ตอนที่แล้ว978 น่าสนใจ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป980 ของสกปรก

979 เรื่องไม่สำคัญ


979 เรื่องไม่สำคัญ

“นี่มันน่าอัศจรรย์มาก”

“มันเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากลักษณะของภูมิศาสตร์” หวังเย้ายิ้มพูด

“ดูสิ ตรงนั้นยังมีสมุนไพรขึ้นอยู่ด้วย” เขาชี้ไปที่ต้นไม้แห้งเหี่ยวสองสามต้นที่ขึ้นระหว่างรอยแยกของก้อนหิน

“มันคือต้นอะไรเหรอคะ?” ซูเสี่ยวซวีถาม

“มันคือต้นเหยียนหวงเหลียน” หวังเย้าพูด “แทบจะหาที่โตขึ้นในป่าไม่ได้แล้ว”

“เชียนเชิงหมายถึงสมุนไพรที่มีรสขมๆนั่นใช่ไหมคะ?” เธอถาม

“ใช่ มันมีสรรพคุณต้านแบคทีเรีย, ต้านไวรัส, และขับพิษร้อน” หวังเย้าตอบ

“แล้วเชียนเชิงไม่คิดจะเก็บมันเหรอคะ?”

“ไม่จำเป็นหรอก” หวังเย้าตอบ “ผมมีเก็บเอาไว้เยอะแล้ว อีกอย่าง พอมาเห็นภาพที่พวกมันโตขึ้นมาจากรอยแยกของก้อนหินแล้ว พวกมันคงลำบากมากกว่าจะโตขึ้นมาได้ขนาดนี้”

“นั่นสินะคะ พวกมันแข็งแกร่งมาก”

“เอาล่ะ ผมจะพาเธอไปอีกที่หนึ่ง”

หวังเย้านำทาง โดยมีซูเสี่ยวซวีตามหลังเขาไปติดๆ ทั้งสองเดินไปที่ก้อนหินที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขา มันเป็นก้อนหินรูปทรงสี่เหลี่ยม ด้านบนราบเรียบดูคล้ายกับโต๊ะขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง

“อยู่ตรงนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง?” หวังเย้าถาม

“ที่ตรงนี้ลมแรงมากเลยค่ะ” ซูเสี่ยวซวีพูด

ดูเหมือนกับมีลมพัดเข้าหาพวกเขาจากทุกทิศทาง เสียงลมพัดดังหวีดหวิว แม้แต่ยืนเฉยๆพวกเขาก็ยังต้องพยายามทรงตัวให้ดี มันเป็นสถานที่ที่ต่างจากอีกจุดหนึ่งที่พวกเขาเพิ่งจากมา เพราะที่ตรงนั้นไม่มีลมพัดเข้ามาได้เลย

“มันต่างจากอีกที่เลย” หวังเย้าพูด

“เชียนเชิงหาที่แบบนี้เจอได้ยังไงคะ?” ซูเสี่ยวซวีถาม

“เธอเห็นหมู่บ้านที่อยู่ตรงนั้นไหม?” หวังเย้าชี้ไปที่หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของภูเขา

“นั่นเป็นหมู่บ้านที่ตายายของผมอยู่ ผมเติบโตขึ้นที่นั่น มันเลยทำให้ผมรู้จักพื้นที่แถบนี้เป็นอย่างดี ตอนยังเด็ก ผมก็จะชอบมาเที่ยวเล่นที่นี่บ่อยๆ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่เชียนเชิงจะรู้จักที่นี่” ซูเสี่ยวซวีพูด

มันเป็นวันที่หนาวเหน็บ นอกจากต้นสนที่ขึ้นตามรอยแยกของก้อนหินแค่ไม่กี่ต้นแล้ว มันก็แทบจะไม่มีอะไรให้เห็นเลย แต่ซูเสี่ยวซวีกกลับยังคงตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้พบเจอ ทั้งสองเดินเล่นอยู่บนเขาต่ออีกเล็กน้อย ภูเขาแต่ละลูกนั้นไม่ได้สูงมากนัก และพวกมันมีการเชื่อมต่อถึงกัน ทำให้มันดูใหญ่โตกว่าที่ควรจะเป็น

“ภูเขาลูกนั้นดูสูงมากเลยนะคะ” ซูเสี่ยวซวีชี้ไปที่ภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปทางทิศเหนือ มันสูงจนมีก้อนเมฆลอยวนอยู่กึ่งกลางของภูเขาลูกนั้น

“นั่นเป็นภูเขาที่ถูกเรียกว่า โก่วเอ่อร์ชาน เพราะมันดูคล้ายกับหูของสุนัข” หวังเย้าพูด “ลองดูระยะห่างจากจุดที่เราอยู่กับภูเขาลูกนั้นสิ ถ้าเป็นคนทั่วไปเดินเท้าไปที่นั่น พวกเขาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันกว่าจะไปถึง”

(狗耳山= 狗Gǒu สุนัข, 耳ěr หู)

“จริงเหรอคะ? แต่ฉันไม่เห็นว่ามันจะไกลขนาดนั้นเลย”

“เธออยากลองไปที่นั่นดูไหม?” หวังเย้าถาม

“อยากค่ะ” ซูเสี่ยวซวีพยักหน้า

“งั้นก็ไปกัน!”

แล้วหวังเย้าก็อุ้มซูเสี่ยวซวีขึ้นมาและกระโดดออกจากจุดที่เขาเคยยืนอยู่ มันดูราวกับว่า เขากำลังบินข้ามภูเขาไป หุบเขา หน้าผา ต้นไม้  และแม่น้ำไม่อาจขวางทางเขาได้ ซูเสี่ยวซวีรู้สึกอบอุ่นและวางใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของเขา ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเข้าใกล้ภูเขาลูกนั้นแล้ว ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงที่ตีนเขา

“อืม ภูเขาลูกนี้สูงจริงๆ” ซูเสี่ยวซวีเงยหน้าขึ้นมองภูเขาจากจุดที่เธอยืนอยู่

“อยากขึ้นไปข้างบนไหม?”

“ค่ะ”

ซูเสี่ยวซวีเลือกที่จะขึ้นไปด้วยตัวเอง โดยไม่ให้หวังเย้าอุ้มเธอขึ้นไป

ความสูงของเขาลูกนี้มากเป็นสองเท่าของภูเขาลูกก่อนที่พวกเขาจากมา ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่มีลมเหนือพัดผ่านมา ทำให้บริเวณนี้มีลมพัดแรง

แต่เส้นผมของซูเสี่ยวซวีกลับอยู่ทรงเหมือนเดิม ลมไม่สามารถพัดถูกตัวเธอได้ สายลมหมุนวนรอบตัวพวกเขาและเคลื่อนไปทิศทางอื่นเมื่อมาถึงตัวพวกเขา

ฮ้า ซูเสี่ยวซวีอ้าแขนกว้าง เธอรู้สึกสบายและพึงพอใจเมื่อมองออกไปจากจุดที่เธอยืนอยู่

กว่าที่พวกเขาจะรู้ตัว พระอาทิตย์ก็กำลังจะตกดินแล้ว เมื่อพวกเขาลงมาจากเขา รอบด้านก็มืดแล้ว

ที่บริษัทหนานชานเภสัช...

“ยากมากเลยนะครับกว่าจะได้เจอตัวคุณ ประธานเจิ้ง” ชายวัยกลางคนพูด

“โถ พี่ชาย ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาผมวิ่งวุ่นไปทั่วเลย” เจิ้งเหวายจวินพูด “เครื่องจักรเพิ่งเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง แล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

เจิ้งเหว่ยจวินที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของเขาหัวเราะออกมา

“ยาของบริษัทคุณเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ และความต้องการก็เพิ่มสูงขึ้นมาก”

“ผมรู้ๆ” เจิ้งเหว่ยจวินพูด “หลังปีใหม่นี้ ผมจะเร่งการผลิตเพิ่มขึ้นอีก”

“แล้วจะผลิตเพิ่มได้อีกเท่าไหร่เหรอ?”

“ประมาณ 20%”

“เท่านั้นมันจะพอเหรอ?” ชายวัยกลางคนถาม “แต่ถึงคุณจะเพิ่มการผลิตเป็นสองเท่า มันก็คงไม่พอต่อความต้องการของตลาดอยู่ดี”

เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายยารายใหญ่คนหนึ่ง เขาได้ทำการค้าร่วมกับเจิ้งเหว่ยจวิน หลังจากปีใหม่ผ่านไปแล้ว เขาก็รีบโผล่หน้ามาหาเจิ้งเหว่ยจวิน เขาต้องการสินค้าเพิ่ม ที่สำคัญไปกว่านั้น เขายังต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเจิ้งเหว่ยจวินให้ยืนยาวที่สุด

“ผมก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่สมุนไพรที่ต้องใช้มันไม่พอน่ะสิครับ” เจิ้งเหว่ยจวินพูด

“แค่บอกผมมาว่าคุณต้องการอะไร แล้วผมจะหาให้เอง!” เขาพูดพร้อมกับตบหน้าอกของตัวเอง

“ผมโทรสั่งไปแล้ว อีกไม่นานสมุนไพรก็คงจะมาส่งที่นี่ แต่ปริมาณสมุนไพรดันไม่พอสำหรับการผลิตน่ะสิ” เจิ้งเหว่ยจวินพูด “แล้วเราก็กำลังคิดจะผลิตยาตัวที่สองออกมาด้วย”

“ยาตัวใหม่เหรอ? เป็นยาแบบไหน?”

“ยาขับพิษร้อน”

“มันเป็นยาที่ใช้ได้ทั่วไปใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว” เจิ้งเหว่ยจวินพูด

“เก็บไว้ให้ผมด้วยนะ”

“อย่าเพิ่งรีบครับ” เจิ้งเหว่ยจวินยิ้มพูด “ยายังไม่ผลิตหรือผ่านกระบวนการอะไรสักอย่าง”

“น้องชาย คุณพูดอย่างกับจะทำไม่ได้อย่างนั้นแหละ” ชายวัยกลางคนพูด

ทั้งสองพูดคุยกันไปได้สักพัก ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะขอตัวกลับ

เฮ้อ นี่คนที่สามแล้วนะ! หลังจากส่งลูกค้ากลับไปแล้ว เจิ้งเหว่ยจวินก็ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย

ลูกค้ารายใหญ่ทั้งสามต่างเรียงหน้ากันมาพบเขาทันทีที่ปีใหม่ผ่านพ้นไป

“ยามันขายดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เขาคิด

ในความเป็นจริง ยาของบริษัทได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นจากคลินิกหรือจากโรงพยาบาล มันขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

ในโรงพยาบาลประจำเขตเหลียนชาน...

“พี่พัน อย่ามาหลอกกันหน่อยเลย”

“ฉันจะทำแบบนั้นทำไมล่ะ?” พันจวินถาม “นายไม่รู้เหรอว่าอาการของนายมันหนักขนาดไหน? แล้วถ้านายไม่เชื่อ นายก็ลองไปถามดูเองก็ได้ เขามีชื่อเสียงในเรื่องการรักษามาก มีหลายคนที่มาจากเมืองอื่นเพื่อให้ได้รักษากับเขาด้วยซ้ำ”

“ก็ได้ๆ พี่ถามดูให้หน่อยและบอกผมด้วยว่าต้องไปตอนไหน”

“ดี”

พันจวินรีบโทรไปหาหวังเย้าทันที

“พรุ่งนี้เป็นไง?”

“ได้” เพื่อนร่วมงานของเขาพูด

ช่วงนี้ เขามีอาการปวดศีรษะเรื่อรัง หลังจากที่ตรวจร่างกายกับทางโรงพยาบาลดูแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุของอาการได้ เขายังไปตรวจที่โรงพยาบาลในเมือง แต่พวกเขาก็หาสาเหตุไม่พบเหมือนกัน ดังนั้น เขาจึงเลิกสนใจมัน แต่แล้ว อาการปวดหัวก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้เขาฝันประหลาด เขาเริ่มกลัวขึ้นมา เขาจึงไปหาหมอดูและหมอผีเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ แต่มันก็ไม่ได้ผล เขาจึงเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับพันจวิน ที่แนะนำให้เขาไปพบกับอาจารย์ของอีกฝ่ายดู

“ไม่ว่าจะหายหรือไม่ยังไง ก็ขอบคุณมากนะ ไว้ฉันจะเลี้ยงข้าวพี่เอง”

เช้าวันต่อมา พันจวินไปที่คลินิกในหมู่บ้านพร้อมกับเพื่อนร่วมงานของเขา

พวกเขาเดินเข้าประตูไป

หืม?

หวังเย้าถอนหายใจ

เขารับรู้ได้ถึงพลังความเย็นออกมาจากอีกฝ่าย

“หืม?” เมื่อเขาเข้ามาใกล้มากขึ้น ซูเสี่ยวซวีก็เริ่มหันมาให้ความสนใจเขา

“มีอะไรเหรอ เสี่ยวซวี?”

“ฉันรู้สึกว่า มีบางอย่างผิดปกติกับผู้ชายคนนั้นค่ะ?” เธอตอบ

เธอรู้สึกว่า ผู้ชานคนนั้นมีบางอย่างที่ผิดปกติ เธอไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร มันจึงทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

“มีบางอย่างผิดปกติน่ะถูกแล้ว” หวังเย้ายิ้มพูด

“อาจารย์”

“หมอหวัง”

“มานั่งก่อนสิครับ” หวังเย้าพูด “บอกผมมาได้เลยว่าเป็นอะไรมา”

“ได้ครับ”

ชายในวัยสามสิบคนนั้นก็เริ่มบอกเล่าอาการที่เกิดขึ้นกับเขาในหลายวันที่ผ่านมา

“มันเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ? ใช่วันที่สองของปีใหม่รึเปล่า?”

เขาที่เป็นหมอเหมือนกันใช้ความคิดเล็กน้อยและพูดว่า “อืม ดูเหมือนวันที่สองจะไม่ได้เป็นอะไรมาก ผมรู้สึกว่า มันน่าจะเป็นวันที่สามมากกว่า”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด