ตอนที่แล้วตอนที่ 45 โกหก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 47 พาเซินอี้เหรินเข้าหอคณิกา

ตอนที่ 46 การต่อสู้ที่ดุเดือด(ตอนฟรี)


ในห้อง

ซูสือเอนกายลงบนตักของจ้านชิงเฉิง ตาของพวกเขาประสานกัน และอากาศก็อบอวลไปด้วยความอบอุ่น

เมื่อนึกถึงความรักที่อ่อนโยน ใบหน้าสวยของจ้านชิงเฉิงก็แดงขึ้นเล็กน้อย

“ซูสือ มันไม่อันตรายเกินไปหรือที่เราจะทำเช่นนี้?”

นางถามเสียงแผ่ว

นางเป็นศิษย์สืบทอดของศาลาเทียนจีและหลังจากเติบโตภายใต้อิทธิพลของอาจารย์ของนาง ลึกๆ แล้วนางรู้สึกขยะแขยงความรักของชายหญิง และรู้สึกรังเกียจเมื่อเห็นผู้ชาย

แต่ซูสือคือข้อยกเว้น

ราวกับว่านางถูกฟาดด้วยสายฟ้าแห่งการลงทัณฑ์สวรรค์ เมื่ออยู่ต่อหน้าชายผู้นี้นางไม่สามารถเรียกพลังใดๆ ขึ้นมาได้เลย

สิ่งนี้ทำให้นางตื่นตระหนก และในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกผิดคลุมเครือในใจ

ดูเหมือนว่านางจะกำลังทรยศความไว้ใจของอาจารย์......

"อันตราย?"

ซูสือยิ้ม “ข้าไม่ได้ทำอะไรที่อันตรายเลย”

จ้านชิงเฉิงมองเขาอย่างว่างเปล่าและขมวดคิ้ว “คนบ้า”

มีความตึงเครียดเล็กน้อยในใจของนาง

ถ้าผู้ชายคนนี้คิดแบบนี้จริงๆ นางกังวลว่าไม่จะไม่สามารถต่อต้านเขาได้...

ซูสือมองความคิดนางออก เขาส่ายหัวและพูดว่า “ไม่ต้องกังวล ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ และข้าจะไม่ทำอะไรที่มันเกินเลย”

“อาจารย์ของเจ้ามากความสามารถ หากนางรู้เข้าคงจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเจ้า”

ศาลาเทียนจีเป็นสำนักเต๋า

และด้วยนิสัยของซือคง หลานเยวี่ย ถ้านางรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคน จ้านชิงเฉิงจะไม่สามารถเป็นผู้สืบทอดหลักได้อย่างแน่นอน

เมื่อจ้านชิงเฉิงเห็นว่าเขาคิดถึงนาง นางก็รู้สึกประทับใจและในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดเล็กน้อย

“ขอโทษ ข้าไม่สามารถ...ตอนนี้ได้”

ก่อนที่นางจะพูดจบ ริมฝีปากของนางก็ถูกนิ้วของเขาปิดเอาไว้

ซูสือกล่าว “ไม่ต้องขอโทษ ข้าไม่ได้รีบร้อนอะไร อีกอย่างเจ้าเป็นผู้หญิงของข้า ไม่ช้าก็เร็ว ในที่สุดเราก็จะได้อยู่ด้วยกัน”

“ฮึ่ม เจ้าเรียกใครว่าผู้หญิงของเจ้า?”

จ้านชิงเฉิงส่งเสียงฮึมฮำ แต่แววตานางมีแต่ความสุข

ในขณะนั้น นางนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และถาม “เจ้ารู้ไหมว่าเฉินชิงหลวนอยู่ที่ไหน?”

ซูสือยักไหล่ “ข้าปล่อยนางไปนานแล้ว นางน่าจะกลับไปแล้ว”

"ดีแล้ว"

จ้านชิงเฉิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ซูสือหยิกแก้มที่ขาวราวกับหิมะของนาง “มีสมบัติล้ำค่าในภูเขาเทียนฉวีทางเหนือ ดังนั้นเจ้าน่าจะไปที่นั่นด้วย เจ้าควรไปหาบางอย่าง”

"โอ้"

จ้านชิงเฉิงไม่ได้ถามคำถามเพิ่ม และพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

ซูสือถอนหายใจ “น่าเสียดายที่เราไม่สามารถเดินทางด้วยกันได้”

โดยมีเซินอี้เหรินเป็นผู้คุ้มกัน พวกเขาทำได้เพียงแยกกันไป

จ้านชิงเฉิงชิงหอมแก้มเขา แล้วพูดด้วยใบหน้าแดงว่า "ข้าจะรอเจ้าที่ภูเขาเทียนฉวี"

พูดจบนางก็กำลังจะลุกออกไป

เป็นผลให้นางถูกซูสือดึงกลับมา "คิดจะหนีรึ?"

“...มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก!”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

จ้านชิงเฉิงลอยอยู่เหนือเมืองเฟิงซา สีแดงยังคงปรากฏบนใบหน้าของนาง

“คนบ้า ปากข้าบวมอีกแล้ว...”

หวืด!

ในขณะนี้ นกอินทรีแหวกท้องฟ้ากว้างไกลและลงมาบนไหล่ของจ้านชิงเฉิง คาบหยกไว้ในปากของมัน

“จดหมายจากสำนักรึ?”

จ้านชิงเฉิงหยิบขึ้นมา และเมื่อพลังปราณของมันเข้าสู่ตัวนาง เนื้อหาก็ปรากฏขึ้นในใจของนาง

“ภูเขาเทียนฉวี?”

“บังเอิญจัง อาจารย์อยากให้ข้าไปที่นั่นด้วย”

ทันใดนั้น ลมก็หวีดพัด นกอินทรีอีกตัวก็บินผ่านมา

“สองฉบับติดต่อกัน?”

จ้านชิงเฉิงหยิบขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น และร่างกายของนางก็แข็งทื่อเมื่อเห็นเนื้อหา

หยกก้อนที่สองภายในมีเพียงสิบคำ

[ซูสือมีพรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ หลีกเลี่ยงเขาเดี๋ยวนี้!]

“ศักดิ์สิทธิ์ ระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์?!”

......

ห้องรับรอง

เซินอี้เหรินลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง

เมื่อมองไปรอบๆ ตัวนางในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ดวงตาของนางก็กลับมามองเห็นชัดแจ๋วอย่างรวดเร็ว และนางก็เด้งตัวเหมือนเสือดาว

"ซูสือ!"

“ข้าอยู่นี่ อย่าเสียงดัง”

นางได้ยินเสียงนั้นและเงยหน้าขึ้น และเห็นซูสือนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้

เซินอี้เหรินถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ผู้ชายคนนี้ยังอยู่ดี

“จ้านชิงเฉินอยู่ไหน?”

“ข้าเห็นนางเต็มสองตา ศาลาเทียนจีโจมตีเจ้าหรือเปล่า?”

ซูสือยักไหล่ “นางมาคนเดียว และนางก็ถูกข้าไล่กลับไปแล้ว”

“นางมาคนเดียวอย่างงั้นรึ?”

เฉินอี้เหรินตัวแข็งทื่อ สับสน “นางกล้าดียังไงถึงเข้ามาที่นี่คนเดียว”

ตอนนี้ภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้อยู่ภายใต้การควบคุมของวิถีมาร แค่เพียงตัวตนของจ้านชิงเฉิงถูกเปิดเผยเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่หายนะได้

“ยังไงก็ตาม เจ้าสู้กับนางได้ยังไง?”

“นั่น... ข้าโจมตีจุดอ่อนของนางด้วยมือของข้าก่อน จากนั้นก็พ่นไข่มุกใส่ปากนางเพื่อทำลายจิตใจของนาง และในที่สุดนางก็หนีไป”

เซินอี้เหรินพยักหน้า “ดูเหมือนมันจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด”

ซูสือเห็นด้วย “มันรุนแรงมาก”

เซินอี้เหรินขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่ข้าหมดสติได้ไง? ในเวลานั้นจ้านชิงเฉิงยืนอยู่ตั้งไกล ดังนั้นหากนางอยู่คนเดียว แล้วใครกันที่ทำให้ข้าหมดสติไป”

"เอ่อ....มันน่าจะเป็นเพราะเต๋าของนาง”

ซูสือลูบจมูกเก้ๆ กังๆ และดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย

"มันน่าจะเป็นอย่างนั้น"

เซินอี้เหรินไม่ได้คิดมากเรื่องนี้

ซูสือถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า “พักผ่อนเถอะ เราจะออกเดินทางกันใหม่ตอนเช้า”

เซินอี้เหรินพึมพำ "นับว่าเจ้ายังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอยู่เล็กน้อย"

ซูสือแอบถอนหายใจ

แม้ว่าเซินอี้เหรินจะเป็นคนบ้าที่โหดเหี้ยมและไร้สมอง แต่นางก็เป็น "ผู้คุ้มกัน" ที่อุทิศตนโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเขาเสมอ

เขากลับตบนางจนหมดสติ.... ......

สิ่งนี้ทำให้ซูสือรู้สึกผิดนิดหน่อย

หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็หยิบไขกระดูกทองคำออกมาและโยนมันให้กับนาง

เซินอี้เหรินงง “นี่หมายความว่าอะไร?”

ซูสือพูดอย่างไร้ความรู้สึกว่า “เจ้าอ่อนแอเกินไป เจ้าจะเป็นผู้คุ้มกันที่เก่งกาจได้อย่างไรหากเจ้าไม่บ่มเพาะอย่างเหมาะสม”

หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ลุกขึ้นและจากไป

“ไร้สาระ ข้าไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย!”

เซินอี้เหรินกำหมัดอย่างไม่พอใจ

จากนั้นนางก็มองหยกที่ส่องแสงแวววาวในมือของนาง สีหน้าของนางงุนงงเล็กน้อย

ไขกระดูกทองคำเป็นทรัพยากรบ่มเพาะที่ล้ำค่ามาก

ไม่เพียงมีพลังวิญญาณมากกว่าหินวิญญาณระดับสูงหลายก้อน แต่ยังอาจมีเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณเต๋า

หากทำความเข้าใจได้สำเร็จ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะ

แม้ว่านางจะมีสถานะที่สูง แต่นางก็ไม่เคยมีสมบัติเหล่านี้มากมายนัก

“หืม เจ้าคิดว่าไขกระดูกทองคำชิ้นเดียวสามารถซื้อข้าได้อย่างงั้นเหรอ?”

เซินอี้เหรินเชิดหน้า แต่มุมปากของนางโค้งขึ้นเล็กน้อย

......

“เรียนท่านแม่ทัพ ศิษย์สืบทอดจ้านได้ออกจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้แล้ว และผู้น้อยมั่นใจว่าไม่มีใครติดตามนาง”

หวู่หม่างคุกเข่าข้างหนึ่ง

“เจ้าทำดีมาก”

ซูสือพยักหน้า

ท้ายที่สุดแล้ว นี่คืออาณาเขตของวิถีมาร และเขากังวลว่าจ้านชิงเฉิงอาจตกเป็นเป้าหมาย ดังนั้นเขาจึงตั้งใจให้หวู่หม่างและเงาคอยคุ้มกันนางเงียบๆ

“พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปทางเหนือ ข้าต้องฝากเจ้าดูแลเมืองเฟิงชา”

"ขอรับ"

หวู่หม่างตอบรับ

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ท่านแม่ทัพต้องการนำเงาไปกับท่านด้วยหรือไม่? คงจะดีถ้ามีคนคอยดูแลท่าน”

ซูสือส่ายหัว “ไม่จำเป็น ปล่อยให้พวกเขาอยู่นี่คอยปกป้องไป่ชิงดีกว่า”

การเดินทางไปภูเขาเทียนฉวีอาจเป็นอันตราย และเงาทั้งห้าก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก เขาไม่ต้องการทำสิ่งที่ไม่จำเป็นใดๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ในขณะนี้ เสียงเคาะประตูห้องดังและเสียงของไป่ชิงก็ดังขึ้น “นายท่าน ชิงเอ๋อร์มาช่วยท่านอุ่นเตียงแล้ว”

“...”

มีร่องรอยความอึดอัดในบรรยากาศ

“ผู้น้อยขอตัวก่อน!”

หวู่หม่างรีบเดินไปที่หน้าต่างแล้วออกไป

ซูสือหน้าดำ “เจ้าออกทางประตูหน้าไม่ได้หรือไง?”

1. สำนักของจ้านชิงเฉิงคือสำนักที่เต็มไปด้วยนักพรตเต๋า ซึ่งห้ามมีความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด