ตอนที่แล้วบทที่ 2 สู่การปฏิวัติ : ตอนที่ 16 กรมทหารเท้าที่ 16 ‘หมาบ้า’ (16th ‘The Mad Dog’ Regiment of Foot)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 2 สู่การปฏิวัติ : ตอนที่ 18 เคลื่อนย้ายยามค่ำคืนกับแมวนำโชค (Night Evacuate with Lucky Cat)

นิยาย ชาติที่แล้วผู้นําฉ้อโกง ชาตินี้ขอเป็นผู้นําที่ดีแทนบ้าง

บทที่ 2 สู่การปฏิวัติ : ตอนที่ 17 การห้อมล้อมที่วอลตัน (Surrounded At Walton)


การห้อมล้อมที่วอลตัน

(Surrounded At Walton)

1 พฤษภาคม ศักราชอองโทราลที่ 3926

เป็นเวลาหลายสัปดาห์หลังจากการรุกรานของสหจักรวรรดิลีโอเนีย ที่รัฐอิสระวัลเทอร์ การต่อสู้อันยาวนานของกองทัพทั้งสองฝ่ายก็ได้มาถึงปลายฤดูใบไม้ผลิ กำลังเสริมจากตอนใต้ยังคงเดินทางมาไม่ถึง ในขณะที่ตอนเหนือพยายามเจาะการป้องกันพวกลีโอเนียเพื่อเข้ามาช่วยกองกำลังภาคพื้นทวีปที่ติดอยู่ในวัลเทอร์ก็ยังไม่เป็นผล

กองพลที่ 6 และ 5 กลายเป็นกองกำลังที่มากประสบการณ์ ที่ติดอยู่ที่แนวหน้าตลอดเวลา แม้ว่าจะมีความเหนื่อยล้าจากสงครามที่สูง เพราะการสูญเสียตลอดทุกการรบ

ดักลาสส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปยังสภานิติบัญญัติ เขาต้องการกระสุนปืนยุทโธปกรณ์ เสบียงอาหาร ในส่วนของกำลังพล ชาวอาริกาเซียจำนวนมากยังคงอาสาเดินทางเข้าร่วมศึกสงครามอย่างต่อเนื่อง เพราะงั้นแล้วลาสหวังว่าพวกผู้แทนรัฐจะเข้าใจถึงสถานการณ์ในตอนนี้

ดักลาสนั่งอยู่ในห้องวางแผนของเมืองวอลตัน ซึ่งเป็นศาลากลางของเมืองวอลตัน ชายหนุ่มจ้องมองแผนที่บนโต๊ะใหญ่ภายในห้อง ตัวแผนที่แสดงพื้นที่ของสนามรบทั่วดินแดนวัลเทอร์ ทั้งจุดที่ถูกตีจนแตกพ่าย และจุดที่ยังคงมีการป้องกันโดยกองกำลังภาคพื้นทวีป โดยมีตัวแทนของทั้งสองฝั่งเป็นตัวทหารไม้ขนาดเล็ก ดักลาสไม่ได้เป็นผู้ควบคุมบังคับที่แนวหน้าแต่เขาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพลตรีทั้งสองคนแทน

คงไม่มีใครอยากจะโดนลูกหลงกันแน่นอน!

“พอไม่มีแนวป้องกันภัยอย่างภูเขา เนินเขา หรือแม้แต่แม่นํ้าสายใหญ่แล้ว กลับกลายเป็นว่าพวกเราเสียเปรียบกองกำลังลีโอเนียแทนงั้นเหรอเนี่ย?” ดักลาสมองตัวทหารไม้ของกรมทหารและกองพันต่างๆที่ถูกย้ายเคลื่อนย้ายเข้าใกล้เมืองวอลตันทุกๆวัน

เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ใช้สื่อสาร ลาสจึงไม่สามารถที่จัดการป้องกันหลายๆจุดขึ้นมาพร้อมกันได้ เขาจึงเลือกที่จะจัดตั้งกองข่าวสารในเมืองวอลตันขึ้นมา เพื่อที่จะมาช่วยเขาแบ่งภาระม้าเร็วที่มีจำกัด

คนส่งสารของลาสกลายเป็นตัวแปรสำคัญของกองกำลังภาคพื้นทวีป พวกเขาทำงานทั้งวันทั้งคืนหากไม่มีคนส่งสารเหล่านี้กองพลของเขาทั้ง 2 ก็คงจะไร้ประสิทธิภาพ และถูกยึดด้วยความเร็วของลีโอเนียไปนานแล้ว

ดวงตาสีฟ้าอมเขียวมองตัวแทนกองกำลังภาคพื้นทวีปถูกต้อนให้รวมกัน ตรงกลางรัฐวัลเทอร์ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปพวกเขาจะถูกล้อมเป็นแน่…

ลาสนั่งคิดอย่างจริงจังเขาบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่คนเดียว “ถอนตัวออกจากรัฐวัลเทอร์แล้วไปร่วมกับกองพลที่ 1 ดีไหมนะ…” ลาสชะงัก “ไม่ได้! ยังไงก็ต้องถ่วงเวลาอีกสักหน่อยจนกว่ากำลังเสริมจะมาน่าจะดีกว่า…”

ลาสรู้สึกได้ถึงความเครียดที่ก่อเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อก่อนหากเป็นเรื่องแผนการรบเขาคงมีคนคอยช่วยคิดอย่างคนสนิทอย่างดักซ์ หรือพวกสมองกล้าอย่างอัมลักก็ยังช่วยเขาได้เช่นกัน

หากว่าตัวลาสเองรู้อนาคตของสภาพการณ์ที่ย่ำแย่ในตอนนี้แล้ว ตัวเขาเองก็น่าจะอยู่กับกองพลที่ 1 เพื่อความปลอดภัยของตัวเองไปนานแล้ว

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจมอยู่ในห่วงความคิดส่วนตัวของเขา เสียงเคาะประตูไม้ของห้องก็ดังขึ้น เรียกสติให้ชายหนุ่มต้องหยุดคิดและกล่าวให้คนเคาะเข้ามา ก่อนที่ประตูจะเปิดออกและมีชายหนุ่มเข้ามาในห้องของลาส เขาเป็นหนึ่งในนายทหารจากหน่วยส่งข่าวสารของลาส

“ขออนุญาตท่านายพล” เขาทำความเคารพลาสและยื่นจดหมายก่อนจะกล่าวออกมา

“รายงานจากแนวป้องกันชุมชนแคโรเบอร์ครับ!”

“ขอบคุณมาก!” ลาสหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความเร็ว แคโรเบอร์เป็นแนวป้องกันสุดท้ายก่อนจะถึงวอลตัน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ตัวชุมชนแคโรเบอร์เป็นชุมชนที่เป็นจุดพักที่เชื่อมต่อหมู่บ้านหลายหมู่บ้านใกล้วอลตัน

สายตาของดักลาสไล่อ่านตัวหนังสือภาษาอองโทราล อ่านไปเรื่อยๆใบหน้าที่งดงามของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปด้วยความจริงจัง คิ้วขมวดด้วยความเครียด เพราะว่ารายงานมาจาก

กองพลที่ 6 พ่ายแพ้ที่แคโรเบอร์ พวกเขากำลังถอนตัวกลับมายังเมืองวอลตัน

ลาสหันไปมองแผนที่อีกครั้ง ก่อนจะใช้มือจับตัวทหารไม้ย้ายของจากเมืองแคโรเบอร์ เขามองแผนที่ด้วยความเครียดก่อนจะเขียนจดหมายและยืนให้กับผู้ส่งสารคนเดิม

“ให้กองกำลังทั้งหมดจากตอนตะวันตกให้กลับมารวมตัวกันที่ป้อมเรย์ แล้วเดินทางต่อเพื่อปกป้องตัวเมืองวอลตันแทน พวกเราคงต้องถอนกำลังออกจากวัลเทอร์แล้ว!” ป้อมเรย์เป็นป้อมปราการไม้ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด ตัวป้อมถูกสร้างพร้อมกับหมู่บ้านขนาดเล็ก มันสามารถป้องกันได้หลายวันหรืออาจจะเป็นสัปดาห์ก็เป็นไปได้

กองกำลังลีโอเนียยังไม่สามารถกำจัดกองกำลังอาริกาเซียได้หมดจด กองกำลังที่ไม่ถูกทำลายนั้นสามารถกลับมากัดพวกลีโอเนียได้เสมอ เพราะงั้นแล้วดักลาสจึงได้ออกแบบการรบที่ถอนกำลังหนีได้อย่างเป็นระเบียบ

การถอยหนีไปตั้งหลักแล้วกลับมาสู้ต่อ ยังดีกว่าถูกทำลายจนย่อยยับ มันคือสิ่งที่ลาสเชื่อมั่น

“โชคยังดีที่กองกำลังรุกรานลีโอเนียมีเพียงแค่ 4 กองพล ทหารราบต้องใช้เวลาเดินทัพนาน พวกเราคงหนีไปรวมกับกองพลที่ 1 ทันแน่นอน…” ดักลาสกล่าวออกมาอย่างเหนื่อยใจ

โดยหาได้รู้ไม่ว่า เขาได้ชักธงแดงขึ้นมาแล้ว…

……

.

.

.

.

.

.

ทางตะวันออกของกองกำลังภาคพื้นทวีปรัฐวัลเทอร์ กลิ่นเลือดฟุ้งซ่าน พื้นหญ้าสีเขียวถูกโฉมไปด้วยสีแดงฉาน ร่างของทหารชาวอาริกาเซียที่นอนกลาดเกลื่อนไปทั่ว ไร้ซึ่งผู้รอดชีวิต มีเพียงแค่ร่างกายไร้ชีพที่ถูกอีกาไล่กินซากของพวกเขา

ห่างออกจากซากแห่งความตาย อดีตกองกำลังภาคพื้นทวีปที่ปกป้องแนวรบทางตะวันออก

เป็นกองกำลังลีโอเนียที่เคลื่อนตัวอย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย คอลัมน์สีแดงที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เดินตามถนนดินอ้อมไปสนามรบที่ยิ่งใหญ่ เดินทางออกห่างจากแนวรบหลักอย่างเป็นระเบียบวินัย

อย่างไรก็ตาม กองกำลังที่เคลื่อนทัพอยู่นี้ เป็นกองกำลังที่แปลกตา

เพราะว่าแนวหลังสุดของคอลัมน์เป็นอาชาศึกจำนวนมากกว่า จำนวน 700 กว่าตัว ในอาริกาเซียยังมิเคยเห็นทหารม้าที่ใช้ในการศึกมาก่อน จึงทำให้กองกำลังภาคพื้นทวีปเมื่อเจอการโจมตีโดยทหารม้าพวกเขาก็ล้อมจนสูญสิ้นทั้งแนวป้องกัน

กองกำลังขนาด 2000 กว่านายทะลวงแนวป้องกันหลังสังหารกองกำลังอาริกาเซียด้วยความเร็วที่น่ากลัว กว่าที่ดักลาสจะรู้ตัว เมืองที่อยู่ตอนใต้ของรัฐวัลเทอร์ก็ถูกยึดครองไปเกืิอบหมดแล้ว เป็นการตัดเส้นทางเข้าออกทั้งหมดของเมืองวอลตันและส่วนอื่นของรัฐวัลเทอร์

ตอนนี้พวกเขาถูกปิดล้อมจากทุกทิศทางแล้ว… รายงานใหม่นี่ทำให้ดักลาสสั่งให้กองกำลังกลับมารวมที่เมืองวอลตัน และจุดป้องกันสำคัญ

ในตอนนี้คงต้องหวังให้กองพลที่ 1 จะตีฝ่าให้เปิดทางหนีให้กับกองพลที่ 5 และ 6 ให้ได้ ลาสส่งจดหมายไปกับกลุ่มทหารอาสาชาววัลเทอร์ขนาดเล็ก เพื่อให้พวกเขาส่งข้อความถึงการปิดล้อมของกองกำลังในรัฐวัลเทอร์ให้กำลังเสริมได้รู้ เขาหวังว่าข้อความจะส่งไปถึงกำลังเสริมที่ยังเดินทางไม่ถึงจะได้รับอย่างไม่มีอุปสรรค

นอกจากข่าวร้ายที่ถูกล้อมแล้ว หน่วยส่งข่าวสารก็ได้ส่งข้อความจากป้อมเรย์ว่าพวกเขาถูกลีโอเนียโจมตี พวกเขาจะสู้เพื่อปกป้องให้ได้นานที่สุด

11 พฤษภาคม ศักราชอองโทราลที่ 3926

ป้อมเรย์ถูกโจมตีอย่างหนัก พวกเขาต่อสู้จนตัวตาย แม้ว่าจะส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากกองพลที่ 6 ซึ่งพลตรี ทาลอสเองก็ยังกล่าวจะไปช่วย แค่ดักลาสเลือกที่จะไม่ส่งไปช่วย เพราะว่ากองกำลังลีโอเนียเข้าตีเมืองวอลตันจากอีกฝั่งของป้อมเรย์

นอกเมืองวอลตัน พลตรีทาลอสส่องกล้องมองการแถวของลีโอเนียเดินตรงเข้ามายังแนวยิงของเขา ในตอนนี้ทาลอสก็ผู้บัญชาการกองพลที่ 6 มีอำนาจรองจากลาสเท่านั้น แม้ว่าเขาอยากจะป้องกันที่เมืองวอลตัน แต่ด้วยประชาชนที่อยู่ภายในเมือง เขาจึงสั่งให้กองพลที่ 6 เข้าต่อสู้กับลีโอเนียต่อหน้าต่อตา

นอกเมืองวอลตันกลายเป็นสนามรบขนาดใหญ่เมื่อทั้งสองกองทัพเข้าปะทะกัน อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาต้องสู้และปกป้องเมืองวอลตันด้วยชีวิต ไม่งั้นกองกำลังทั้งหมดก็จะสูญเสียฐานที่มั่นสุดท้ายของวัลเทอร์

ด้วยการต่อสู้ที่จำนวนเท่ากัน พลตรีทาลอสก็สามารถที่จะแสดงความสามารถในการบัญชาการที่ยอดเยี่ยมของเขาได้เต็มประสิทธิภาพ

“กรมทหารเท้าที่ 20 ถอยกลับมาก่อน เปลี่ยนไปให้กรมทหารเท้าที่ 22 เข้าตีจากด้านข้างพวกลีโอ” เขาสั่งการไม่หยุด สายตามองสนามรบและวางแผนตรงหน้าอย่างทันที ทำให้กองพลที่ 6 ยังคงสามารถต่อสู้กับลีโอเนียได้

กรมทหารเท้าที่ 20 ถอนกำลังอย่างเป็นระเบียบ ยิงส่วนกลับขณะถอยห่างจากการรบ ทำให้ข้าศึกเปลี่ยนเป็นการบุกตรงเข้ามาเพื่อทำให้พวกเขาแตกทัพ แน่นอนว่าข้าศึกก็ถูกหยุดด้วยกรมทหารเท้าทีี่ 22 พลตรีทาลอสนั้นเป็นคนที่รอบคอบ เขาพยายามล่อให้ลีโอถูกยิงจากทุกทาง แทนที่จะสู้กับแบบหนึ่งกรมทหารต่อหนึ่งกรมทหาร

“กรมทหารเท้าที่ 23 สั่งให้วิ่งหนีออกมาเลย พวกเจ้าเสียคนเยอะเกินไปแล้ว! แล้วให้กรมทหารเท้าที่ 21 เตรียมเข้าทะลวงตีหากพวกลีโอเนียติดดาบปลายปืนวิ่งตามกรมทหารเท้าที่ 23” กล้องส่องทางไกลของเขาสังเกตกองกำลังของกรมทหารเท้าที่ 23 สูญเสียจำนวนมาก เขารีบสั่งให้ถอยหนีทันที แน่นอนว่าสายตาของเขาเองก็เห็นแนวลีโอเนียเบาบาง พลตรีจึงรีบสั่งการทันที

เป็นไปตามที่พลตรีทาลอสคาดการเอาไว้ เมื่อกองกำลังลีโอเนียเห็นพวกเขาวิ่งหนีก็รีบติดดาบปลายปืนเพื่อทะลวงแนวรบของกรมทหารที่ 23 แต่เมื่อปล่อยให้แนวรบบางจุดเบาบาง กรมทหารเท้าที่ 21 เข้าตีแนวที่เบาะบางของลีโอเนียจนสามารถล้อมทหารลีโอเนียที่วิ่งตามกรมทหารที่ 23 ได้

“บอกพวกอาสาวัลเทอร์ช่วยเข้าตีแทนที่กรมทหารเท้าที่ 23 ด้วย!”

ไม่ช้าเสียงสัญญาณถอยของลีโอก็ดังขึ้น ทำให้พลตรีได้ถอนหายใจยกใจ ชัยชนะเป็นของพวกกองกำลังภาคพื้นทวีปเป็นที่เรียบร้อย แต่จะได้สามารถชนะได้อีกนานแค่ไหนกันแน่ พลตรีก็เองก็ยังคงกังวล เขาหวังว่านายพลดักลาสจะสามารถหาทางเข้าพวกเขาได้

‘ เราไม่สามารถคาดหวังให้นายพลดักลาสทำงานทั้งหมดได้ ’ พลตรีคิดในใจ ขณะนี้เขาเองก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของเมืองวอลตันเสียก่อน

26 พฤษภาคม ศักราชอองโทราลที่ 3926

ป้อมเรย์ถูกล้อม ก่อนจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นเพื่อยึดป้อม ศึกที่ป้อมเรย์จบลงในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ทหารผู้ดูแลป้อมเรย์คือทหารอาสาชาววัลเทอร์จำนวน 779 คน และ กองร้อยจากกองพลที่ 6 จำนวน 176 คน รายงานจากหลังป้อมถูกยึด ผู้รอดชีวิตเป็น 0

ทางฝั่งของเมืองวอลตัน กองพลที่ 5 และ 6 ถูกตีและต้อนกลับมายังตัวเมือง กลายเป็นการล้อมที่เมืองวอลตันแทน ตัวเมืองเขตนอกกลายเป็นแนวป้องกัน มีความพยายามเข้าตีเมืองทั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน ผลลัพธ์ของการต่อสู้ กองกำลังอาริกาเซียสามารถป้องกันเมืองได้ แต่กองกำลังลีโอเนียได้ทำการล้อมเมืองเอาไว้ มีการใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าใส่เมืองจำนวนมาก ผู้เสียชีวิตสูงขึ้นทุกครั้งที่มีการยิงปืนใหญ่

ดักลาสเดินมายังเขตนอกของตัวเมืองวอลตัน โดยไม่สนใจลูกปืนใหญ่ที่มีโอกาสโดนตัวเขาได้ เหล่านายทหารที่เห็น ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเหมือนหญิงสาว นายพลสูงสุดของกองกำลังภาคพื้นทวีปเดินมายังแนวหน้า พวกเขาก็มีกำลังใจกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกล้อมก็ยังมีจิตใจที่เข้มแข็ง

ดักลาสนั้นรู้สึกได้ถึงเดจาวู คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแล้ว

“ที่ศึกโฟลิกก็เป็นเหมือนกันเลยไม่ใช่หรือไง?” เขาพึมพำออกมา แน่นอนว่าหลายคนได้ยินสิ่งที่ลาสพูดปล่อยออกมา

กองพลที่ 5 และ 6 หลายๆคนไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่เมืองโฟลิก แต่ชื่อเสียงของดักลาสที่ศึกสงครามลีโอ-ทูเดีย ถือเป็นศึกระดับใหญ่ การที่เขาถูกมองว่าวอลตันที่เหมือนกับสงครามทูเดียทำให้หลายคนรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย

แม้ว่าจะพวกเขาจะไม่ใช่กองกำลังที่อยู่เคียงข้างนายพลตั้งแต่ต้น เฉกเช่นกองพลที่ 1

แต่อย่างน้อยพวกเขาเองก็ไม่น้อยหน้ากองพลใดๆในอาริกาเซียแล้ว

“ข้าศึกบุก!” เสียงตะโกนของทหารคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้ทุกคนกลับไปยังแนวป้องกัน เพื่อต่อสู้ทันที

เสียงกลองศึกของลีโอเนียดังขึ้นพร้อมกับพื้นดินที่สั่นไหว ผู้บัญชาการแนวป้องกัน เห็นแถวทหารลีโอเนียเข้าใกล้ในระยะยิงเขาก็รีบสั่งการทันที

“เล็ง! ยิง!” แนวป้องกันเมืองวอลตันเป็นขุดดินขึ้นมาและเสริมด้วยไม้และก้อนหิน คล้ายกับสนามเพลาะ เสียงปืนคาบศิลาดังไปทั่ว กองทหารลีโอเนียตกตายไปจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังเดินหน้าต่ออย่างไร้ซึ่งความกลัว

“เร็วเข้า เร็วเข้า รีบบรรจุเร็วเข้า! เตรียม-” ขณะผู้บัญชาการแนวป้องกันกำลังจะสั่งยิงอีกรอบ ก็ได้มีเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นจากข้างหลังของเขา

“ให้คนที่ยิงแม่นที่สุดเป็นคนยิง แล้วให้สองคนเป็นผู้ช่วยบรรจุกระสุนปืน เล็งหน่วยที่มีหมวกทรงสูงก่อน อย่าให้พวกมันเข้าใกล้แนวป้องกัน!” ทุกคนหันไปตามเสียงก่อนจะพบเจอชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีขี้เถ้าอ่อน

“ท่านนายพลตรงนี้มันอันตรายนะครับ!” ดักลาสหันไปหาชายผู้กล่าวด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรก่อนจะตอบกลับ

“ผู้พันอย่าหยุดออกคำสั่ง สมาธิตรงหน้าสำคัญอย่างยิ่ง จงจำเอาไว้…” ดักลาสจับอาวุธคาบศิลาของร่างไร้ชีวิต ผู้ซึ่งถูกทหารเบาลีโอเนียยิงตายขึ้นมา ก่อนที่ตัวเขาจะเข้าไปอยู่ในที่กำบังที่แนวหน้าสุดของกองกำลัง ดักลาสตะโกนเสียงดัง

กองกำลัง !! เล็ง !! อาวุธคาบศิลาในมือกองกำลังภาคพื้นทวีปเล็งไปยังกองกำลังลีโอเนีย รอให้คำสั่งยิงจากปากของนายพลดังขึ้น

ทุกคนเปลี่ยนตามคำสั่งของลาส พวกเขารู้ว่าใครยิงมีความสามารถในการยิงที่แม่นสุดในกองร้อยของตนเอง และดักลาสเองก็รู้ดีกว่าการต่อสู้ที่ผ่านทำให้ความสัมพันธ์ในกองกำลังนั้นเติบโตขึ้นอย่างมาก

ในขนาดที่นายพลมาอยู่แนวหน้า เหตุใดพวกเขาไม่ยอมลุกขึ้นมาสู้กัน? ความเคารพของกองพลที่ 6 และ 5 ในตัวของลาสนั้นสูงขึ้นทุกครั้ง ทุกการสู้รบ ทุกการบัญชาการลาสไม่เคยกล่าวบอกให้สู้เพื่อเขา แต่ให้สู้เพื่อสิ่งสำคัญอย่างเช่นบ้านเกิดของตัวเอง

เห็นใบหน้าของข้าศึกที่ชัดเจน ดักลาสตะโกนสั่งทันที

“ยิง!!”


0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด