ตอนที่แล้วEp.263 - เพลงดังที่ใครฟังก็รู้
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEp.265 - ลูกน้องมนุษย์ปลา

Ep.264 - แผนปลูกต้นไม้


3/3

Ep.264 - แผนปลูกต้นไม้

หวังเอ๋อปรากฏตัวขึ้นบนเวทีร้องเพลง

หลังจากทุกคนได้สติ บาร์นักท่องราตรีที่เมื่อคเงียบงันก็กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง

“ใช้ได้!”

“สุนัขร้องเพลงได้ดี!”

“พี่รองฮัสกี้ร้องเพลงเก่งมาก!”

“อีกเพลง ขออีกเพลง!”

กลายเป็นว่าผู้คนให้ผลตอบรับดีกว่าที่คาดไว้มาก

เนื่องจากฮัสกี้ตอนนี้เป็นเน็ตไอดอล และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางบนถนนสายนี้ มันเลยมีชื่อเสียงและมีแฟนๆเป็นจำนวนมาก

หลายคนในบาร์ตั้งร้านค้าหรืออาศัยอยู่แถวนี้ ดังนั้นรู้จักสุนัขเป็นอย่างดี ส่วนคนที่ไม่เคยเห็นมัน ตั้งแต่ยุคใหม่มาเยือน แนวคิดของพวกเขาก็เปลี่ยนไป ทำให้สามารถยอมรับสิ่งน่าเหลือเชื่อได้ง่ายขึ้น เรื่องสุนัขร้องเพลงได้นี่เป็นแค่อะไรเล็กน้อยเท่านั้นหากเทียบกับเรื่องอื่นๆที่พวกเขาเคยเจอ

แม้เสียงสุนัขจะฟังยากเหมือนฆ้องแตก

แต่สุดท้ายมันเป็นแค่สุนัข คุณไม่สามารถคาดหวังให้สุนัขร้องเพลงในระดับแชมป์รายการ The Voice ได้

หวังเอ๋อได้กลิ่นอายของเจ้านาย

มันไม่ร้องเพลงต่อ รีบเดินลงไปหลังเวทีทันที

“ฮ่ง ฮ่ง ฮ่ง”

“มันเจ็บ สุนัขเจ็บ!”

“เจ้านายไว้ชีวิตด้วย เจ้านายโปรดไว้ชีวิต!”

ฮังอวี่คว้าสองหูของฮัสกี้ ถลึงตามองมันแล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้เป็นเวลาทำงาน แต่นายกลับมาเที่ยวเล่นที่บาร์ ถึงขนาดนี้แล้วยังกล้านับถือฉันเป็นเจ้านายอีกหรอ!”

ใบหน้าของฮัสกี้บิดเบี้ยว “ฮ่ง เจ้านายเข้าใจผิดแล้ว ตอนนี้เปิ่นหวังกำลังใช้รางแยกทำงานหนักอยู่!”

พอฮัสกี้พูดแบบนี้

ฮังอวี่ก็ไม่รู้จะต่อว่ามันอย่างไรดี

เจ้าหมอนี่มีความสามารถในการแยกร่างอันทรงพลัง

แม้ร่างแยกเหล่านั้นจะแทบไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้ แต่สุดท้ายพวกมันถูกควบคุมด้วยจิตสำนึกเดียวกัน ดังนั้นสามารถแยกย้ายกันทำสิ่งต่างๆในเวลาเดียวกัน และไม่เกิดการรบกวนซึ่งกันและกันได้

อย่างเช่นในตอนนี้

หวังเอ๋อปล่อยร่างแยกสามตัว

ตัวแรกเล่นเกมอยู่ที่บ้าน

ตัวที่สองนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง

ตัวที่สามคอยสั่งการอยู่ในสำนักงานมังกรฟ้า

ส่วนร่างจริง? ร่างจริงก็อยู่ตรงหน้าฉันนี่ไง เที่ยวเล่นสนุกไปรอบๆบาร์!

เล่นเกม เรียน ทำงาน พักผ่อน ทำทั้งหมดในเวลาเดียวกัน

ให้ตายสิความสามารถนี้ช่างดีเหลือเกิน!

ฮังอวี่รู้สึกอิจฉาจนอดเขกหัวสุนัขจนปูดเป็นเกาลัดลูกโตๆไม่ได้ “จะยังไงก็ช่าง นายห้ามมาที่นี่ในเวลางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามเปิดเผยตัวอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ฮัสกี้ลูบหัวตัวเอง

ใบหน้าของมันดูโศกเศร้าและหดหู่

เจ้านายจะเรียกร้องจากสุนัขมากเกินไปแล้ว!

อยากให้หมาทำงานก็ทำ ให้หมาเรียนก็เรียน ให้หมาเป็นประธานก็เป็น แต่ตอนนี้ยังต้องการให้หมาทำตัวติดดินอีก ... โถ่ ชีวิตหมาช่างยากเย็นนัก!

ฮังอวี่ไม่ได้ดื่มต่อ

วันนี้เป็นวันแรกที่บาร์เปิด

สุนัขกระดี้กระด๊าเกินขอบเขตไป เดี๋ยวมันจะทำให้เกิดปัญหาได้

ดูเหมือนฮังอวี่จะไม่ชอบเป็นที่สนใจมากนัก เขาจึงพาสุนัขออกจากบาร์

หนึ่งคนหนึ่งสุนัขเดินไปตามถนนมังกรฟ้า และไม่นานก็มาถึงร้านโพชั่นที่กำลังร้อนแรง

มีคนต่อแถวยาวเหยียดอยู่หน้าร้านโพชั่นมังกรฟ้า

บาร์ ร้านโพชั่น ร้านอาหาร ตลอดจนร้านขายอุปกรณ์และซูเปอร์มาร์เก็ตที่กำลังจะเปิดในอนาคต ทั้งหมดคือคลังเงินของฮังอวี่

เมื่อฮังอวี่มาถึงร้านอาหาร

ซูหยุนปิงก็ได้เจรจากับปรมาจารย์ค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ปรมาจารย์ค่ายกลจากสกายเน็ตจะเริ่มตรวจวัดพื้นที่ของร้านอาหาร ร้านขายโพชั่น และบาร์ จากนั้นในอีกสองวัน พวกเขาจะตั้งรูปแบบค่ายกลต้องห้ามเลเวล 10 ในสถานที่เหล่านี้

หมาหวังเอ๋อเอ่ยถามอย่างอยากรู้ “ค่ายกลต้องห้ามคืออะไร?”

“เป็นค่ายกลที่สามารถผนึกสกิลที่ใช้งานได้ทั้งหมด ตราบใดที่เลเวลเจ้าของสกิลไม่เกินกว่าเลเวลของค่ายกล พวกเขาจะไม่สามารถใช้สกิลได้ และไม่ต้องกังวลเลเวลค่ายกลจะถูกอัพเกรดอีกในภายหลัง”

ซูหยุนปิงผลักขอบแว่นตาของเธอ

และยังคงกล่าวแนะนำสั้นๆต่อว่า

“ค่ายกลต้องห้ามยังมีข้อดีอีกอย่าง นั่นคือสามารถยกเลิกข้อจำกัดให้เฉพาะคนของเราล่วงหน้า ดังนั้นเมื่อค่ายกลแสดงผล คนนอกจะไม่สามารถใช้สกิลได้ แต่คนของเรายังใช้ได้เหมือนเดิม นี่เท่ากับเป็นการรับประกันความสงบและปลอดภัยเพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ ซูหยุนปิงยังเสนอว่าจะสร้างค่ายกลป้องกันเหมือนอะไรจำพวกบาเรียในอนาคต

หากทำได้จริงๆ ไม่เพียงหลีกเลี่ยงความโกลาหลที่เกิดขึ้นจากภายใน แต่ยังสามารถต้านทานการโจมตีจากภายนอกได้อีกด้วย

ซูหยุนปิงจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า!

สมาคมมังกรฟ้ากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจร้านโพชั่น ร้านอาหาร และบาร์กำลังเป็นที่นิยม!

และต่อไปย่อมดึงดูดความอิจฉาของผู้คน

แทนที่จะรอจนกว่ามีคนมาก่อเรื่อง เธอควรวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย นอกจากนี้มันยังเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจและกล้ามาจับจ่ายมากขึ้น

“อาจารย์ทำได้ดีมาก อันที่จริง ไม่ใช่แค่ร้านค้า แต่ในอนาคต มันจะดีกว่าถ้าครอบคลุมทั้งถนนหรือแม้แต่ชุมชนมังกรฟ้า ถ้ามีค่ายกลต้องห้ามและค่ายกลป้องกัน สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งที่คึกคักที่สุดและปลอดภัยที่สุดในเจียงเฉิง”

ซูหยุนปิงเกือบสำลัก

กระทั่งตัวเธอยังไม่กล้าคิดถึงเรื่องนี้

“นั่นเป็นไปไม่ได้”

“ค่าใช้จ่ายในการสร้างค่ายกลสูงเกินไป”

“แค่เชิญปรมาจารย์ค่ายกลมา ก็ต้องใช้ 1,000 แต้มบุญระดับห้าต่อวัน และค่าก่อสร้างยังคำนวณแยกเป็นหินคริสตัล ที่คุยกันเหมือนต้องใช้เวลาสองวันในการสร้างค่ายกลในร้านอาหาร ร้านโพชั่นและบาร์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกือบ 150 หินคริสตัลเขียวหรือมากกว่านั้น”

“และงานจ้างสร้างค่ายกลของสกายเน็ตไม่เคยลดราคา”

“ดังนั้น ถึงจะมีราคาแพงมาก แต่เพื่อการพัฒนาในระยะยาว พวกเราได้แต่ยอมเฉือนเนื้อ ขนาดร้านในสมาคมไม่กี่แห่งพวกเรายังเป็นแบบนี้ ขืนคิดวางค่ายกลทั้งถนนและชุมชน ต้นทุนคงสูงเกินจินตนาการ”

ฮังอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ราคานี้ค่อนข้างแพงจริงๆ!

แม้ปรมาจารย์ค่ายกลจะหายาก แต่พวกเขามีวัสดุหลักในการสร้างค่ายกลอยู่แล้ว การที่สกายเน็ตยังคงเรียกเก็บแต้มบุญในราคาสูงขนาดนี้ บอกได้เลยว่าพวกเขากำลังฟันกำไรในขณะที่ของกำลังหายาก!

แต่สกายเน็ตเป็นหน่วยงานของรัฐ

และค่ายกลต้องห้ามมีแค่สกายเน็ตฝ่ายเดียวที่สามารถสร้างได้

ดังนั้น แม้จะมีราคาแพงกว่าที่คาด แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้มหน้ายอมถูกโกง

สำหรับกองกำลังอื่นๆ ต่อให้พวกเขามีเงินมากพอ ก็เกรงว่าคงจ้างสร้างค่ายกลไม่ได้

ที่ทางสกายเน็ตยอมรับคำขอของซูหยุนปิง เหตุผลก็เพราะอันดับการมีส่วนร่วมของเธอสูงติดหนึ่งในสิบ อีกทั้งเธอยังมีคอนเนคชั่นและภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ มีผลึกค่ายกลอยู่ในมือ พวกเขาจึงตอบตกลง

ฮังอวี่คิดทบทวนอยู่พักหนึ่ง

“นี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว”

“พวกเราไม่สามารถพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอกมากเกินไปได้”

“ตั้งแต่วันนี้ไป อาจารย์ต้องสร้างทีมปรมาจารย์ค่ายกลเป็นของพวกเราเอง!”

ในที่สุดเขาก็เอ่ยถามว่า “อาจารย์มีคอนเนคชั่นและเส้นสาย เพราะงั้นน่าจะพอมีวิธีรับสมัครปรมาจารย์ค่ายกล ถูกไหม?”

ซูหยุนปิงยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องมาเตือนฉันหรอก ฉันลงมือไปแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องคอยจ้างปรมาจารย์ค่ายกลตลอด ตอนนี้ในสมาคมโลกวิญญาณมีปรมาจารย์ค่ายกลอยู่ ฉันกำลังลองดึงตัวพวกเขา”

“ดึงตัวคนจากสมาคมโลกวิญญาณ? สมาคมโลกวิญญาณเป็นบ้านน้อยของอาจารย์ไม่ใช่หรอ?” ฮังอวี่แสดงสีหน้าประหลาดใจ “ขืนทำแบบนี้เหล่าซูจะไม่โกรธเอาหรือ?”

ซูหยุนปิงกล่าวเสียงเรียบ “ไม่ต้องกังวล พ่อไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก!”

ฮังอวี่ยกนิ้วโป้งให้ซูหยุนปิง ถึงขั้นนี้แล้วเขายังมีอะไรต้องกลัวอีก เพื่อขยายสมาคมของตัวเอง คนหน้าเนื้อใจเสือซูกล้ากระทั่งแย่งคนของพ่อตัวเอง

ฮังอวี่ถึงกับต้องปรบมือให้รัวๆ

และเขาไม่สงสัยเลยว่าเธอจะทำไม่สำเร็จ

ในไม่ช้า สมาคมมังกรฟ้าจะมีปรมาจารย์ค่ายกลเป็นของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม แค่มีปรมาจารย์ค่ายกลอาจยังไม่เพียงพอ เขาจำเป็นต้องค้นหารูปแบบค่ายกลอื่นๆด้วย

แต่โอกาสที่รูปแบบค่ายกลจะดรอปจากมอนสเตอร์นั้นมีน้อยมาก และโอกาสที่จะได้จากหีบสมบัติก็ไม่มากเช่นกัน ดังนั้นวิธีแก้ทางของฮังอวี่ก็คือ เขาจะหาซื้อมันจากพ่อค้าลึกลับ

ซูหยุนปิงจิบชาแล้วเอ่ยถาม “ค่ายกลต้องห้ามตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ต่อไปฉันจะวางแผนจัดตั้งทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของเราบนถนนมังกรฟ้า เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยที่นี่”

ฮังอวี่พยักหน้า

ซูหยุนปิงเป็นคนคิดการณ์ไกลทั้งเรื่องงานและการวางแผน

แม้กล่าวว่าเป็นทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวเพื่อดูแลความสงบ แต่ที่จริงแล้วมันคือการโชว์ศักยภาพของกองกำลังว่าพวกเรามีความสามารถในการปกครองพื้นที่

ฮังอวี่เอ่ยถาม “มีอะไรให้ผมช่วยไหม?”

“มี ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งทีมรักษาความปลอดภัยเต็มเวลาค่อนข้างสูง แม้รายได้ของพวกเราจะมั่นคง แต่จะดีกว่าถ้ารีบเพิ่มกำไรจากช่องทางอื่น” ซูหยุนปิงกล่าว “ฉันต้องการเริ่มโครงการปลูกต้นไม้วิญญาณในระยะยาว เป็นต้นไม้ที่เหมือนกับในลานบ้านนาย”

ฮังอวี่รู้ทันทีว่าซูหยุนปิงกำลังคิดอะไรในใจ

เธอต้องการปลูกต้นไม้วิญญาณบนถนนมังกรฟ้าใช่หรือไม่?

นั่นเป็นความคิดที่ดีมาก!

อันที่จริงไม่ใช่แค่ถนนมังกรฟ้า แต่ถ้ารวมไปถึงในชุมชนมังกรฟ้ามีต้นไม้วิญญาณขึ้นอยู่ตามทางแยกต่างๆ ถึงเวลาพวกมันจะกลายเป็นเสาหลักในการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยในพื้นที่!

แล้วอีกอย่าง ต้นกล้าของต้นไม้วิญญาณเป็นแค่ไอเท็มสีขาวเท่านั้น

เพราะงั้นราคาของมันจึงไม่แพงและหาไม่ยาก

แผนปลูกต้นไม้นี้สามารถทำได้!