ตอนที่แล้วEp.255 - ผลเก็บเกี่ยว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEp.257 - กำจัดวัชพืชที่หยั่งรากลึก

Ep.256 - ป้อมปราการหอคอยเขตแดน


2/3

Ep.256 - ป้อมปราการหอคอยเขตแดน

ดวงตากลมโตของเจียงหนานเต็มไปด้วยประกายของความเลื่อมใส

“พี่มหาเทพช่างน่าอัศจรรย์!”

“ฉันได้ยินจากเจ้าหมาหมดแล้ว”

“พี่ฆ่ามอนสเตอร์เจ้าถิ่นด้วยตัวคนเดียว!”

เจียงหนานจงใจไม่ลดเสียงของเธอ มีคนไม่มากนักในที่หลบภัยของโนมส์ และนักศึกษาผู้งดงามเป็นที่สะดุดตาของผู้คนอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเสียงของเธอดังขึ้น จึงได้รับความสนใจจากทุกคน

อะไรนะ?

ฉันหูฝาดไปใช่ไหม?

คนๆเดียว ... ฆ่าระดับเจ้าถิ่นได้!?

นี่เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า? คงไม่ใช่สัตว์ประหลาดปลอมตัวมาหรอกนะ?

ทุกสายตาเหม่อมองฮังอวี่

นักรบคนหนึ่งเอ่ยถามทันที “น้องเจียง เมื่อกี้พูดจริงหรอ?”

“เป็นไปไม่ได้” นักบวชอีกคนหนึ่งกระซิบ “คนๆเดียวจะฆ่ามอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นได้ยังไง!”

“หืม ฉันจะโกหกไปทำไม พี่มหาเทพไม่ใช่แค่ฆ่ามอนสเตอร์เจ้าถิ่นเท่านั้น แต่มันยังเป็นระดับเจ้าถิ่นเลเวล 8 อีกด้วย!” เจียงหนานตอบคำถามของคนอื่นๆ “คุณทำไม่ได้ ก็ใช่ว่ามหาเทพฮังจะทำไม่ได้ซักหน่อย อย่าลืมสิว่าเขาคือคนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในกองกำลังนับพันของค่ายสามนะ!”

แม้จะเอ่ยแบบนั้น แต่กลับยังมีหลายคนแสดงสีหน้าไม่เชื่อถือ

มอนสเตอร์เจ้าถิ่นคือตัวตนแบบใด? มันแทบจะเรียกได้ว่าน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าความตาย!

คนส่วนใหญ่ในที่นี้ยังมีภาพความแข็งแกร่งของผู้บัญชาการหมูป่าฝังหัวอยู่ อีกทั้งบางคนยังเคยดูวิดีโอทางเน็ต

แค่ระดับเจ้าถิ่นเลเวล 5 ก็น่าสยดสยองมากพอแล้ว

เช่นนั้นเจ้าถิ่นเลเวล 8 จะน่ากลัวขนาดไหน?

ฉะนั้น เรื่องที่ชายคนเดียวสามารถสังหารระดับเจ้าถิ่นด้วยตัวคนเดียว มันน่าเหลือเชื่อเกินไป!

อย่างไรก็ตาม ในที่นี้ก็มีหลายคนที่เคยเห็นฮังอวี่สู้ผู้บัญชาการมนุษย์หมูป่ากับตาตัวเองมาแล้วเหมือนกัน บวกกับบางคนอยากเอาใจสาวสวย จึงเริ่มตะโกนขึ้นมา

“สุดยอด!”

“ลูกพี่ฮังโคตรเจ๋ง!”

“ได้โปรดรับการคารวะจากฉันด้วย!”

“สมแล้วที่เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของค่ายมนุษย์หมูป่า!”

เมื่อเห็นหลายคนเคารพและยำเกรงฮังอวี่

เจียงหนานก็เกิดรู้สึกสุขจากส่วนลึกของจิตใจ

ในชีวิตจริง นักศึกษาสาวเติบโตมาในเรือนกระจก ประสบการณ์ชีวิตยังน้อย ยังไม่เคยเห็นโลกกว้าง ดังนั้นพอเจอมหาเทพที่น่าเคารพเทิดทูน เธอจึงหลงใหลและมีความสุขในทุกเรื่องของเขา

เจียงหนานเคยนึกสงสัยเวลาเห็นคนอื่นคลั่งไคล้ไอดอล

โดยที่ตัวเธอเองไม่รู้เลยว่าการบูชามหาเทพกับความหลงใหลในไอดอลของแฟนๆนั้นแทบจะเหมือนกัน ตอนนี้เธอกลายเป็นแฟนพันธ์แท้อันดับหนึ่งของฮังอวี่เรียบร้อยแล้ว

และในบางครั้ง การที่เธอกับเขาอยู่ห่างไกลกันมันก็เป็นอะไรที่สวยงาม

เนื่องจากไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตจริงของคนๆนั้นเป็นอย่างไร

มันทำให้เธอสามารถจินตนาการไปไกลได้

ฮังอวี่ในสายตาของเจียงหนาน เขาคือหนึ่งเดียวที่รวมไว้ซึ่ง , ความแข็งแกร่ง , ความลึกลับ , ความฉลาด , ความรู้สึกปลอดภัย , บางครั้งก็มีออารมณ์ขัน , บางครั้งก็หยิ่งทะนง แต่เขาก็ยังดูแลคนอื่นอย่างเหมาะสม ... โดยรวมแล้วช่างเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบ!

ฮังอวี่กล่าว “เธอกลายเป็นคนประกาศข่าวเหมือนหวังเอ๋อไปแล้วหรือไง?”

เจียงหนานแลบลิ้น ท่าทีดูสนุกสนาน “พี่มหาเทพควรได้รับความเลื่อมใสจากทุกคน”

“พวกเราเข้าใจดีว่าเสี่ยวฮังเป็นคนค่อนข้างติดดิน และไม่ชอบดึงดูดความสนใจเท่าไหร่นัก”

“อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายถ้าจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพิ่มชื่อเสียงให้ตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้ว นายคือคนที่จะนำพวกเราฝ่าหอคอยเขตแดน”

จ้าวหมิงเดินเข้ามาพร้อมกับคนอื่นๆ

เมื่อฮังอวี่ได้ยินจ้าวหมิงพูดแบบนั้น เขาเอ่ยถามทันที “เรื่องกวาดล้างมอนสเตอร์ชั้นในของเขาวงกตไปถึงไหนแล้ว?”

“การต่อสู้ในวันนี้ดำเนินไปด้วยดี พวกเราฆ่ามอนสเตอร์ไป 10 กลุ่ม และเกือบจะไปถึงใต้หอคอยเขตแดน”

“แต่ยังไงก็ตาม ใต้หอคอยเขตแดนมีป้อมปราการที่ได้รับการปกป้องอย่างดี มีพวกมอนสเตอร์คอยเฝ้ายามอย่างแน่นหนา”

“พวกเรามีคนน้อยเกินไป เลยไม่มั่นใจว่าจะบุกฝ่าไปได้ บวกกับเริ่มมืดแล้ว เพราะงั้นเลยตัดสินใจเทเลพอร์ตกลับมา”

จ้าวหมิงอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ

จางเสี่ยวเฉียงตะโกนด้วยน้ำเสียงเกินจริง “ลูกพี่ฮัง ต่อไปพวกเราต้องพึ่งลูกพี่แล้ว!”

ฉูเทียนหัวและเฉินหยูพยักหน้าว่าเห็นด้วย

แม้ทั้งสองจะรู้สึกไม่พอใจที่ฮังอวี่ได้รับแสงไปคนเดียว

แต่ก็ต้องยอมรับ ว่าฮังอวี่คืออัจฉริยะอย่างแท้จริง

ความยากของป้อมปราการหอคอยเขตแดนสูงมากอย่างแน่นอน

แต่ถ้าได้ฮังอวี่มาคอยสั่งการ ทุกคนสามารถเห็นได้รำไรถึงกำไรอันงดงาม

มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีใครอยากเสี่ยงลองผิดลองถูกอีก ควรเลือกลงมือในทีเดียวด้วยหนทางที่ดีที่สุด

“ไม่ต้องห่วง ผมเข้าใจดี”

“ป้อมปราการนี้ยากจริงๆ ด้วยพลังของคนๆเดียวไม่มีทางผ่านไปได้”

ฮังอวี่พยักหน้ายืนยัน “เพราะงั้นพวกเราต้องร่วมมือกัน”

“ที่นี่มีคนอยู่แค่ร้อยนิดๆเท่านั้น คิดโจมตีป้อมปราการหอคอยเขตแดนยังถือว่าน้อยไปไหม?” ฉูเทียนหัวเอ่ยปากถามข้อกังวลในใจเขา “ครั้งก่อนที่พวกเรารวมกลุ่มโจมตีค่ายมนุษย์หมูป่า พวกเราระดมคนได้มากกว่านี้เยอะ”

“คนเยอะไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป ถ้าคนเยอะแต่เลเวลต่ำ พวกเขาอาจถ่วงแข้งถ่วงขาพวกเรา แทนที่จะเสี่ยงส่งคนจำนวนมากไป สู้เน้นส่งคนที่มีพลังรบแข็งแกร่งไปในจำนวนน้อยๆดีกว่า แต่พวกคุณไม่ต้องกังวล ครั้งต่อไปที่มาโลกวิญญาณ ผมจะนำกำลังสนับสนุนสุดแกร่งมาด้วย”

กำลังสนับสนุน?

นั่นหมายความว่ายังไงกัน?

หรือว่าฮังอวี่จะรู้จักยอดฝีมือคนอื่นๆอีก?

ถึงยอดฝีมือในค่ายจะมีมากมาย แต่นอกจากยอดฝีมือระดับเฟิร์สคลาสอย่างฮังอวี่แล้ว ยังมีคนที่ทำให้เขาเอ่ยปากว่าสุดแกร่งอยู่อีกหรือ?

ฮังอวี่ไม่ได้อธิบายอะไรลึกไปกว่านี้ แต่ก้ไม่มีใครเอ่ยถามเขาเช่นกัน

เพราะถึงยังไงมาโลกวิญญาณครั้งหน้าพวกเขาก็จะได้คำตอบอยู่แล้ว

จากนั้น ฮังอวี่นำสินสงครามที่ได้รับออกมาวางขาย แต่เห็นได้ชัดว่าทุกคนพึ่งจ่ายหินคริสตัลจำนวนมากให้แก่พ่อค้าลึกลับ ดังนั้นตอนนี้ไม่มีสำรองมากพอจะซื้อของ

ส่วนเรื่องแลกเปลี่ยน?

มีหลายสิ่งที่ฮังอวี่ยังขาดก็จริง

แต่สิ่งที่เขาขาดไม่อยู่ในมือของคนเหล่านี้อย่างแน่นอน

“นายคิดราคาหินสกิลของนักรบห้าวหาญยังไง?”

หลังจากพบว่าหินสกิลมรดกขั้น 2 ก้อนนี้เหมาะสมกับตน ฉูเทียนหัวก็แสดงท่าทีสนอกสนใจขึ้นมาทันที หินสกิลดังกล่าวมีค่ามาก หากพลาดจากมือฮังอวี่แล้ว ไม่ทราบเหมือนกันว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้มันมา จึงเอ่ยถามราคาดู

“มีสามทางเลือก” ฮังอวี่เสนอเงื่อนไขของตนเอง “หนึ่ง : ขายราคา 200 หินคริสตัลเขียวห้ามต่อรอง สอง : แลกเปลี่ยนกับหินสกิลสีเขียว ‘ควงอาวุธคู่’ ของผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ สาม : แลกเปลี่ยนกับหินสกิลปราณโทสะคลั่งของเบอร์เซิร์กเกอร์ + ส่วนต่างที่ขาดไป”

สีหน้าของฉูเทียนหัวกลายเป็นหม่อนหมอง

200 หินคริสตัลเขียวเป็นราคาที่ไกลเกินเอื้อมอย่างไม่ต้องสงสัย

กระทั่งตัวเขายังเป็นจำนวนเงินมหาศาล

ส่วนหินสกิลขั้น 2 ทั้งสองก้อนที่ฮังอวี่ต้องการตอนนี้เขาไม่มีเช่นกัน

“ขอเวลาฉันหน่อย ครั้งนี้พวกเราจ่ายหินคริสตัลกันไปเยอะ มันค่อนข้างยากถ้าจะเอาหินคริสตัลเขียวออกมาจ่ายอีก 200 ก้อน” ฉูเทียนหัวกล่าว เขาหยุดพักหนึ่งแล้วเอ่ยต่อว่า “เอาไว้ฉันจะลองตามหาหินสกิลทั้งสองก้อนที่นายพูดถึงดู”

ฉูเทียนหัวมิใช่ตัวตนเรียบง่าย

ยังไงเขาก็เป็นถึงพันโท

จัดว่าอยู่ในระดับอาวุโสของกองทัพ!

บุคคลเช่นนี้ย่อมมีเส้นสายกว้างขวาง ไม่ว่าจะในกองทัพหรือในสกายเน็ต เขามีคนรู้จักเยอะแยะ ดังนั้นถ้าให้เขาช่วยตามหา มันมีความน่าเชื่อถือและสะดวกกว่าการพยายามค้นหาด้วยตัวเองมาก

“ตกลง”

“ครั้งต่อไปในโลกวิญญาณ”

“ผมหวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนหินสกิลกับคุณ”

“นอกจากนี้ ผมยังต้องการหินสกิลขั้น 1 ‘จู่โจมฉับไว’ มีใครที่มีมันอยู่ในมือ หรือได้ข้อมูลเกี่ยวกับมันบ้าง?” ฮังอวี่ตะโกนถามทุกคน “ผมยินดีจ่ายหินคริสตัลซื้อมันในราคาเหมาะสม หรือใช้หินสกิลอื่นแลกเปลี่ยนก็ได้เหมือนกัน”

เขาตะโกนสองครั้ง

แต่ไม่มีเสียงใครตอบ

ฮังอวี่รู้สึกเสียดายเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม นี่ช่วยไม่ได้ เพราะคนในที่นี้มีน้อยเกินไป

คนยิ่งน้อย โอกาสที่จะเจอก็ยิ่งน้อยตาม บางอย่างเช่นหินสกิล การจะได้มันมาครอบครองขึ้นอยู่กับโชคจริงๆ ไม่ใช่แค่มีเงินก็สามารถหาซื้อได้

ช่างเถอะ

ค่อยๆใช้เวลาไปแล้วกัน!

ต้องมีซักวันที่ได้มันมาครอง!

ฮังอวี่ เหล่าจ้าว เจียงหนานพูดคุยกันอีกเล็กน้อย

ตอนนี้ถึงจะยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อย แต่ฮังอวี่อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีอะไรทำ ดังนั้นประกาศแก่ทุกคน “ครั้งหน้าขอให้ทุกคนเตรียมโพชั่นและคัมภีร์สกิลติดตัวมาให้ได้มากที่สุด ยิ่งเยอะ พวกเราก็ยิ่งมีโอกาสบุกป้อมปราการหอคอยสำเร็จ!”

“รับทราบ!”

“พวกเราจะเตรียมตัวให้พร้อม!”

“ลูกพี่ฮังไว้ใจได้เลย!”

ชื่อเสียงของฮังอวี่ในด้านบุกยึดค่ายนั้นสูงมาก ดังนั้นทุกคนเชื่อฟังเขา

ตราบใดที่มีฮังอวี่เป็นผู้นำ แม้จะรู้ว่าป้อมปราการอันตราย แต่พวกเขาก็ยังมีความกล้าที่จะสู้กับมัน!

ในตอนท้าย ฮังอวี่ได้อธิบายบางอย่างแก่พวกเหล่าจ้าว ฉูเทียนหัว และเฉินหยูอีกสองสามประโยค

บอกให้พวกเขาเตรียมโพชั่นกับพวกไอเท็มเฉพาะบางอย่างที่สามารถใช้งานได้ติดมือมาด้วย

ป้อมปราการนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และมันเป็นไม่ได้ได้ที่จะฝ่าสถานที่แห่งนี้โดยไม่จ่ายราคาสูง ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

“ลาก่อนพี่มหาเทพ”

“ลาก่อนพี่รองฮัสกี้”

ฮังอวี่อธิบายเสร็จแล้ว

เจียงหนานก็บอกลาเขาและสุนัขทันที

แต่ละคนเริ่มทยอยเปิดใช้งานตัวเลือกกลับโลกมนุษย์ผ่านมือถือโลกวิญญาณ