ตอนที่แล้วตอนที่ 209 สงครามอันเดดที่เมืองเอลดิล 7(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 211 การถอยและการมา(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 210 สงครามอันเดดที่เมืองเอลดิล 8(อ่านฟรี)


ตอนที่ 210 สงครามอันเดดที่เมืองเอลดิล 8

“ไม่! มันจะมีแค่แกที่ต้องตาย” ลูอิสกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนที่ตัวของลูอิสจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง ชุดเกราะที่แตกร้าวหายไป ถูกแทนที่ด้วยเสื้อคลุมจอมเวทย์ อาการบาดเจ็บหายไปจนหมด

เขาลุกขึ้นยืนได้อย่างปกติ ไม่มีอาการใด ๆ ที่บกบอกว่าพึ่งผ่านการต่อสู้เป็นตายแม้แต่น้อย

“เป็นไปได้ยังไงกัน!” ซอมบี้ 9 ดาวดวงตาเบิกกว้างและสั่นไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว

มันพยายามกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืน แต่ก็ต้องทรุดลงหน้าทิ่มไปกับพื้น ร่างกายของซอมบี้ 9 ดาวในตอนนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงอย่างแท้จริง

ลูอิสไม่คิดจะกล่าวคำใด ๆ กับมัน เขาเพียงยกคทาจอมเวทย์ขึ้น ก่อนจะใช้ทักษะสายฟ้าขั้นสูงเสริมพลังให้กับสายฟ้า ตามมาด้วยพายุสายฟ้าเพื่อรวบรวมสายฟ้าที่อยู่ในพายุฝนและสุดท้ายใช้ทักษะสายฟ้าฟาดในการปิดฉากผ่าลงมา

ตลอดกระบวนการซอมบี้ 9 ดาวทำได้เพียงมองดูอย่างแค้นใจ ต่อให้มันเรียกอันเดดที่อยู่โดยรอบมาก็ไม่มีตัวไหนเข้ามาช่วยได้ทันอยู่ดู ซอมบี้รู้ว่ามันจะต้องตายจึงกล่าวคำพูดทิ้งท้ายไว้

“มนุษย์จะต้องตายทั้งหมด...”

เปรี้ยง!!!

สายฟ้าฟาดที่รวมตัวกันเป็นเส้นหน้าเท่าท่อนขาผ่าลงไปที่สมองสีดำเน่าชวนอ้วกของซอมบี้ตรง ๆ ด้วยพลังทำลายที่เต็มพิกัดทำให้สมองของซอมบี้ทนต่อพลังรุนแรงนี้ไม่ไหวจึงระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ

ลูอิสไม่กะพริบตาแม้แต่นิดเดียวเมื่อสมองของซอมบี้กระทบกับเสื้อคลุมจอมเวทย์ของเขา

ร่างที่แข็งแกร่งของซอมบี้ยังอยู่ มันล้มลงกับพื้น ก่อนจะเริ่มชักนำพลังงานอันเดดรอบ ๆ ตัว ลูอิสรีบเก็บร่างกายของซอมบี้เข้าไปในช่องเก็บของผู้เล่น

“ในที่สุดก็ฆ่าตัวปัญหาลงได้” ลูอิสพูดพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบตัว

สภาพในด้านตะวันตกของเมืองเอลดิลในตอนนี้เละไม่มีชิ้นดี เต็มไปด้วยซากปักหลักพัง มีเสียงกรัดร้องและความหวาดกลัวดังไปทั่วทั้งพื้นที่ เนื่องจากมีการตายของผู้คนจำนวนมากที่โดนลูกหลงการต่อสู้และยังมีอันเดดทั้งซอมบี้และโครงกระดูกอันเดดที่ไล่ฆ่าและแพร่เชื้อใส่ผู้คนอยา โดยเฉพาะพวกซอมบี้ที่นับเป็นตัวปัญหา

“ท่านลูอิส” เฟดี้พากองทัพอัศวินรุ่งอรุณเข้ามาหาลูอิสในทันที

“มาได้จังหวะพอดี พากำลังทั้งหมดที่มีฆ่าอันเดดในเมืองให้หมด อย่าให้พวกมันไปยังเมืองในเขตอื่น ๆ ได้” ลูอิสกล่าว

“แล้วคนที่โดนกัดจากซอมบี้ละค่ะ” เฟดี้ถาม

“จัดการด้วย” ลูอิสกล่าวด้วยความมั่นคง ที่จริงเขาคิดหนักกับเรื่องนี้ เพราะนั่นหมายถึงชีวิตคนคนหนึ่ง แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ลูอิสไม่สามารถทำอะไรได้

อย่างแรกคนธรรมดาที่โดนกัดไม่มีภูมิต้านทานมากพอ เพียงไม่ถึงนาทีพวกเขาจะกลายเป็นซอมบี้

ส่วนที่สองนั้นคือลูอิสไม่เหลือพลังงานศรัทธาให้ใช้แล้ว แม้แต่จะรักษาตัวเองในโหมดพาลาดินยังไม่มีเลย ทำให้ตอนนี้ลูอิสได้แต่รอการฟื้นตัวของพาลาดินด้วยตัวเอง

เพราะทั้งพลังชีวิตและพลังงานทั้งสองแห้งเหือดไปหมดแล้ว ลูอิสจึงไม่กล้าเปลี่ยนไปเป็นโหมดพาลาดินในทันที เพราะกลัวจะตายก่อนจะได้ทำอะไร

เฟดี้รวบรวมกำลังทั้งหมดไปจัดการกับอันเดดในเมืองเอลดิล ซึ่งยังมีทหารจากทั้งเรือเหาะของเปาโลและจากทหารรักษาการณ์ที่รอดอยู่ได้เข้ามาช่วยต่อสู้กับอันเดด

ประมาณครึ่งชั่วโมงให้หลังอาร์มันโด้ก็พากำลังคนไม่ว่าจะหน่วยนิ้วเงินหรือกองทัพรักษาการณ์กลับมาจากสนามรบแนวหน้า จากสภาพพวกเขาเสียหายกันหนักมาก แต่ก็ยังไปช่วยจัดการอันเดดที่เหลืออยู่

หนึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขากำจัดการกระจายตัวของซอมบี้ได้

สองชั่วโมงต่อมาพวกเขาทำการสังหารอันเดดจนหมด

สามชั่วโมงตัวมาพวกเขาเก็บรวบรวมและตรวจสอบพื้นที่ไม่ว่าจะทั้งบนบก ในอาคารและท่อระบายน้ำเพื่อยืนยันว่ามี่อันเดดหลงเหลืออยู่

ในระหว่างนั้นการฟื้นตัวของลูอิสก็พอให้เขากลับไปยังโหมดพาลาดินแล้วไม่ตายในทันที ตอนนี้พลังชีวิตและพลังงานฟื้นตัวมาได้ราว ๆ 5 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ลูอิสรวบรวมโพชั่นพลังชีวิตและโพชั่นพลังงานบางส่วนมาจากคนของเขา ก่อนจะดื่มพวกมันลงไปเพื่อทำให้พลังชีวิตกลับขึ้นมาให้เสถียรและรักษาสถานะเลือดออก ทำให้พลังชีวิตไม่ลดลงอีก

และเมื่อพลังงานของเขาฟื้นขึ้นมาเขาก็ทำการใช้พลังงานที่มีกับทักษะคำอธิษฐานในทันที

หลังจากผ่านไป 20 กว่านาทีในที่สุดพลังชีวิตกว่าครึ่งของลูอิสก็ฟื้นกลับมาได้สำเร็จ ทำให้เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็มีพลังพอจะต่อสู้กับอันเดดระดับสูงถ้าเกิดพวกมันโผล่มาอีก

“ท่านลูอิสศพทั้งหมดถูกรวบรวมมาแล้ว” เฟดี้เข้ามารายงานลูอิสด้วยสภาพเหนื่อยล้า ทั้งตัวเธอเต็มไปด้วยเลือดของอันเดดและเลือดของตัวเอง

ลูอิสพยักหน้ารีบรู้

“ให้ทหารและผู้คนที่อยู่เขตนี้มารวมกัน” ลูอิสสั่ง ก่อนจะเดินไปที่พื้นที่กว้างใจกลางเขตตะวันตก

โดนในพื้นที่นี้เต็มไปด้วยซากศพอันเดดที่วางทับถมกันอยู่ ใกล้ ๆ ยังมีศพของมนุษย์ที่โดนลูกหลงตายไปอยู่ด้วย

“พวกเรานับแล้วน่าจะมีคนตายมากกว่า 13,000 คน หนึ่งในสามเป็นทหารรักษาการณ์ อีกเกือบสองส่วนเป็นชาวเมืองเอลดิลที่อยู่ในพื้นที่ตะวันตกและที่เหลือเป็นหลาย ๆ กองกำลังรวมกัน” เฟดี้พูดด้วยแววตาขุ่นมัว

“จดรายชื่อคนตายและช่วยเหลือครอบครัวพวกเขาทีหลัง แต่ตอนนี้มาเริ่มจัดการกับศพทั้งหมดก่อนที่จะสร้างพลังงานอันเดดไปมากกว่านี้” ลูอิสพูดกับเฟดี้

อาร์มันโด้ก็เดินเข้ามายืนเงียบ ๆ ข้างลูอิสพร้อมกับเบลล่า ในตอนนี้ทั้งสองมีกลิ่นอายที่เหมือนกับนักรบสุดโหดไม่มีผิด

คนเหลือรอดทั้งหมดเข้ามารวมกลุ่มล้อมรอบศพผู้เสียชีวิต โดยมีอัศวินรุ่งอรุณอยู่นำหน้าทุกคน

“เริ่มกัน” ลูอิสกล่าว

เขาใช้ทักษะปัดเป่าวิญญาณทำพิธีให้กับศพทั้งหมด เพื่อไม่ให้พวกเขากลับฟื้นขึ้นมาเป็นอันเดดอีก เฟดี้และพาลาดินที่เหลือรอดอยู่ใช้ทักษะปัดเป่าวิญญาณเช่นกัน

โดยการทำพิธีศพในครั้งนี้เริ่มจากศพทหารและชาวเมืองเอลดิลก่อน

เสียงสวดและแสงสีทองอันอบอุ่นสาดกระจายไปทั่วพื้นที่ตะวันตกของเมืองเอลดิล ผู้คนที่เหลือรอดนับหมื่น ๆ ต่างก็เต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่หลังจากพิธีเริ่มพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความสงบ

ก่อนจะหันไปมองามศพผู้อันเป็นที่รักของตนพวกเขาก็เห็นว่ามีวิญญาณของคนที่รักลอยออกมา ไม่มีใครหวาดกลัวแต่ทุกคนนั้นตกตะลึง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหา ถึงอย่างนั้นแสงเหล่านั้นก็ไม่อาจจะสัมผัสได้

ทุกดวงวิญญาณต่างล่ำลาคนสำคัญของตัวเองและสลายหายไปในอากาศ

ทุกคนร้องไห้กันอีกครั้ง ซึ่งไม่ใช่น้ำตาเศร้าโศก แต่เป็นน้ำตาแห่งความคิดถึงที่กำลังก่อตัวขึ้นในจิตใจ

ผู้คนทั้งหมดต่างมองไปที่ลูอิสและเหล่ากองทัพอัศวินรุ่งอรุณด้วยสายตาที่หลากหลายความหมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นสายตาแห่งความขอบคุณที่ทำให้พวกเขาได้เจอกับคนที่จากไป

ลูอิสเริ่มการทำพิธีปัดเป่าวิญญาณให้กับศพอันเดดด้วย

ใช้เวลาไม่นานวิญญาณที่ได้รับการปลดปล่อยของศพอันเดดทั้งหลายก็จากไปอย่างขอบคุณ

ขณะเดียวกันผลจากการทำพิธีปัดเป่าวิญญาณก็กระจายไปยังผู้คนโดยรอบ บาดแผล อาการบาดเจ็บทั้งทางกายและจิตใจได้รับการเยียวยา

พิธีนี้เป็นเหมือนการปลดปล่อยคนตาย ปลอบประโลมคนเป็น

หลังจากผ่านการปัดเป่าวิญญาณศพจะไม่กลายเป็นอันเดด แต่ศพนับหมื่น ๆ และยังไม่รวมกับศพอันเดดอีกหลายพัน สิ่งเหล่านี้เป็นแหล่งแพร่โรคระบาดอย่างดี

ดังนั้นหลังจากผู้คนรู้ว่าคนที่รักได้จากไปจริง ๆ และเหลือเพียงร่างกายที่ไร้วิญญาณ ลูอิสก็ใช้ทักษะจิตวิญญาณมังกรไฟของจอมเวทย์ทำการเผาศพคนตายไปพร้อม ๆ กัน ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาด

เปลวไฟก่อตัวขึ้นมาเป็นมังกร 5 ตัว พวกมังกรไฟทั้ง 5 ตัวต่างก็ทำการเผาศพนับหมื่นไปพร้อม ๆ กันในทันที

“พวกคุณมองดูเปลวไฟพวกนั้นไว้ให้ดี แล้วเอาความอ่อนแอเผาทิ้งไปกับเปลวไฟ เพื่อให้ไฟเหล่านี้หล่อหลอมความแข็งแกร่งให้กับวิญญาณของพวกเรา คนที่เรารักจากไป คนที่เราเคารพจากไป คนที่เราเรียกว่าครอบครัวจากไป คนที่เราเรียกว่าเพื่อนจากไป แต่ว่าพวกเรายังมีชีวิตอยู่ จงมีชีวิต จงใช้ชีวิตและจดจำความงดงามเมื่อยามที่คนที่เรารักมีชีวิตต่อไป ฉันในฐานะมนุษย์คนหนึ่งได้ขอให้พวกคุณจดจำคำเหล่านี้ไว้”

ลูอิสกล่าวออกมาโดยมีแสงของเปลวไฟกำลังสะท้อนอยู่ในแววตาของเขา

ทุกคนต่างได้ยินคำพูดของลูอิส พวกเขาต่างก็จดจำคำพูดนี้ไว้ในใจ แม้แต่สายฝนที่ตกลงมาก็ไม่อาจจะดับไฟและลบเลือนคำพูดของลูอิสไปได้

ฝนค่อย ๆ หยุดลงพร้อมกับแสงที่สาดส่องลงมายังพื้นที่ซึ่งเคยมีศพอยู่ แต่ตอนนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านที่โดนเผาจนเป็นผุยผง

ทุกคนเดินเข้าไปใช้มือกอบเถ้ากระดูกที่เปียกน้ำฝนมาคนละหนึ่งกำมือ และเอามันใส่ลงไปภาชนะทุกอย่างที่หาได้ บางคนใส่หมวก บางคนใส่เศษผ้าชิ้นเล็ก ก่อนจะลุกขึ้นแยกย้ายกันจากไปอย่างเงียบ ๆ

ลูอิสยืนดูเหตุการณ์ตรงนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ

“ท่านลูอิสเราควรจะไปจัดการสนามรบแนวหน้าด้วย” อาร์มันโด้พูดขึ้นมา

“เฟดี้ฉันฝากไปจัดการหน่อยได้ไหม” ลูอิสหันมาถามเฟดี้

“ได้ค่ะ” เฟดี้ตอบรับโดยไม่ลังเล เธอรู้ว่าในค่ำคืนที่ผ่านมานี้ลูอิสแบกรับแรงกดดันมากกว่าใคร ซึ่งเขาควรจะพักผ่อน

งานที่เหลือเป็นหน้าที่ของส่วนกลางพวกเขาเข้ามาเคลียร์พื้นที่และจัดการดูแลและชดเชยให้กับครอบครัวทหารและผู้คนที่บาดเจ็บล้มตาย ทั้งยังจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ครั้งนี้

ซึ่งได้มีจิตอาสาจากผู้คนในเมืองที่อยู่เขตอื่น ๆ เข้ามาช่วยทั้งเรื่องอาหารและที่พักให้กับผู้คนในเขตตะวันตก

หลายคนคิดลูอิสจะไปพัก แต่ลูอิสไม่อาจจะทำแบบนั้นได้

เขาได้รับข่าวจากเจียน่าถึงการโจมตีของพวกกูลจากด้านเหนือของเมืองเอลดิลและได้เริ่มแผนผืนป่าไปแล้ว ลูอิสจึงเร่งเดินทางไปที่นั่นในทันที แน่นอนว่าเป็นหลังจากเก็บรวบรวมพลังงานศรัทธาของวันนี้เรียบร้อยแล้ว

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด