ตอนที่แล้วตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 75 จอมยุทธ์กำลังภายใน 
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 77 ผู้บัญชาการหมาป่าทองแดง

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 76 พลังของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 76 พลังของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์

แปลโดย iPAT  

“ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์!” ลู่ติงรุ้ยกรีดร้อง ในที่สุดชูซินก็หยุดยิ้ม ใบหน้าของเว่ยตันตงกลายเป็นยิ่งซีดขาว แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงของหวังห่าวดูเหมือนจะโค้งงอลงเล็กน้อย

จากนั้นหลี่ฉิงซานก็สังเกตเห็นชุดเครื่องแบบของผู้พิทักษ์เฟิง ดังคาด มันดูหรูหราและยิ่งใหญ่กว่าของปลอมที่เขาสวมอยู่มาก สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือป้ายเหล็กสีดำรูปหมาป่าที่ห้อยอยู่ที่เอวของเขา มันเรืองแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าไม้เท้าขักขระของนักบวชคลั่งนับสิบเท่า

หลิวหงและหัวหน้าหออู๋เดินตามมาด้านหลัง เมื่อเห็นโรงเตี้ยมเต็มไปด้วยผู้คน พวกเขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ชาวยุทธ์จำนวนมากถูกล่อลวงมาที่นี่ในเวลาเพียงครึ่งเดือน

หลิวหงมองไม้เท้าที่วางอยู่และสามารถยืนยันว่าข่าวที่ได้รับไม่ใช่ข่าวปลอม เขาคิด ‘หลี่ฉิงซาน โอ้ หลี่ฉิงซาน เจ้าช่างน่าประทับใจนัก น่าเสียดายที่ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์อยู่ที่นี่ในวันนี้ ต่อให้เจ้าเป็นมังกร เจ้าก็ต้องขดตัว ต่อให้เจ้าเป็นพยัคฆ์ เจ้าก็ต้องหมอบลง’

หวังห่าวกล่าว “ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ต้องการแทรกแซงเรื่องในยุทธภพงั้นหรือ?”

ชูซินเผยรอยยิ้มขมขื่น “ท่านเป็นจอมยุทธ์กำลังภายในอยู่แล้ว เหตุใดท่านต้องขัดขวางพวกเรา? หัวหน้าหออู๋เสนอสิ่งใดให้ท่าน? หากท่านต้องการสิ่งใด โปรดบอกข้า ข้าจะไม่ต่อรองแม้แต่น้อย”

ก่อนที่ลู่ติงรุ้ยและเว่ยตันตงจะกล่าวสิ่งใด ผู้พิทักษ์เฟิงก็ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหลมคม แต่สิ่งที่เขากล่าวยิ่งแหลมคมยิ่งกว่าน้ำเสียง “พวกเจ้าทุกคน หุบปาก!”

การแสดงออกของทุกคนเปลี่ยนไปด้วยประโยคเดียวของเขา

หัวหน้าหออู๋กล่าวเสริมด้วยการหยิบยืมบารมีของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ “ท่านเฟิงต้องการให้พวกเจ้าออกไป พวกเจ้าไม่เข้าใจงั้นหรือ?”

หลี่ฉิงซานขมวดคิ้ว ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ดูหยิ่งผยองมาก แต่ด้วยดวงตาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยน้ำตาของวัวดำ เขาสามารถบอกได้ว่าท่านเฟิงผู้นี้แข็งแกร่งกว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ เขาไม่ได้ยโสมากกว่าความแข็งแกร่งที่เขามี

หากนักสู้ชั้นหนึ่งทั้งสี่ร่วมมือกันโดยใช้ไพ่ตายของตนและเสียสละผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดให้เป็นเหยื่อสังเวย มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะสามารถฆ่าหลี่ฉิงซานได้ทันที

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือนักสู้ชั้นหนึ่งทั้งสี่กลับกระโดดออกจากหน้าต่างโรงเตี้ยมโดยไม่แม้แต่จะกล่าวสิ่งใด พวกเขาทำตัวเหมือนทุกสิ่งก่อนหน้าไม่เคยเกิดขึ้น ราวกับพวกเขายกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอย่างโหดร้ายและทำให้เกิดเสียงที่คมชัดออกมา

แม้พวกเขาจะต้องการโสมจิตวิญญาณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บหรือยืดอายุขัย พวกเขาก็ยังกลัวผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์มากกว่า

ผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขาเร่งติดตามไปด้วยความสลดใจ ทุกคนหายตัวไปอย่างรวดเร็วและทำให้โรงเตี้ยมขนาดใหญ่กลายเป็นว่างเปล่าในชั่วพริบตา มีเพียงหลี่ฉิงซานที่ยังอยู่ในตำแหน่งเดิมของเขาด้วยความมึนงง

“คนในยุทธภพล้วนเกรงกลัวบารมีของท่านเฟิง!” หัวหน้าหออู่เร่งประจบประแจง

การแสดงออกของผู้พิทักษ์เฟิงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ เขาไม่แม้แต่จะก้าวเท้าออกไปแต่ชี้นิ้วไปที่หลี่ฉิงซานและกล่าว “ส่งโสมจิตวิญญาณมา!”

เขาสามารถขับไล่นักสู้ชั้นหนึ่งสี่คนออกไปด้วยประโยคเดียว ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะสุภาพกับหลี่ฉิงซาน เขาคิดว่าเด็กหนุ่มน่าจะยอมจำนนต่อพลังอำนาจของเขาและส่งมอบโสมจิตวิญญาณอย่างเชื่อฟัง สำหรับความต้องการของสำนักกำปั้นเหล็ก นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

หลี่ฉิงซานก้มศีรษะลง การแสดงออกของเขาดูค่อนข้างโศกเศร้าราวกับความฝันอันแสนโรแมนติกของเขาพังทลายลง

หัวหน้าหออู๋กล่าวอย่างไม่สามารถอดทน “เร็วเข้า!” ราวกับเขาไม่ได้กำลังปล้นสมบัติจากบางคนแต่เป็นการนำของๆตนกลับคืน

หลิวหงโน้มน้าว “ฉิงซาน เร็วเข้า หัวหน้าหออู๋ตกลงที่จะรับเจ้าเข้าร่วมสำนักกำปั้นเหล็กแล้ว สิ่งที่เจ้าต้องทำคือพยักหน้า จากนั้นเจ้าจะกลายเป็นศิษย์คนสำคัญของสำนักกำปั้นเหล็ก เจ้าสามารถไปที่เมืองเจียผิง แม้แต่ข้าก็ยังอิจฉาโอกาสที่เจ้าได้รับ”

หลี่หลงพึมพำ “ฉิงซาน รีบตกลงเถอะ!”

“ผู้ใด? ผู้ใดกล้าสร้างปัญหาในเมืองชิงหยางของข้า!” เป็นเพียงเวลานี้ที่เย่ต้าฉวนรีบร้อนวิ่งเข้ามาพร้อมเจ้าหน้าที่อีกสองสามคน

หัวหน้าหออู๋กล่าวด้วยความไม่พอใจ “เจ้าเป็นผู้ใด?” เขาเพิกเฉยต่อเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ของเย่ต้าฉวนโดยสิ้นเชิง เขาสามารถบอกได้ด้วยการชำเลืองมองเพียงครั้งเดียวว่าคนผู้นี้ไม่มีร่องรอยของพลังปราณแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงคิดกับตนเองว่า ‘ผู้ใดจะคิดว่าคนชั้นต่ำเช่นนี้จะกล้าบุกเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้!’

เย่ต้าฉวนกล่าวด้วยศีรษะที่ยกสูงขึ้น “ข้าคือเจ้าเมืองชิงหยาง น้องเขยของข้าคือผู้ว่ามณฑลชิงเหอ!” จากนั้นเขาก็ตรวจสอบผู้พิทักษ์เฟิงและชำเลืองมองป้ายที่เอวของฝ่ายหลัง “ผู้พิทักษ์หมาป่าวายุ! เจ้าต้องเป็นกำลังเสริมที่ผู้ว่าส่งมา เจ้ามาถึงที่แล้ว ข้าจะรายงานความดีความชอบของเจ้ากลับไปยังท่านผู้ว่าอย่างแน่นอน!”

ก่อนหน้านี้เย่ต้าฉวนได้ยินว่ามีชาวยุทธ์มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกกลัวที่จะแสดงตัว แต่เมื่อเขาได้ยินว่าผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ปรากฏตัวขึ้น เขาก็รีบเสนอหน้าออกมาทันที ขณะกล่าวถ้อยคำเหล่านั้น เขายังยกมือขึ้นตบไหล่ผู้พิทักษ์เฟิงอีกด้วย

หลี่ฉิงซานรู้สึกว่าความกล้าหาญของเย่ต้าฉวนน่าชื่นชมมากจริงๆ

ผู้พิทักษ์เฟิงขมวดคิ้วและขยับเท้าหลบมือของเย่ต้าฉวน เขาใช้มือจับด้ามดาบแต่เขายังกลัวคำว่า ผู้ว่า ดังนั้นเขาจึงไม่ลงมือกระทำการสิ่งใด “ข้ามีธุระสำคัญของทางการที่ต้องจัดการ โปรดหลีกทางด้วย”

เย่ต้าฉวนกล่าว “ธุระสำคัญใด? โอ้ เจ้ากำลังพูดถึงฉิงซาน เขาเป็นมือปราบของข้า ในทางทฤษฎี ตำแหน่งของเขายังเหนือกว่าเจ้าซะอีก ฮ่าฮ่าฮ่า”

โดยปกติแล้ว ผู้บังคับบัญชาของหน่วยหมาป่าอินทรีย์จะได้รับตำแหน่งเดียวกับหลี่ฉิงซาน ดังนั้นผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขาจึงถือว่ามีสถานะต่ำกว่า นี่เป็นเหตุผลที่หลี่ฉิงซานสามารถสวมชุดเครื่องแบบรุ่นเรียบง่ายของหน่วยหมาป่าอินทรีย์ สำหรับเมืองเจียผิง แม้มันจะเจริญรุ่งเรืองแต่มันก็มีสถานะเทียบเท่ากับเมืองชิงหยาง เห็นได้ชัดว่าตำแหน่งของหลี่ฉิงซานสูงกว่าอีกฝ่าย

ราวกับผู้พิทักษ์เฟิงได้รับความอับอายอย่างที่สุด เขาชักดาบออกมาขณะที่ปราณดาบสร้างรอยฝังลึกยาวเจ็ดฟุตไว้บนพื้น

เย่ต้าฉวนเดินโซเซถอยกลับหลังด้วยความตกใจและสะดุดขอบประตูล้มลงก่อนจะกลิ้งต่อไปอีกค่อนข้างไกล เจ้าหน้าที่คนอื่นๆอุทาน “ท่านเจ้าเมือง!” พวกเขาต้องการช่วยเย่ต้าฉวนแต่กลับล้มลงบนพื้นไปด้วยกัน

การทำลายความภาคภูมิใจของผู้อื่นมักทำให้เรื่องจบไม่สวย

อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดตำแหน่งของเย่ต้าฉวนก็ยังช่วยเขาเอาไว้ หากคนอื่นกล่าวกับผู้พิทักษ์เฟิงด้วยท่าทางที่กล้าหาญเช่นนี้ พวกเขาคงตายไปนานแล้ว

ผู้พิทักษ์เฟิงตัดสินใจที่จะไม่เสียเวลาพูดคุยกับเย่ต้าฉวนอีกต่อไป เขากล่าวกับหลี่ฉิงซานโดยตรง “ส่งโสมจิตวิญญาณมา อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม!” ดาบที่ส่องประกายในมือของเขาปลดปล่อยกลิ่นอายอันเย็นเยียบออกมา

หลี่ฉิงซานคิดก่อนกล่าว “ไปตายซะ!”

ผู้พิทักษ์เฟิงสงสัยว่าตนเองได้ยินสิ่งใดผิดไปหรือไม่ เขาตกตะลึงไปชั่วครู่ขณะที่เสียงหัวเราะดังขึ้นจากบางแห่ง นี่ทำให้เขายิ่งโกรธ “ตาย!” ดาบของเขาพุ่งผ่านอากาศ เขาต้องการฆ่าหลี่ฉิงซานก่อนที่จะฆ่าคนที่หัวเราะเยาะเขา

ดาบที่พุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซานปิดผนึกความเป็นไปได้ที่จะหลบเลี่ยงทั้งหมด หลี่ฉิงซานคว้าไม้เท้าขักขระขึ้นมาและส่งมันไปข้างหน้า

เสียงปะทะดังขึ้น เก้าอี้ของหลี่ฉิงซานแตกเป็นเสี่ยงๆ รอยบากลึกปรากฏขึ้นบนไม้เท้า แม้แต่แสงของมันยังลดความสว่างลงอย่างเห็นได้ชัด