ตอนที่แล้วตอนที่ 187 สำเนียงเฉื่อยชา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 189 ความถวิลหาเหมือนกับสายรุ้งงดงาม

ตอนที่ 188 ราชันย์ถวิลรัก


“สมบัติของหมู่ดาวแมวป่าเรียกว่ากรงเล็บแมวโลหิต” ขลุ่ยวิเศษพูดอย่างสุภาพเหมือนเสียงลมพัดไหวใส่หัวใจทุกคน“ในบรรดาสมบัติของหมู่ดาวแมวป่า สมบัติที่ขึ้นชื่อที่สุดติดตาที่สุดก็คืออาวุธรูปแบบกรงเล็บ  ถ้าข้าจำได้ไม่ผิดกรงเล็บแมวโลหิตก็มีชื่อเสียงมากเช่นกัน จากกรงเล็บแมวที่ยอดเยี่ยมทั้งสิบ  กรงเล็บนี้จัดอยู่ในอันดับเจ็ด  มันเป็นอาวุธสมบัติ”

กรงเล็บแมวโลหิตเป็นถุงมือที่มีรูปร่างเหมือนกับอุ้งเท้าแมว  ด้วยใบมีดกรงเล็บที่ปรากฏออกมามิได้ด้อยไปกว่ามีดกรงเล็บเลย เมื่อฟันไปแล้วจะทิ้งรอยเลือดของคมมีดไว้ชัดเจน

“ทรงพลังมากเลย”  ตาของถังเทียนเป็นประกาย เขาพยายามสวมกรงเล็บแมวโลหิตและคาดไม่ถึงเลยว่ามันจะสวมได้พอดี  เมื่อทดสอบตวัดในอากาศสองครั้ง เกิดรอยกรงเล็บสีเงินปรากฏขึ้นในอากาศ

แม้ว่ามันจะถูกสวมใส่อยู่ในมือแต่ก็ไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของมือเลยแม้แต่น้อย ถังเทียนลองกำหมัด แต่ก็ไม่รู้สึกติดขัดแต่อย่างใด มันให้ความรู้สึกที่ดีแน่นอน

เมื่อเห็นแบบนี้ เขาสามารถเริ่มเรียนวิชากรงเล็บเพลิงภูตพรายได้แล้ว

ปิงให้ความสนใจมาก  “เนื่องจากนี่เป็นอาวุธสมบัติ  หึหึ เจ้าหนู, เจ้าก็เหมือนได้ทองมาแล้ว กรงเล็บดาบแมวโลหิตและกรงเล็บเพลิงภูตพราย เป็นลักษณะที่เราบอกได้เลยว่าเข้ากันได้เป็นอย่างดี”

เมื่อหลิงซิ่วเห็นกรงเล็บแมว  ความตื่นเต้นของเขาหดหายไปทันที

คนที่เหลือก็อยากจะลองดูแต่พวกเขาก็ไม่สนใจเท่าใดนัก มีเพียงเด็กหญิงเท่านั้น แต่เธอกลับถูกถังเทียนละเลย เหมือนกับว่าเขาจะเก็บไว้ใช้เอง

แต่เด็กหญิงกลายเป็นตื่นเต้นให้ความสนใจขลุ่ยวิเศษ  เธอยืนอยู่ใกล้ๆ เขาทันทีและถามเขาหลายๆ เรื่อง  ขลุ่ยวิเศษไม่ได้ปฏิเสธเธอแม้แต่น้อย เขาอดทนและเป็นกันเองทำให้ชิงหลวนก็หลงชอบเขาเช่นกัน

ถังเทียนพอใจหลังจากได้รับอาวุธสมบัติระดับเงินแล้ว เขายังคงได้ขุนพลวิญญาณระดับนักสู้สวรรค์วิถี  แม้ว่าพลังของขลุ่ยวิเศษจะอ่อนแอลงมาก  แต่เขาก็ยังแข็งแกร่ง  ขลุ่ยวิเศษจากเมื่อเริ่มแรกเห็นการต่อสู้เป็นเรื่องการทดสอบ  ถ้าเป็นการต่อสู้จริงๆ  ถังเทียนสงสัยจริงๆ ว่าเขาจะทนอยู่ได้นานเท่าใด

ตามที่คาดไว้นักสู้สวรรค์วิถี แม้ว่าพลังของเขาจะไม่สมบูรณ์แต่ความแข็งแกร่งของเขายังอยู่ในระดับสูง

ทันใดนั้นเมื่อนึกถึงเรื่องของไซอาได้  ถังเทียนจึงถามขลุ่ยวิเศษ “ลุงขลุ่ย!  ยังมีอีกคนหนึ่งอยู่ที่นี่ท่านรู้เรื่องนั้นหรือเปล่า?”

ลุงขลุ่ย......

ขลุ่ยวิเศษที่ตอนนี้กำลังส่งยิ้มให้เด็กหญิงชะงักค้างทันทีทันใด  หลังจากนั้นชั่วขณะเขาค่อยๆ หันหน้ามา “ความจริง ข้าไม่ได้แก่เท่าใดนักหรอกนะ  เจ้าเรียกข้าว่าขลุ่ยเฉยๆ ก็ได้”

“สำหรับคนผู้นั้น  ข้ารู้จักเขา”

คำพูดของขลุ่ยวิเศษเรียกความสนใจของทุกคนทันที

“เขามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่สองสามปีก่อน”  ขลุ่ยวิเศษนึกย้อนรำลึก “ข้าไม่รู้ว่าเขาไปสะดุดสนใจสมบัติชิ้นไหนของหวังหย่ง ดังนั้นเขาจึงเข้ามาที่นี่และออกไปได้อย่างอิสระ  แต่สาเหตุที่เขามาที่นี่น่าจะเป็นเพราะกระบี่เล่มนั้น”

“กระบี่เล่มนั้น?”  นัยน์ตาของทุกคนเป็นประกายทันที  เหมือนกับกลุ่มเด็กช่างสงสัย  ทุกคนถามขึ้นพร้อมกันทันที

“เอ่อ, หวังหย่งเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง  แต่ชีวิตของเขาไม่ค่อยดีเท่าใดนัก”  ขลุ่ยวิเศษหวนรำลึก  “เมื่อเขาอายุสามสิบปีเขาสูญเสียภรรยาสุดที่รักทำให้นิสัยของเขาเปลี่ยนไปอย่างมากมาย  เขาเริ่มโหมฝึกหนัก  และเมื่อเขาอายุสี่สิบปี  เขาก็เชี่ยวชาญวิชาเจ้าสังหาร  หลังจากรอนแรมอยู่โลกภายนอกมานานสิบปี  เขาก็กลับมายังภูเขาปู้โจว  นิสัยของเขาขวางโลกและประหลาดทำให้ทุกคนไม่ชอบเขา บวกกับคิดคำนึงถึงภรรยาของเขาที่ตายไป  ทุกวันเขาจึงจมอยู่ในความปวดร้าวเดียวดายครึ่งเดือนก่อนเขาตาย เขาฝันถึงภรรยาที่ตายไปแล้วทุกวัน และบัญญัติวิชาใหม่ขึ้นนามว่าราชันย์ถวิลรัก”

ขลุ่ยวิเศษถอนหายใจ “เขามีอารมณ์ประหลาด  เขาเข้าใจได้แจ่มชัดยามเมื่อถวิลหานางดังนั้นจึงตั้งชื่อว่าราชันย์ถวิลรัก เขาเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งใช้เวลาเพียงสิบปีก็เชี่ยวชาญวิชาราชันย์สังหารวิชากระบี่ระดับปรมาจารย์กับกระบวนท่าราชันย์ถวิลรักนี้กลายเป็นวิชาที่เฉียบขาดรุนแรงยิ่งขึ้นเหนือกว่าความสำเร็จในเชิงกระบี่ครั้งก่อนของเขา  เมื่อตอนที่เขาสำเร็จวิชาใหม่  ข้าอยู่กับเขาด้วย  ท่าโจมตีนั้นยากจะอธิบายได้จริงๆ...”

เมื่อคิดถึงกระบวนท่าราชันย์ถวิลรักสีหน้าของขลุ่ยวิเศษไม่อาจระงับความตกใจจากสิ่งที่คิดได้

ทุกคนตื่นเต้นเพราะคำของเขา  ใจของพวกเขาจดจ่ออยู่ข้างหน้า และปล่อยให้ยอดฝีมือระดับสวรรค์วิถีได้แสดงความรู้สึกดังกล่าว  นี่ต้องเป็นท่าที่น่าตื่นตะลึงมากแน่นอน

ขลุ่ยวิเศษดึงสติความคิดกลับมา  สีหน้าของเขากลับคืนเป็นปกติอีกครั้ง  “หลังจากเรียนรู้กระบวนวิชาราชันย์ถวิลรักเป็นเวลาสองสามวัน  เขาก็ตายจากไป เขาไม่ได้กลายเป็นขุนพลวิญญาณ แต่กลับเลือกที่จะตายและเมื่อตาย เขาตายอย่างสงบเหมือนพบสิ่งที่สงบ”

“กระบี่ของเขาเป็นอาวุธสมบัติเหมือนกันใช่ไหม?”บุรุษหนุ่มสงสัย  เป็นเรื่องแปลกมากหลังจากขลุ่ยวิเศษพูดคุยมายาวนาน เขาไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องกระบี่เลย

“ไม่ ไม่ใช่เลย กระบี่ของหวังหย่งเป็นสมบัติของกลุ่มดาวนกการเวก ระดับเงินมีชื่อว่าลำนำกลืนสวรรค์ แต่ไม่จัดเป็นสมบัติ กระบี่สังหารของหวังหย่งเดียวดายและประหลาดและกระบี่ที่เป็นอาวุธสมบัติทั้งหมดไม่เหมาะกับเขา  แม้กระบี่ลำนำกลืนสวรรค์นี้จะไม่ใช่อาวุธสมบัติ แต่ก็เหมาะเป็นกระบี่คู่มือเขาอย่างสมบูรณ์แบบ  แต่จากมุมมองของคนภายนอกพวกเขาว่ามันไม่ใช่ลำนำกลืนสวรรค์”

ทุกคนงงกับสิ่งที่ขลุ่ยวิเศษกล่าว

“กระบี่ลำนำกลืนสวรรค์นั้นเป็นเพราะการสำเร็จวิชาราชันย์ถวิลรักของหวังหย่ง จึงมีการเปลี่ยนแปลง  มันแยกตัวเองออกมาจากหมู่ดาวนกการเวก  สองชั่วโมงก่อนหวังหย่งตายกระบี่ก็กลายรูปเต็มที่ และถูกเขายกย่องให้เป็นกระบี่ถวิลรักกลายเป็นอาวุธสมบัติอย่างหนึ่ง หวังหย่งลูบดาบอยู่ในความมืดจนกระทั่งตายและศพของเขาไม่เน่าเปื่อย คนภายนอกที่มุ่งมาเพื่อรับวิชาราชันย์ถวิลรักทันทีที่ได้กระบี่แล้วเขาจะเข้าใจวิชากระบี่ราชันย์ถวิลรักอย่างแท้จริง!”

ใบหน้าทุกคนเปลี่ยนเป็นสีหน้าตกใจ คำอธิบายของขลุ่ยวิเศษแตกต่างจากเรื่องเล่าขานยิ่งนักและยิ่งน่าตกใจมากยิ่งขึ้นกระบี่เดียว เพราะกระบวนท่าเดียวสามารถเปลี่ยนสภาพเป็นอาวุธสมบัติมีค่าไปได้  เหตุการณ์แบบนี้ถ้าไม่ได้ฟังจากขลุ่ยวิเศษคงไม่มีใครเชื่อแน่

แปะ แปะ แปะ!

เสียงปรบมือดังต่อเนื่องจากที่ไกลและร่างหนึ่งที่สวมหน้ากากปรากฏตัวจากทางเข้าถ้ำ

“ดูเหมือนว่าการไม่ปิดม่านพลังเสียก่อนจะเป็นความผิดพลาดของข้าสินะ ”เสียงของไซอาดังออกมา  เขายืนตรงอยู่ตรงนั้น  แต่ทุกคนสามารถรู้สึกได้ว่า  ตรงนั้นว่างเปล่าสิ้นเชิง

ขลุ่ยวิเศษพูดอย่างเป็นกันเอง  “เจ้าไม่ได้ช้ากว่าสำเนียงขลุ่ยเลยนะ”

“นั่นอาจจะไม่จำเป็น” ไซอาพูดอย่างใจเย็น  “แต่ถ้าข้ารู้ว่าม่านพลังขุนพลนี้ได้รับการปกป้องจากคุณชายขลุ่ยวิเศษผู้ลือชื่อ  ไม่ว่ายังไงข้าคงต้องลอง”

ขลุ่ยวิเศษยิ้ม  “ข้ามิอาจรับเกียรตินั้นได้”

“ฮ่าฮ่า, ไซอา!  ในที่สุดเจ้าก็ออกมา!มาเลย, เรามาสู้กันอีกรอบ!” ถังเทียนชี้มาที่ไซอา จิตวิญญาณนักสู้ของเขาลุกโชน

ไซอาแสยะยิ้มเล็กน้อย

“ถ้าเจ้าต้องการสู้กับข้า  รอจนกว่าถึงอุปสรรคด่านสุดท้ายก่อนเถอะ”

พูดจบก็หายไปเหมือนควันเบาบาง

“ด่านสุดท้าย?” ถังเทียนหันไปถามขลุ่ยวิเศษ  “ลุงขลุ่ย!  มันคืออะไรเหรอ?”

ลุงขลุ่ย.....

ขลุ่ยวิเศษสะดุดกับสองคำนี้โดยอัตโนมัติ  หน้าของเขาดูโรยรา  “ก็คือกระบี่เล่มนั้น!”

“โอว” ถังเทียนเอียงหัวขณะคิด  “ผู้อาวุโสหวังซ่อนสมบัติไว้มากมายหรือเปล่า?”

“สมบัติ?” ขลุ่ยวิเศษตะลึง เขาทำสีหน้าประหลาด  “เขาจะมีสมบัติอะไร?  เขาอยู่คนเดียวจนกระทั่งแก่  เมื่อเขากลับมาเขาปู้โจว  เขามีกระบี่อยู่เพียงเล่มเดียว  และไม่มีอะไรอย่างอื่น”

ตาของถังเทียนมืดมนเขาหันหน้ามาด้วยความรู้สึกโกรธ เขาตะโกนใส่เด็กหญิงอย่างหงุดหงิด “เจ้าเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่ามีสมบัติตั้งมากมาย?”

“ก็หนังสือเขียนไว้ว่าอย่างนั้นนี่”  เด็กหญิงตีหน้าไร้เดียงสา เหมือนกับว่าเธอกำลังผลักอากาศข้างหน้าเธอ

อารมณ์ของถังเทียนประมาณว่าราวกับตกจากสวรรค์ลงสู่ขุมนรก  ปัญหาหินดวงดาวมักรบกวนเขาอยู่เสมอ  กระเป๋าของเขากลวงเปล่าแล้ว  เขาเตรียมตัวจะได้รับลาภก้อนโต  แต่คาดไม่ถึงเลยว่าในช่วงสุดท้ายความหวังของเขากลับสูญสลายไป

ถังเทียนหน้าเขียวคล้ำ  เขาหันหน้าและเดินกลับไปยังที่ๆ เขามา  “ไปเถอะ, เรากลับกันเถอะ!”

เด็กหญิงตะโกนทันที  “กลับทำไมเล่า? ยังเหลืออยู่อีกด่านหนึ่งนะ”

“ทำไมเจ้าถึงต้องการทำลายกระบี่ด้วยเล่า?” ถังเทียนพยายามถลึงตาให้โตเข้าไว้จนตาของเขาดูโตกว่าปกติ  “มีแต่ชิงหลวนที่ฝึกวิชากระบี่ในหมู่พวกเรา  ทำไมพวกเราที่เหลือถึงต้องฝึกกระบี่ด้วย?  แล้วเรายังต้องสู้เพื่อให้ได้กระบี่นั่น  มันไม่คุ้มกันเลย”

“ไม่มีทาง!” เด็กหญิงคัดค้านและไม่ยอมถอยขณะที่จ้องมองถังเทียน  “ท่านยังพูดเองเลยว่าจะช่วยให้ข้าเสร็จสิ้นการตรวจสอบนี้ แล้วเราจะไม่ยอมไปที่ด่านสุดท้ายได้ยังไง?”

ถังเทียนหยุด  ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเขาลืมเรื่องนี้ไปหมดแล้ว

สีหน้าขององค์หญิงน้อยอ่อนลงและยังคงพูดต่อ “นอกจากนี้ กระบี่ราชันย์ถวิลรักก็ยังเป็นอาวุธสมบัติ!   การปลุกวิชาที่เข้มแข็งได้อย่างนั้นสิ่งเหล่านี้จะขายได้ราคามากแค่ไหน? และยังเพิ่มเรื่องราวของผู้อาวุโสหวังเข้าไปอีกด้วย  ถ้าขายไม่ได้ราคาดีๆ  ก็ถือว่าไร้เหตุผลแล้ว”

มีเหตุผล!

ถังเทียนกระตือรือร้นทันที  ของดีๆ อย่างนั้น จะขายทำราคาได้สูงเพียงไหน?

นั่นคือกระบี่ราชันย์ถวิลรัก  วิชากระบี่ระดับปรมาจารย์ สามารถขายทำราคาดีๆได้อย่างแน่นอน และวิชาราชันย์ถวิลรักก็ยิ่งมีราคาดียิ่งขึ้นไปอีก

ถังเทียนมองเห็นเหรียญดาวจำนวนนับไม่ถ้วน

※※※※

“กระบี่นี้น่ะหรือ?”  ถังเทียนพึมพำ ใจของเขาสั่นไม่หยุด ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น  ทุกคนต่างก็หลงใหลฉากภาพข้างหน้าจนพวกเขาพูดไม่ออก

กระบี่เล่มเดียวโดดๆ อยู่ในกลางห้องโถงใหญ่  ที่ด้านข้างเป็นร่างชายชรานั่งขัดสมาธิ ตัวกระบี่เปล่งแสงสีรุ้ง แสงทั้งหมดนี้เป็นเหมือนโดมครอบคลุมพื้นที่ห้องโถงถึงครึ่งห้อง

ใบกระบี่ดูงดงามราวกับว่ามีสีสันนับไม่ถ้วนกำลังลอยอยู่ในนั้น  แสงที่ติดอยู่ภายในเป็นเหมือนฟองสบู่ขนาดมหึมาสีของมันเปลี่ยนไปอย่างสม่ำเสมอ

“นั่นคือผู้อาวุโสกระบี่มารหรือ?”  ถังเทียนถามด้วยความสงสัย

“อืม..”ขลุ่ยวิเศษอธิบาย  “พลังจากกระบี่ราชันย์ถวิลรักปกป้องร่างของเขาไว้”

“ถังเทียนร้อง”ว้าว”มองดูสีที่รวมตัวอยู่บนม่านแสง

“ระวังด้วยนะ,อย่าแตะต้องม่านแสง” ขลุ่ยวิเศษเตือนคนที่เหลือทันที  “ไม่นานนี้คนผู้นั้นได้รับผลกระทบจากม่านพลังของกระบี่ถวิลรัก พลังปราณของเขาได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก”

ทุกคนตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น  มิน่าเล่าพลังของไซอาถึงได้อ่อนแอมากขึ้น เป็นเพราะได้รับผลกระทบจากม่านแสงนั้นนั่นเอง

แต่หัวใจของทุกคนยังคงสั่นไหว

ไซอาก่อนหน้านี้เป็นนักสู้ที่มีพลังเทียบเท่ากับนักสู้สวรรค์วิถี  เพียงเพราะได้รับผลกระทบจากม่านพลังกระบี่นั้นพลังของเขาถึงกับลดลงฮวบฮาบขนาดนั้นได้ ม่านพลังนั้นแข็งแกร่งมาก

ถังเทียนโบกมือให้เด็กหญิง “ข้าไม่รู้จะเอายังไงต่อ”

ถังเทียนไม่ตั้งใจจะพูดเช่นนั้น ม่านพลังแสงนั้นให้ความรู้สึกถึงสังหรณ์ที่อันตรายต่อเขาและเขาสงสัยว่าความจริงม่านพลังที่อยู่ต่อหน้าอาจเป็นพิษที่หายากชนิดหนึ่งแค่เพียงยืนอยู่ข้างหน้า หัวใจของเขาก็เต้นแรงแล้ว

นั่นเป็นวัตถุอันตราย

แม้ว่าถังเทีนยนต้องการหาเงินเพื่อเอาไว้ฝึกฝนก็จริง  แต่มันไม่คุ้มกัน

ไม่มีใครสังเกตว่ากู้เสวี่ยมีสีหน้าที่แปลกประหลาด

“ม่านพลังถวิลหาทันทีที่เจ้าถูกมันเล่นงาน เจ้าจะตกต่ำลงตลอดชีวิต ตกอยู่ในความถวิลหาที่ขมขื่น”  ขลุ่ยวิเศษพูดขึ้นช้าๆ “จงถวิลหาข้า เพื่อเข้าใจความขมขื่นของการถวิลหาของข้า  ความถวิลหาที่ยาวนานของความทรงจำที่ยาวนาน  โหยหาปรารถนาไม่สิ้นสุดข้าควรได้รู้ก่อนสะดุดความรู้สึกของผู้คน คงจะดีกว่าที่ไม่รู้จักกันและกัน”

ร่างที่บอบบางของกู้เสวี่ยสะท้าน  นางจ้องดูสีรุ้งงดงามที่ปรากฏอยู่บนม่านแสงถวิลหา

ภายในนั้น เหมือนกับมีเสียงเรียกนางนางไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายจากมันแต่ความจริงนางกลับรู้สึกว่าม่านแสงปลดปล่อยความรู้สึกที่อบอุ่นออกมา

ทันใดนั้น นางเงยหน้าและพูดอย่างกล้าหาญ  “ข้ารู้สึกว่ามันกำลังเรียกข้า”

คนรอบๆ ตัวนางถึงกับเงียบทันที

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด