ตอนที่แล้วตอนที่ 168 ท้ารบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 170 พยัคฆ์ร้ายในฝูงแกะ

ตอนที่ 169 ชัยชนะ


ร่างของถังเทียนเหมือนกับเติมเต็มไปได้วพลังงานไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อดูผู้เฒ่าหวีที่กำลังเดินเนิบนาบ เขาไม่รู้สึกหวั่นวิตกแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับกระตือรือร้น เขาต้องการเห็นฤทธิ์เดชของเลือดแคระและเลือดเทพที่เขาเพิ่งจะดูดซับไว้ได้

ถ้าเป็นไปตามทฤษฎีของปิง ถังเทียนในตอนนี้ ไม่ควรจะยั่วยุผู้อาวุโสหวี เพราะเขายังต้องจำแนกพลังที่เขาพบใหม่นี่เสียก่อน  แต่ถังเทียนไม่สนใจแม้แต่น้อย  พลังฤทธิ์เดชที่เขาเพิ่งดูดซับไปพร้อมจะปลดปล่อยศักยภาพของมันแล้ว  พวกมันดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงความรังเกียจและความเกลียดชังที่ถังเทียนมีต่อผู้เฒ่าหวี

ยิ่งกว่านั้น ตาเฒ่าบัดซบนี่ไม่สมควรให้อภัย

ถังเทียนไม่มีนิสัยที่ยอมให้คนอื่นบุกโจมตีก่อน  ดังนั้นเขาจึงเริ่มโจมตี

ถังเทียนหายวับไปตรงจุดที่เขายืน

ไวมาก!

พวกนักสู้ถึงกับเบิกตากว้างเพื่อสังเกตให้ชัด พวกเขารู้สึกว่าสายตาพร่ามัวและจากนั้นภาพถังเทียนก็หายไป มีแต่เพียงเยี่ยนเซี่ย, อูหนานและคนเพียงหยิบมือที่สามารถมองตามถังเทียนได้ทัน  เยี่ยนเซี่ยยังดี  แต่อูหนานสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  ความเร็วของถังเทียนไวกว่าเขา!

ไวเหมือนสายฟ้า!

ความเร็วของถังเทียนตั้งแต่แรกก็ไม่ช้าอยู่แล้ว และเลือดแคระไม่เพียงแต่เพิ่มพลังให้กับเขาเท่านั้นแต่ยังช่วยเพิ่มความเร็วอีกด้วย  ขณะที่เลือดเทพยังกระตุ้นความเร็วของถังเทียนให้เพิ่มมากขึ้นอีก  ด้วยการผสานกันของสายเลือดทั้งสอง ความเร็วของถังเทียนในตอนนี้ยังเร็วกว่าหัวหรงในขณะที่เขาอยู่ในจุดสูงสุดเสียอีก

ผู้เฒ่าหวีในตอนนี้ เข้าสู่สภาวะพร้อมต่อสู้แล้ว  ตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้า  สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจริงจัง  ในมือของเขาถือพัดสีฟ้า

ควั่บ เมื่อพัดคลี่ออก มีคำเขียนไว้บนพัดว่า “ระลอกคลื่น”

พัดระลอกคลื่นเป็นสมบัติชั้นบรอนซ์ของหมู่ดาวสายน้ำ

ผู้เฒ่าหวีพลิกฝ่ามือโบกพัด  วิ้ววว..ทันใดนั้นสระน้ำสีน้ำเงินปรากฏอยู่ต่อหน้าถังเทียนเหมือนกับแนวเส้นขอบฟ้า  พัดเป็นเหมือนคลื่น  ไม่มีความยุ่งเหยิงแค่เหมือนระลอกคลื่นแผ่วพลิ้ว เพราะเป็นเพียงลมพัด  ดูเหมือนไม่มีอันตรายแม้แต่น้อย

สัญชาตญาณของถังเทียนบอกให้รู้ว่ามีอันตราย

ดูเหมือนระลอกคลื่นที่สดใสแผ่วพริ้วจะมีอันตรายแฝง

ถังเทียนไม่สงสัยสัญชาตญาณของตัวเขาเอง แม้ว่าความเร็วและพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่ธรรมดาจนเหนือกว่าคนทั่วไปมากมาย   แต่พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาก็คือสัญชาตญาณ

แทบไม่มีอะไรต้องคิด  ถังเทียนชี้ไปที่ส้นเท้าและย่อตัวเล็กน้อยก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างผู้เฒ่าหวี

เสียงอุทานดังขึ้นจากคนรอบด้าน ความเร็วของถังเทียนไวเหลือเกิน เมื่อพวกเขาเห็นถังเทียนปรากฏตัวในอากาศข้างๆ ผู้เฒ่าหวี  พวกเขาตกใจกันหมด

ถังเทียนกระดิกนิ้วเล็กน้อย วังวนสีขาวก็ลอยออกมาจากฝ่ามือของเขา

วังวนกระเรียนขาว!

ผู้เฒ่าหวีดูเหมือนจะสงบและนิ่ง  เขาพลิกข้อมือและสะบัดพัดที่กลายเป็นเหมือนแปรงใหญ่พิเศษที่จุ่มแช่น้ำทะเลแสงสีฟ้าและโบกแกว่งตามปกติ

ถังเทียนไม่เคยพลาดเป้าหมายของเขา วังวนกระเรียนขาวที่มักทำให้คู่ต่อสู้ตื่นเต้นหายไปเงียบๆต่อหน้าคลื่นแสงของน้ำทะเล

ถังเทียนตกใจทันที

เขาไม่เคยคิดว่าวังวนกระเรียนขาวจะสามารถฆ่าผู้เฒ่าหวีได้  แต่แม้ว่ามันจะทำให้ผู้เฒ่าหวีตื่นเต้นเขาไม่คาดเลยว่าคลื่นโบกของพัดตามปกติของผู้เฒ่าหวีจะสลายกระบวนท่าเขาได้

แม้จะแตกตื่น แต่ฝีเท้าของถังเทียนไม่ได้รับผลอะไรแม้แต่น้อย  และเขามีความลื่นไหลเป็นพิเศษ

ความเร็วของเขารวดเร็วเป็นพิเศษ แม้ว่าวังวนกระเรียนขาวแทบจะไม่มีอาการสนองตอบแต่คลื่นพัดของผู้เฒ่าหวีก็ทำอะไรถังเทียนไม่ได้

ถังเทียนพยายามโจมตีจากตำแหน่งต่างๆ แต่ผู้เฒ่าหวีตื่นตัวมากกว่าธรรมดาทำให้ความพยายามของเขาไร้ผล  ผู้เฒ่าหวีปรับเปลี่ยนจังหวะฝีก้าว เขารู้ว่าความเร็วของเขายังเป็นรองถังเทียนอยู่มาก  ดังนั้นเขาตัดสินใจตั้งรับไม่ทำอะไร  อย่างไรก็ตามพัดของเขาน่ากลัวและถังเทียนก็กังวลมาก

ฝีมือลึกล้ำของผู้เฒ่าหวีทำให้ถังเทียนทำอะไรไม่ถูก

ผ่านไปสองสามรอบทั้งสองฝ่ายอยู่ในสภาพยันกัน  นักสู้ผู้สังเกตการณ์ก็เข้าใจปัญหาบางอย่าง

“สมกับเป็นผู้เฒ่าหวีจริงๆ อา...วิชาพัดสามทะเลขุนเขาใช้ออกได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีช่องโหว่”

“ใช่แล้ว!แต่ความเร็วของถังเทียนก็น่ากลัว!  ถ้าคู่ต่อสู้เป็นคนอื่น  ข้าพนันได้ว่าเขาคงพ่ายแพ้ไปนานแล้ว

… …

“หัวหน้า!  ใครเป็นฝ่ายได้เปรียบกันแน่?”  สั่วกวงอดถามอย่างช่วยไม่ได้

เยี่ยนเซี่ยนิ่งงัน และลดเสียงลง “ยากที่จะบอกได้ดูจากพลังฝีมือทั้งสองฝ่ายมีทั้งได้เปรียบและเสียเปรียบ  ความเร็วและพลังของถังเทียนทำให้เขาได้เปรียบ  ขณะที่ผู้เฒ่าหวีมีวิทยายุทธที่เหนือกว่าอีกทั้งปราณแท้ก็แข็งแกร่ง และตอนนี้เขาลดตัวใช้ท่าตั้งรับ ถ้าถังเทียนต้องการชัยชนะ ก็จะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากวิชาสามทะเลขุนเขาของผู้เฒ่าหวีสมบูรณ์แบบ ถ้าถังเทียนประมาทใจร้อน  ก็จะเป็นอันตรายแน่”

อูหนานถามต่อด้วยความสงสัย “หัวหน้าคิดว่าผู้เฒ่าหวีดีพอไหม?”

“ไม่!”  เยี่ยนเซี่ยนสั่นศีรษะอย่างคาดไม่ถึง  “ข้ายังคาดหวังว่าถังเทียนมีดีพอ”

ทุกคนตะลึงกับเรื่องที่เยี่ยนเซี่ยเพิ่งพูดผู้เฒ่าหวีควรอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบชัดเจน แต่หัวหน้ากลับพูดว่าถังเทียนมีดีพอ

เยี่ยนเซี่ยมองดูในห้องโถงและรำพึงกับตนเอง “การต่อสู้ครั้งนี้ สำหรับผู้เฒ่าหวีแล้ว ไม่มีเงื่อนไขอื่นให้ได้รับชัยชนะ  ดังนั้นเขาจึงเครียดมาก  ขณะที่ถังเทียนจะได้รับชัยชนะตราบเท่าที่เขาลากเวลาได้ยาว  และถังเทียนมีกำลังใจดีกว่า  สำหรับคนในวัยอย่างเขา  เขาไม่กลัวแล้วยังกล้าหาญ  สิ่งที่สำคัญที่สุดถังเทียนยังไม่คุ้นเคยกับพลังที่เขาเพิ่งได้มาใหม่  นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของผู้เฒ่าหวี  แต่ผู้เฒ่าหวีระวังตัวเกินไป  รอจนถังเทียนค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับพลังใหม่ของเขา  ความสมดุลจะเปลี่ยนไป”

กงอี้ซิ่วจู่ๆ ก็เงียบลง  “หัวหน้า!  ท่านคิดว่าเราจะฉวยโอกาสจากสถานการณ์.....”

เขายกฝ่ามือแล้วทำท่าสับเบาๆ

เยี่ยนเซี่ยส่ายหน้า  “อย่าลืมว่ายอดฝีมือจักรกลยังไม่ปรากฏตัว  เราประมาทถังเทียนกับหลิงซิ่วไปแล้ว และจะเป็นยังไงถ้าเรายังประมาทเจ้าผู้นั้นอีกด้วย?”

ทุกคนถูกขู่ขวัญ

เยี่ยนเซี่ยลดเสียงของเขา “สำหรับตอนนี้ ความขัดแย้งของเรากับตระกูลกู้  ไม่สิที่ถูกควรเป็นความขัดแย้งของเรากับถังเทียนกับพวกทั้งสามไม่สามารถจะประนีประนอมกันได้แน่นอน  ถ้าเรายอมลดความยืนกรานของเรา  การขอโทษกู้เสวี่ยจะเป็นเรื่องง่าย  ถ้ากู้เสวี่ยไม่ถือสาหาความเราก็จะไม่ขัดแย้งกับพวกเขามากขึ้น แต่ถ้าเราโจมตี อย่างนั้นเราคงหนีไม่รอด”

กงอี้ซิ่วได้แต่เงียบ

เมื่อเยี่ยนเซี่ยเห็นกงอี้ซิ่วไม่ยินยอมพร้อมใจ  เขาตบไหล่กงอี้ซิ่วและเตือน“อย่าเพิ่งท้อแท้  รอจนกว่าท่านหัวหน้ากลุ่มจะมาถึง”

กงอี้ซิ่วได้รับการกระตุ้นเตือน เขาเป็นนักวางแผนอยู่แล้วก็ล้างความคิดของเขาทันที  ถูกแล้ว เมื่อหัวหน้ากลุ่มมาถึงความสามารถของเขาจะต้องพุ่งทะยาน แผนของผู้เฒ่าหวี หลังจากเหตุวุ่นวายนี้ แผนการของผู้เฒ่าหวีคงสลายหายไป ตระกูลกู้จะขัดแย้งลึกซึ้งกับตระกูลอื่น ดังนั้นจะไม่มีใครยืนหยัดช่วยตระกูลกู้ เมื่อถึงตอนนั้น ทั้งสามคนนี้และกู้เสวี่ยจะกลายเป็นปลาที่อยู่บนเขียง

แต่ในช่วงนี้เอง การต่อสู้ระหว่างหลิงซิ่วและอู๋เจ๋อสิงก็มาถึงจุดตัดสิน

“หอกพิทักษ์คุณธรรม!”

“กระบี่สายลมไร้เงา!”

แสงรังสีแพรวพราวปรากฏขึ้นฉับพลันเหมือนสายรุ้งและกระแทกใส่ที่ว่าง

ที่ว่างแต่เดิม ปรากฏมีกระบี่เขียวเล่มหนึ่งผุดขึ้นมาทันที

ติง!

ทั้งหลิงซิ่วและอู๋เจ๋อสิงเหมือนกับถูกสายฟ้าฟาดพร้อมกันทั้งสองคนปลิวกระเด็นออกไป  บึ้ม บึ้ม บึ้ม!  เสาสองสามต้นแตกหักก่อนที่พวกเขาจะหยุดยั้งตัวเองได้

เสมอกัน!

อู๋เจ๋อสิงรู้สึกย่ำแย่จนแทบเป็นบ้า ความสงบเงียบบนใบหน้าของเขาเมื่อก่อนนั้น ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว  เขาเป็นเหมือนสัตว์ป่าดุร้ายจ้องมองหลิงซิ่วอย่างประสงค์ร้าย

ชุดขาวของหลิงซิ่วยับยู่ยี่ นิ้วมือฝ่ามือซ้ายที่เขาซ่อนอยู่ด้านหลังสั่นอย่างต่อเนื่อง  แต่สายตาของเขาไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

กระดูกสันหลังของหลิงซิ่วสั่นแทบตรวจไม่พบ ความเจ็บปวดมหาศาลโถมทะลักใส่เขาและแทบจะท่วมทับเขาให้อยู่ในความเจ็บปวด  ผ้าพันตัวของเขาเปียกโชกแล้ว  หลิงซิ่วหายใจลึก  เขาตั้งท่ามุทราสราญรมย์  เมื่อเขาจัดท่ามุทราได้ร่างกายของเขาจะหยุดสั่น

ดวงตาสีแดงเพลิงสงบลงอย่างรวดเร็ว

ความอดกลั้นคือสะพานเชื่อมจากความทุกข์ทรมานสู่พลัง  ยิ่งอดทนต่อความทรมานได้มาก  ก็ยิ่งได้รับพลังมหาศาล

หัวใจของหลิงซิ่วสงบลงทันที ความเจ็บปวดที่สันหลังของเขาไม่ได้ลดทอน แต่กลับมีพลังร้อนแรงสายหนึ่งผุดออกมาจากความเจ็บปวดลึกๆ ในไขกระดูกสันหลังมันเพิ่มออกมาจากกระดูกสันหลังที่ผิดรูปของเขาและโคจรเข้าแขนและสู่นิ้วมือของเขา

นิ้วมือทั้งสิบที่มีสีเหมือนเหล็กกล้าของเขา ยิ่งดูคล้ำกว่าเดิม

หลิงซิ่ว เจ้าคือบุรุษผู้มีปณิธานกล้าแกร่ง เจ้าทำได้!

หลิงซิ่ว  เจ้ากำลังทำสิ่งที่ดี  เจ้ากำลังต่อสู้เพื่อคุณธรรม

อาจารย์ นี่คือความหมายที่ท่านบอกใช่ไหม เมื่อท่านพูดว่าเป็นคนดี...?

ความรู้สึกนี้...... ดูเหมือนไม่เลว......

หลิงซิ่ว  เจ้าต้องชนะ......

ชัยชนะเท่านั้น จึงคู่ควรกับหอกทะเลจุด!

จู่ๆ สายตาของหลิงซิ่วก็คมและแน่วแน่ เขาไสหอกแทงออกไป

พิทักษ์ความเป็นธรรม!

จุดรังสีเงินระเบิดออก ยังมีความสว่างระยิบระยับมากยิ่งขึ้น

อู๋เจ๋อสิงไม่เคยคิดเลยว่าในเวลานี้หลิงซิ่วยังเหลือพลังโจมตีได้อย่างรุนแรง ดวงตาเขาเป็นประกายเหมือนคนเสียสติ เขาไม่หลบ แต่กลับไสกระบี่โถมเข้าหาทั้งตัว

ติง!

เสียงปะทะที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าเดิม ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นผาง

อู๋เจ๋อสิงกระเด็นถอยหลังด้วยความเร็วที่น่ากลัวและปะทะกับผนัง  อิฐปลิวกระเด็น และมีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวผนังพังถล่มไปทั้งแถบและฝังร่างเขาไว้

หลิงซิ่วยืนอยู่กับหอกของเขา  หน้าของเขาดูเหมือนจะมีความเจ็บปวดแต่สีหน้าอารมณ์ของเขากลับสงบอย่างประหลาด

อาจารย์ นี่คือสิ่งที่ท่านหมายถึงใช่ไหม ชัยชนะของฝ่ายธรรมะ

※※※※

ความล้มเหลวของอู๋เจ๋อสิงทำให้สีหน้าของผู้อาวุโสหวีเปลี่ยนไปเล็กน้อย สามารถเอาชนะอู๋เจ๋อสิงได้ก็หมายความว่าฝีมือของหลิงซิ่วเหนือกว่าที่เขาคาดไว้มาก  และนี่คือบทสรุปที่แย่ที่สุด

ถังเทียนรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ของผู้อาวุโสหวี  เขาย่อขาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าและเปลี่ยนตำแหน่งกระทันหันบุกเข้าหาผู้เฒ่าหวีทันที

ผู้เฒ่าหวีแตกตื่นและตอบโต้ทันที ด้วยรู้สึกที่ไม่ดี

ทั้งสองฝ่ายอยู่ในตำแหน่งที่สมดุล แต่เนื่องจากผู้เฒ่าหวีเปิดช่องโหว่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นทั้งที่นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดใหญ่หลวง แต่สำหรับการต่อสู้ระดับนั้น รูปแบบในการกำกับดูแลการต่อสู้ อาจเป็นปัจจัยชี้ขาดผลการต่อสู้ได้

ถังเทียนเปลี่ยนวิธีการโจมตีของเขาทันที จากการเคลื่อนที่หาช่องว่าง เขาเปลี่ยนเป็นบุกโจมตีอย่างดุเดือดทันที

ประทับหัตถ์ใหญ่!

ประทับหัตถ์ใหญ่ที่น่ากลัวของเขากระแทกใส่คลื่นทะเลจากพัดทันที  พัดของผู้เฒ่าหวีจมลงอย่างเห็นได้ชัดทำให้เขาตกใจ  ช่างเป็นพลังที่ดุร้ายนัก  ที่สำคัญคือผู้เฒ่าหวีแก่แล้ว  แม้ว่าปราณเที่ยงแท้ของเขาจะลึกซึ้งก็ตาม แต่ความแข็งแกร่งของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด  เขาไม่เคยรู้จักประมาณพลังของเขา ดังนั้นพลังจากฝ่ามือถังเทียนเกือบทำให้เขาพังทลาย

พลังที่กร้าวแกร่งนัก

ขณะที่ผู้อาวุโสหวีตกใจระคนอัศจรรย์ใจพลังฝ่ามือที่เหมือนกับแผ่นหินจารึกใหญ่ก็ระเบิดทันที

พลังมังกรฟ้า

ผู้เฒ่าหวีไม่ทันได้ตั้งตัว และส่งเสียงครางทันที ขณะที่เขาเป็นเหมือนกับถูกใครบางคนผลักจนเซถอยหลัง

เยี่ยนเซี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขายืนขึ้นทันทีและอุทาน “พลังสายเลือดสองชนิด!”

ถังเทียนไม่หยุดแม้สักนิด และเขามาปรากฏข้างหลังผู้อาวุโสหวีเหมือนกับภูตพรายและใช้ประทับหัตถ์ใหญ่หวดใส่อีกครั้งอย่างรุนแรง

พลังที่รุนแรงของประทับหัตถ์ใหญ่ทะลุผ่านคลื่นของพัดระลอกคลื่นและกระแทกใส่หลังที่เปิดโล่งของเขา

ผู้เฒ่าหวีถลาไปข้างหน้าพร้อมกับกระอักเลือด หน้าของเขาปรากฏแววหวาดผวา

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด