ตอนที่แล้ววันเบาๆ ของมือเก๋าจากต่างโลก 0103
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปวันเบาๆ ของมือเก๋าจากต่างโลก 0105

วันเบาๆ ของมือเก๋าจากต่างโลก 0104


บทที่ 33 บ้านที่จากไปค่อนข้างนาน (2)

* * *

ยิ่งได้เขียนรูน ฉันก็ยิ่งเข้าใจหลักการมากขึ้น

กับภาษาอื่นอาจเป็นแบบนั้นโดยธรรมชาติ แต่กับภาษารูนจะแตกต่างออกไป

ไม่ว่าจะปรุงอาหารมากแค่ไหนก็ไม่มีวันรับรสได้จากปลายนิ้ว แต่กับภาษารูน การใช้งานติดต่อกันจะช่วยให้สัมผัสถึงพลังจากปลายนิ้ว แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

เหมือนกับการตักน้ำตาลใส่น้ำทะเล ถึงจะยังเค็มเหมือนเดิม แต่ถ้าทำไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มหวานขึ้น ภาษารูนก็เช่นกัน

เป็นความรู้สึกที่น่าหลงใหล จนฉันต้องระวังไม่ให้ตัวเองเสพติดมัน

ฉันผุดความคิดเหล่านี้ขึ้น เนื่องจากสัมผัสถึงเศษเสี้ยวพลังรูนขณะใช้งานดาบนักพิพากษา

「อ๊ากกก!」

ขณะร่างผีค่อยๆ เลือนหาย ฉันก้มมองดาบ

ทว่า แม้จะเพ่งสมาธิสักเท่าไรก็ไม่พบร่องรอยของภาษารูน

อักษรที่เขียนอยู่บนใบดาบคือรูนอัญเชิญลิฟวิงเมทัล ไม่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติ ‘ตัดนิรันดร์’

「โอ—!」

เห็นได้ชัดว่าฉันยังไม่รู้จักทุกซอกทุกมุมของรูน

นั่นไม่ใช่เรื่องที่แย่ ตรงกันข้าม ความอยากรู้อยากเห็นของฉันยิ่งถูกกระตุ้น

ดาบเล่มนี้คือกุญแจที่จะช่วยคลายปมดังกล่าว

「ว๊ากก!」

สติแตกไปแล้วสินะ

มนุษย์ที่กลายเป็นผียังคงดิ้นรนจนถึงที่สุด

ฉันไม่แน่ใจว่าการสูญเสียความอมตะรู้สึกอย่างไร แต่คงไม่น่าอภิรมย์แน่นอน

「ว๊ากกก!」

ในที่สุดผีก็หายไป ไข่มุกเม็ดเล็กๆ ที่ส่องแสงน่ากลัวตกลงพื้นในจุดดังกล่าว

แน่นอนว่าฉันก้มหยิบ

ถนนถูกปกคลุมด้วยความเงียบขณะฉันเพ่งพินิจ คงเพราะเสียงแหกปากของภูตผีสงบลง

ค่อนข้างน่าอายเล็กน้อย ฉันสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาจากในอาคาร

ทว่า คนเดียวที่ฉันเห็นในตอนนี้คือซอจีอา

ได้เห็นเอลฟ์กำลังยืนถือมีดเล่มเล็กด้วยสีหน้าซับซ้อน ฉันอึดอัดใจเล็กน้อย

“แถวนี้ยังมีผีเหลืออยู่อีกไหม”

“ไม่”

หลังจากซอจีอาส่งสัญญาณด้วยมีด มนุษย์ทยอยโผล่หน้าออกจากตึกทีละหนึ่งคน

สิ่งที่กังวลกลายเป็นความจริง

แปะแปะแปะ—!

ผู้คนต่างปรบมือพลางตะโกนขณะเดินออกจากตึก

ฉันตอบสนองตามสัญชาตญาณ — รีบวิ่งเข้าไปในโรงแรม

เหตุเพราะมิอาจทนต่อบรรยากาศที่ชวนให้อับอายและน่ากระอักกระอ่วน

แน่นอนว่าเรลิกซิน่าถูกจูงมาจอดหน้าทางเข้า โดยมีซอจีอาเดินตามหลังเข้ามา

คนที่อยู่ในโรงแรมมีเพียงชาโซฮี จินซอยอน เจ้าของโรงแรมยุนมินจี และเอลฟ์ซอจีอาผู้สวมเฮดโฟน

“…เจ้าคุยกับมังกร เป็นเจ้านายภูตวิญญาณ จับม้าไวลด์ฮันต์มาขี่ และตอนนี้ยังเป็นนักล่าผี ถัดไปคืออะไร? ผู้ครอบครองหัวใจยักษ์?”

“ไม่ฟังดูยิ่งใหญ่ไปหน่อยหรือ?”

“มีเรื่องไหนที่เธอไม่เวอร์บ้างเนี่ย?”

ฉันทำเพียงส่ายหน้ากับคำพูดซอจีอา

หลังจากนั้น พวกเราข้ามการทักทายและใช้เวลารับมือกับความวุ่นวายด้านนอกสักพัก

“ฉันไม่อยากถูกใครถ่ายติด”

“ไม่มีทาง ช่วงนี้อินสตาแกรมกำลังฮิต และซอนฮูของพวกเราเป็นคนดัง”

ชาโซฮีกำลังยืนกอดอกจ้องฉัน

ในตอนที่กลับถึงหมู่บ้าน ฉันจินตนาการภาพชาโซฮียืนโบกมือจากไกลๆ พร้อมกับพูดว่า ‘คังซอนฮู!’

ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกครั้งในสภาพนี้

“หายหัวไปนานขนาดนั้น ลืมหน้าฉันไปแล้วมั้ง? บาดเจ็บตรงไหนไหม?”

“แค่เดินไปนั่นมานี่ มีแผลนิดหน่อย แต่ก็หายได้เอง”

“แล้วลิลี่ล่ะ”

ชาโซฮีจ้องลิลี่ด้วยรอยยิ้ม

ลิลี่พยักหน้าด้วยอาการสั่นเล็กๆ คล้ายกับยังระแวง

ชาโซฮีสำรวจอย่างใกล้ชิดและพบรอยแดงบนหลังมือ

“นี่รอยอะไร? ยังกับผิวเกรียมเพราะแดด… เธอไม่ได้ทาครีมกันแดดหรือ”

“…ลืมไปเลยแฮะ”

“ไอ้เวร! พาเด็กผู้หญิงไปไหนมาไหนโดยไม่คิดจะดูแลเลยรึไง?”

เธอพยายามจะชก แต่ฉันถอยออกนอกระยะอย่างชำนาญ

“ล้อเล่นน่ะ ฉันให้เธอทาแล้ว แต่ก็ช่วยได้แค่นี้”

“…จะเชื่อก็แล้วกัน”

ชาโซฮีเป็นห่วงลิลี่มาก แม้จะเพิ่งได้เจอกันในต่างโลก แต่เธอคงรู้สึกเหมือนกับน้องสาว

สมัยยังเรียนอยู่ ชาโซฮีได้ชื่อว่าดูแลรุ่นน้องได้ดีคนหนึ่ง

“…ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ข้านึกว่าบรรยากาศจะซาบซึ้งกว่านี้… เหี่ยวเฉาสมกับเป็นชาวโลกดี”

ซอจีอาพูดขึ้นหลังจากฟังบทสนทนามาสักพัก

“หมอนี่ชอบหายตัวไปครั้งละครึ่งปี ฉันชินแล้วล่ะ คิดซะว่าเป็นงานเทศกาลประจำปี”

“จืดชืดชะมัด”

“งั้นหรือ? ฮะฮะฮะ!”

ชาโซฮีหัวเราะชอบใจ

ซอจีอามองมาทางฉันด้วยสายตาดุดันและพูด

“…ข้าดีใจที่เจ้ายังไม่ตาย”

หากไม่นับฉัน เธอคงรู้จักต่างโลกดีที่สุดในนี้ จึงกังวลจากก้นบึ้ง

จินซอยอนนั่งลงและเงยหน้ามองฉัน สายตาเปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น คล้ายกับเต็มไปด้วยคำถาม แต่ยังปิดปากเงียบเพราะเกรงใจ

“คุณซอนฮู”

ดวงตาจินซอยอนไม่เพียงจะอัดแน่นด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ยังแฝงไว้ด้วยอารมณ์

“คุณซอนฮู… คุณเหมือนกับ… พระเอกในหนัง”

“หนัง?”

“ใช่ หนังแฟนตาซี”

ฉันเริ่มเข้าใจความหมายของเธอ

ชุดนักสำรวจที่เปื้อนฝุ่นและยับย่นเล็กน้อย ผ่านการดัดแปลงมานับไม่ถ้วน มองผิวเผินจะดูเหมือนกับชุดนักสำรวจในโลกแฟนตาซีมากกว่าโลกยุคใหม่

ไม่เพียงเท่านั้น ในมือฉันกำลังถือดาบอัศวิน

“…”

ดาบถูกเปลี่ยนกลับเป็นอัญมณี

ชาโซฮีและจินซอยอนที่เห็นฉากดังกล่าวเต็มสองตา เริ่มอ้าปากกว้างขณะฉันสอดอัญมณีเข้าไปในเข็มชี้

“…ทำไมคุณถึงได้ทำอะไรสนุกๆ คนเดียว”

“นั่นสินะ คราวหน้าจะมาด้วยกันไหม?”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากอายุยืน”

ชาโซฮีที่ได้ยินระเบิดเสียงหัวเราะ

“เห็นด้วย ฮะฮะ!”

“ระหว่างทางคงลำบากไม่น้อย”

ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้า ลิลี่เงยหน้ามองพวกเราด้วยท่าทีเกร็งๆ

ขณะเดียวกัน เจ้าของโรงแรมอย่างยุนมินจีเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับยื่นแก้ว

“กาแฟไหมคะ?”

เมื่อเห็นทุกคนปฏิเสธ ยุนมินจีพึมพำพลางเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์

ชาโซฮีพูดหลังจากเห็นภาพดังกล่าว

“ซอยอน”

“ว่า?”

“เธอบอกว่าคราวนี้เป็นโค้ดไวโอเล็ตใช่ไหม?”

“ใช่”

“มันจะยกเลิกตอนไหน”

“ไม่ใช่ทันทีแน่ อาจจะเหมือนกับเมื่อครั้งมังกร คงประมาณเช้าวันพรุ่งนี้”

“คืนนี้พวกเราก็ต้อง ‘ลี้ภัย’ อยู่ที่นี่ต่อใช่ไหม”

คล้ายกับทุกคนเข้าใจเจตนาชาโซฮี จินซอยอนกล่าวด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วน

“…แต่ฉันไม่ได้พกบัตรเครดิตบริษัทมาด้วย”

“ซอนฮูของพวกเราเป็นคนเลี้ยง! ฉันจะไปซื้อกับแกล้มให้!”

“…ฉันเอาเหล้ากลับมาด้วย อยากลองไหม”

“เหล้าจากทะเลทราย?”

หงึก

ชาโซฮีเริ่มตื่นเต้น

“ลอง! ฉันอยากลอง!”

“ขอเก็บของกับล้างตัวก่อน เดี๋ยวจะกลับมา”

ฉันคิดว่าทุกคนจะรออยู่ที่โรงแรม แต่พวกเขากลับลุกขึ้นยืน

จะตามมาด้วย? คิดถึงกันขนาดนี้เลย?

“…”

ทว่า ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล

ฉันจึงไม่คิดอะไรมาก

แต่ยิ่งเดินไปตามทาง ฉันยิ่งสัมผัสถึงความคาดหวังจากสายตาพวกหล่อน

แม้แต่ซอจีอาก็ดูเหมือนจะมีอะไรในใจ

จนกระทั่งกลับมาถึงกระท่อม — จุดที่เคยคิดว่าเป็นกระท่อม ฉันเพิ่งนึกออก

ก่อนจะออกเดินทาง ฉันเคยไหว้วานบางสิ่งไว้กับจองจีฮุน

“…ฉันหายไปนานขนาดนี้เชียว?”

“รู้จักเกาหลีใต้น้อยไปแล้ว ประเทศของเราสร้างตึกสองหลังได้ในสองเดือน!”

ชาโซฮีที่ยืนอยู่ข้างๆ เงยหน้ามองอาคารหลังใหม่ในท่าเท้าเอว

“คิดว่ายังไงบ้าง?”

“…ไม่ใช่ว่าฉันฝากงานนี้ให้จองจีฮุนทำหรอกหรือ?”

ชาโซฮีพยักหน้า

จินซอยอนเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับช่วยเสริม

“พวกเราตัดสินใจระดมสมองกัน เพื่อสร้างสิ่งที่คุณซอนฮูต้องการ”

“นายรู้ไหมว่า OWIC คิดจะสร้างไรในตอนแรก? พวกเขาจะสร้างแมนชั่นด้วยอิฐแดง! เราต่อต้านแทบตายกว่าจะล้มเลิกโปรเจคนั่นได้”

เบื้องหน้าของฉันคือบ้านต้นไม้

คล้ายกับกระท่อมที่ฉันสร้างเองในตอนแรก แต่มีหลายจุดที่ถูกยกระดับ

กำแพงสร้างจากไม้คุณภาพสูง แผ่นใหญ่กว่าของเก่าราวสี่เท่า หน้าต่างที่ฉันชอบมองออกไปประจำถูกย้ายไปไว้ชั้นสอง

ลานกว้างถูกตัดแต่งสะอาดสะอ้าน มีโต๊ะไม้และเก้าอี้วางไว้อย่างสะดุดตา

แปลงพืชของลิลี่ถูกย้ายไปไว้อีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันกำลังปลูกวัตถุดิบแปรธาตุ อาจดูเหมือนถูกละเลย แต่ถ้าตัดแต่งสักเล็กน้อยก็จะกลับมาเป็นแปลงพืชคุณภาพสูง ใกล้กันมีถังที่ดึงน้ำจากธรรมชาติมาเก็บไว้

รอบลานกว้างมีรั้วหยาบๆ ที่ข้ามไปมาได้ง่าย สิ่งนี้ไม่ได้สร้างเพื่อความปลอดภัย จึงมอบบรรยากาศ ‘ต้อนรับ’ ตรงตามความตั้งใจเดิม

ขนาดของบ้านดูไม่ใหญ่นัก

เมื่อเปิดประตูไม้เข้าไป ฉันได้ยินเสียงเสียดสีดังจากบานพับ

ข้างในมืดมาก แต่ทันใดนั้นพื้นก็เริ่มส่องแสงสีฟ้าอ่อน

แสงสว่างส่องขึ้นมาจากร่องไม้บนพื้น

“เซลฟี สบายดีไหม”

「ข้ากำลังรอคอยการกลับมาของนายท่าน」

เครื่องปั่นไฟของเซลฟีถูกย้ายไปไว้ในห้องใต้ดิน

ห้องแรกที่เห็นหลังจากเปิดประตูเข้ามา คือห้องรับรองเล็กๆ สำหรับแขกหรือลูกค้า เรียกได้ว่าเป็นโซนสำหรับทำงาน

ห้องถัดไปเป็นห้องนั่งเล่นใหญ่ที่มีโซฟาหนังวางอยู่ ด้านในยังมีอีกสองห้องเล็กสำหรับใช้ทำงานและการวิจัย

“ห้องนอนอยู่ชั้นบน สองห้องสามเตียง พวกเรายังไม่ได้นำเครื่องเรือนเข้ามาเพราะอยากให้นายเลือกเอง”

ฉันกำลังทำสีหน้าแบบไหน? ชาโซฮีมองมาด้วยท่าทางภูมิใจ

“…เธอออกแบบเองหมดเลยหรือ”

“จะมีใครรู้จักรสนิยมของนายดีไปกว่าฉัน?”

จินซอยอนหัวเราะทันทีที่ได้ยิน

“เธอจู้จี้มากเลยล่ะ จนพักหลังคนงานเริ่มสะดุ้งทุกครั้งที่เห็นหน้าโซฮี”

ไม่ใช่บ้านที่หรูหราอะไร ยังมีความเรียบง่ายเหมือนกับบ้านที่ฉันสร้างเอง

ไม่สิ รู้สึกอุ่นใจกว่าบ้านที่สร้างเองเสียอีก

ฉันเดินไปใกล้เตาผิงบนผนัง จ้องมองสักพักก่อนจะพูด

“…ไม่เลว”

“เยส! เห็นไหมว่าเขาชอบ!”

“โซฮีพูดถูก”

ชาโซฮีแบมือไปทางซอจีอา

“สองหมื่นวอน!”

ซอจีอาจ้องชาโซฮี ตามด้วยหยิบกระเป๋าสตางค์และควักธนบัตรสองใบออกมา

ดูเหมือนว่าพวกเธอจะพนันอะไรกัน

“เฮะเฮะ~ จีอาเป็นเอลฟ์แท้ๆ ทำไมถึงชอบปูพื้นกับผนังด้วยหินอ่อน?”

“…ก็มันสวยนี่ บ้านรุ่นใหม่ก็ใช้หินอ่อนกันทั้งนั้น”

“เธอกลายเป็นเคเอลฟ์ (K-Elf) เต็มตัวแล้วสินะ… เป็นเอลฟ์ก็ทำตัวให้เหมือนเอลฟ์หน่อยสิ!”

“เจ้ากำลังเหยียดเชื้อชาติ”

ชาโซฮีทิ้งซอจีอาที่เอาแต่บ่นอุบอิบ และเดินมาทางฉันด้วยสายตาเปล่งประกาย

“นายชอบไหม”

“…ก็ดี”

“โล่งอกไปที”

ดูเหมือนว่าเธอจะกังวลกับเรื่องนี้พอสมควร

และคงเป็นเหตุผลที่สีหน้าทวีความภูมิใจขึ้นจากตอนแรก

ในหัวฉันกำลังเต็มไปด้วยรูปแบบการจัดวางโต๊ะทำงานและเครื่องเรือน

จากนั้นก็ส่ายศีรษะ

“ลิลี่”

“อื้อ”

ลิลี่กำลังยืนเหม่อมองดูการตกแต่งภายใน

“เก็บของกันเถอะ… ตอนนี้ใช้น้ำประปาได้แล้วใช่ไหม?”

“ใช่ ฉันแบ่งห้องอาบน้ำกับห้องสุขาด้วย เจ๋งใช่ไหมล่ะ?”

“ลิลี่ เธอไปอาบน้ำก่อน ฉันจะเก็บของ”

ลิลี่พยักหน้าและเดินขึ้นชั้นสอง

ฉันนำของในกระเป๋าไปไว้ในห้องเก็บของ

ห้องเก็บของมีขนาดใหญ่จนน่าพึงพอใจ ราวกับถูกออกแบบเพื่อให้ฉันเก็บทุกสิ่งที่ได้จากการสำรวจ

หลังจากจัดของเบื้องต้นเสร็จ ฉันเก็บที่เหลือกลับเข้ากระเป๋า

ไว้ค่อยจัดการอย่างละเอียดวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อน

ฉันกลับมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง

เมื่อกดปุ่มเปิดไฟ แสงทยอยสว่างขึ้นจากจุดที่ติดตั้งไว้

ชาโซฮีกำลังนอนเล่นบนโซฟา ส่วนจินซอยอนถือโอกาสสำรวจรอบๆ

“โซฟาตัวนี้นุ่มมาก!”

“ไม่คิดว่า OWIC จะยอมทำถึงขนาดนี้”

“คิดว่าเป็นการจ่ายหนี้ก็แล้วกัน ยังจำไวลด์ฮันต์ได้ไหม?”

คำพูดจินซอยอนทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่า ผู้อำนวยการของ OWIC เคยสัญญาเอาไว้แบบนั้น

OWIC พยายามผูกมิตรกับเราน่าดู…

แต่ก็ดีแล้ว

ขณะเตรียมเดินออกไปดูเรลิกซิน่า

ตึง! โครม!

เสียงอึกทึกดังมาจากด้านบน พวกเราจึงรีบวิ่งขึ้นไป

ชั้นสองของบ้านประกอบไปด้วยทางเดินกว้างขวาง ห้องนอนสองห้อง และประตูที่น่าจะเป็นของห้องอาบน้ำ

ประตูเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ไอน้ำโชยออกมาจากด้านใน

ชาโซฮีเดินไปเป็นคนแรก ตามด้วยฉัน

ชาโซฮีชะโงกหน้าเข้าไปและหยุดฉัน

“อย่าขยับ ถ้าไม่อยากทำร้ายจิตใจของเด็กผู้หญิง”

ฉันเข้าใจความหมาย จึงหยุดฝีก้าวไว้แค่นั้น

ชาโซฮีพูดเข้าไปข้างในด้วยเสียงนุ่มนวล

“เกิดอะไรขึ้น?”

“น…น้ำร้อน… มีน้ำร้อนไหลออกมา…”

ลิลี่พูดภาษาเกาหลีตะกุกตะกัก

น้ำร้อน?

ซอจีอาที่เพิ่งเดินตามมาสมทบ ถอนหายใจก่อนจะเปิดปาก

“ระบบน้ำร้อน? ในต่างโลกเนี่ยนะ?”

“น…นี่คืออะไร? รูน?”

“…ลิลี่ ถ้าหมุนไปอีกทางจะได้น้ำเย็น ลองปรับอุณหภูมิดู… ไม่สิ ฉันเข้าไปสอนเองดีกว่า”

ชาโซฮีเดินเข้าไป

“ให้ช่วยอาบไหม? เอ๋? ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น ฉันเสียใจนะ…”

ฉันถอนหายใจยาวก่อนจะเดินกลับลงไปข้างล่าง

เรลิกซิน่ากำลังนอนหลับในท่าหมอบอยู่ตรงมุมหนึ่งของลานกว้าง

“ไว้จะทำเตียงให้นะ”

แค่เอาฟางมาซ้อนกันก็คงพอ

สมัยดิ้นรนในต่างโลก ฉันเคยนอนบนเตียงทำนองนั้นมาก่อน

กล่าวคือ ฉันเก่งพอที่จะทำเตียงกองฟางคุณภาพสูงชนิดที่บริษัทเตียงยังต้องอิจฉา

ครุ่นคิดสักพัก ฉันมองไปรอบตัว

อาการเหนื่อยล้ายังคงสะสมจากการเดินทางไกล แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกสดชื่น โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นบ้านหลังใหม่

ฉันสังเกตเห็นแท่งโลหะใกล้กับประตู จึงเดินเข้าไปดู

มีป้ายไม้แผ่นหนึ่งเชื่อมติดกับโซ่และห้อยลงมาจากแท่งเหล็กแนวนอน

ป้ายไม้สูงระดับหัวเข่า กำลังแกว่งไกลไปตามแรงลม

<สำนักงานกิลด์นักสำรวจ>

เมื่ออ่านสิ่งที่ถูกเขียนไว้ ฉันเผลออมยิ้มโดยไม่รู้ตัว

______________________

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร พุธ เสาร์ และอาทิตย์ (1/4)

ติดตามผลงานของผู้แปล และนิยายทุกตอนได้ที่เพจเฟสบุค:

https://www.facebook.com/bjknovel/

หรือพิมพ์ค้นหา: bjknovel

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด