ตอนที่แล้วบทที่ 9 ตกใจสุดขีด
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 11 เรียกข้าว่าอาจารย์ซุน!

บทที่ 10 ข้ารู้ความลับทั้งหมดของเจ้า


หา?

ชีเซิ่งเจี่ยมักจะคิดช้าเสมอ  เขาไม่รู้จะตอบยังไงเมื่อถูกถามแบบนั้นหลังจากนั้นไม่นานเขาก็จำเหตุผลได้ "ต้องมีใครบางคนในหมู่พวกหัวสูงที่อิจฉาพรสวรรค์ของอาจารย์ซุน นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาบังคับให้เขาไปอยู่แผนกรับส่งพัสดุ"

หวังฮ่าวยักไหล่  "ช่าย ใช่แล้ว เจ้าจะพูดยังไงก็ได้"

"ข้าไม่ได้โกหกพวกเจ้านะ"

ชีเซิ่งเจี่ยรู้สึกกังวล "ข้าบอกเรื่องนี้กับพวกเจ้าเพราะข้าอยากให้พวกเจ้าได้รับคำชี้แนะจากเขา ถ้าเขาใช้เคล็ดการนวดของเขาให้กับเจ้ายกระดับพลังฝึกปรือได้ มันจะดีแค่ไหน?"

หวังฮ่าวหวั่นไหว

"บอกเราได้ไหม!เขาชี้แนะเจ้าอย่างไรบ้าง?"

โจวชี่ฉลาดมากกว่าเขาต้องการตัดสินความสามารถของซุนม่อผ่านกระบวนการการชี้แนะ

ชีเซิ่งเจี่ยพูดไปตามเป็นจริง

หลังจากโจวชี่ฟังจบเขาก็พยักหน้า"เข้าใจแล้ว  จริงๆแล้วเขาไม่ได้ชี้แนะเจ้าเท่าใดนัก  เขาก็แค่นวดให้เจ้าเท่านั้น"

"ฮืมดูเหมือนเคล็ดวิชานวดของซุนม่อไม่เลวเลย เราน่าจะลองดูบ้าง!"

ตอนนี้หวังฮ่าวติดอยู่ที่ขอบเขตเสริมสร้างร่างกายระดับ 4 มาสามเดือนแล้ว ไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย

"นั่นต้องเป็นอาจารย์ซุน!"

ชีเซิ่งเจี่ยเน้นย้ำเป็นอย่างมาก  เขาต้องการจะบอกว่าเมื่อคืนนี้พวกเขาไม่มีเวลาเพียงพอ ดังนั้นอาจารย์ซุนจึงมีโอกาสแค่ช่วยเขาฟื้นฟูร่างกายและจะช่วยชี้แนะเขาในภายหลัง  อย่างไรก็ตามเขาถูกโจวชี่ขัดจังหวะ

"เจ้าควรพักเสียก่อน  เราจะไปดูกัน!"

ทั้งสองคนเดินออกไป

"พวกเจ้าต้องมีความเคารพอาจารย์ซุนมากกว่านี้!"

ชีเซิ่งเจี่ยเตือนพวกเขา  เขานอนลงชั่วขณะหนึ่ง แต่เขารู้สึกไม่สบายใจดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นสวมเสื้อและวิ่งตามสหายออกไป

ปัง!

หลี่กงถีบเปิดประตูโกดัง  เขามีสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรสายตาของเขาราวกับมีดโกนที่ต้องการแล่เนื้อเถือหนังซุนม่อออกทั้งหมด

ซุนม่อไม่แม้แต่จะลืมตาเขายังคงฝึกวิชาเซียนมหาจักรวาลไร้ลักษณ์ต่อไป

"เฮ้ย!"

เมื่อเห็นซุนม่อไม่สนใจเขาหลี่กงคำรามอย่างไม่พอใจ  อย่างไรก็ตามการวางอำนาจเหนือไปมันไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง สถาบันจงโจวในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เขาเห็นครูฝึกสอนมาก็มาก ส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยความกังวลใจเมื่อมาถึงครั้งแรก  พวกเขาระมัดระวังตัวและเป็นมิตรมากเกินไปกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาด

อย่างไรก็ตามซุนม่อผู้นี้ยอดเยี่ยมจริงๆเขาดูสงบมาก

แม้ว่าจะได้รับคำแนะนำจากหัวหน้าแผนกรับส่งพัสดุให้ไล่ซุนม่อออกจากสถาบัน แต่หลี่กงต้องยอมรับว่าอารมณ์ของซุนม่อนั้นดีเยี่ยม  นอกจากใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาแล้วร่างกายของเขาตรงแน่วราวกับเสาหลักก็ยังดูดีอีกด้วย

"อย่างที่คาดไว้เจ้ามีต้นทุนพอที่จะกิน 'ข้าวนุ่ม' ได้"

หลี่กงรำพึง  เมื่อเขานึกถึงใบหน้าที่น่าเกลียดของตนเอง ความไม่พอใจที่เขามีต่อซุนม่อก็กลับพุ่งสูงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง  เขาเตรียมจะสั่งสอนซุนม่ออย่างไร้ความปราณี

"โอวงั้นเจ้าคงอยากจะขากะเผลกต่อไปใช่ไหม?"

ซุนม่อยิ้มเล็กน้อย

"เจ้านั่นแหละที่อยากเป็นง่อย"

หลี่กงสบถด่าด้วยความโมโห

"ในกรณีแบบนั้นทำไมทัศนคติที่เจ้ามีต่อข้าผู้ที่รักษาอาการอ่อนแอของเจ้าได้ถึงได้หยาบคายและไร้เหตุผลสิ้นดีเล่า?" ซุนม่อย้อนถาม

"เจ้ารักษาข้าได้หรือ?"  หลี่กงหนังตากระตุก

"ก็แน่อยู่แล้ว"

คำพูดของซุนม่อง่ายและกระชับ

"เจ้า..."

หน้าอกของหลี่กงกระเพื่อมเขาถลึงตามองซุนม่อด้วยความโมโห กำหมัดแน่นเหมือนต้องการจะต่อยตีใครสักคน  เจ้าผู้นี้ปากร้ายกาจนัก

"ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ไปซะ"

ซุนม่อไม่อ่อนข้อให้

"เจ้าไม่อยากทำงานในสถาบันต่อหลังจากฝึกงานแล้วใช่ไหม?

หลี่กงขู่

ดังคำพูดที่กล่าวว่าคุยกับพระยายมนั้นง่าย แต่จัดการผีตีนโรงตีนศาลนั้นยากสำหรับหัวหน้างานในแผนกขนส่งพัสดุอย่างหลี่กง เขาอาจทำให้เด็กฝึกงานตายได้ถ้าเขาต้องการจะยุ่งกับพวกนั้น

ถ้าเบื้องสูงจัดเด็กฝึกงานให้มาอยู่กับหลี่กง  เด็กฝึกงานก็เหมือนกับอยู่ในนรก  ท้ายที่สุดหากเด็กฝึกงาน 'ทำข้อผิดพลาดมากมาย' ในระหว่างฝึกงาน เขาจะถูกไล่ออกตรงๆ ไม่ว่าความผิดจะมากหรือน้อยก็ตาม มันขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของหลี่กง

"ฮ่าฮ่าฮ่า"

ซุนม่อหัวเราะอย่างเย็นชา  แม้ว่าอันซินฮุ่ยจะเป็นคนรักในวัยเยาว์ของเขาทั้งสถาบันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในวัยเด็กของเขาด้วย แต่เขาจะไม่ยอมแพ้และประจบประแจงหลี่กงแน่นอน

"เจ้า.."

หลี่กงโกรธจัดจนปอดแทบระเบิด ขณะนั้นเองมีเสียงเรียกอาจารย์ซุนคั่นขึ้นระหว่างการสนทนา

ชีเซิ่งเจี่ยกับเพื่อนทั้งสามคนยืนอยู่ที่หน้าประตู

"นี่คือพื้นที่เก็บของพวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?"

หลี่กงระงับอารมณ์ของเขา

"เรามาหาอาจารย์ซุน"

ชีเซิ่งเจี่ยตอบกลับ

"อาจารย์ซุน?"

สายตาของหลี่กงเต็มไปด้วยความสงสัยขณะมองไปที่ซุนม่อ  "เจ้ากำลังพูดถึงเขาเหรอ?"

ไม่จำเป็นต้องให้ชีเซิ่งเจี่ยตอบ  เพราะเขาฉุดดึงหวังฮ่าวและโจวชี่วิ่งไปหาซุนม่อ"คารวะอาจารย์ซุน"

"บัดซบ!"

หลี่กงตกตะลึงเขามีสีหน้าท่าทีเงอะงะขณะสำรวจชีเซิ่งเจี่ย เขาอยากจะถามว่าชีเซิ่งเจี่ยบ้าไปแล้วเหรอ? ซุนม่อไม่ได้แม้แต่จะเป็นครูช่วยสอนด้วยซ้ำ

"อาจารย์ซุน!  เมื่อเร็วๆ นี้การฝึกปรือของข้าไม่ราบรื่นข้าอยากจะขอคำชี้แนะจากท่าน!"

โจวชี่กล่าวเป็นคนแรก

ซุนม่อไม่ตอบเขาใช้เนตรทิพย์สำรวจนักเรียนทั้งสองคน

ชื่อหวังฮ่าวปรากฏอยู่เหนือศีรษะของคนที่เตี้ยกว่าทางด้านซ้าย

ความแข็งแกร่ง : 6 ปานกลาง

สติปัญญา : 5 ตามมาตรฐาน

ความคล่องตัว : 6 ปานกลาง

ปณิธาน : 3 ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

.....

ค่าความเป็นไปได้ : ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

หมายเหตุ : อย่าเสียเวลากับคนธรรมดา

"เจ้าระบบ! ข้าคิดว่าเจ้าบอกข้าว่าเป็นตัวพิษใช่ไหม? ข้อสังเกตของเจ้าก็โหดร้ายเช่นกัน"

ซุนม่อเหลือกตาไม่มีข้อมูลที่น่าตื่นตาเป็นพิเศษ ทุกอย่างบ่งบอกว่าธรรมดามันน่าเบื่อจนชวนหลับถ้าพวกเขาเห็นเข้า

สำหรับโจวชี่เขาดูดีกว่าเล็กน้อย แต่ข้อมูลของเขาก็ระดับปานกลางเช่นกัน อย่างไรก็ตามคุณค่าความเป็นไปได้ของเขานั้นดีกว่าเล็กน้อยโดยค่าประเมินอยู่ที่ ค่าเฉลี่ยทั่วไป

"ทำไมไม่มีอัจฉริยะมาหาข้าเลย"

ซุนม่อถอนหายใจ

เมื่อเห็นว่าซุนม่อไม่พูดอะไรและสำรวจร่างกายพวกเขาหวังฮ่าวกับโจวชี่รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

"อย่าบอกนะว่าเขาเป็นพวกโรคจิตที่ชอบผู้ชายหุ่นดี"

โจวชี่รู้สึกตัวว่าเขาหล่ออยู่เสมอจึงอดลูบใบหน้าตัวเองไม่ได้

"เฮ้, พวกเจ้าถูกเขาหลอกแล้ว  แม้แต่ครูช่วยสอน เขายังเป็นไม่ได้ด้วยซ้ำได้แต่มาช่วยงานจิปาถะที่แผนกรับส่งพัสดุเท่านั้น"

หลี่กงใส่ร้ายซุนม่อ

"อย่าดูหมิ่นอาจารย์ซุน"

หวังฮ่าวและโจวชี่ไม่มีอาการตอบสนองแต่ชีเซิ่งเจี่ยไม่ยอมทน เขาหันไปตวาดใส่หลี่กง

สีหน้าของหลี่กงแข็งทื่อโทสะเลวร้ายลุกโชนอยู่ในอกของเขา ในที่สุดเขาก็เป็นแค่หัวหน้าพนักงานในแผนกรับส่งพัสดุที่แม้แต่นักเรียนสวะอย่างชีเซิ่งเจี่ยยังกล้าตวาดใส่เขายิ่งกว่านั้นเมื่อเผชิญหน้ากับซุนม่อ แม้ว่าเขาจะเป็นแค่ครูฝึกสอนแต่ไม่มีนักเรียนคนใดกล้าแสดงอาการดูหมิ่นเหยียดหยามต่อเขา ไม่ว่าพวกเขาจะสาปแช่งซุนม่อในใจแค่ไหนก็ตาม

นี่คือสถานะของครูในสังคม

ความจริงถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าแผนกรับส่งพัสดุไม่ได้สั่งให้เขาสร้างความลำบากให้ซุนม่อและถึงกับบอกว่าเขาจะออกหน้ารับผลที่ตามมาทั้งหมดหลี่กงก็คงไม่ยุ่งกับซุนม่อ

ซุนม่อก้มศีรษะลงและจ้องไปที่เสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนที่เขาสวมอยู่แม้ว่าสิ่งนี้จะทำมาจากผ้าฝ้ายทั้งการออกแบบก็เรียบง่าย  แต่ก็แสดงถึงเอกลักษณ์ของครูฝึกสอน หลี่กงแม้ว่าจะสวมเสื้อแบบจีนติดกระดุมและกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำเงินรวมถึงแหวนพลอยบนนิ้วของเขาที่ไม่รู้ว่าแท้หรือปลอม แต่เขาก็ยังเป็นแค่คนงานไร้ฝีมือในฝ่ายรับส่งพัสดุ

"ข้าต้องใส่ชุดครูสีฟ้าแน่นอน"

จู่ๆซุนม่อก็รู้สึกว่าชุดที่เขาสวมนั้นดูน่ารำคาญมาก

"อาจารย์ซุน? ข้าได้ยินมาว่าท่านช่วยให้ชีเซิ่งเจี่ยยกระดับใหม่ได้ภายในคืนเดียวใช่ไหม?"

โจวชี่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ตนเองได้

"พวกเจ้าคงต้องกลับไปก่อนตอนนี้ข้ายังไม่ว่าง!"

ซุนม่อเข้าใจว่านักเรียนทั้งสองคนนี้ต้องการใช้คำชี้แนะของเขาเพื่อเป็นข้ออ้างในการสัมผัสเคล็ดการนวดแผนโบราณ

"โจวชี่!"

ชีเซิ่งเจี่ยไม่สบายใจอยู่บ้างนี่เป็นทัศนคติที่เจ้าควรมีเมื่อขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเหรอ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอาจารย์ซุนรำคาญ?

"อาจารย์ซุน, การฝึกปรือของข้าไม่มีความก้าวหน้ามาสามเดือนครึ่งแล้วได้โปรดชี้แนะข้าด้วย!"

เมื่อเทียบกับโจวชี่แล้วการแสดงออกของหวังฮ่าวยังน่าฟังกว่า

"เจ้าโง่!"

หลี่กงมองพวกเขาด้วยความรังเกียจสถาบันจงโจวตกต่ำจริงๆ นักเรียนที่พวกเขาคัดเข้ามาเริ่มทำตัวเหลวไหลมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาไม่มีวิจารณญาณขั้นพื้นฐานอีกต่อไป

"ปัญหาของเจ้าคือสิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไป  หยุดคิดเรื่องสตรี อย่าหมกมุ่นกับการช่วยตัวเองหลังจากเจ้าพักผ่อนได้ระยะหนึ่ง ปัญหาของเจ้าจะได้รับการคลี่คลาย  พักสมองจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนแล้วเจ้าจะสบาย"

สีหน้าของซุนม่อสงบนิ่งแต่เขาลอบหัวร่อในใจ ตามข้อมูลแสดงให้เห็นว่าปณิธานของหวังฮ่าวมีเพียง 3  มันแย่มากข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าเขามักจะนอนดึกตลอดครึ่งปีหลัง  เขาต้องช่วยตัวเองถึงวันห้าถึงหกครั้งไม่ว่าร่างกายของเด็กหนุ่มจะแข็งแรงเพียงใด ก็ไม่อาจทนรับได้

"เอ๋??"

หวังฮ่าวคาดไม่ถึงว่าซุนม่อจะชี้ให้เห็นจุดนี้เขาอยู่ในอาการงุนงง จากนั้นใบหน้าก็แดงเข้มราวกับตูดลิง

"น่าอายชะมัด"

เมื่อเห็นว่าความลับของเขาถูกค้นพบหวังฮ่าวอายมากจนไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาชอบอ่านนิยาย  เมื่อครึ่งปีที่แล้วเขาได้หยิบยืมหนังสือปลุกอารมณ์ชายมาอ่านหลังเสร็จสมอารมณ์หมาย มันเหมือนกับว่าโลกใหม่ได้เปิดกว้างสำหรับเขา  จากนั้นเขาก็หยุดไม่ได้

ในตอนนั้นเองที่เขาติดนิสัยช่วยตัวเองเขาต้องการเลิกนิสัยเช่นนี้ แต่บางครั้งเขาก็อดกลั้นไม่ไหว

"นี่มันไร้สาระไปหรือเปล่า"

โจวชี่มองดูซุนม่อรู้สึกว่าซุนม่อนี้ดีแต่พูดเรื่องไร้สาระหน้าตาเฉย

"อาจารย์ซุนขอบคุณสำหรับคำชี้แนะของท่าน!"

หวังฮ่าวคำนับเทียบกับเมื่อก่อน ทัศนคติของเขามีความเคารพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เขาไม่ใช่คนโง่ก่อนหน้านี้ซุนม่อเพียงเหลือบมองเขาเล็กน้อยแล้วบอกได้ว่าปัญหาของเขาอยู่ที่ใดการตัดสินของเขาไม่น่ากลัวไปหน่อยหรอกหรือ? หากซุนม่อพยายามชี้แนะเขา  เขาอาจยกระดับความแข็งแกร่งของเขาได้มาก

ติง!คะแนนความประทับใจจากหวังฮ่าว+3

ความเชื่อมสัมพันธ์กับหวังฮ่าวปลดล็อค สถานะปัจจุบัน : เป็นกลาง (5/100)

"อ๋า? เขาพูดถูกหรือนี่?"

โจวชี่ตกใจเมื่อหลังจากเห็นทัศนคติของหวังฮ่าวเมื่อพูดถึงการช่วยตัวเอง เขาจำได้ว่าในช่วงสองสามวันมานี้ เวลาเข้าห้องน้ำหวังฮ่าวมักจะใช้เวลานานเป็นชั่วโมงจนโจวชี่เริ่มกังวลว่าหวังฮ่าวคงไม่สบาย

ชีเซิ่งเจี่ยมีสีหน้ามึนงงเขาไม่เข้าใจว่าการช่วยตัวเองคืออะไร!

"จริงหรือนี่?"

หลี่กงจ้องมองซุนม่ออย่างคลางแคลงใจเขายอดเยี่ยมมากจริงๆ หรือ?หรือเป็นการแกล้งกัน? นี่ต้องเล่นตลกกันแน่นอนใช่ไหม?

"ข้ามองไม่ผิดอาจารย์ซุนยอดเยี่ยมจริงๆ!"

ชีเซิ่งเจี่ยภูมิใจ

ติง!คะแนนประทับใจจากชีเซิ่งเจี่ย+1

ความสัมพันธ์กับชีเซิ่งเจีย: เป็นกลาง (51/100)

ซุนม่อชำเลืองมองชีเซิ่งเจี่ยในใจนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ตื้นตัน  คนซื่อสัตย์ยังไงก็น่ารักเสมอแค่ไม่ถึงวันชีเซิ่งเจี่ยเทคะแนนประทับใจให้เขามากกว่า 50 คะแนน

ซุนม่อกำลังใคร่ครวญเงียบๆในการหล่อเลี้ยงนักเรียนเหล่านี้ให้มีพรสวรรค์ มีความยากลำบากเพิ่มขึ้นมาก

โจวชี่และหวังฮ่าวต้องการพบกับประสบการณ์เคล็ดนวดแผนโบราณแต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะพูดยังไง ชีเซิ่งเจี่ยเป็นคนสัตย์ซื่อถือมั่นเนื่องจากเขาทนไม่ได้ที่จะเห็นสหายรักของเขารู้สึกอึดอัด เขาตัดสินใจช่วยพูดแทน

"อาจารย์ซุน, พวกเขาอยากเห็นฝีมือการนวดของท่าน!"

อีคิวของชีเซิ่งเจี่ยยังต่ำไปโดยพื้นฐานแล้วเขาไม่คิดว่าถ้าซุนม่อไม่เต็มใจ คำพูดแบบนี้อาจทำให้ซุนม่อไม่พอจนเริ่มเกลียดเขา

ซุนม่อไม่อยากจะคิดเขาต้องการปฏิเสธ (เจ้าบอกว่าอยากสัมผัสวิชานี้แล้วข้าต้องให้เจ้าได้สัมผัสตามนั้น แล้วชื่อเสียงข้าเล่า?)

อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะพูดอะไร ระบบแจ้งเตือนก็ดังขึ้น

"ติง! ภารกิจใหม่ ช่วยสิบคนแก้ปัญหาเส้นทางโคจรพลังปราณของพวกเขาทำให้ดีที่สุดจะยกระดับเคล็ดวิชาโคจรพลังของเจ้า รางวัล : หีบสมบัติเหล็กดำ!"

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด