ตอนที่แล้วบทที่ 24: เทียนจื่อเหมินเซิง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 26: ให้เข้าสถาบันจี้เซวี่ย

บทที่ 25: ปราบเย่ชิง


ไอ้เย่ชิงที่ได้ยินแบบนั้นมันก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะโอกาสที่จะต่อสู้กับเย่เซิง  มันประสานมือพูดอย่างสุภาพว่า “ฝ่าบาทตรัสว่าอย่างยุติธรรม  เย่เซิงไม่มีทางเอาชนะหม่อมข้าได้  ดังนั้นจึงไม่มีทางได้ตำแหน่งเทียนจื่อเหมินเซิงไปครองอย่างแน่นอนพะยะค่ะ”

อีหูเหมยแม่มันที่เฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ อยากจะพูดอะไรออกไปเหลือเกินแต่ก็พูดไม่ได้  นางรู้การรบราระหว่างผู้หญิงดี  ไอ้ลูกโง่เย่ชิงนี่มันได้ทำให้พระมเหสีทรงกริ้วแล้ว  ถ้าเกิดมันยังโง่ไปเอาชนะเย่เซิงอีกล่ะก็เรื่องจะไม่จบง่าย ๆ พระนางต้องเอาไอ้ลูกหน้าโง่ของนางถึงตายอย่างแน่นอน

ส่วนไอ้โง่ก็สมเป็นไอ้โง่  มันไม่คิดอะไรเลยในสายตามันมีแต่เย่เซิงเท่านั้น  มันยื่นมือท้าทายเขาด้วยความมั่นใจ “เข้ามาเลยเย่เซิง  ข้าจะต่อให้เจ้าก่อนสามกระบวนท่า”

เย่เซิงมองไปที่ไอ้โง่ด้วยสายตาแปลก ๆ ‘ต่อให้ก่อนสามกระบวนท่า?’

“ไม่จำเป็น  ข้าว่าเจ้าควรจะตั้งใจสู้แล้วแสดงฝีมือทั้งหมดออกมาจะดีกว่า  ไม่อย่างนั้นข้าเกรงว่าเจ้าจะอยู่ไม่ครบสามกระบวนท่าเอา” เย่เซิงกล่าวอย่างสงบ

“คุยโวโอ้อวดขนาดนี้ไม่อายน้ำหน้าตนเองบ้างเหรอ?  เย่เซิงเอ๋ย  ตัวเจ้าที่ปกติเป็นแค่ไอ้ขี้ขนาดทำไมวันนี้ถึงได้อวดเบ่งนักฮะ?  หรือเป็นเพราะต่อหน้าพระพักตร์เลยแสร้งทำเป็นเก่งเพื่อพิสูจน์ตัวเองอยู่?” ไอ้เย่ชิงถากถางอย่างเย็นชา

“แต่เท่าที่ดูตอนนี้คนที่อยากพิสูจน์ตัวเองคงไม่ใช่ข้าแต่เป็นเจ้ามากกว่า  เอาล่ะพูดมากไปก็ไร้ประโยชน์  จะเอาอย่างไรก็เข้ามาเถอะ” เย่เซิงยิ้มบาง ๆ อย่างผ่อนคลาย

ทุกคนเฝ้าดูเย่เซิงกับเย่ชิงอย่างไม่กระพริบตา  องค์จักรพรรดิเองก็นั่งรอให้ทั้งสองคนต่อสู้อารมณ์เหมือนกำลังรอดูการแสดงอันน่าตื่นเต้น

“ดี!  งั้นเจ้าก็เอาหมัดพยัคฆ์สยบขุนเขาของข้าไปกินดูก็แล้วกัน!” สีหน้าของไอ้เย่ชิงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม  มันขยับกายใช้กระบวนท่าตามวิชาที่ฝึกฝนมา  ร่างมันราวกับเสือโคร่งดุร้าย  แรงกดดันที่ปล่อยออกมานั้นช่างรุนแรงดุดันสมเป็นเสือ  จากนั้นมันก็ปล่อยหมัดที่รวดเร็วว่องไวและดุร้ายเหมือนเสือหิวไล่ล่าตะปบเหยื่อเข้าใส่เย่เซิง

ปั้ง!

การจู่โจมอย่างกะทันหันของไอ้เย่ชิงไม่ได้ทำให้เย่เซิงแปลกใจ  เขาจี๋เฟิงปู้ทันทีทำให้ร่างกายของตนราวกับสายลมที่พลิ้วไหวล่องลอยไป  ขณะที่หลบหลีเขาก็ปล่อยหมัดสวนเข้าใส่มันคืนไปด้วยอย่างรุนแรง

ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!

เสียงระเบิดดังขึ้นสี่ครั้งซ้อนสะท้อนไปทั่วบริเวณ  วิชาหมัดของเย่เซิงไม่ได้ซับซ้อนไม่ปล่อยแรงกดดันอะไร  จอมยุทธ์หน้าไหนมาเห็นก็ต้องรู้เลยว่านี่เป็นวิชาหมัดพื้น ๆ อย่างเพลงหมัดกุ่นจี๋ฉีธรรมดา ๆ

ความเสียหายที่เพลงหมัดกุ่นฉีสามารถสร้างได้นั้นมีเพียงเล็กน้อย  เว้นเสียแต่ว่าผู้ฝึกจะเข้าถึงมันได้อย่างลึกซึ้ง  แต่ละหมัดจะมาพร้อมกับเสียงระเบิดซึ่งทบทวีพลังทำลาย

หมัดของเย่เซิงมาพร้อมกับเสียงระเบิดสี่ครั้งซ้อน  และนั่นก็ทำให้ผู้คนเกิดความประหลาดใจได้มากเกินพอแล้ว

ไอ้เย่ชิงมันมองเย่เซิงอย่างตกใจในขณะที่ถอยหลบ  มันยกฝ่ามือขึ้นมากันหน้าอกรับหมัดของเย่เซิงไว้

ปั้ง!

เย่เซิงซึ่งเป็นเพียงโฮ่วเทียนสามชั้นฟ้านั้นระเบิดพลังเพียงหกถึงเจ็ดร้อยจิน  บวกกับแรงจากระเบิดสี่ตลบจากหมัดกุ่นฉีอีกประมาณสี่ร้อยจินทำให้เป็นหนึ่งพันจิน  ซึ่งพลังไม่ได้ด้อยไปกว่าไอ้เย่ชิงซํกเท่าไหร่  เมื่อทั้งคู่ปะทะกันจึงได้กระเด็นถอยหลังกันไปคนละสองสามก้าว

แต่สามก้าวเย่เซิงนั้นเบาหวิวราวกับแมลงปอที่แตะพื้นน้ำโดยไม่ทิ้งรอยกระเพื่อม  ดังนั้นพื้นเวทีที่เขาเหยียบเลยไม่มีแผลแม้แต่นิดเดียว

แต่สามก้าวของไอ้เย่ชิงนี่หนักหน่วงมาก ๆ มันเหยียบพื้นแตกไปหลายแผ่นเหลือรอยเท้าติดเต็มไปหมด

เห็นได้ชัดเจนแล้วว่าใครเจ๋งใครไม่เจ๋ง  ใครของจริงและใครของปลอม

สีหน้าของไอ้เย่ชิงมืดหม่นลงอย่างมาก  สายตาจับจ้องไปที่เย่เซิงและถามว่า “เมื่อครู่เจ้าใช้เพลงหมัดกุ่นฉี?”

มันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิชาที่แม้แต่ขอทานยังไม่เหลียวแลแบบนั้นจะสามารถซัดมันจนถอยหลังถึงสามก้าวได้  เรื่องบ้าบอเช่นนี้ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลย

“ถูกต้อง  เป็นเพลงหมัดกุ่นฉีของแท้ไม่มีเป็นอื่น” เย่เซิงตอบขณะที่ยืนตัวตรงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“เพลงหมัดกุ่นฉีไม่ได้ทรงพลังขนาดนี้” ไอ้โง่ยังส่ายหน้าโง่ ๆ ของมันปฏิเสธความจริง

“วิชาวรยุทธ์ใด ๆ ในโลกนี้เมื่อถูกสร้างขึ้นย่อมมีพลังพิเศษเฉพาะตัวของมันอยู่  เพลงหมัดกุ่นฉีเองก็เป็นวิชาที่ค่อนข้างดี  แต่มันก็ค่อย ๆ กลายเป็นที่รู้จักกันทั่วมากจนเกินไป  สุดท้ายแล้วแม่แต่นักเลงหัวไม้ข้างถนนหรืออาชญากรระดับต่ำ ๆ ก็ยังใช้เป็นจึงได้โดนดูถูกว่าเป็นวิชาชั้นต่ำไร้ประสิทธิภาพซึ่งมีเพียงแค่เหล่าชนชั้นต่ำเท่านั้นที่ใช้  ที่เจ้าบอกว่าหมัดกุ่นฉีไม่ได้ทรงพลังก็เป็นเพราะในใจของเจ้าเอาแต่ดูถูกวิชานี้  และด้อยค่ามันว่าเป็นวิชาต่ำต้อยจนไม่เคยใส่ใจต่างหาก” เย่เซิงกล่าวอย่างเฉยเมย

ไอ้เย่ชิงรู้สึกอับอายแต่ก็โกรธด้วย  มันโกรธที่โดนสั่งสอนต่อหน้าคนอื่น ๆ และที่สำคัญเลยคนที่กำลังสั่งสอนมันอยู่คือไอ้เย่เซิงที่มันโคตรเกลียด  มันเลยรู้สึกผิดหวัง เขาเกลียดมันเมื่อคนอื่นสอนเขา และที่แย่กว่านั้นคือ เย่เซิง ที่กำลังสอนเขาอยู่ตอนนี้ เขาส่งเสียงคำรามต่ำ “หนวกหู!  ทุกคนรู้ดีว่าวิชาหมัดกุ่นฉีมันก็แค่วิชาหมัดขยะ ๆ เดี๋ยวข้าจะแสดงให้เจ้าได้เห็นเองว่าความขยะของมันอยู่ที่ตรงไหน!”

ตึ้ม!

พลังชี่ภายในกายของไอ้เย่ชิงระเบิดออกอย่างหักโหมโดยมีความโกรธแค้นเป็นแรงขับและกลายเป็นวงกลมลอยอยู่ด้านหลังมัน  ทำให้มันดูดีมีสง่าสุด ๆ

ดวงตาขององค์จักรพรรดิเป็นประกาย “นั่นวิชาเก้าชีพจรตระกูลหูใช่ไหม?”

เย่หวางเหย่พยักหน้าตอบ “เป็นเคล็ดวิชาเก้าชีพจรตระกูลหู  แม่ของเย่ชิงเป็นผู้สอนเองพะยะค่ะ”

“วิชาพิเศษตระกูลหูนี้ช่วยเหลือต้าฉินของเราไว้ได้มากมาย  ไม่รู้ว่าเย่เซิงจะรับมือวิชานี้ได้อย่างไร” องค์จักรพรรดิกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างสนุกสนาน

พระมเหสีเย่กำหมัดแน่นด้วยใบหน้าเย็นชา “หม่อมฉันเชื่อในตัวน้องสิบสองเพคะ”

เย่หวางเหย่มองอย่างเย็นชาโดยไม่พูดอะไรสักคำ  ทำราวกับว่าคนสองคนที่ต่อสู้กันต่อหน้าเขาไม่ใช่ลูกชายตัวเอง  แต่เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าธรรมดา ๆ สองคนมีเรื่องกัน

หนึ่งชีพจรปรากฏ  ไอ้เย่ชิงก็แสดงสีหน้าพึงพอใจ  มันเพิ่มความเร็วขึ้นเหมือนสายฟ้าแล้วออกหมัดด้วยความเร็วสูงจนมองตามทันได้ยาก

ปั้ง!  ปั้ง!  ปั้ง!

เสียงระเบิดดังสนั่น

เมื่อนายหญิงเฒ่าเห็นแบบนั้นมันก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ “นี่แหล่ะความแตกต่างระหว่างลูกภรรยากับลูกนางทาส  เย่ชิงคือหนึ่งในทายาทตระกูลเย่ตัวจริง”

หูเหมยเองก็เริ่มยิ้มและคลายความกังวลที่เคยมีอยู่เดิม  เพราะไหน ๆ ลูกชายสุดที่รักก็ทำให้พระมเหสีเย่ไม่พอพระทัยแล้วก็ทำให้มันถึงที่สุดไปเลย  ตัวนางกับลูกมีตระกูลหูหนุนหลังอยู่จึงย่อมไม่กลับการคุกคามของพระนางอยู่แล้ว

ทางด้านเย่เซิงนั้นเหมือนโดนหยุดไปแว้บหนึ่ง  ไอ้เย่ชิงมันจู่โจมรัว ๆ อย่างกับสายฝน  วิชาเก้าชีพจรของมันก็แข็งแกร่ง  ถึงมันจะยังใช้ได้แค่หนึ่งชีพจรแต่ก็สามารถเสริมกำลังให้มันได้อีกตั้งยี่สิบในร้อยส่วน  ซึ่งพลังของมันสยบเย่เซิงอย่างรุนแรงจนเขาไม่อาจป้องกันตัวได้

จริง ๆ แล้วก็เป็นเพราะความต่างระหว่างหกชั้นฟ้ากับสามชั้นฟ้าด้วยนั่นแหล่ะ  สีหน้าเย่เซิงเปลี่ยนเป็นจริงจัง  ต่อให้โดนกระหน่ำอย่างหนักถึงขนาดนี้แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่งไร้ความตระหนก  เขาทำการคลี่คลายการจู่โจมที่โถมเข้ามาอย่างใจเย็น

แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยให้มันจู่โจมอยู่ฝ่ายเดียวไม่หยุดแบบนี้ต่อไปได้  ไม่งั้นเขาจะแพ้ในที่สุด

‘รวมพลังห้าสิบคน!’ เย่เซิงคำรามภายในใจ

ตันเถียนดาวโลกสั่นสะเทือนในทันใดและพลังก็พวยพุ่งเข้าสู่ตัวเขา

มันคือพลังที่รวบรวมมาจากโฮ่วเทียนสองชั้นฟ้าห้าสิบคน  ชาวโลกไม่ได้เอาแต่นั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยไปวัน ๆ แต่พวกเขาขยันหมั่นเพียรยิ่งกว่าตัวเย่เซิงเองด้วยซ้ำ  เพราะว่าเย่เซิงที่อยู่ในหวางฝูบัดซบนี่จะฝึกฝนวรยุทธ์อะไรก็ยากเย็นแต่เหล่าชาวโลกนั้นไม่ใช่  พวกเขาสามารถฝึกฝนได้ตามใจชอบโดยไม่จำเป็นต้องแอบ  ดังนั้นการที่จะมีคนถึงห้าสิบคนเป็นโฮ่วเทียนสองชั้นฟ้าได้แล้วจึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด

ด้วยพลังความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมา  ดวงตาของเย่เซิงเบิกกว้างเขารู้สึกเหมือนมังกรวารีที่หลุดจากโซ่ตรวนเหมือนพยัคฆ์ร้ายที่หลุดจากกรงขัง  สองเท้าขาตวัดเตะเหมือนกรรไกรที่ตัดท้องฟ้าส่งไอ้เย่ชิงกระเด็นออกไป  จากนั้นก็ปล่อยหมัดซ้ำใส่ตัวมันไปหนึ่งหมัด  สองหมัด  สามหมัด...

เย่เซิงเปลี่ยนเป็นฝ่ายได้เปรียบในทันใด  พลังระดับโฮ่วเทียนสองชั้นฟ้าห้าสิบเท่าทำให้กล้ามเนื้อและเส้นลมปราณของเขาปูดโปนเพราะพลังที่อัดแน่น  และเป้าหมายเดียวในตอนนี้ที่จะใช้ระบายพลังขนาดนี้ออกได้ก็คือไอ้เย่ชิงที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว

การจู่โจมนั้นราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ!

การจู่โจมของเย่เซิงเหมือนกับเห็นภาพเมื่อครู่  เพียงแต่สลับกันระว่างผู้จู่โจมกับผู้ต้านรับ  และแตกต่างกันที่พลังทำลายโดยก่อนหน้านี้ไอ้เย่ชิงจู่โจมราวกับเม็ดฝนหล่นพรำชื่นใจ  แต่พลังทำลายที่เย่เซิงนั้นราวกับภัยธรรมชาติพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่ม

นายหญิงเฒ่าที่เอ่ยปากชื่นชมหลานรักอย่างหน้าชื่นตาบานเมื่อกี๊ก็เงียบกริบสรหน้าเย็นเยือก  ใบหน้ามันนี่มีแต่ความรังเกียจ

สีหน้าของอีหูเหมยแม่ไอ้เย่ชิงเองก็เปลี่ยนไปอย่างหนักด้วยเหมือนกัน  มันจ้องเย่เซิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ  เพราะเมื่อไม่นานมานี้ไอ้ขยะเย่เซิงนั่นยังถูกลูกชายตัวเองใช้แค่หมัดเดียวทุบตีบาดเจ็บสาหัส  แต่ตอนนี้ไอ้ขยะนั่นมันกลับเอาชัยจากลูกชายตัวเองได้แล้ว?

ดวงตาของเย่หวางเหย่ที่มองเย่เซิงอย่างระมัดระวังได้มีประกายประหลาดปรากฏขึ้น  และมันก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าไอ้เย่ชิงลูกชายตัวเองจะโดนทุบตีจนบาดเจ็บหรือไม่

และมีเพียงพระมเหสีเย่เท่านั้นที่ปรบมืออย่างมีความสุข “ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!  เจ้าไม่ทำให้พี่ผิดหวังแม้แต่น้อย!  น้องสิบสองของพี่เก่งที่สุดจริง ๆ ด้วย!”

การสนับสนุนเย่เซิงอย่างเปิดเผยของนางทำให้องค์จักรพรรดิทรงหัวเราะชอบใจอย่างเช่นกัน

3.5 2 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด