ตอนที่แล้ว992 ใครเป็นคนเริ่ม คนนั้นก็ต้องเป็นคนจบมัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป994 ผู้สูงส่งบนยอดเขา

993 ต้นไม้นิ่งสงบ ลมไม่หยุดพัด


993 ต้นไม้นิ่งสงบ ลมไม่หยุดพัด

“ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็จะดีมาก” หวังเย้าพูด

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้เชียนเชิงต้องมาเดือดร้อนไปด้วย” กั๋วเจิ้งเหอขอโทษอีกครั้งด้วยท่าทีที่ดูจริงใจ อย่างน้อยเขาก็ทำให้ดูเป็นแบบนั้น

เมื่อดื่มกับสหายรู้ใจ เหล้าพันจอกยังถือว่าน้อยไป แต่กับศัตรูเพียงครึ่งคำก็ถือว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ

ทั้งสองไม่สามารถปรองดองกันได้ กั๋วเจิ้งเหอเข้าใจเรื่องนี้ดี เขาจึงไม่ได้อยู่ที่คลินิกของหวังเย้านานนัก เขาไปที่นั่นและได้พูดเรื่องที่ควรพูดไปแล้ว อีกฝ่ายเข้าใจแล้ว แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว

“ถ้าต้องการอะไรก็บอกผมได้” เขาพูด “ผมคงต้องขอตัวก่อน”

“เดินทางปลอดภัย” หวังเย้าพูด

กั๋วเจิ้งเหอกลับขึ้นรถและขับออกไปจากหมู่บ้าน เขากลับไปถึงที่ห่ายชิวในอีกสามสิบนาทีต่อมา

“คุณชาย กลับมาแล้ว” เสวี่ยซินหยวนพูด

“ลุงเสวี่ย เลิกเรียกผมแบบนั้นได้แล้วครับ” กั๋วเจิ้งเหอพูด “มันน่าอึดอัด แล้วตอนนี้ใครเขาก็ไม่เรียกกันแบบนั้นแล้วด้วย”

“เรียกผมว่า เจิ้งเหอ ก็พอแล้วครับ”

“เฮ้อ” เสวี่ยซินหยวนพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้รับปาก

“นั่งก่อนสิครับ”

“ผมเพิ่งไปที่คลินิกในหมู่บ้านมา” กั๋วเจิ้งเหอพูด “คนของเราไปที่นั่นแล้ว แล้วคนจากหุบเขาพันโอสถก็ไปที่นั่นด้วย ตอนนี้เขาถูกตำรวจพาตัวไปแล้ว”

“จริงเหรอครับ?” เสวี่ยซินหยวนถาม “พวกเขาลงมือเร็วจริงๆ”

“หวังเย้ากำลังหงุดหงิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น” กั๋วเจิ้งเหอจิบชาและพูด

“หมายความว่ายังไงเหรอครับ?” เสวี่ยซินหยวนถาม

“ถึงตัวเขาจะอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆนั้นแทบจะตลอดเวลา แต่เขาก็สามารถจัดการเรื่องทุกอย่างได้ถ้าเขาต้องการ ผมรู้ว่ามีอย่างน้อยสามตระกูลใหญ่ในปักกิ่งที่ติดหนี้บุญคุณเขาอยู่ แค่เขาเอ่ยปากขอในเรื่องที่สมเหตุสมผลออกไป คนพวกนั้นก็ยิ่งกว่ายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือเขา”

“ดื่มชาสิครับ”

“อ้อ ขอบคุณครับ” เสวี่ยซินหยวนพูด

“เรามาเริ่มแผนขั้นที่สองกัน” กั๋วเจิ้งเหอพูด

“ได้ครับ แต่เรื่องทางคุณไปถึงไหนแล้ว?” เสวี่ยซินหยวนถาม

“ดีครับ” กั๋วเจิ้งเหอพูด “นอกจากพิษที่ยังกำจัดออกไปไม่หมดแล้ว ที่เหลือผมก็จัดการไว้แล้ว ผมจะย้ายตัวเองไปที่ไหนสักที่ในปักกิ่ง ถือว่าเป็นการหยุดพักและพักผ่อนไปในตัว”

“ก็ดีครับ” เสวี่ยซินหยวนพูด “ออกมาจากที่นั่นเป็นการดีที่สุดแล้ว”

เขารู้สึกอยู่ตลอดว่า ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้อยู่เหนือใครอีกหลายๆคน เมื่อรวมเข้ากับอำนาจจากตระกูลของเขาเข้าไปด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งมีอนาคตที่สว่างสดใส ดังนั้น เสวี่ยซินหยวนจึงคิดว่า การที่กั๋วเจิ้งเหออยู่ที่เขตเหอในยูนนานใต้ทำให้พรสวรรค์ของอีกฝ่ายนั้นถูกใช้ไปอย่างสูญเปล่า

“อืม” กั๋วเจิ้งเหอพยักหน้า

คลินิกในหมู่บ้าน...

หวังเจ๋อเชิงและหวังยี่หลงไปที่คลินิก ผู้เป็นลูกชายมาส่งพ่อของเขาตรวจร่างกาย หวังยี่หลงไม่ได้คิดอะไรมาก เขาคิดว่า อาการป่วยของตนเองนั้นเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมาก กลับเป็นหวังเจ๋อเชิงที่กังวลเรื่องนี้แทน เขารู้เรื่องอาการป่วยของพ่อเขาดี ถึงร่างกายของพ่อเขาจะแข็งแรงขึ้นและมีแรงมากขึ้น แต่เขาก็รู้ถึงความร้ายแรงของโรคที่พ่อเขาเป็นอยู่ดี เขาจึงไม่มั่นใจว่าพ่อของเขาดีขึ้นแล้วจริงๆหรือไม่

“เขาหายดีแล้ว” หวังเย้ามองหวังยี่หลงเล็กน้อย

“เขาหายดีแล้ว? นายแน่ใจนะ?” หวังเจ๋อเชิงตกตะลึง

“แน่ใจครับ เขาหายแล้วจริงๆ” หวังเย้ายิ้มพูด “ทำไมผมต้องโกหกด้วยล่ะครับ?”

“ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยมเลย! ขอบคุณ! ขอบคุณ! ขอบคุณมาก!” หวังเจ๋อเชิงมีความสุขจนทำหน้าไม่ถูก เขารู้สึกว่า ความลำบากที่ผ่านมาของเขานั้นคุ้มค่าแล้ว

“ใช่ เราต้องกลับไปฉลองกันที่บ้านแล้วล่ะ” เขาพูด

“ใช่ๆ”

หวังเจ๋อเชิงมีความสุขมาก แต่หวังยี่หลงกลับหงุดหงิดมากกว่า

“ไปกันได้แล้ว”

“อ้อๆ”

หลังออกมาจากคลินิกแล้ว หวังยี่หลงก็ถามลูกชายของเขาว่า “ทำไมถึงได้ดีใจขนาดนั้นล่ะ?”

“พ่อหายแล้ว!”

“ฉันรู้” หวังยี่หลงพูด “ช่วงนี้ร่างกายของฉันไม่ได้มีปัญหาอะไร ฉันก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ได้เป็นอะไรมากน่ะ?”

“ถึงพ่อจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ก็ถือว่าป่วยอยู่ดี” หวังเจ๋อเชิงพูด “ในเมื่อหายดีแล้วก็ได้เวลาที่เราต้องฉลอง เราเพิ่มของกินกับเหล้าให้เยอะกว่าทุกทีดีไหม?”

“ดีสิดี” หวังยี่หลงปรบมือ

ลูกชายของเขาเปลี่ยนไปและได้งานใหม่ทำ หลายชายของเขาก็สอบได้คะแนนเต็มถึงสองวิชาไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ครอบครัวของเขามีแต่ข่าวดีเข้ามาเรื่อยๆ

หวังเย้าบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเขาในตอนที่เขากลับไปที่บ้าน

“ดีจริงๆ! ในที่สุดหวังยี่หลงก็หายได้สักที!” จางซิวหยิงโล่งใจเมื่อได้ยินข่าว

“นั่นสิ” หวังเฟิงฮวาพูดแล้วจุดบุหรี่ด้วยท่าทางพอใจ

คืนนั้น ภายในแปลงสมุนไพรบนเนินเขาหนานชาน

หวังเย้าเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

“พรุ่งนี้ฝนจะตกล่ะ ซานเซียน”

โฮ่ง! โฮ่ง!

“รับไป” หวังเย้าส่งเถาของสมุนไพรให้กับซานเซียน

มันเป็นเถาที่เก็บมาจากสมุนไพรวิเศษ เขาพบว่าซานเซียนชอบกินมันมาก สำหรับสุนัขแล้ว มันเป็นเหมือนกับกระดูกที่เอาไว้เคี้ยวเล่น หวังเย้าเห็นซานเซียนน้ำลายไหลเมื่อได้เห็นเถาสมุนไพร เขาจึงดึงออกมาเส้นหนึ่ง ซานเซียนรับมาเคี้ยวดังกร๊วมๆจากนั้นก็กลืนลงไปจนหมด แล้วทำสีหน้าว่ามันต้องการเพิ่มอีก

แต่มันก็ไม่กินหากไม่ได้รับอนุญาตจากหวังเย้าก่อน มันเป็นสุนัขที่ฉลาดมาก

“เส้นเดียวก็พอให้หายอยากแล้ว นี่มันสมุนไพรวิเศษนะ ฉันให้นายกินเท่าที่อยากไม่ได้หรอก” หวังเย้าลูบหัวโตๆของซานเซียน สมุนไพรวิเศษชนิดนี้ใช้เวลาในการเติบโตค่อนข้างนาน มันใช้เวลานานมากว่าที่จะมีความยาวเท่ากับหนึ่งฝ่ามือของมนุษย์ และมันยังโตได้ก็ต่อเมื่อได้อยู่ในบริเวณของค่ายกลรวมวิญญาณเท่านั้น หากมันไปอยู่ที่อื่น การเจริญเติบโตของมันก็จะหยุดชะงักในทันที

“เอาล่ะ เข้านอนได้แล้ว” หวังเย้าพูด

เขาเดินกลับเข้าไปในกระท่อม ส่วนซานเซียนก็เข้าไปนอนในบ้านสุนัขของมัน

ไม่นานก็มีเสียงท่องคัมภีร์ดังออกมาจากกระท่อม

แสงไปส่องสว่างไปจนกระทั่งถึงกลางดึก

พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอย่างช้าๆ

สองแม่ลูกพากันมาที่คลินิกตั้งแต่เช้า พวกเขาก็คือคนตระกูลเหอจากปักกิ่ง ครอบครัวของเด็กหนุ่มมนุษย์แก้ว

“สวัสดีค่ะ หมอหวัง เรามารบกวนคุณหมออีกแล้ว” เธอยิ้มพูด

“ไม่เลยครับ” หวังเย้าพูด “เชิญนั่งก่อนครับ”

“เป็นยังไงบ้าง?”

“ดีครับ” เด็กหนุ่มพูด ร่างกายของเขาดีขึ้นมาก เขารู้สึกเหมือนกลายเป็นคนใหม่และสดใสร่าเริงมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ที่พวกเขากลับไปปักกิ่ง พวกเขาได้เดินทางไปตรวจในหลายโรงพยาบาลที่เรียกว่าดีที่สุดในปักกิ่ง ร่างกายของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่เคยรักษาเด็กหนุ่มต้องตกตะลึง การเปลี่ยนแปลงของเด็กหนุ่มนั้นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ และพวกเขายังถามไม่หยุดเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาได้ไปรักษาที่ไหนมา สำหรับเหล่าผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผลที่ออกมานั้นมันน่าตื่นเต้นมาก ผลการตรวจร่างกายแสดงให้เห็นว่า เด็กหนุ่มยังไม่หายขาดแต่เขาก็สามารถออกไปเที่ยวเล่นเหมือนคนทั่วไปได้แล้ว ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่กระดูกไปจนถึงทุกส่วนของร่างกาย พวกมันได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม ทำให้สามารถออกกำลังกายได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังต้องคอยระวังไม่ให้ได้รับบาดเจ็บและหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะทำให้กระดูกหัก เพื่อให้การฟื้นตัวของเขาเป็นไปด้วยดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ผลลัพธ์เหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ยอดเยี่ยมของหวังเย้า ทำให้สองแม่ลูกต้องการรักษากับเขาต่อ

“เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย” หวังเย้าพูด

เด็กหนุ่มได้รับยามากิน ต่อด้วยการฝังเข็ม และจากนั้นก็แช่อยู่ในน้ำยา

หลังจากการรักษาเสร็จสิ้น มันก็เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้ว

เด็กหนุ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่เขาก็ยังคงกระปรี้กระเปร่าดี

“ดีจริงๆ!” เขาพูด

“อืม ร่างกายของเธอเปลี่ยนไปแล้ว” หวังเย้าพูด “นี่จะเป็นการแช่น้ำยาครั้งสุดท้ายของเธอ การแช่ครั้งนี้จะเป็นการเสริมความแข็งแรงและสร้างสมดุลในร่างกายของเธอ”

“ค่ะๆ” เธอฟังแล้วพยักหน้า

“ขอบคุณมากๆเลยนะคะ”

อาการป่วยของลูกชายที่ผ่านมานานหลายปี ที่ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นที่วิตกกังวลแต่รวมไปถึงทุกคนในครอบครัวด้วย ทุกคนในครอบครัวต่างตื่นเต้นยินดีเมื่อได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกตะลึงของเขาเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา พวกเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สำหรับทุกคนในครอบครัว

“ไม่เป็นไรครับ” หวังเย้าพูด

หลังจากผ่านช่วงเที่ยงไปก็มีคนไข้หลายคนที่เข้ามาในคลินิก

กว่าที่เขาจะกลับไปที่บ้านได้ก็เย็นมากแล้ว

เงาร่างสองสายปรากฏขึ้นบนเนินเขาซีชาน

“ที่นี่เหรอ?”

“ใช่ ที่นี่แหละ”

ทั้งสองมาจากหุบเขาพันโอสถในยูนนานใต้ จ้าวหยิงหาวคือหนึ่งในสองคนนั้น เขาเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้น ความทรงจำของที่นี่ยังถือว่าสดใหม่สำหรับเขา

“ที่ตรงนี้ใช่ไหมที่อยู่ในภาพถ่ายน่ะ?”

“เราแค่ต้องขึ้นไปดูบนเขาลูกนั้น”

ทั้งสองเดินตรงไป และพบว่าแสงอาทิตย์ส่องลงไปบนเนินเขาหนานชานที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี เขาลูกนั้นเต็มไปด้วยก้อนเมฆล้อมรอบเอาไว้

“เป็นที่นั่น” ชายวัยกลางคนพูด

“ฉันไม่คิดเลยว่าจะมาเจอสรวงสวรรค์ที่นี่” เขาพูดอย่างชื่นชม

“ระวังตัวด้วย มีผู้ชายที่เก่งกาจเหมือนเทพเจ้าอยู่ที่นี่ด้วย” จ้าวหยิงหาวพูด

“เทพเจ้า?” ชายวัยกลางคนถาม “ตอนนั้น นายคงจะกลัวมากเลยสินะ”

“เขายังอายุไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำ ถึงเขาจะฝึกตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ แต่เขาจะเก่งได้สักแค่ไหนกันเชียว?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด