ตอนที่แล้วตอนที่ 204 สงครามอันเดดที่เมืองเอลดิล 2
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 206 สงครามอันเดดที่เมืองเอลดิล 4

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 205 สงครามอันเดดที่เมืองเอลดิล 3(อ่านฟรี)


ตอนที่ 205 สงครามอันเดดที่เมืองเอลดิล 3

ฝูงกูลระดับ 100 ตัววิ่งตรงฝ่าสายฝนมุ่งหน้ามาจากทางเมืองเฟเซซี แต่แล้วพวกมันก็ต้องหยุดลงเนื่องจากด้านหน้านั้นมีป่าทึบปรากฏขึ้นมาขวางทางพวกมันไว้

กูลระดับ 2 ดาวที่เป็นหัวหน้าฝูงกูลก้าวเดินออกมา ก่อนจะหันไปคำรามใส่กูลที่เหลือ พวกกูลต่างคำรามก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไป

พวกกูลวิ่งไปอย่างสุดกำลัง บ้างก็กระโดดไต่กระโจนไปตามต้นไม้เพื่อเพิ่มความเร็ว แต่แล้วในตอนนั้นเองก็มีเถาวัลย์สีดำพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ก่อนจะมัดตัวของกูลทั้ง 100 ไว้ด้วยความเร็วสูง

พวกกูลทั้ง 100 ตัวต่างตื่นตกใจที่อยู่ ๆ ก็โดนลอบโจมตี

พวกมันพยายามใช้ปากกัดเถาวัลย์ให้ขาด แต่ก็ต้องตกใจอีกครั้ง เพราะเถาวัลย์ทุกเส้นกลับแฝงไว้ด้วยพิษ นี่ไม่ใช่เถาวัลย์ธรรมดาแต่เป็นเถาวัลย์ที่เกิดจากทักษะเถาวัลย์พิษ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งอัญเชิญประเภทเถาวัลย์ที่จะจู่โจมตีศัตรูจากใต้ดินและจะปล่อยพิษออกมาทำให้เหยื่อหมดแรงในเวลาไม่กี่วินาที

แม้อันเดดจะมีความสามารถต้านพิษตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ว่าความมากน้อยในการต้านพิษนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทอันเดดนั้น ๆ เช่นถ้าเป็นพวกโครงกระดูกพิษของเถาวัลย์พิษคงทำอะไรพวกมันไม่ได้ แต่ถ้าเป็นกูลที่เป็นอันเดดที่เป็นพวกมีเลือดเนื้อและใกล้กับสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่ง พวกมันจึงได้รับผลกระทบกับพิษไม่มากก็น้อย

กูลพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่ยิ่งดิ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีเถาวัลย์โผล่พุ่งออกมาจากพื้นดินรัดมัดตัวพวกมันมากเท่านั้น นั่นหมายถึงพิษจากเถาวัลย์ก็จะมากขึ้นไปด้วย

ผ่านไปไม่นานพวกกูลก็เริ่มอ่อนแรง พวกมันพยายามคลาน แต่ก็ไร้สิ้นเรี่ยวแรง สุดท้ายก็นอนนิ่งไม่ต่างจากปลาบนเขียง

หลังจากกูลสิ้นเรี่ยวแรงไปแล้ว ก็มีเถาวัลย์อีกสองชนิดโผล่ขึ้นมา เถาวัลย์แคริออนและเถาวัลย์กินศพ โดยเถาวัลย์แคริออนนั้นจะกินซากศพและเลือดเนื้อก่อนจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เป็นผลไม้ที่สามารถพลังชีวิตได้ ส่วนเถาวัลย์กินศพจะเปลี่ยนซากศพและเลือดเนื้อให้กลายเป็นผลไม้ที่สามารถเพิ่มพลังงานได้

แม้พวกกูลทั้ง 100 ตัวจะยังไม่ตาย แต่ก็ไม่ต่างกัน ที่จริงการโดนเถาวัลย์กินร่างกายทั้งเป็นนั้นยังน่าขนลุกยิ่งกว่า แถมพวกมันที่วิ่งเข้ามาจนตายก็ยังไม่เห็นใบหน้าของศัตรูแม้แต่น้อย

หลังจากกูลทั้งหมดโดนเถาวัลย์กินไปแล้ว ศพก็ย่อยสลายเปลี่ยนเป็นผงสีดำละลายไปกับน้ำฝนที่ตกลงมาไม่ต่างจากขี้เถ้าโดนน้ำ พวกเถาวัลย์ทั้งสองชนิดก็พากันออกผลสีแดงสดและผลสีน้ำเงินเข้มออกมา

เจียน่าและดีแลนกับพวกดรูอิดอีก 10 กว่าคนกระโดดลงจากหลังต้นไม้ ก่อนจะเดินเข้าไปเก็บผลไม้พวกนั้นและกินผลสีน้ำเงินทันที ส่วนผลสีแดงนั้นถูกเก็บไว้ก่อน

เถาวัลย์ที่โดนเด็ดผลไปแล้วก็แห้งเหี่ยวลงก่อนจะหายไป

“ไป!” เจียน่ากล่าว ก่อนจะพากันหายไปในป่ารอให้มีเหยื่อหลงเข้ามาอีก

ผ่านไปไม่กี่นาทีก็มีฝูงกูลมาอีก พวกมันมีตั้งแต่หลังสิบไปจนถึงหลักร้อยตัว แต่ไม่ว่าจะส่งมาแค่ไหนพวกกูลก็มักจะหายเข้าไปในป่าเสมอ

ถ้าไม่โดนเถาวัลย์จับกินก็จะโดนสัตว์ป่าอย่างหมีกริซลี่ ไม่ก็หมาป่าไล่ฆ่า การมีอยู่ของผืนป่าทำให้พวกกูลนั้นจนปัญญาเนื่องจากพวกมันไม่อาจจะรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ ๆ ได้ เพราะทุกครั้งที่ทำแบบนั้นจะโดนผืนป่าจับพวกมันแยกออกจากกันก่อนที่จะฆ่า

ที่จริงพวกมันคิดจะเผาป่า แต่ก็ไม่สำเร็จเนื่องจากสายฝนที่ตกลงมานั้นช่วยดับไฟและป่าที่โดนเผาจะโตขึ้นอย่างรวดเร็วปกปิดผืนป่าที่เสียหายในเวลาไม่นาน

กูลระดับสูงได้แต่รวมตัวกันและพยายามส่งกูลระดับต่ำเข้าไปเพื่อหาทางทำให้ศัตรูโผล่หัวออกมา ขณะเดียวกันพวกมันก็ส่งกูลไปแจ้งเรื่องนี้กับกูลระดับ 6 ดาวที่ควบคุมฝูงกูลอยู่ที่เมืองทั้งสองทางตอนเหนือ

“พวกกูลระดับสูงไม่ยอมบุกเข้ามา” ดีแลนกล่าวขณะที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ลอบมองพวกกูลด้านนอกผืนป่า

“ช่างมัน การที่พวกมันส่งพวกระดับต่ำมาก็เป็นเรื่องดี มันทำให้พวกเราสามารถฟาร์มเลเวลไปได้เรื่อย ๆ และยังถ่วงเวลาในการขยายป่าให้กว้างขึ้นได้” เจียน่าพูด

“แต่ผมว่าพวกมันคงรอกูลระดับสูงมากันอยู่” ดีแลนพูดด้วยสีหน้ากังวล

“หน้าที่เราคือยื้อด้านนี้ให้นานที่สุด ทำหน้าที่ให้ดีก็พอแล้ว” เจียน่าตอบ

หญิงสาวกระโดดลงจากต้นไม้อัญเชิญหมีน้อยและขี่มันหายไปในป่าเพื่อไล่ฆ่ากูลที่เข้ามาในป่าที่อยู่ห่างไป 1 กิโลเมตร

ทั่วทั้งป่านั้นมีอีกาดำคอยจับตามองอยู่ ไม่มีทางที่พวกกูลจะแอบลอบเข้ามาโดยที่พวกเขาไม่มีทางรู้

...

สงครามที่เมืองเอลดิล บริเวณแนวรบด้านตะวันออกยังคงดำเนินต่อไป พวกโครงกระดูกอันเดดและซอมบี้ยังโจมตีเป็นละลอกอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีแบบแผนใด ๆ

ยิ่งความมืดเข้าครอบครองพื้นที่บนท้องฟ้าผสมกับสายฝนที่ตกหนักจนพื้นเป็นโคลนเละทำให้การต่อสู้ยิ่งยากลำบากเข้าไปอีก ระยะการมองเห็นของมนุษย์ในความมืดและฝนที่ตกหนักแบบนี้มีจำกัด ทำให้ลูอิสต้องสั่งให้เอาเครื่องปั่นไฟจากเมืองเอลดิลมาติดตั้งและเปิดไฟสปอตไลต์ทั่วทั้งแนวรบ

ตอนนี้ในพื้นที่แนวรบมีทหารตามากขึ้น ส่วนใหญ่นั้นเป็นพวกทหารกองทัพรักษาการณ์ที่ตายกันไปราว ๆ 100 กว่าคน ส่วนด้านกองทัพอัศวินรุ่งอรุณและคนเถื่อนมีตายไปราว ๆ 5-10 คนโดยนับรวม ๆ กัน

ที่จริงถ้าไม่ใช่การตายทันที ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะรอดมาได้ แต่ที่สร้างปัญหาจริง ๆ คือการกัดของซอมบี้ที่ทำให้ติดเชื้อ ถ้าคนที่แข็งแกร่งยังสามารถต้านเชื้อได้และโพชั่นแก้พิษนั้นใช้ได้ผล แต่สำหรับทหารรักษาการณ์พวกเขาจะติดเชื้ออย่างรวดเร็วจนไม่สามารถช่วยได้ทัน

“พวกมันต้องการอะไรทำไมไม่บุกเข้ามานี่ก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว” ลูอิสยืนตากฝนโดยมีเสื้อจอมเวทย์คอยป้องกันฝนที่ตกลงมาเท่านั้น

“หรือเราจะมองข้ามอะไรไป”

ลูอิสเชื่อว่าอันเดดยังมีหมัดเด็ดอยู่แต่เขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

หลังจากขมวดคิ้วอยู่สักพัก ลูอิสก็เดินขึ้นไปบนเรือเหาะของเขา ก่อนจะเอาหีบออกมาเปิดหยิบหัวซอมบี้ออกมา

“บอกมาหน่อยทำไมกองทัพอันเดดถึงไม่บุกเข้ามาทีเดียว” ลูอิสถามหัวซอมบี้ที่วางอยู่บนหีบเหล็ก

“บุก หรือว่ากองทัพมาถึงแล้ว” หัวซอมบี้พยายามมองรอบ ๆ ด้วยท่าทีตื่นเต้น แต่มันก็เห็นแต่ดาดฟ้าของเรือเหาะเท่านั้น ถึงอย่างนั้นมันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเดดจำนวนมากใกล้ ๆ นี้

แต่แล้วหัวซอมบี้ก็ต้องหนังหัวลุกซู่ เมื่อมันเห็นสายตาที่เยือกเย็นของลูอิส

“ข้า...ข้าไม่รู้ว่าทำไมพวกมันไม่บุกเข้ามาทีเดียว” หัวซอมบี้กล่าว

“แกบอกแผนการมาหมดแล้วแน่จริง ๆ เหรอ” ลูอิสจ้องด้วยสายตาหรี่เล็กไปที่หัวซอมบี้

“หมดแล้ว ข้าบอกทุกอย่างที่รู้ไปแล้ว แค่กองทัพซอมบี้มาถึง ถ้าข้าเป็นคนควบคุมก็บุกเมืองมันตรง ๆ เลย พวกเราซอมบี้จะทำให้ยุ่งยากไปทำไม พวกเราไม่ใช่พวกที่ชอบให้แผนสกปรก” หัวซอมบี้กล่าว

ลูอิสมองและคิดว่าหัวซอมบี้ไม่น่าจะโกหก พวกซอมบี้มันสมองเน่าไม่น่าจะวางแผนซับซ้อนได้มากมาย

“ถ้าพวกแกไม่ได้ชอบใช้แผนสกปรก แล้วใครที่ชอบใช้” ลูอิสถามมันต่อ

“เออ...อาจจะเป็นอัศวินโครงกระดูก เจ้านั้นมันเชี่ยวชาญการรบ มันเกิดมาเพื่อทำสงคราม” หัวซอมบี้กล่าว

ลูอิสพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะลองถามเพิ่มว่า “แล้วแกคิดว่าเจ้านั้นจะทำแบบไหน ถ้ามันผ่านมาที่แนวรบมาไม่ได้”

“ไม่รู้สิ แต่ไม่ว่าจนบนดิน บนฟ้า หรือใต้ดินพวกเราก็อันเดดเชี่ยวชาญหมด อาจจะสักวิธีการหนึ่งละมั้ง แต่ยังไงบุกมาตรง ๆ ก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุด” หัวซอมบี้พูดในสิ่งที่คิดไปตรง ๆ

‘พวกซอมบี้มันชอบการบุกตรง ๆ และใช้จำนวนโถมเข้ามาจริง ๆ แต่ว่าบนดินก็ผ่ามาไม่ได้ บนฟ้าพวกมันไม่น่าจะทำได้ ยกเว้นจะมีฝูงแวมไพร์มาเสริม เดี๋ยวก่อนใต้ดิน!’ ลูอิสเหมือนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้แล้ว

“ในกองทัพซอมบี้ยังมีหนอนซอมบี้อีกไหม!” ลูอิสถามหัวซอมบี้ด้วยน้ำเสียงที่ดังและร้อนใจ

หัวซอมบี้ตื่นตกใจ ก่อนจะตอบไปว่า “มี...มีอีกจำนวนมาก”

ลูอิสได้ยินดังนั้นก็รีบโยนหัวซอมบี้ไปเก็บในหีบเหล็กทันที ก่อนจะรีบวิ่งลงจากเรือเหาะไป

“สั่งการลงไปให้ทุกคนระวังใต้ดิน” ลูอิสสั่งดรูอิดสื่อสารให้แจ้งทุกคน

คำสั่งของลูอิสสร้างความงุนงงให้กับทหารทุกคน

“ท่านลูอิสใต้ดินมีอะไรขอรับ” อาร์มันโด้เข้ามาถาม

“พวกมันมาทางใต้ดิน” ลูอิสตอบไป

เฟดี้และคนอื่น ๆ ที่ได้ยินก็พากันมีสีหน้าเคร่งขรึม ต่างก้มหน้ามองไปรอบ ๆ เท้าของตัวเอง ในพื้นดินที่เฉอะแฉะการจะขุดอุโมงค์นั้นมากเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็ยังระวังตัวตามคำเตือนของลูอิส

อาร์มันโด้ขยับตัวช้า ๆ เอาหัวแนบพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยฝน ก่อนจะพยายามตั้งใจฟัง แม้จะมีเสียงฝน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขา ถ้าตั้งใจฝังก็น่าจะได้ยินอะไรบ้าง

แต่แล้วในตอนนั้นเองก็มีมือซอมบี้พุ่งออกมาจากดินโคลนพยายามจับคว้าจับอาร์มันโด้ อาร์มันโด้ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วก็กระทืบเข้าไปในจุดที่ซอมบี้โผล่มาจนดินตรงนั้นยุบตัวกลายเป็นหลุมอุโมงค์

ด้านล่างมีซอมบี้จำนวนมาก

ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะว่าหลังจากที่ค้นพบซอมบี้แล้วมันก็เหมือนกับเป็นชนวนจุดระเบิดทำให้มีหนอนยักษ์ซอมบี้จำนวนมากพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินตามใต้เท้าของทหารผ่านลูอิส

ใครที่หนีไม่ทันก็จะโดนหนอนยักษ์ซอมบี้กินไปในทันทีและอุโมงค์ที่พวกมันขุดขึ้นมานั้นยังเต็มไปด้วยซอมบี้และทหารโครงกระดูกจำนวนมากพากันคลานมุดออกมา

ลูอิสเข้าใจทันทีนี่คือหมัดเด็ดของอัศวินโครงกระดูก พวกมันใช้ทางใต้ดินมุดผ่านแนวหน้ามาที่ด้านหลังกองกำลังของพวกเขาโดนตรง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด