ตอนที่แล้วEp. 427 - ปริมาณสินสงครามอันน่าทึ่ง!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEp.429 - ความกังวลในระยะใกล้และไกล

Ep.428 - ประชุมแจกรางวัล!


3/3

Ep.428 - ประชุมแจกรางวัล!

สามสิบนาทีต่อมา

ภายในห้องโถงใหญ่ของขุนนางเมืองธารทะเลทราย

จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมมีมากกว่า 300 ชีวิต

ไม่ว่าจะผู้นำ ตัวแทน เหล่าชนชั้นยอด และขุนนางจากแต่ละเมืองต่างมารวมกันที่นี่

เจียงหนานอ่านข้อมูลสินสงครามที่ริบมาได้ ระบุรายละเอียดความสูญเสีย และเงินที่ต้องชดใช้ สุดท้ายคำนวณผลการเก็บเกี่ยวและประเมินมูลค่าโดยรวม

มันเยอะมาก!

ใช้เวลาในการอ่านนานกว่า 20 นาที และทุกคนตั้งใจฟังอย่างอดทน ไม่มีใครใจร้อน

เมื่อพวกเขาได้ยินถึงสินสงครามจำนวนมหาศาลที่ปล้นมาได้ ในหัวใจของทุกคนก็เริ่มตื่นเต้นและมีความสุข!

อธิบายได้เป็นคำหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ : เจ๋ง!

ตามขนาดของสินสงครามที่แจกจ่าย หากให้แต่ละคนแยกกันออกค้นหา เกรงว่าอาจต้องใช้เวลาในการล่ามอนสเตอร์มากถึง 2 3 เดือน!

ขณะเดียวกัน ความรู้สึกของเหล่าขุนนางเล็กค่อนข้างซับซ้อน

พวกเขาเดือดดาลจนแทบระเบิด!

ความมั่งคั่งของเมืองธารทะเลทรายมาจากไหน? มันไม่ได้มาจากการเอารัดเอาเปรียบจากขุนนางเล็กตลอดหลายปีที่ผ่านมาหรอกหรือ!

สินสงครามในคลังของเมืองธารทะเลทรายเหล่านี้ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งมาจากดินแดนเล็กต่างๆ มันคือเงินที่หามาอย่างยากลำบากของเหล่าขุนนางเล็ก!

แค่วัสดุอย่างเดียวก็มีถึงหลายแสนชิ้น!

ไหนจะหินสกิลขั้น 1 2 อีกมากกว่า 2,000 ก้อน!

ขุนนางเล็กถูกเมืองธารทะเลทรายเอาเปรียบมาหลายปี วันนี้คาลิมัวพบจุดจบ นับเป็นกรรมของมันแล้ว!

เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง!

สิ่งที่ทำให้ขุนนางเล็กเหล่านี้มีความสุขและพึงพอใจมากที่สุดก็คือ

ขุนนางใหญ่คนใหม่ไม่ได้ทำผิดสัญญา!

ขุนนางเล็กก็มีสิทธิ์ได้รับสินสงครามเช่นกัน!

ส่วนจะมากหรือน้อย ยังไงก็เป็นการแสดงทัศนคติที่น่าเคารพ!

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่มีทางคิดถึง! ซึ่งหมายความว่าขุนนางแห่งเมืองธารทะเลทรายผู้นี้ ต่างจากคนอื่นๆที่ผ่านมา!

ฮังอวี่ประกาศ “เหล่าจ้าว เหล่าฉู ขอให้ลงจากตำแหน่งเมืองเตาหลอมศิลาและเมืองขุนเขาเหล็ก เปลี่ยนมารับตำแหน่งรองขุนนางเมืองธารทะเลรายแทน”

จ้าวและฉูกล่าวทันที “รับทราบ!”

การเป็นรองขุนนางเมืองธารทะเลทรายนั้นดีกว่าการเป็นขุนนางเมืองเล็กมาก!

ฮังอวี่ประกาศต่อว่า “มังกรครามจะถอนตัวจากเมืองขุนเขาเหล็ก และส่งมอบเมืองนี้ให้แก่สำนักกระบี่วิญญาณ พวกคุณสามารถเลือกตัวแทนเข้ารับช่วงต่อตำแหน่งขุนนางได้”

ลุคเผยท่าทีดีใจมาก “ขอบคุณท่านขุนนาง!”

ในบรรดาสี่เมืองมนุษย์ เมืองขุนเขาเหล็กขึ้นชื่อเรื่องทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่สุด! อีกทั้งมันยังอยู่ใกล้กับเมืองทรายดำของพวกเขา

มังกรครามยินดีมอบเมืองขุนเขาเหล็กให้เช่นนี้ นับเป็นการแสดงน้ำใจอย่างมาก

“มังกรครามจะเก็บไว้แค่สองเมืองคือเมืองหุบเขาเดียวดายและเมืองเตาหลอมศิลา และจะไม่ยึดครองเมืองอื่นอีกต่อไป” ฮังอวี่หยุดพักหนึ่งก่อนเอ่ยต่อว่า “ปัจจุบันในดินแดนเมืองธารทะเลทรายยังมีเมืองเล็กอีกเจ็ดเมืองที่ยังไม่ยอมแพ้ ถึงเวลาให้พวกมันต้องชดใช้แล้ว!”

เจ้าพวกไม่รู้กาลเทศะ

ตัดสินใจอยู่ผิดข้าง

ปฏิเสธการสื่อสารทางการทูตและตัดหัวผู้ส่งสาร

ถึงเวลาที่พวกมันต้องได้รับการชำระแค้นแล้ว!

เมืองเหล่านี้ไม่ยอมจำนนต่อเผ่ามนุษย์ ฮังอวี่ไม่คิดเก็บพวกมันไว้ และหลังจากยึดเมืองทั้งหมดแล้ว พวกมันจะถูกส่งต่อให้สำนักกระบี่วิญญาณและกองกำลังมนุษย์กลุ่มอื่นๆในแคว้นเดียวดาย!

มังกรครามได้ครอบครองเมืองธารทะเลทรายขนาดใหญ่แล้ว ดังนั้นไม่มีเหตุจำเป็นต้องปล้นเมืองเหล่านี้เพิ่มเติมอีก

ส่วนสองเมืองที่เหลือ ฮังอวี่ตั้งใจจะเก็บไว้

เมืองหุบเขาเดียวดายไม่อาจปล่อยมือ มันตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมากใกล้กับจุดวาร์ปที่มนุษย์จากโลกเบื้องล่างจะถูกส่งมา ดังนั้นต้องอยู่ในกำมือเขา

ส่วนเมืองเตาหลอมศิลามีทหารช่างหลอมอาวุธเป็นจำนวนมาก

เมืองนี้สามารถสร้างผลประโยชน์มากมายแก่มังกรคราม ดังนั้นไม่อาจปล่อยมือ

เอาจริงๆเมืองอื่นๆก็มีความสำคัญเป็นของตัวเองเช่นกัน แต่สำหรับฮังอวี่แล้ว พวกมันไม่สำคัญเลย

ฮังอวี่มองไปทางเจียงหนาน “นักศึกษาเจียง การต่อสู้ในหลายๆครั้งที่ผ่านมาเธอทำได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นตอนป้องกันเมืองหุบเขาเดียวดาย ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากเธอ ฉันคงสู้คาลิมัวไม่ได้ เธอทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก!”

เจียงหนานได้รับการยอมรับจากบุคคลที่เธอชื่นชมต่อหน้าผู้คนมากมาย จู่ๆก็รู้สึกว่าสองแก้มร้อนผ่าว หน้าอกสะท้อนขึ้นลง หลังจากระงับอารมณ์ เธอเอ่ยอย่างถ่อมตนว่า “นั่นเป็นหน้าที่ของฉัน”

ฮังอวี่ส่ายหัวและพูดว่า “เธออย่าถ่อมตัวไป ผลงานก็คือผลงาน และผลงานต้องมอบรางวัล ... เมืองเตาหลอมศิลากับเมืองหุบเขาเดียวดาย เธอสามารถเลือกเป็นขุนนางของเมืองใดเมืองหนึ่งได้”

เจียงหนานตอบโดยไม่เสียเวลาคิด “ฉันไม่ต้องการเป็นขุนนาง ฉันอยากอยู่ในเมืองธารทะเลทราย!”

“เธอแน่ใจ?”

“ฉันแน่ใจ!”

ฮังอวี่ได้แต่ลอบส่ายศีรษะ สาวสวยคนนี้ต้องยอมใจเธอจริงๆ

เมืองเตาหลอมศิลา เมือหุบเขาเดียวดาย ทั้งสองเป็นเมืองที่ดีที่สุดในมือของเผ่ามนุษย์ ถ้าใครสามารถเป็นขุนนางของสองเมืองนี้ ผลประโยชน์มหาศาลแน่นอน

แต่ไม่นึกเลยว่าเจียงหนานจะปฏิเสธอย่างไม่ลังเล

ฮังอวี่ตอบว่า “ตกลง ในเมื่อเธอสมัครใจยอมแพ้ ฉันคงบังคับให้เธอเป็นขุนนางไม่ได้ หลังจากแบ่งสินสงครามแล้ว เธอจะได้รับหินสกิลขั้น 4 เพิ่มอีกหนึ่งก้อนเป็นกรณีพิเศษ”

เจียงหนานเผยรอยยิ้มหวาน “ฮี่ฮี่ ขอบคุณพี่มหาเทพที่เมตตา!”

ในที่สุด ขุนนางเมืองเตาหลอมศิลาคนใหม่ซึ่งได้รับเลือกจากฉูเทียนหัวและจ้าวหมิงก็คือปันหลง

ปันหลงคือหนึ่งในสมาชิกเก่าแก่ที่สุดของมังกรคราม ทั้งยังเป็นคู่หูร่วมรบในช่วงแรกๆของป่าแห่งการเริ่มต้น

แม้ว่าจะไม่ค่อยมีได้ร่วมรบในทีมเล็กของฮังอวี่ แต่พลังรบของเขาเป็นที่ชัดเจนสำหรับทุกคน

ว่ากันว่าในเมืองปัจจุบันที่เขาอาศัยอยู่ ปันหลงได้รับคัดเลือกเป็นพิเศษจากทางสกายเน็ต เข้ารับตำแหน่งหัวหน้ากอง อนาคตสดใสมาก

ส่วนขุนนางเมืองหุบเขาเดียวดายซึ่งได้รับการคัดเลือกจากฮังอวี่คือฉินมู่

ฉินมู่เป็นหนึ่งในผู้ใช้วิญญาณที่โดดเด่นที่สุดในมังกรคราม บุคลิกติดดิน เงียบขรึมไม่ค่อยพูดจา เหมือนไม่ค่อยมีตัวตน แต่ใครที่เคยร่วมรบกับเขาจะรู้ ว่าคนผู้นี้ไว้ใจ และน่าเชื่อถือได้

สำหรับเมืออื่นๆที่แข็งข้อ?

ปล่อยให้คนของสำนักกระบี่วิญญาณเป็นตัวหลักในการโจมตี

ส่วนมังกรครามและขุนนางเล็กตนอื่นๆจะให้ความร่วมมือ

ลุค คริส ไดอาน่าตื่นเต้นสุดๆ พวกเขารู้จุดยืนของตัวเองดี หากเมืองธารทะเลทรายไม่คิดลงมาแย่ง นั่นเท่ากับพวกตนสามารถนั่งตำแหน่งที่ว่างลงได้อีกสองสามที่

นี่เป็นอะไรที่ยอดมาก! มันเป็นหัวข้อที่ดีในการกลับไปรายงานเหล่าระดับสูง พวกเขาเชื่อว่าท่านประธานาธิบดีน่าจะพอใจมากเช่นกัน

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ สามผู้นำหลักแห่งสำนักกระบี่วิญญาณในแคว้นเดียวดาย ทุกคนสามารถขึ้นเป็นขุนนางได้! นี่มากพอแล้วที่จะทำให้จิตใจสั่นคลอน กรีดร้องด้วยความตื่นเต้น

สำหรับขุนนางเล็กทั้ง 20 ตน เนื่องจากพวกเขาอยู่ข้างมนุษย์ในช่วงสงคราม สร้างคุณูปการที่ไม่อาจลบล้างในการโค่นล้มคาลิมัวเพื่อมนุษยชาติ

ฉะนั้นฮังอวี่จะไม่โจมตีพวกเขา ทั้งยังช่วยพัฒนาระบบการจัดการดินแดนแบบใหม่ขึ้น นับจากนี้ไปห้ามไม่ให้ขุนนางเล็กโจมตีและฆ่ากันเอง

ถ้าใครกล้าก่อปัญหา?

ฮึ่ม!

นั่นเท่ากับเป็นการผิดสัญญา! และมหาเทพอย่างเขาจะลงโทษด้วยตัวเอง!

นี่เป็นอีกเรื่องที่ฮังอวี่ทำไม่เหมือนกับขุนนางใหญ่เมืองธารทะเลทรายรุ่นก่อน

คาลิมัวสนับสนุนให้เกิดการแก่งแย่งกันระหว่างขุนนางเล็ก เมื่อพวกเขาทะเลาะกัน ก็จะสิ้นเปลืองพละกำลังและบั่นทอนอำนาจ เป็นผลดีต่อความมั่นคงในดินแดน

แต่เห็นได้ชัดว่าเผ่ามนุษย์มั่นใจมาก

ไม่กลัวว่าเหล่าขุนนางเล็กจะเติบโตจนแข้งข้อ!

ทุกคนเริ่มรับสินสงคราม ตามกฏแล้วจะเริ่มแจกจ่ายจากระดับผู้นำ ตัวแทน โดยเริ่มจากผู้มีผลงานดีเด่นตามลำดับ จากนั้นแจกจ่ายไปยังทีมต่างๆ

ใครมีผลงานสูงสุด คนนั้นได้เลือกก่อน!

ฮังอวี่ไม่เกรงใจ

เขาเลือกไอเท็มสีฟ้ามากกว่า 20 รายการติดต่อกัน

และในนั้นมีหินสกิลสีฟ้าถึง 7 ก้อน อุปกรณ์สีฟ้าอีกสามชิ้น คัมภีร์อีกหลายม้วน สูตรอีกหลายสูตร พร้อมวัสดุล้ำค่าอีกเพียบ

จากนั้นเลือกไอเท็มมูลค่าสูงกว่า 30 40 รายการที่มีคุณภาพสีเขียว และรับหินคริสตัลฟ้าไปนับพัน

นี่คือส่วนแบ่งเฉพาะของฮังอวี่

แม้จะดูเหมือนเยอะ แต่เนื่องจากเขาเป็นผู้ทำผลงานสูงสุด อีกทั้งผลกอบโกยอุดมสมบูรณ์มาก

ในแง่ของสัดส่วน

อันที่จริงแล้วเขาเอาไปไม่เยอะเลย

ในบรรดาหินสกิลคุณภาพสูงที่ฮังอวี่เลือก มีสามก้อนที่เขาใช้ได้ทันที พวกมันคือ

ชิ้นส่วนมรดกขั้น 4 ของเซียนกระบี่ล่าแสง : หนึ่งกระบี่ล่าแสง

ชิ้นส่วนมรดกขั้น 4 ของปีศาจคลั่งอาบโลหิต : โทสะปีศาจคลั่ง

ชิ้นส่วนมรดกขั้น 3 ของมือยิงเทพเจ้า : หนึ่งศรไล่วิญญาณ

หลังจากเรียนรู้ทั้งสามสกิลนี้ มรดกขั้น 3 อีกหนึ่งอาชีพก็ได้รับการสืบทอดอย่างสมบูรณ์

[มือยิงเทพเจ้า] มรดกขั้น 3 , ความว่องไว+10 , พละกำลัง +5 , จิตรับรู้ +5 , ค่าพลังชีวิต +15 , ค่าพลังจิต +10 , การโจมตีทางกายภาพ +15 , ความเร็วในการเคลื่อนที่ +5

นอกเหนือไปจากนี้

ฮังอวี่ยังได้รับหินสกิลขั้น 4 ที่ทรงพลังอีกสองสกิล

ด้วยประการฉะนี้ เท่ากับว่าเขามีสี่สุดยอดสกิลไว้พร้อมใช้งาน!

ยกเว้นหินสกิลระดับสูงแล้ว สิ่งที่ทำให้ฮังอวี่คาดไม่ถึงก็คือ จากบรรดาหินสกิลขั้นต่ำ เขาพบหินสกิลล้ำค่าที่เหมาะสมกับตน

หินสกิลหลักของนักท่องมิติ มรดกขั้น 2 ‘แปลงอากาศธาตุ’

นี่คือมรดกขั้นต่อไปของจอมเวทย์บลิงค์ เป็นสกิลมิติ!

[แปลงอากาศธาตุ] (ชิ้นส่วนมรดกของนักท่องมิติ) เลเวลปัจจุบัน 3 , บิดเบือนมิติรอบตัวคุณโดยอัตโนมัติ เข้าสู่สถานะแยกตัว ใช้ค่าพลังจิต 40 หน่วยต่อวินาที สามารถคงอยู่ได้นานสุด 5 วินาที , ระยะเวลาคูลดาวน์ 60 วินาที

เป็นอีกหนึ่งสกิลมิติที่มีประโยชน์มาก!

การใช้สกิลนี้แม้จะสิ้นเปลืองพลังจิตอย่างน่าสยดสยอง แต่เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ร่างกายจะกลายเป็นอากาศธาตุ การโจมตีทางกายภาพหรือพลังงานใดๆ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะกลายเป็นโมฆะ โจมตีพลาดทั้งหมด

แต่สิ่งนี้ไม่เหมือนกับร่างวิญญาณ เพราะร่างวิญญาณแม้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อดาเมจทางกายภาพได้มาก แต่หากดาเมจที่ว่านั้นแรงพอ แรงเกินกว่าภูมิคุ้มกันก็อาจทำร้ายร่างวิญญาณได้

แต่แปลงอากาศธาตุไม่เหมือนกัน มันมีภูมิคุ้มกันต่อทุกอย่าง หากฮังอวี่ซ่อนตัวอยู่ในมิติทับซ้อนนี้ แม้ศัตรูจะสามารถมองเห็นเขา แต่ก็สัมผัสไม่ได้ อมตะอย่างสมบูรณ์

แน่นอน

ภายใต้สถานะอากาศธาตุ ฮังอวี่ไม่สามารถโจมตีผู้อื่นได้เช่นกัน

สรุปแล้วสกิลนี้ แม้ว่าจะไม่มีพลังสังหาร แต่ก็เป็นสกิลที่มีคุณสมบัติมิตอันแสนหายาก นับเป็นสกิลเสริมที่ทรงพลัง มูลค่าของมันไม่ด้อยไปกว่าหินสกิลขั้น 4!