ตอนที่แล้วบทที่ 13 : ข้ามีภรรยาตัวน้อย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 15 : เจ้ามีหน้าที่เป็นดอกไม้งาม

บทที่ 14 : เผยไพ่ของนาง


บทที่ 14 : เผยไพ่ของนาง

เซียวหานเจิงเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว

สือชิงลั่วได้ช่วยน้องชายและน้องสาวของเขาเอาไว้ รวมทั้งยังช่วยทำให้ไข้ของเขาลดลงด้วย การปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาเร็วกว่าเดิมก็เท่ากับเป็นการช่วยมารดาของเขาเอาไว้เช่นกัน

สำหรับครอบครัวของเขาแล้ว มันคือบุญคุณช่วยชีวิตที่ไม่อาจทดแทนได้หมด

เมื่อเขาเพิ่งฟื้นขึ้นมา เขาเคยกังวลว่า มารดารและน้องๆของเขาอาจเสียชีวิตเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตก่อนของเขา

ช่วงเวลาที่เขาได้ฟื้นขึ้นมานั้นคลาดเคลื่อนกับครั้งก่อน

หากไม่ใช่เพราะสือชิงลั่ว เรื่องของน้องชายและน้องสาวของเขาคงเป็นไปตามที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตก่อนของเขา

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีมาก

เพราะเรื่องนี้ เขาจึงรู้สึกทำอะไรไม่ถูก มากกว่าที่จะรู้สึกต่อต้านและรังเกียจภรรยาที่อยู่ๆก็โผล่มาคนนี้

เซียวหานเจิงมองแม่เซียวและถามว่า “ท่านแม่ สือชิงลั่วไม่ใช่คนจากหมู่บ้านเราใช่หรือไม่?”

“ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมคนในครอบครัวของนางถึงได้ยอมให้นางแต่งงานแก้ชง?”

ก่อนที่เขาจะฟื้นขึ้นมา การแต่งงานเข้าบ้านของพวกเขาก็ไม่ต่างจากการกระโดดเข้าไปในกองไป

ในชีวิตก่อนของเขานั้น เขายังเคยได้ยินผู้ใหญ่บ้านพูดว่า มารดา, น้องชาย, และน้องสาวของเขาล้วนตายหมดแล้ว อีกฝ่ายถึงได้พยายามปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาให้ได้

ไม่อย่างนั้น เขาก็คงทำให้คนพวกนั้นสมหวัง โดยการที่สือชิงลั่วต้องกลายเป็นหม้ายเมื่อแต่งเข้ามาแล้ว

ครอบครัวปกติอาจไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

แม่เซียวตอบ “ชิงลั่วเป็นเด็กสาวจากบ้านสือที่อยู่ในหมู่บ้านช่างซี”

“นางเป็นเด็กน่าสงสาร ตอนที่นางอายุได้ไม่กี่ขวบ นางก็ถูกที่บ้านส่งไปทำงานในวัดเต๋า เมื่อไม่นานมานี้ นางก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังจากที่เซียนเฒ่าจากไปแล้ว”

“เมื่อไม่กี่วันก่อน นางเกือบถูกคนบ้านสือส่งตัวไปแต่งงานกับคุณชายตระกูลหวู”

“แต่ไม่รู้ว่าเพราะอยู่ๆคนบ้านสือเกิดรู้สึกผิดหรืออย่างไร พวกเขาถึงได้ยอมยกเลิกการแต่งงานกับตระกูลหวู”

“ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมคนบ้านสือถึงได้ยอม พวกเขาบอกกับเราว่า ชิงลั่วอยากแต่งงานกับเจ้า พวกเขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้”

จากนั้น นางก็พูดถึงบทสนทนาระหว่างนางกับสือชิงลั่ว รวมไปถึงเรื่องที่พวกนางพบเจอเมื่อไปที่บ้านสือ

เซียวหานเจิงค่อยๆระลึกได้หลังจากที่ฟังเรื่องราวจากปากมารดา

ในชีวิตก่อนของเขา ตอนที่เขากำลังสืบเรื่องตระกูลหวูอยู่นั้น เขาก็ได้พบว่า ก่อนที่น้องสาวของเขาจะถูกบังคับไปแต่งงานที่ตระกูลหวู เดิมทีพวกเขาได้เลือกบุตรสาวของบ้านสือจากหมู่บ้านช่างซีเอาไว้ก่อนแล้ว

แต่เด็กสาวคนนั้นกลับตายลงในวันที่ตระกูลหวูไปรับตัวนาง

จากแหล่งข่าวที่แม่นยำ เด็กสาวคนนั้นถูกมารดาของตนเองฆ่าตายในตอนที่กำลังบังคับจับตัวนาง

นั่นจึงทำให้ตระกูลหวูเพิ่มจำนวนเงินค่าสินสอดอีกครั้ง เมื่อป้าใหญ่และป้าสามที่ชั่วร้ายของเขาได้ยินเรื่องนี้ พวกนางจึงรีบส่งตัวน้องสาวของเขาและรับเงิน 150 เหลียงมา

ดังนั้น สือชิงลั่วก็คือเด็กสาวที่ตายไปคนนั้น?

เขารู้เรื่องของคนบ้านสือดี

อาสี่ของสือชิงลั่วเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเขา และเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก

เขายังได้ยินคนอื่นพูดเกี่ยวกับคนบ้านสือด้วย

ครอบครัวนั้นจะรู้สึกผิดและเป็นฝ่ายยอมยกเลิกการแต่งงานได้อย่างไร?

มันยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะยอมทิ้งเงินค่าสินสอด และมอบอาหารเป็นสินเจ้าสาวเพื่อให้สือชิงลั่วมาแต่งงานเพื่อแก้ชงเช่นนี้

เขาถามอีกครั้ง “สือชิงลั่วพูดว่านางไม่ต้องการสินสอด นางเป็นคนจัดการเองทั้งหมดเลยหรือขอรับ?”

แม่เซียวพยักหน้า “ถูกแล้ว ข้าเคยกังวลเรื่องการรับมือกับคนบ้านสือ แต่ใครจะรู้ว่าการแต่งงานกลับราบรื่นได้ถึงเพียงนี้? ชิงลั่วจะต้องก็ผู้จัดการเรื่องนี้อย่างแน่นอน”

นางพอมองออกว่าคนบ้านสือต่างก็ไม่พอใจ

เซียวหานเจิงพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”

ในครั้งแรกที่เขาได้ยินว่าสือชิงลั่วได้ช่วยเหลือน้องๆของเขาเอาไว้นั้น เขาคิดสงสัยว่า สือชิงลั่วก็คงไม่ต่างจากเด็กสาวคนอื่น

เพราะนางรู้ว่าเขาเคยมีตำแหน่งใหญ่โตในชีวิตก่อนของเขา นางจึงจงใจช่วยเหลือพวกเขาและหาโอกาสเพื่อที่จะได้แต่งงานเข้ามา

แต่หลังจากที่ได้ฟังดูแล้ว เขาจึงเริ่มไม่แน่ใจ จากเรื่องราวในชีวิตก่อนของเขานั้น เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา สือชิงลั่วก็ได้ตายไปแล้ว

“เซียนเฒ่าคนนั้นก็คืออาจารย์ของชิงลั่ว นางจึงทั้งเก่งกาจและมีโชค”

“ที่เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ ก็เพราะชิงลั่วคือดาวนำโชคของเจ้า”

แม่เซียวเน้นย้ำ “อย่าได้ดูถูกที่นางเป็นเพียงหญิงสาวชานบ้าน ในอนาคต แม้ว่าเจ้าจะกลายเป็นขุนนาง เจ้าก็ห้ามทำให้นางเสียใจเด็ดขาด”

นางรู้มาตลอดว่าบุตรชายของนางเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเรื่องขึ้นในตอนนั้น เขาก็ยิ่งเรียนหนักกว่าเดิม

แต่สำหรับนางแล้ว สือชิงลั่วคือผู้มีพระคุณ คือลูกสะใภ้ และคือดาวนำโชคของนาง

นางไม่อาจทำให้อีกฝ่ายต้องเสียใจได้

แววตาของเซียวหานเจิงดูไร้หนทาง “ข้ารู้แล้วท่านแม่ ข้าจะไม่ทำให้นางต้องเสียใจ”

ในชีวิตก่อนของเขา เขาทุ่มเทพลังกายทั้งหมดไปกับการแก้แค้น เขาไม่เคยแต่งงานกับใคร และไม่เคยแตะต้องสตรีคนไหน ไม่คิดเลยว่า ทันทีที่เขาได้ย้อนกลับมาเขาจะมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนเสียแล้ว

สำหรับเรื่องข้อกฎหมายการแต่งงานนั้น เดิมเขาถือเป็นคนไร้บ้านและไม่มีใครคิดเข้ามายุ่มย่ามเรื่องนี้ ในภายหลัง เขาอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น จึงไม่มีใครกล้าบังคับให้เขาแต่งงาน ดังนั้น เขาจึงไม่เคยแต่งภรรยามาก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายยังมุ่งเป้าไปที่คนธรรมดาเป็นหลัก

หากชนชั้นสูงไม่ต้องการแต่งงาน ทางการก็ไม่สามารถบังคับพวกเขาได้

แต่ที่มารดาของเขาพูดมาก็ถูก ไม่ว่ายังไง สือชิงลั่วก็คือผู้มีพระคุณของครอบครัวเขา

จากเรื่องนี้ ตราบใดที่สือชิงลั่วไม่ทรยศหรือเป็นภัยต่ออนาคตของครอบครัวเขา เขาก็จะดูแลนางเป็นอย่างดี

เมื่อแม่เซียวได้ยินลูกชายรับปากแล้ว นางก็โล่งอก

นางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาบนใบหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นและพูดอย่างยินดีว่า “ในเมื่อเจ้าฟื้นขึ้นมาแล้ว แม่จะให้ป๋ายหลี่ทำโจ๊กมาให้เจ้า แล้วให้เอ้อร์หลางไปดูแลแขกต่อ”

เซียวหานเจิงพยักหน้า “ขอรับ ลำบากท่านแม่แล้ว”

หลังจากที่แม่เซียวกับน้องทั้งสองออกไปแล้ว เซียวหานเจิงก็นอนพิงหมอนและหลับตาลง

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตู เขาจึงลืมตาขึ้นมอง

สือชิงลั่วเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยในมือ

นางเดินตรงเข้าไปหาเซียวหานเจิง “ดื่มนี่ซะสิ”

นี่คือกลูโคสที่นางนำออกมาจากช่องว่างเพื่อใช้บำรุงร่างกายของเขา

เซียวหานเจิงเหลือบมองและเห็นว่ามีน้ำอยู่ในถ้วยใบนั้น

ในเมื่อก่อนหน้านี้ สือชิงลั่วเคยเอายาออกมาใช้เพื่อลดไข้ให้เขา ตอนนี้ นางก็คงไม่คิดวางยาพิษเขาหรอก

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไหร่ที่มันเข้าปากเขาแล้ว เขาก็จะสามารถบอกได้ทันทีว่ามันมีพิษหรือไม่

ดังนั้น เขาจึงรับมันมาดื่มเข้าไม่ลังเล ใครจะรู้ว่ามันไม่ใช่น้ำเปล่า แต่เป็นบางอย่างที่มีรสหวาน

มันไม่คล้ายกับน้ำตาลเช่นกัน

เขาถาม “นี่คืออะไร?”

สือชิงลั่วตอบ “น้ำผสมน้ำตาล มันช่วยบำรุงร่างกายของเจ้า”

“ขอบคุณ!” เซียวหานเจิงไม่ได้ถามว่านางได้มันมาจากที่ไหน

ด้วยเหตุผลบางประการ เขารู้สึกว่า สือชิงลั่วคนนี้ไม่ใช่เด็กสาวคนเดียวกับคนที่ตายไปในชีวิตก่อนของเขา

ทุกคนล้วนมีความลับของตนเอง และเขาก็เช่นกัน มันไม่จำเป็นที่จะต้องไปขุดค้นความลับของผู้อื่น

สือชิงลั่วยิ้ม “พวกเราถือเป็นครอบครัวเดียวกันชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ”

เซียวหานเจิงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าหมายถึงอะไรที่ว่า ครอบครัวชั่วคราว?”

สือชิงลั่วยิ้มตอบ “มารดาของเจ้าคงบอกเหตุผลที่ข้าแต่งเข้ามาที่นี่แล้ว”

“ข้าต้องการสลัดคนบ้านสือทิ้ง แต่ข้าก็ไม่ต้องการแต่งเข้าครอบครัวใหญ่ที่มีผู้อาวุโสเป็นใหญ่หรือสะใภ้ที่ร้ายกาจ”

“ข้าเป็นคนแข็ง หากคนอื่นนับถือข้า ข้าก็จะนับถือพวกเขากลับ แต่หากพวกเขาต้องการกดขี่ข้าและทำทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”

นางมองออกว่า เซียวหานเจิงนั้นรับมือได้ยาก

เขาต่างจากผู้ใหญ่บ้านและผู้อาวุโสคนอื่น

ทั้งสองต่างก็เป็นคนฉลาด ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังอะไรกัน

“บอกตามตรง ข้าบอกกับคนภายนอกว่า ข้ายินดีแต่งเพื่อแก้ชงให้กับเจ้า เพราะข้าชื่นชอบในตัวเจ้า”

นางกำหมัดไว้ที่ริมฝีปากและไอเบาๆ “แต่ความจริงแล้ว ข้าแต่งเข้ามาก็เพราะครอบครัวของเจ้า ข้าคิดว่าพวกเขาเข้ากันกับข้าได้เป็นอย่างดี”

“ถึงยังไงข้าก็ไม่รู้จักเจ้า และไม่เคยเห็นหน้าเจ้าก่อนที่ข้าจะแต่งเข้ามา”

“ที่ข้าหมายถึงก็คือ หากในอนาคตเราสองคนเข้ากันไม่ได้ หรือหากเจ้าชอบผู้อื่นขึ้นมา เราก็จะหย่ากัน”

“นั่นก็หมายความถึงการที่เราเป็นครอบครัวเดียวกันชั่วคราวอย่างไรล่ะ”

หากนางเผยไพ่ของนางออกมาตอนนี้ เซียวหานเจิงก็สามารถวางใจได้ว่า นางจะไม่คอยเกาะติดครอบครัวของเขา

หากพวกเขาเข้ากันไม่ได้ นางก็จะหย่าให้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

เซียวหานเจิง “......” ภรรยาคนนี้ถึงกับคิดเรื่องหย่าเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด