยยืนกราน ก็ต้องมีเหตุผลสำหรับเรื่องนั้น  เขาเชื่อในอาเสวี่ย

“อืมมม, ไม่ต้องห่วง”  กู้เสวี่ยพูดเสียงอ่อนโยน  “ข้าคิดว่ามันคงไม่ทำร้ายข้า”

หลังจากนั้นกู้เสวี่ยหันหน้าไปทางม่านพลังถวิลรัก เมื่อนางอยู่หน้าม่านพลังถวิลรัก นางคำนับอย่างชดช้อย  “ศิษย์กู้เสวี่ยอยากจะขอรับกระบี่ราชันย์ถวิลรัก  ศิษย์หวังว่าท่านคงยอมอนุญาตให้ข้าได้มันไป”

นางเดินตรงเข้าหาม่านพลังถวิลรัก เมื่อนางเดินใกล้เข้าไป  นางรู้สึกว่าจู่ๆ นางถูกรังสีรุ้งล้อมรอบ

พลังสายเลือดรุ้งหิมะมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

ม่านพลังถวิลรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเริ่มสั่นไหว  แสงรังสีเริ่มหมุน

แสงสีสันที่งดงามพุ่งตรงเข้าหากู้เสวี่ยและวนล้อมรอบนาง  จากนั้นก่อรูปเป็นม่านพลังถวิลรักต่อหน้านางอีกครา  กู้เสวี่ยรู้สึกแต่มึนงง

นางเห็นวันที่นางพบกับถังเทียนครั้งแรก

นางเห็นถังเทียนกอดนางและหลบหลีกการลอบทำร้ายของไซอา

นางเห็นถังเทียนปรากฏตัวต่อหน้านางในวันที่นางนั่งอยู่ในบ้านที่พังทลายอย่างหมดสิ้นความหวัง

นางเห็นถังเทียนเหวี่ยงนางออกมาเมื่อเทวรูปนัยน์ตาแดงล้อมกรอบตัวนางไว้  และนางเห็นถังเทียนห่างไกลออกไปจากนางทุกที

เสียงถอนหายใจเบาแต่นุ่มนวลดังขึ้นในใจนาง   เสียงถอนหายใจนี้แฝงด้วยความในใจมากมายความทุกข์มากมาย และความเปลี่ยวเหงาที่มากขึ้น

นี่คือความถวิลรักที่อันตราย

ราชันย์ถวิลรัก

ไม่ใช่ว่านางไม่สามารถ  แต่เป็นเพราะว่านางไม่ยินดีทำ

ในเสี้ยววินาที  กู้เสวี่ยเข้าใจเหตุผลที่กระบี่เลือกนาง เป็นเพราะมันสามารถบอกได้ว่านางก็เป็นคนหนึ่งที่ประสบชะตาถวิลหารัก

กู้เสวี่ยไม่มีความเศร้ามากเกินไป  ตรงกันข้าม หัวใจนางเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ

“ถ้าข้ารู้ว่าข้าจะต้องรู้สึกสะดุดรัก  ข้าไม่ขอพบเจ้าตั้งแต่แรกก็คงดี”

ขณะที่นางได้ยินขลุ่ยวิเศษขับขานเพลงแนวนี้  นางลอบส่ายหน้าอย่างเงียบๆ ถังเทียนนำแสงสว่างมาสู่ชีวิตนางนำโชคมาให้นาง นำอิสรภาพมาให้นาง นางทำได้แต่เพียงเก็บความปรารถนาที่ไม่เคยมีทางสมหวังไว้กับตัวนางเอง

นางแต่เดิมทีเป็นสตรีที่เหมือนตกนรกหมกไหม้  ตอนนี้นางได้รับอะไรต่างๆ มากมายยังมีอะไรอื่นต้องเสียใจอีก

ความปรารถนาที่ไม่เคยคาดหวังคือของขวัญที่ดีที่สุด เมื่อนางได้รับมาแล้วนางจะไม่มีวันโดดเดี่ยวเดียวดายในชีวิตที่เหลืออีกแล้ว

มีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของกู้เสวี่ย  ตาของนางเหมือนกับไข่มุกในความมืดขณะที่มันฉายแสง

ทันใดนั้นกระบี่ราชันย์สังหารเปลี่ยนสภาพกลายเป็นธุลีไปต่อหน้าต่อตาแสงหลากสีสันบนม่านพลังเปลี่ยนเป็นสีรุ้งพุ่งเข้าใส่ตานาง  ตาของนางเต็มไปด้วยชั้นของแสงสีรุ้ง

ที่บนพื้นมีกระบี่พุ่งวาบออกมาและกลายเป็นแสงรังสีบินตรงเข้าหากู้เสวี่ย

เงาร่างสายหนึ่งปรากฏออกมาฉับพลันแต่ที่ใดมิทราบแล้วพุ่งเข้าใส่กระบี่ราชันย์ถวิลรัก

“ข้าน่าจะป้องกันเจ้าเอาไว้แต่เนิ่นๆ”

ถังเทียนตะโกนลั่นเหมือนสายฟ้าผ่า เขาฟันใส่ไซอาด้วยการเตะดาบเท้าถานถุ่ยออกไปสองสามครั้ง  ลำแสงดาบที่คมตัดฝ่าอากาศตรงเข้าหาไซอา

ฉัวะ!

เท้าดาบถานถุ่ยตรงเข้าหาฝ่ายตรงข้ามอย่างไม้ปราณีปราศรัย

มีบางอย่างผิดปกติ!

มีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  ถังเทียนรู้สึกว่าผิดปกติ  ไซอาจะถูกโจมตีได้อย่างง่ายดายได้ไง?

แทบจะเป็นเวลาเดียวเกลียวคลื่นพลังปรากฏอยู่ข้างตัวกระบี่ราชันย์ถวิลรัก  มือของไซอาสัมผัสกระบี่เรียบร้อยแล้ว  เมื่อเห็นไซอาเตรียมจะชิงสิ่งที่เขาต้องการตัวคมประบี่ก็เปล่งแสงสว่างโชนทันที

“อ๊า..” ไซอาร้องโหยหวน  ราวกับว่าเขาสัมผัสกับบางอย่างที่ร้อนแรง   เขารีบคลายมือจากด้ามจับทันที

ราวกับสายรุ้งกระบี่ราชันย์ถวิลรักลอยเข้าไปอยู่ในมือของกู้เสวี่ย

ทันทีที่กระบี่อยู่ในมือของนาง ความปรารถนาและความงมงายในรักมากมายทำให้กู้เสวี่ยถึงกับน้ำตาคลอ  นางสามารถรับรู้ถึงความรักหลงใหลระหว่างหวังหย่งและภรรยาของเขา  เป็นความคำนึงถึงกันแล้วไม่สมหวังเหมือนกับช่วงเวลาสิบปีถูกกดดันจนเหลือเพียงหนึ่งวัน

หวังหย่งเปลี่ยนตัวเองเข้าไปในกระบี่อย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน

แม้ว่าเขาจะอยู่ตามลำพังมาทั้งชีวิต อยู่ในภูเขาและยิ่งแก่ก็ยิ่งเป็นคนรังเกียจการเข้าสังคม  ความรู้สึกที่เขามีนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปสักครั้ง  มีแต่ความเจ็บปวด ว้าเหว่เดียวดาย ความเหงาเศร้าและผิดหวัง แต่ในความทุกข์ทั้งหมดนี้เหมือนกับเป็นป้ายไม้เล็กๆ ผูกด้ายหลากสี

ด้ายเจ็ดสีนี้ก็คือความปรารถนาที่ไม่บรรเทาบาง

ความปรารถนาที่ไม่บรรเทาบางก็มีหลากหลายสีสัน

รุ้งมักจะมีสีที่งดงาม

นอกจากนี้มันยังเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เหมือนกับรักที่ไม่สมปรารถนาก็ยังมีความสุขอยู่ได้

กู้เสวี่ยเผยยิ้ม  กระบี่เล่มนี้ใหญ่มากนางจำเป็นต้องใช้มือทั้งสองจึงจะถือไว้ได้ บนฝักกระบี่ผูกไว้ด้วยด้ายเจ็ดสี  ที่ปลายจะมีถั่วแดงจำนวนหนึ่ง ด้ามกระบี่มีรูปร่างเหมือนปีกนกกระจอกขณะที่ตัวใบกระบี่จะกว้าง เส้นสายเจ็ดสียืดขยายออกไปจนถึงคมกระบี่

นัยน์ตานางเป็นประกายความรู้สึกถึงอารมณ์ที่กล้าแข็งชอนไชเข้าในตัวนางและใจของนาง

เหมือนกับว่ามีเสียงที่กระซิบบอกนางเบาๆว่า “จงกวัดแกว่งกระบี่เล่มนี้เหมือนกับวิธีที่เจ้าทำกับสายรุ้ง”

กวัดแกว่งกระบี่เล่มนี้เหมือนกับวิธีที่เจ้าทำกับสายรุ้ง...

กู้เสวี่ยไม่เคยคิดอะไรมากความ  นางแกว่งกระบี่แต่มันแตกต่างจากสิ่งที่นางคิด เมื่อนางกวัดแกว่งกระบี่ยักษ์ กระบี่ก็เป็นเหมือนสายรุ้ง  มันเบาและไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก

รังสีกระบี่รุ้งที่สวยงามสดใสและอ่อนโยนเปล่งประกาย

โลกทั้งมวลดูเหมือนจะชะงักนิ่งกับภาพนี้  แสงที่งดงามจับใจรังสีที่นุ่มนวลไม่มีหมอกปราณสักนิดเดียวลอยอยู่ในอากาศ

ไม่มีเสียงหวีดหวิวและพื้นไม่มีการขยับ เป็นแค่เพียงเหมือนกับสายลม

สายรุ้งทะลวงอกของไซอา

ไซอาชะงักค้างทันที  เขามองดูกู้เสวี่ยอย่างเหลือเชื่อ  มีแสงรุ้งจางๆ อยู่ในอกเขา

ราชันย์ถวิลรัก...นี่คือราชันย์ถวิลรัก

ทำไมเขาไม่รู้สึกเจ็บปวด?

ไซอาดูภาพหลากสีสันอย่างมึนงง  เขาต้องการตะโกน  แต่เขาไม่สามารถทำได้  ร่างของเขาเริ่มแตกกระจายเป็นชิ้นๆและสลายหายไปในอากาศ

ทุกคนตกตะลึงเมื่อได้เห็นภาพที่เกิดขึ้น!

ถังเทียนมองดูภาพหญิงงามผมยาวกวัดแกว่งกระบี่ยักษ์  ท่วงท่าของนางดูสง่างดงามจับใจ

ไม่เคยมีใครที่เห็นการโจมตีของหมอกปราณ  ทุกคนตะลึงงันไปทั้งหมด

“วิชาราชันย์ถวิลรัก...นี่คือพลังราชันย์ถวิลรัก สั้นเหมือนกับสายรุ้ง” ขลุ่ยวิเศษพึมพำ  “จะมีใครกันที่หลบราชันย์ถวิลรักได้พ้น?  มารสังหาร, ท่านเป็นมารแท้ๆ  ข้าเข้าใจท่านแล้ว หวังหย่ง”

เป็นความตายที่เงียบสงัด

ทั่วทั้งคูหาตกอยู่ในความเงียบ

หลิงซิ่วผู้กล้าหาญมองดูอย่างตกใจเป็นครั้งแรก  กระบี่นี้เกินกว่าที่เขาคาดหมายไปมาก

นี่คือวิชากระบี่ของสุดยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่  แกร่งกร้าวมากจริงๆ

ไซอา,  นั่นคือไซอา,และเขาถูกสังหารด้วยท่ากระบี่จากกู้เสวี่ยจริงๆ...

พลังราชันย์ถวิลรัก...ราชันย์ถวิลรักช่างน่ากลัวจริงๆ!

เขากำหอกเงินของเขาแน่น  วิชาระดับสุดยอดฝีมือนั่นเคยเป็นเป้าหมายของเขา ความคิดของเขาทั้งหมดก็คือยกระดับวิชาหอกทะเลจุดเข้าสู่ระดับสุดยอดฝีมือ  วันนี้นับได้ว่าเปิดหูเปิดตาเขาแล้ว

ตอนนี้เขาได้รู้อีกว่า มีขอบเขตที่สูงกว่าระดับสุดยอดฝีมือ

ถ้าวิชาหอกทะเลจุดเหนือกว่าระดับสุดยอดฝีมือ  อย่างนั้นจะเป็นยังไงเล่า?  หลิงซิ่วตื่นเต้นขึ้นมาทันใด ถ้าวิชาหอกทะเลจุดของเจ้าคนทรยศเป็นระดับสุดยอดฝีมือ อย่างนั้นถ้าเขาฝึกฝนหอกทะเลจุดจนเหนือกว่าระดับสุดยอดฝีมือ  อย่างนั้นเขาก็จะสามารถเอาชนะคนชั่วร้ายนั่นได้

นัยน์ตาขององค์หญิงน้อยโตเท่าไข่ห่าน  เมื่อเธอรู้สึกตัวครั้งแรก  เธอคงจะบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับบิดาของเธอ  ตระกูลกู้แข็งแกร่งมาก ประมุขตระกูลรุ่นใหม่ของตระกูลกู้ก็แข็งแกร่งมากด้วย

ไม่สิ  ตอนนี้นางแข็งแกร่งมากๆๆ แล้ว!

เธอไม่เคยคิดว่าการผจญภัยของเธอเองจะทำให้เธอเข้าใจกู้เสวี่ยได้มากขึ้น  ทันใดนั้นเธอรู้สึกยินดีมาก  โชคดีที่เธอได้ที่ปรึกษาเช่นนั้น  ตราบใดที่ความสัมพันธ์ของเธอกับที่ปรึกษาของเธอยังคงเป็นไปได้ด้วยดี  กู้เสวี่ยจะสามารถยืนหนุนอยู่ข้างรัฐบาลอู่โหว

กู้เสวี่ยจะกลายเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าของสวรรค์วิถีไปโดยปริยาย  นี่เป็นนิมิตหมายที่ยอดเยี่ยมที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน

หน้าของชิงหลวนไม่มีสีเลือดเหลืออยู่สักนิด นางมักภูมิในวิชากระบี่ปีกสะท้านของนางเสมอ  แต่ตอนนี้นางไม่เหลือความภูมิใจสักนิดเมื่อได้เห็นกระบวนท่าราชันย์ถวิลรัก

เบื้องหลังประตูแสง  ปิงขยี้เท้าถอนหายใจหันหน้าไปทางกรงเล็บภูตพราย“เฮ้อ.. สาวน้อยผู้น่ารักคนนี้ตอนนี้กลายเป็นผู้ที่ทั้งแข็งแกร่งและงดงามมากไปแล้ว!  เราสูญเสียครั้งใหญ่, สูญเสียเสียแล้ว”

กรงเล็บภูตพรายตามปกติจะไม่พูดอะไรอยู่แล้ว

“เฮ้อ, ถังน้อยก็ดันชอบผู้หญิงอยู่คนเดียว  นี่ช่างน่าผิดหวังจริงๆ  ถ้าเป็นข้านะ.....” ปิงบ่นจุกจิก เขาส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัวและทันใดนั้นเขามองดูตาของกรงเล็บภูตพราย  ก็ต้องตกใจ

ลึกลงไปในดวงตากรงเล็บภูตพราย,  แสงจางพลันสว่างขึ้น

จากนั้นปิงจึงรู้ตัวและมองดูเขา ใบหน้าเหมือนไพ่ของเขาดูจริงจัง “เจ้าตื่นเต้นหรือ?  กรงเล็บเพลิงภูตพรายของเจ้าก็เป็นวิชาระดับสุดยอดฝีมือเหมือนกัน ข้ายังสงสัยอยู่ว่าเจ้าเคยต้องการไปให้ไกลกว่าระดับนั้นหรือไม่?”

ปกติปิงบ่นกับตัวเองเป็นประจำจนคุ้นเคยไปแล้ว  จากนั้น มีขมขื่นดังขึ้น

“ใช่แล้ว”

ปิงมองดูกรงเล็บภูตพรายอย่างมึนงงปากของเขาชะงักค้างเป็นรูปตัวโอ ท่าทางของเขาเหมือนกับถูกผีหลอก

กรงเล็บภูตพรายพูดบางคำได้ด้วย...

“จะ จะ จะ เจ้า เจ้าพูดได้ด้วยเหรอ?” ปิงชี้กรงเล็บภูตพรายและตัวสั่น ทันใดนั้นเขานึกขึ้นมาได้ว่าเขาได้พูดกับคนที่คิดเป็นพูดเป็นและนอกจากนี้เขายังบ่นพึมพำกับตนเองทั้งวันและทั้งคืน  จู่ๆ ปิงก็รู้สึกเหมือนว่าตนเองตกลงไปในเหว

มันน่าขายหน้ามาก!

นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพดาวกางเขนใต้....

“เออ!”  กรงเล็บภูตพรายตอบ น้ำเสียงแหบมากเขาใช้พลังมากมายกว่าจะพูดเช่นนั้นได้

“งั้น งั้น งั้น... ทำไมเจ้าถึงไม่พูด?”  ปิงตกตะลึงถาม

“เหนื่อยว่ะ” กรงเล็บภูตพรายตอบ

“อ๊าาาาาา!”  ปิงเอามือปิดหน้าขณะที่ร้องสุดเสียง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด