ตอนที่แล้วตอนที่ 6–26  วางแผน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 6–28 มารดายังอยู่หรือตายแล้ว

ตอนที่ 6-27 ไวน์


ลินลี่ย์อดเหลียวมองไปที่ประตูไม่ได้

กิลเยโมอยู่ตรงนั้นเขาสวมชุดยาวสีแดงใบหน้ามีรอยยิ้มจริงใจ เอวตั้งตรง  อย่างไรก็ตามดวงตาของเขามีความมุ่งมั่นรุนแรงภายใต้การพิทักษ์ของไวการ์ (บาทหลวง) สองคน กิลเยโมตรงดิ่งเข้ามาในห้อง

“กิลเยโมมาถึงแล้ว  หวังว่าเคลย์จะมาช้าสักเล็กน้อย”ลินลี่ย์คาดหวังอยู่เต็มเปี่ยม

จุดอ่อนในแผนการนี้ของเขาก็คือความเป็นไปได้ว่าเคลย์และจอมเวทระดับเก้าผู้นี้จะมาในเวลาเดียวกัน  ที่สำคัญพิษสลายโลหิตไม่มีผลต่อจอมเวท

ลินลี่ย์เริ่มลุกขึ้นยืน“ใต้เท้ากิลเยโม”

“ลินลี่ย์, ดูตัวเจ้าสิ, หน้าของเจ้าซีดมากนั่งลง นั่งลง”กิลเยโมสาวเท้ายาวเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อห้ามไม่ให้ลินลี่ย์ลุกขึ้น

“ใต้เท้ากิลเยโม, ข้าสบายดี แม้ว่าข้าจะได้รับบาดเจ็บภายในขณะฝึกเดินลมปราณแต่ข้ายังสามารถเดินและทำงานได้ตามปกติ น่าเสียดายที่ในช่วงเวลานี้ ข้าไม่สามารถฝึกเดินลมปราณได้มากกว่านี้”ลินลี่ย์พูดพลางถอนหายใจยาว

“ในเวลาอย่างนี้  เจ้ายังจะคิดเรื่องการฝึกลมปราณอีกหรือ?”กิลเยโมพูดด้วยความโมโห “อาการบาดเจ็บภายนอกรักษาได้ง่าย  แต่บาดเจ็บภายในนั้นอันตรายมากถ้าเจ้าไม่รักษาให้ดี เป็นไปได้ว่าอาการบาดเจ็บเหล่านั้นจะทำร้ายเจ้าไปทั้งชีวิต”

“ขอบคุณใต้เท้ากิลเยโมที่กังวลห่วงใย”

ความจริงลินลี่ย์มีความประทับใจที่ดีต่อกิลเยโม  เขาอดชำเลืองไปที่ประตูทางเข้าอย่างช่วยไม่ได้  “หวังว่าเคลย์คงจะมาถึงช้าสักนิดนะ”

หิมะที่ตกเมื่อวานนี้ทำให้เมืองเฟนไลหนาวจัดและมีผู้คนน้อยมากบนถนนจากพระราชวัง แต่ตอนนี้ราชองครักษ์ที่แข็งแกร่งร้อยคนเตรียมการป้องกันพร้อมสรรพนำหน้ารถม้าทองงดงามออกมาจากพระราชวัง

“กุบกับ, กุบกับ”

ล้อรถม้าโดยสารบดหิมะไปตามถนน

“แรนซัม, เปิดประตู” เคลย์สั่ง

รถม้าโดยสารมีขนาดใหญ่มากและสามารถรับโดยสารคนได้ห้าหรือหกคนได้อย่างสบายๆแรนซัมผู้นี้เป็นหนึ่งในราชองครักษ์ประจำตัวของเคลย์ เขารีบพูดทันที “พระเจ้าค่ะ,ฝ่าบาท”  เขารีบเปิดม่านประตูปล่อยให้อากาศเย็นไหลผ่านเข้าไป

ไม่ว่าจะเป็นแรนซัมหรือเคลย์ทั้งสองคนไม่รู้สึกหนาวแม้จะว่าความจริงเคลย์จะสวมแค่เสื้อแจ็คเก็ตทับไว้บางๆ เท่านั้น ขณะที่แรนซัมสวมเครื่องแบบเจ้าพนักงานประจำวังตามปกติ

“ลินลี่ย์นี้ความจริงเขาได้รับบาดเจ็บหนักจากการโหมฝึกลมปราณมากเกินไป  โธ่เอ๋ย” เคลย์อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ขณะถอนหายใจ

แรนซัมพูดเบาๆ“ใต้เท้าลินลี่ย์ยังอายุน้อยมาก แต่ก็ยังมีความสำเร็จได้ขนาดนั้น  แต่ไม่ว่าคนเราจะมีพรสวรรค์มากเพียงไหนก็ตามก็ยังคงต้องฝึกฝนหนัก สำหรับนักรบที่สามารถทำตัวเองให้บาดเจ็บภายในได้เนื่องจากฝึกลมปราณมากเกินไปแสดงว่าเขาพยายามจะขยายขอบเขตพลังในขณะฝึกฝน”

ขีดจำกัดความอดทนของร่างกายมนุษย์บางทีอาจสูงมากก็ได้

แต่ทุกครั้งที่พยายามกระตุ้นศักยภาพของทุกคนก็ไม่ควรจะทำมากเกินไป  แม้จะเป็นเรื่องจริงที่ว่าความเพียรอย่างหนักเป็นประโยชน์ต่อนักรบในการฝึกฝน  แต่ถ้าฝืนเกินกำลังมากเกินไปร่างกายก็ไม่อาจรับได้เช่นกัน

“ใช่แล้ว ลินลี่ย์นี้ยังมีความสำเร็จในอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดรออยู่”เคลย์พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน

เมื่อมองดูใบหน้าเคลย์  แรนซัมแอบถอนหายใจ

ในฐานะที่เป็นองครักษ์ประจำตัวของเคลย์ปกติเขาจะเข้าใจเจ้านายเขาอย่างลึกซึ้ง ด้วยบุคลิกเปี่ยมด้วยพลังที่เคลย์มียากนักที่เคลย์จะมีมารยาทมากกับใครบางคน แต่สำหรับลินลี่ย์ เคลย์ไม่เคยเสียมารยาทต่อเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“น่าเสียดายที่ในปีนั้น ฝ่าบาท...อนิจจา..ฝ่าบาทรู้ตัวว่าเขาไม่มีหวังจะเข้าถึงขอบเขตระดับเซียนได้ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาให้ความสำคัญต่อลินลี่ย์อย่างนั้น” แรนซัมรู้ความลับของเคลย์

แม้ว่าเคลย์จะเป็นนักรบระดับเก้า  เว้นแต่ราชันย์เจิดจรัสจะมอบพลังศักดิ์สิทธิ์ให้เคลย์  เคลย์จะไม่มีทางเข้าถึงระดับเซียนได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม

“ฝ่าบาท,เรามาถึงคฤหาสน์ของใต้เท้าลินลี่ย์แล้ว” แรนซัมพูดเบาๆ

จากประตูเข้าสู่คฤหาสน์ของลินลี่ย์สามารถมองเห็นได้ชัด ช่วงเวลานี้มีนักรบผู้ล่ำสันแข็งแรงยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูชั้นนอกนักรบทั้งสองคนนี้เป็นสมาชิกฝีมือดีของหน่วยอัศวินชั้นยอดจากวิหารเจิดจรัศ

“ครึก” รถม้ามาถึงที่จอด

แรนซัมเป็นคนแรกที่ออกมาจากรถม้าและรออย่างนอบน้อมให้เคลย์ก้าวออกมา

“ถวายบังคมฝ่าบาท!” องครักษ์ทั้งสองคนคำนับอย่างนอบน้อม

“โอว, มีคนมาถึงก่อนข้าหรือนี่?”เคลย์สังเกตว่ายังมีรถม้าหรูอีกคันหนึ่งจอดอยู่ด้านนอกพร้อมกับกลุ่มอัศวินของโบสถ์เจิดจรัสกำลังยืนรอด้านนอก

“ทูลฝ่าบาท...เป็นใต้เท้ากิลเยโมเดินทางมาถึงแล้ว” หนึ่งในสองนักรบที่เฝ้าประตูทูลด้วยความเคารพ

“ใต้เท้ากิลเยโมมาถึงเหรอ? ไม่เป็นไร”  เคลย์เหลือบมองกลับมาที่คนของเขา“พวกเจ้าทุกคนรออยู่ตรงนี้  แรนซัม,มากับข้า” หลังจากออกคำสั่งนี้แล้ว  เคลย์เดินผ่านประตูเข้าไปเอง  ราชองครักษ์ส่วนตัวเดินตามหลังเขา

……

ตอนนี้ลินลี่ย์ยังคงสนทนาอยู่กับกิลเยโม ไม่มีใครรู้ว่าเคลย์มาถึงที่ประตูหน้าแล้ว

“นี่กิลเยโมยังไม่จากไปอีกหรือนี่?”ลินลี่ย์เริ่มร้อนใจ

ถ้ากิลเยโมยังคงตั้งใจคุยกับเขาต่อไปอย่างนี้ใครจะรู้กันว่าการสนทนานี้ยังคงดำเนินไปอีกนานเพียงใด? หลายๆอย่างจะซับซ้อนยิ่งขึ้น  เมื่อความกังวลใจเพิ่มมากขึ้น  จู่ๆลินลี่ย์ก็เอามือปิดปาก

“แค่ก, แค่ก!”ลินลี่ย์ไออยู่สองสามครั้ง ไอหนักจนกระทั่งหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง

“ลินลี่ย์” กิลเยโมประหลาดใจมาก

เขาคาดไม่ถึงเลยว่าลินลี่ย์จะได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้

“ลินลี่ย์ เจ้าต้องใช้ยาที่ข้านำมาให้เจ้านี้นะ  ยานี้จะส่งผลช่วยให้ร่างกายเจ้าฟื้นจากอาการบอบช้ำภายในได้”กิลเยโมรีบกล่าว “สภาพร่างกายของเจ้าตอนนี้ยังไม่ค่อยดี พักเสียก่อนเถอะ ข้าจะไม่รบกวนการพักผ่อนของเจ้าต่อไปแล้ว”กิลเยโมยืนขึ้น

หลังจากไอแล้วหน้าของลินลี่ย์ยิ่งซีดขาวมากกว่าแต่ก่อน ดูแทบปราศจากสีเลือด

“ใต้เท้ากิลเยโม ข้าต้องขออภัยจริงๆ”ลินลี่ย์ขอโทษ

“ไม่เป็นไร พักเสียเถอะ  ร่างกายของเจ้าเป็นเรื่องสำคัญ” กิลเยโมเตือนเขาอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปจากห้องพร้อมกับบาทหลวงที่มากับเขา

ขณะที่เคลย์และแรนซัมเดินตรงไปที่ประตูคฤหาสน์ของลินลี่ย์พวกเขาได้ยินเสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง

“ฝ่าบาท, ฝ่าบาท”

เคลย์หันมาดูด้วยความสงสัยเห็นแต่เพียงเมอร์ริทที่รีบโดดลงมาจากรถม้า “ฝ่าบาท”

“เมอร์ริท, เจ้าก็มาด้วยหรือ?” เคลย์หัวเราะเบาๆขณะที่เขาหยุดมองดูเมอร์ริท

เมอร์ริทวิ่งเข้ามาหาเคลย์เขาทูลด้วยความเคารพ “ใต้เท้าลินลี่ย์ได้รับบาดเจ็บ  ข้าพระบาทจะไม่มาได้ยังไง?  ฝ่าบาท, พระองค์เข้าไปข้างในกับแค่แรนซัมได้ยังไง?มันไม่ปลอดภัยนะ!” เมอร์ริทรีบกล่าว

เมื่อกษัตริย์ต้องเข้าไปเยี่ยมเยือนข้าราชบริพาร  ปกติเขาจะต้องนำราชองครักษ์เข้าไปได้โดยตรง

เหตุผลประการแรกก็เพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของผู้ปกครองอาณาจักร  ประการที่สอง เพื่อแสดงสถานะอำนาจของกษัตริย์

“ไม่จำเป็น, ข้าแค่มาเยี่ยมไข้ลินลี่ย์ไม่จำเป็นต้องยกขบวนแห่แหนอะไรอย่างนั้น” เคลย์หัวเราะเบาๆ  ภายในเมืองเฟนไลใครจะมาคุกคามทำอันตรายกับข้าได้ หืม?”

เคลย์มั่นใจตนเองว่าคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น

ที่สำคัญที่สุดเคลย์ไม่กลัวนักสู้ระดับเก้าเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงคนประเภทเดียวที่เคลย์กลัวก็คือนักสู้ระดับเซียนที่มุ่งหมายมาฆ่าเขาผู้เป็นราชา?ยิ่งกว่านั้น ที่นี่คือเมืองเฟนไลเป็นเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ของวิหารเจิดจรัส

ใครจะกล้าผลีผลามเข้ามาในอาณาเขตสำนักใหญ่ของวิหารเจิดจรัสได้เล่า?

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ข้าพระบาทเองกังวลเกินไปเอง”เมอร์ริทรีบกล่าว

“มาเถอะ, เราเข้าไปข้างในพร้อมกัน”เคลย์เข้าไปพร้อมกับเมอร์ริทกับแรนซัม

“ฝ่าบาท,ขณะนี้ลินลี่ย์พักรักษาตัวอยู่ในลานส่วนตัวปีกตะวันออก ข้าพระบาทขอนำทางเอง”หญิงรับใช้สาวสวยคอยนำทาง เคลย์, เมอร์ริทและแรนซัมจึงมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่พักของลินลี่ย์  แต่เมื่อไปได้ครึ่งทาง...

เคลย์และบริวารอีกสองคนก็เห็นกิลเยโมและบาทหลวงของเขาอีกสองคน

“ใต้เท้ากิลเยโม” เคลย์,เมอร์ริทและแรนซัมแสดงความเคารพพร้อมกัน

“เคลย์, ท่านก็มาเหมือนกัน” กิลเยโมพยักหน้า “อาการบาดเจ็บภายในของลินลี่ย์ครั้งนี้ดูเหมือนจะหนักเอาการ เมื่อครู่เขายังไออยู่เลย เมื่อท่านไปเยี่ยมเขาอย่าเสียเวลามากเกินไป เอาแค่ดูว่าเขาเป็นยังไงบ้างก็พอ จากนั้นก็ปล่อยให้เขาได้พักเถอะ”

“ข้าเข้าใจแล้ว” เคลย์พยักหน้า

“อย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะ”กิลเยโมพยักหน้าให้เช่นกัน จากนั้นพาบาทหลวงทั้งสองคนออกไป

เคลย์เข้าไปในห้องของลินลี่ย์พร้อมกับเมอร์ริทและแรนซัม

กิลเยโมออกไปทำให้ลินลี่ย์ได้ถอนหายใจโล่งอกแต่ก่อนที่เขาจะได้สูดหายใจ หญิงรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงาน

“ใต้เท้าลินลี่ย์เจ้าคะ,ฝ่าบาทและอัครเสนาบดีขวามาถึงแล้วเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้รีบรายงาน

“มาถึงนี่แล้วหรือ?”

ลินลี่ย์ตาเป็นประกาย

ข้ารอมานานมากแล้วในที่สุดเขาก็มา“ ลินลี่ย์แทบไม่อาจระงับความตื่นเต้นในใจได้”ตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว”ลินลี่ย์สั่งหญิงรับใช้ให้ออกไปทันที และจากนั้นเขายืนอย่างสงบรอการมาถึงของเคลย์อย่างเงียบๆ

ไม่กี่วินาทีต่อมาลินลี่ย์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้า

“ลินลี่ย์”เสียงของเคลย์ดังแทบจะทันทีที่เขาเข้ามาในห้องเพียงสามก้าวเขาก็เข้ามาถึงข้างตัวลินลี่ย์ เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล “ลินลี่ย์ หน้าของเจ้าดูน่ากลัวจริงๆ เร็วเข้านั่งพักก่อน พักก่อนเถอะ”

ลินลี่ย์ถูกเคลย์กดตัวให้นั่งลง

“ใต้เท้าลินลี่ย์” เมอร์ริททักทายลินลี่ย์ตามมารยาท

“ขอบพระทัยฝ่าบาท, ขอบคุณใต้เท้าเมอร์ริท”ลินลี่ย์พูดด้วยเสียงที่อ่อนล้า

แต่ความตื่นเต้นในใจลินลี่ย์เริ่มเอ่อท้น  ในอดีตหลังจากได้รับรู้ความตายของบิดาเขาแล้วลินลี่ย์ได้สั่งให้ฮิลแมนนำสมบัติตกทอดของตระกูล “ดาบศึกล่าสังหาร”ไปที่จักรวรรดิโอเบรียน  ในเวลานั้นเขาทำใจไว้แล้วว่าการเสี่ยงตายไม่เพียงพอโยกคลอนความตั้งใจล้างแค้นของเขาได้

ท่านพ่อ, ท่านแม่!

ความตายของบิดาเขาเกี่ยวข้องกับเคลย์ด้วยเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเคลย์สั่งแพตเตอร์สันให้ไปลักพาตัวมารดาของเขาบิดาเขาจะตายเพราะพยายามล้างแค้นได้อย่างไร? และแน่นอนว่ามารดาของเขาหายไปเพราะการกระทำของเคลย์

“ฝ่าบาท, ข้าพระบาทไม่เป็นไร,แค่ลำบากจากอาการบาดเจ็บภายใน และไม่สามารถฝึกพลังปราณได้ชั่วระยะหนึ่ง แต่ข้าพระบาทยังสามารถทำกิจวัตรตามปกติได้ไม่มีปัญหาอะไร”ลินลี่ย์พูดพลางยิ้มพลาง

“ดีแล้ว นั่นนับว่าดีแล้ว” เคลย์ก็ยิ้มเช่นกัน

“ใต้เท้าเมอร์ริทก็มาเยี่ยมด้วยเช่นกัน” จู่ๆเหมือนกับลินลี่ย์จะนึกอะไรบางอย่างได้และรู้สึกตื่นเต้นยินดี “จริงสิ!ข้ายังไม่มีโอกาสดื่มเหล้าอวยพรท่านเมื่อครั้งล่าสุดเลย ใต้เท้าเมอร์ริท ไหนๆวันนี้ทั้งท่านและฝ่าบาทก็มาถึงแล้ว มาดื่มกันสักหน่อยเป็นไร”

ขณะที่พูดลินลี่ย์เดินไปที่ตู้สุราที่อยู่ใกล้ๆเขา

“ไม่ต้องก็ได้, ลินลี่ย์ เจ้ายังบาดเจ็บอยู่เจ้าไม่ควรดื่มสุรานะ” เคลย์แนะนำเขา

“ไม่เป็นไร, บาดแผลของข้าพระบาทแค่เพียงเล็กน้อยและดื่มสุราเล็กน้อยจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วย”  ขณะที่พูด  ลินลี่ย์ดึงแก้วเหล้าออกมาพร้อมกับไวน์แดง“แรนซัม, ท่านควรจะนั่งด้วยเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องยืนกรานมีพิธีรีตองเกินไป”

ลินลี่ย์รู้ความสามารถแรนซัมดี

ในฐานะเป็นองครักษ์ส่วนตัวของเคลย์  แรนซัมแข็งแกร่งทรงพลังมากแม้ว่าลินลี่ย์จะยังไม่แน่ใจชัดเจนถึงพลังของเขา แต่ลินลี่ย์แน่ใจว่าเขาจะต้องเป็นนักสู้ระดับเจ็ดเป็นอย่างน้อยหรืออาจเป็นระดับแปดก็ได้

“ไม่ต้องหรอก, ข้าไม่ดื่มสุรา”แรนซัมส่ายหน้าปฏิเสธ

ในฐานะทหารคนสนิทของฝ่าบาท  เขาต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา

“ลินลี่ย์, แรนซัมไม่เคยดื่มเหล้าไม่จำเป็นต้องชวนเขาดื่มหรอก” เคลย์สั่นศีรษะให้ลินลี่ย์  “ลินลี่ย์ เมื่อใต้เท้ากิลเยโมพบข้าเมื่อครู่เขาบอกว่าเจ้าไออย่างหนัก  เขาต้องการให้เจ้าพักผ่อนให้ดี จะให้ดีที่สุดเราไม่ต้องดื่มก็ได้”

ไม่ต้องดื่มหรือ?

ไม่มีใครอื่นนอกจากลินลี่ย์ที่รู้เรื่องนี้  แต่พิษสลายโลหิตถูกผสมไว้ในเหล้านี้ถ้าเคลย์ไม่ดื่มแล้วเขาจะวางยาพิษได้อย่างไร?

“ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงใต้เท้ากิลเยโมกังวลห่วงใยข้าพระบาทมากเกินไปก็เลยพูดเช่นนั้น”  ลินลี่ย์ยิ้มและรินเหล้าใส่แก้วให้ทุกคน“เหล้านี้ เป็นเหล้าฉลองที่พิเศษ ใต้เท้าเมอร์ริท มาเถอะมาดื่มฉลองกัน” ลินลี่ย์ชูแก้วของเขาขึ้น

เคลย์และเมอร์ริทไม่มีทางเลือกได้แต่ชูแก้วขึ้นเหมือนกัน

เสียงกระทบแก้วพวกเขาดังเบาๆจากนั้นเคลย์, เมอร์ริทและลินลี่ย์ก็ดื่มเหล้า

“แค่ก..”

จู่ๆลินลี่ย์ก็เริ่มไออย่างรุนแรงอีกครั้งจนเหล้าหกออกจากปาก  ลินลี่ย์ไอจนหน้าแดงก่ำอีกครั้ง

“ลินลี่ย์, ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ให้ดื่มเจ้าก็ยังจะดื่มอีก” เคลย์พูดอย่างไม่พอใจ เขารีบเข้ามาช่วยประคองลินลี่ย์

“ข้าพระบาทไม่เป็นไร”ลินลี่ย์ยิ้มและยื่นมือออกมาห้ามเคลย์ไว้

ทันใดนั้นลินลี่ย์จ้องมองเคลย์ และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฝ่าบาท มีเรื่องที่สำคัญมากที่ข้าพระบาทอยากจะปรึกษากับท่าน”

“เรื่องที่สำคัญหรือ?” เมื่อสีหน้าของลินลี่ย์เคลย์รู้สึกสับสน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด