ตอนที่แล้วตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 73 ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 75 จอมยุทธ์กำลังภายใน 

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 74 ฆ่านักบวชคลั่ง


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 74 ฆ่านักบวชคลั่ง

แปลโดย iPAT  

นักบวชคลั่งแสงธรรมปราบมารพอใจกับความสำเร็จของตน แต่การแสดงออกของเขากลับเปลี่ยนไปในไม่ช้าเมื่อเห็นหลี่ฉิงซานคุกเข่าลงด้วยเท้าข้างหนึ่งอยู่ในซากปรักหักพังและจัดไม้เท้าของเขาเอาไว้ด้วยมือซ้าย ไม่ว่านักบวชคลั่งจะออกแรงดึงไม้เท้ามากเพียงใด ไม้เท้าของเขาก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

ก่อนหน้านี้มันดูเหมือนไม้เท้าส่งหลี่ฉิงซานบินออกไป แต่ในความเป็นจริงหลี่ฉิงซานคว้าจับไม้เท้าเอาไว้ก่อนจะใช้มันกระแทกกำแพงแทนตนเอง แม้นักสู้ชั้นสองจะสามารถตอบโต้ในลักษณะดังกล่าว แต่พวกเขาก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตามหลี่ฉิงซานแทบไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

แม้เขาจะขาดประสบการณ์แต่เขาก็เป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ ปฏิกิริยาตอบสนองและยุทธวิธีของเขาเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในสถานการณ์นั้น

“รนหาที่ตาย!” นักบวชคลั่งหัวเราะเย้ยหยันด้วยใบหน้าชั่วร้าย

ทันใดนั้นหลี่ฉิงซานพลันรู้สึกถึงพลังภายในที่พุ่งจากไม้เท้าเข้าสู่ร่างกายของเขา

การต่อสู้ด้วยกำลังภายในเป็นบททดสอบที่อันตรายที่สุดสำหรับคนในยุทธภพ คนที่ไม่สามารถต่อต้านพลังภายในของฝ่ายตรงข้ามจะถูกโจมตีจากภายใน ร่างกายของพวกเขาจะระเบิด เส้นลมปราณจะถูกทำลาย จุดจบของมันคือความตายเท่านั้น

นักบวชคลั่งมั่นใจว่ากำลังภายในที่เขาบ่มเพาะมานานหลายทศวรรษไม่ใช่สิ่งที่หลี่ฉิงานจะสามารถต่อต้าน ในสายตาของเขา หลี่ฉิงซานเป็นเพียงเด็กน้อยที่โง่เขลาและอวดดีเท่านั้น หลี่ฉิงซานทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อยด้วยการไม่หลั่งเลือดและไม่ตายในวินาทีแรก ดังนั้นเขาจึงเพิ่มกำลังภายในเข้าไป

ในแง่ของความแข็งแกร่ง กำลังภายในของนักบวชคลั่งย่อมเหนือกว่าหลี่ฉิงซาน แต่มันไม่บริสุทธิ์เท่าพลังปราณที่แท้จริงของเด็กหนุ่ม หลี่ฉิงซานตระหนักว่ากำลังภายในของนักบวชคลั่งเกือบบรรลุอาณาจักรของจอมยุทธ์กำลังภายในแล้ว กำลังภายในของเขาอยู่ห่างจากระดับของพลังปราณที่แท้จริงเพียงไม่กี่ก้าว

อย่างไรก็ตามปัญหาก็คือพลังปราณของหลี่ฉิงซานไม่ได้ถูกเก็บไว้ในตันเถียน เขาไม่เคยสนใจเกี่ยวกับเส้นชีพจรมาก่อน นั่นส่งผลให้พลังปราณของเขากลืนกินกำลังภายในของฝ่ายตรงข้ามเข้าไปและเปลี่ยนเป็นพลังงานของมันเองอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเขาจะไม่ได้รับอันตรายแต่เขายังได้รับประโยชน์ ด้วยเหตุนี้หลี่ฉิงซานจึงไม่รีบร้อนโจมตี เขาอนุญาตให้นักบวชคลั่งส่งมอบกำลังภายในให้เขา

เหงื่อไหลลงมาจากหน้าผากของนักบวชคลั่ง เขารู้สึกประหลาดใจมากแต่ก็ไม่กล้าปล่อยมือ ‘นี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของโสมจิตวิญญาณงั้นหรือ?’

ทันใดนั้นเงาสีดำก็พุ่งลงมาจากบนกำแพงและเอื้อมมือไปยังน้ำเต้าที่เอวของหลี่ฉิงซานโดยตรง ปรากฏว่าบางคนพยายามหาผลประโยชน์จากสถานการณ์

แต่เงาดำกลับแยกเป็นสองส่วนตกลงบนพื้น เสี่ยวอันปรากฏตัวขึ้นและสังหารคนผู้นั้นในพริบตา

นักบวชคลั่งเห็นโครงกระดูกที่แปลกประหลาดทำให้เขายิ่งตื่นตระหนก พลังภายในของเขาไหลเวียนช้าลง การโจมตีที่เทียบเท่ากับนักสู้ชั้นหนึ่งทำให้เขาหวาดกลัว

นักบวชคลั่งต้องการถอนกำลังภายในออกไป แต่หลี่ฉิงซานไม่มีวันปล่อยให้โอกาสที่ดีเช่นนี้หลุดมือ พลังปราณของเขาเปลี่ยนจากเขื่อนเก็บน้ำเป็นคลื่นไหลเข้าสู่ร่างกายของนักบวชคลั่ง

พลังปราณของหลี่ฉิงซานไม่ได้ทรงพลังแต่มันแหลมคมมาก มันทะลวงผ่านทุกสิ่งเหมือนมีดผ่าเจลลี่และไหลไปตามเส้นลมปราณของฝ่ายตรงข้าม

เลือดพุ่งออกมาจากปากของนักบวชคลั่งขณะที่เขาถูกส่งลอยกลับหลังไปกระแทกกำแพงและถูกฝังไว้ในซากปรักหักพัง

หลี่ฉิงซานยืนขึ้นแต่สายตาของเขายังมองไปที่ซากปรักหักพัง เขาออกคำสั่ง “เสี่ยวอัน ทำให้พวกเขาเงียบ!”

เสี่ยวอันพุ่งเข้าไปในเงามืดทันที เสียงโอดครวญดังขึ้นจากสามทิศทางในเวลาเพียงสามวินาที นอกเหนือจากสหายคนก่อนหน้า ยังมีคนอื่นที่ต้องการฉกฉวยผลประโยชน์จากสถานการณ์ แน่นอนว่าพวกเขาเห็นการปรากฏตัวของเสี่ยวอันเช่นกัน

“บึม!”

ซากปรักหันพังบินไปทุกทิศทุกทางขณะที่นักบวชคลั่งลุกขึ้นอีกครั้ง เขาเดินโซเซออกมาและมองหลี่ฉิงซานด้วยสายตาชั่วร้าย จากนั้นเขาก็หยิบขวดกระเบื้องลายคลามออกมาจากอก

‘เยี่ยม นี่คือสิ่งที่ข้ารออยู่!’ หลี่ฉิงซานเห็นแสงเรืองรองออกมาจากขวดกระบื้องลายคลามอย่างชัดเจน ตั้งแต่นักสู้ชั้นสองเช่นซ่งเซียงอู๋สามารถครอบครองยันต์ราชันสงคราม นักสู้ชั้นหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าจะไม่มีไพ่ตายหนึ่งหรือสองใบที่ไม่เกี่ยวข้องกับทักษะการต่อสู้ของพวกเขาได้อย่างไร

นักบวชคลั่งนำเม็ดยาสีแดงเพลิงออกมาจากขวดและโยนเข้าไปในปาก ต่อมาร่างกายของเขาก็พองตัวขึ้นราวกับถูกอัดฉีดด้วยอากาศ แขนของเขาหนาขึ้นเป็นสองเท่า มันเต็มไปด้วยเส้นเลือดและกล้ามเนื้อที่ปูดโปนขึ้นมา

ยาขยายร่าง!

เพื่อให้ได้รับยาขวดนี้ นักบวชคลั่งต้องจ่ายด้วยทรัพย์สินทั้งหมดของเขาและยังต้องปล้นสมบัติจากอีกสิบสามตระกูลที่มั่งคั่งรวมถึงฆ่าคนอีกนับร้อยจึงสามารถแลกเม็ดยาสามเม็ด ยาชนิดนี้ไม่สามารถใช้ในการฝึกหรือรักษา การกินมันเข้าไปจะทำให้เกิดผลเสียเท่านั้น อย่างไรก็ตามมันสามารถปลดปล่อยศักยภาพของร่างกายมนุษย์ออกมาจนถึงขีดสุดและทำให้คนผู้นั้นได้รับพลังที่แทบจะถึงระดับเหนือธรรมชาติมาครอง

นักบวชคลั่งคำรามและพุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซานราวกับรถถัง

หลี่ฉิงซานสูดหายใจ เขาไม่หลบแต่นำม้วนภาพวาดออกมา

ด้วยการส่งพลังปราณเข้าไป ดาบดาวหางยิงลำแสงพุ่งออกไปในแนวทแยง

จากนั้นหลี่ฉิงซานก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางซากปรักหักพังและปัดฝุ่นออกจากร่างกาย “น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถทิ้งศพที่สมบูรณ์แบบของเจ้าเอาไว้เบื้องหลังหรือสวดส่งดวงวิญญาณและเผากระดาษเงินกระดาษทองให้เจ้า”

ด้านหลังเขา กำแพงรอบๆพังทลายลงทั้งหมด ศพของนักบวชคลั่งแสงธรรมปราบมารแยกออกเป็นสองส่วนนอนอยู่บนพื้นด้วยดวงตาเบิกกว้างและไม่สามารถนอนหลับอย่างสงบแม้จะตายไปแล้ว

หลี่ฉิงซานบอกให้เสี่ยวอันปิดปากทุกคน มันไม่ได้เพียงเพื่อซ่อนการคงอยู่ของเสี่ยวอันแต่ยังเป็นการซ่อนสิ่งประดิษฐ์การจิตวิญญาณที่เขาครอบครองอีกด้วย เขารู้สึกว่าหากบางคนเห็นสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณชิ้นนี้ มันอาจนำพายุใหญ่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าเรื่องของโสมจิตวิญญาณเข้ามา

หลี่ฉิงซานถือไม้เท้าขักขระสีดำของนักบวชคลั่งเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง แม้วัวดำจะกล่าวว่าสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณที่เรืองแสงจางๆล้วนเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณระดับต่ำที่ไม่คู่ควรที่เอ่ยถึง แต่พวกมันก็ยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณ ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะเก็บมันไว้ ในมืออีกข้างของเขาคือขวดกระเบื้องลายคลามที่บรรจุเม็ดยาที่เหลืออยู่เพียงเม็ดเดียวเอาไว้ มันคือเม็ดยาที่นักบวชคลั่งกินเข้าไป

‘ปรากฏว่านั่นคือทั้งหมดของนักสู้ชั้นหนึ่ง! แต่ความแข็งแกร่งของข้าก็ไม่ควรถึงระดับจอมยุทธ์กำลังภายในเช่นกัน’ หลี่ฉิงซานคิดด้วยความสงสัย เขามั่นใจว่าตนเองสามารถเอาชนะนักบวชคลั่งด้วยทักษะการต่อสู้โดยไม่พึ่งพาตัวช่วยใดๆ อย่างไรก็ตามหากฝ่ายตรงข้ามใช้ไพ่ตายบางอย่าง เขาก็มีไพ่เด็ดที่ไม่อ่อนแอเช่นกัน

หลี่ฉิงซานถือไม้เท้าเดินไปที่โรงเตี้ยมท่ามกลางสายตาของผู้คน การต่อสู้ระหว่างนักบวชคลั่งแสงธรรมปราบมารกับเสือดำหลี่ฉิงซานเป็นการต่อสู้ของนักสู้ชั้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงกับรุ่นน้องที่พึ่งก้าวขึ้นมาเมื่อไม่นานนี้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดคิดว่าเสือดำจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับแตกต่างจากความคาดหวังของพวกเขา นอกจากนั้นหลี่ฉิงซานยังได้รับชัยชนะมาอย่างง่ายดายอีกด้วย

หลิวหงรีบกลับสำนักกำปั้นเหล็กเพื่อรายงานต่อหัวหน้าหออู่และผู้พิทักษ์เฟิง

“นักบวชคลั่งแสงธรรมปราบมาร! เขาต้องการใช้โสมจิตวิญญาณเพื่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจอมยุทธ์กำลังภายในเช่นกัน ตอนนี้เด็กนั่นน่าจะตายไปแล้ว” หัวหน้าหออู๋ขมวดคิ้ว เขาอยู่ระดับเดียวกับนักบวชคลั่งแต่เขายังสามารถดิ้นรนเอาชนะฝ่ายหลังแม้จะยากลำบากก็ตาม แน่นอนว่าเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของหลี่ฉิงซานแต่เป็นโสมจิตวิญญาณ “ท่านเฟิง ท่านคิดอย่างไร?”

ผู้พิทักษ์เฟิงกล่าว “ไปดูกันเถอะ ข้าจะใช้โอกาสนี้จัดการนักบวชคลั่ง เขาอยู่ในรายชื่อของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์มานานแล้ว ตั้งแต่เราพบเขาในวันนี้ มันก็จะเป็นวันตายของเขา”

ทันทีที่ทั้งสามออกจากสำนักกำปั้นเหล็ก พวกเขาก็ได้ยินข่าวการเสียชีวิตของนักบวชคลั่งแสงธรรมปราบมาร

การแสดงออกของพวกเขาแตกต่างกัน หลิวหงตกใจที่สุด ในสายตาของนักสู้ชั้นสองเช่นเขา นักบวชคลั่งแสงธรรมปราบมารเป็นตัวตนที่ไม่สามารถเอาชนะ แต่คนเช่นนนี้กลับเสียชีวิตในเวลาอันสั้น