ตอนที่แล้วตอนที่ 185 แสงศักดิ์สิทธิ์ปะทะแสงศักดิ์สิทธิ์(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 187 เลเวลอัพติดต่อกันอีกครั้งและการมาถึงของศึกแรก(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 186 เก็บกวาดสร้างแนวรบเตรียมรับศึกอันเดด(อ่านฟรี)


ตอนที่ 186 เก็บกวาดสร้างแนวรบเตรียมรับศึกอันเดด

แสงศักดิ์สิทธิ์รอบตัวลูอิสเริ่มหายไป เขามีสีหน้าซีดขาวในทันที เนื่องจากการใช้แสงศักดิ์สิทธิ์เมื่อครู่ลูอิสใช้พลังงานที่มีอยู่ไปจนหมดเพื่อสนับสนุนทักษะอาณาเขตแสงให้แสดงพลังออกมาได้สูงสุด

“คงไม่มีใครรอดแล้วนะ” ลูอิสกล่าว แต่ตอนนั้นเองเขาก็เห็นบางสิ่ง มันเป็นเสื้อคลุมของหัวหน้านักบวชลาโด้ที่เขาพึ่งฆ่าไปเมื่อครู่ ตอนนี้มันไม่ได้โดนทำลายไปด้วย

พรึบ!

เสื้อคลุมที่ไม่โดนแสงศักดิ์สิทธิ์สะกดอีกก็รีบบินหนีทันที

ลูอิสตกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบไล่ตามไป ก่อนจะคว้าจับเสื้อคลุมจิตวิญญาณด้วยมือและกระชากมันลงมา เสื้อคลุมพยายามดิ้นรนด้วยความร้อนรน แต่มันก็ไม่สามารถรอดพ้นจากพละกำลังของลูอิสไปได้

“หืม ทำไมแกไม่สลายไป?” ลูอิสมองเสื้อคลุมจิตวิญญาณในมือด้วยสีหน้าสนใจ

“แกคือวิญญาณของลาโด้อย่างนั้นเหรอ” ลูอิสถามมัน แต่ก็นึกขึ้นได้ “ฉันคุยกับผ้าคลุม มันคงไม่รู้เรื่องหรอก”

ลูอิสส่ายหัวเบา ๆ แต่เขาก็ต้องมีสีหน้าอึ้งไปเมื่อเห็นว่าชายเสื้อของเสื้อคลุมเริ่มขีดเขียนที่พื้นเป็นตัวหนังสือ

“ไม่”

“แกเขียนหนังสือได้ด้วย เดี๋ยวก่อน แกจะบอกว่าไม่ใช่สินะ” ลูอิสมองดูตัวอักษร ก่อนจะถามต่อว่า “แล้วแกเป็นตัวอะไร”

“จิตวิญญาณ” เสื้อคลุมจิตวิญญาณเขียนตอบ

“ตอบยังไงให้เหมือนไม่ตอบกัน” ลูอิสเกาหัวเล็กน้อย แต่ดูแล้วเสื้อคลุมจิตวิญญาณคงตอบได้แค่ประโยคสั้น ๆ

“แล้วทำไมแกไม่สลายหายไปหลังจากที่คนสร้างแกตายไปแล้ว” ลูอิสถามมัน เพราะตามปกติแล้วหลังจากผู้สร้างจิตวิญญาณตายไป อาวุธจิตวิญญาณจะคงสภาพอยู่ได้ไม่นาน ก่อนจะตาย

แต่เจ้าผ้าคลุมตัวนี้ จิตวิญญาณมันไม่เหมือนกับกำลังสลายหายไป

“เพราะแสงศักดิ์สิทธิ์” เสื้อคลุมตอบ

“แสงศักดิ์สิทธิ์ทำให้จิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถอยู่รอดโดยไม่ต้องมีเจ้าของอย่างนั้นเหรอ”

เสื้อคลุมลังเลก่อนจะเขียนลงไป “ไม่รู้”

ลูอิสขมวดคิ้วทันที เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเกี่ยวกับตอนที่แสงศักดิ์สิทธิ์ของเขาและของหัวหน้านักบวชปะทะกัน มันเข้มข้นมาก เลยอาจจะส่งผลต่อเสื้อคลุมจิตวิญญาณและก่อนหน้าที่เห็นมันอยู่นิ่ง ๆ บางทีอาจจะไม่ใช่เพราะโดนสะกด แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงกับมันอยู่

“แล้วแกจะหนีทำไม” ลูอิสถามมันอีก

“กลัว” เสื้อคลุมตอบตรง ๆ

ลูอิสผงะเล็กน้อย

‘เจ้านี่ไม่ธรรมดา แม้แต่ตัวและเสื้อผ้าของหัวหน้านักบวช 6 ดาวยังสลายหายไปหมด แต่เสื้อคลุมนี่ไม่สลายหายไป แถมยังไร้รอยขีดข่วน อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับแค่เรื่องของแสงศักดิ์สิทธิ์ แต่เกี่ยวกับตัวของผ้าคลุมจิตวิญญาณเอง’ ลูอิสคิดในใจ

“ตามฉันมา ถ้าหนีอีก ฉันจะจับนายไปเป็นพรมเช็ดเท้าหน้าห้องน้ำ” ลูอิสกล่าวข่มขู่มัน

ผ้าคลุมจิตวิญญาณสั่นไหวอย่างรุนแรง มันรีบกระดกผ้าแถวปกเสื้อขึ้นลง ราวกับเด็กน้อยพยักหน้าสาบานว่ามันจะไม่หนีแน่นอน

“อืม” ลูอิสพยักหน้ารับคำตอบของมัน ก่อนจะกำมันไว้ในมือและเดินกลับมายังหลุมระเบิด

หลุมระเบิดไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก เพราะนอกจากคนที่รอดก่อนหน้านั้นก็ไม่มีใครเหลือรอดอีก ส่วนใหญ่กลายเป็นชิ้นส่วนเศษซากไปแล้ว

...

หลังจากฝุ่นควันหายไป ลูอิสก็ให้คนของตนเข้ามาเก็บกวาดสถานที่นี้ทันที โดยเริ่มจากใจกลางหลุม พวกเขาเก็บซากศพเท่าที่จะหาเจอ ทั้งหมดถูกรวบรวมและส่งให้กับพ่อบ้านเฟรด ของเหล่านี้เป็นชิ้นส่วนกระดูกของผู้ครองพลังระดับสูง ซึ่งสามารถเอามาใช้สร้างกองทัพอมตะได้

นอกจากซากศพของนักบวชและผู้พิทักษ์แล้วก็ยังมีหินผู้ครองพลังอีกจำนวนมาก ลูอิสได้เก็บมันทั้งหมดไว้ที่ช่องเก็บของผู้เล่น

ลูอิสไม่ได้อยู่ดูคนเก็บกวาดนาน เพราะตอนนี้เขากำลังตื่นเต้นกับเรือเหาะทั้ง 6 ลำขนาดใหญ่นี้อยู่

แม้เรือเหาะจะอยู่ในสภาพตะแคงเอียงไปข้าง มีรอยสีถลอกตามลำตัวเรือ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ขอแค่เครื่องยนต์มันไม่พังก็พอแล้ว ซึ่งเรือเหาะทั้ง 6 ลำนั้นเครื่องยนต์ยังอยู่ดี พวกมันสามารถบินได้

คนที่รอดอยู่บนเรือเหาะเป็นนักบินมีรอดกันอยู่ประมาณ 8 คน ลูอิสให้โอกาสพวกเขาไม่โดนฆ่าตาย โดยการมาเป็นครูสอนให้คนของเขาขับเรือเหาะพวกนี้

น่าเสียดายนักบินกว่าครึ่งเป็นพวกศรัทธาในศาสนจักรแสงพิสุทธิ์อย่างสุดโต่ง ลูอิสจึงไม่ลังเลให้อัศวินรุ่งอรุณจัดการจับคนที่ไม่ยอมไปเข้าคุกขังลืมกันไปเลย นั้นทำให้คนอื่น ๆ ที่เหลืออีก 3 คนตอบตกลงช่วยลูอิสฝึกนักบินมาขับเรือเหาะทั้ง 6 ลำ อันที่จริงทั้งสามบอกจะเป็นนักบินให้กับลูอิส ขอแค่ลูอิสไม่ขังลืมพวกเขา แต่ลูอิสไม่เชื่อใจเท่าไหร่ เพราะค่าพลังงานศรัทธาพวกนี้มันต่ำเตี้ยเรี่ยดินเป็นอย่างมาก ชนิดที่ทำตามเพราะกลัวเท่านั้น ถ้ามีโอกาสคนพวกนี้ทรยศแน่นอน

ลูอิสจึงเลือกจะให้พวกเขาสอนคนของเขามากกว่า โดยสัญญาว่าหลังจากนั้นลูอิสจะปล่อยพวกเขาออกไป

หลังจากเรื่องราวต่าง ๆ จบลงลูอิสก็กลับไปที่คฤหาสน์และทิ้งเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ด้านหลัง

ในวันเดียวกันเหตุการณ์ทำลายโบสถ์ของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์สร้างความไม่พอใจต่อสาวกของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ภายในเมืองเอลดิลเป็นจำนวน สาวกนับพัน ๆ คนรวมตัวกันมุ่งมาที่คฤหาสน์ของลูอิส แต่น่าเสียดาย พวกเขายังไม่ทันเข้ามาที่เขตกำแพงได้ด้วยซ้ำ คนนับพันก็โดนกองทัพอัศวินรุ่งอรุณปราบปรามทันที

พลังของอัศวินรุ่งอรุณนั้นแข็งแกร่งมาก การจัดการคนธรรมดาพวกนี้แทบจะไม่สามารถให้พวกเขาเอาจริงได้เลยแม้แต่นิด แต่แค่นี้ความแข็งแกร่งของอัศวินรุ่งอรุณก็กระจายไปในวงกว้างของผู้คนแล้ว พวกเขาพูดกันว่าอัศวินรุ่งอรุณทุกคนนั้นมีพลังระดับผู้ครองพลัง มันนับเป็นเรื่องที่น่าตื่นตกใจมากและทางลูอิสก็ส่งคนมายืนยันว่าเป็นความจริง ทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในพลังของลูอิสมากขึ้นไปอีก

ส่วนสาวกของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ที่คิดรวมตัวกันสร้างความวุ่นวายนั้น ลูอิสให้แบกคนออกตามอายุ คือพวกอายุต่ำกว่า 16 ให้ปล่อยกลับไปโดยจะยังไม่ทำอะไร แต่สำหรับคนที่อายุมากกว่านั้นลูอิสเกณฑ์พวกเขาไปทั้งหมด เพื่อสร้างแนวรบนอกเมืองเอลดิล

แนวรบแบ่งออกเป็นสองฝั่ง คือด้านตะวันตก ด้านนี้เป็นทิศทางที่เขาคาดการณ์ว่าจะต้องรับศึกหนักจากอันเดดภายในอาณาจักรที่มุ่งหน้ามาที่นี่ มันจะกลายเป็นสนามรบหลัก

ส่วนอีกฝั่งนั้นคือ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศทางจากป่าทมิฬ ลูอิสเชื่อว่าจะมีอันเดดบุกลงมาจากทางด้านนี้เช่นกัน เพราะผีดูดเลือดตนนั้นรู้ตัวตนของเขาแล้ว

ทั้งสองคือสนามรบหลักและรองที่เขาให้ความสำคัญ ส่วนทางด้านเหนือนั้นเป็นพื้นที่ระหว่างเมืองเอลดิลกับเมืองอื่น พวกอันเดดต้องผ่านเมืองเหล่านั้นมาก่อน ดังนั้นมันจึงยังปลอดภัยเมื่อเมืองพวกนั้นยังอยู่ และสุดท้ายคือทางด้านใต้ ที่นั่นห่างไกลเกินไปอันเดดไม่มีทางอ้อมไปให้เสียเวลาแน่นอน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะด้านไหน ๆ ลูอิสก็ไม่ประมาท เขาส่งภารกิจให้หน่วยนิ้วเงินออกไปสำรวจในทุก ๆ หนึ่งถึงสองวันเพื่อเฝ้าระวัง

หน่วยนักล่านิ้วเงินเชี่ยวชาญพื้นที่ด้านนอกและการสำรวจกว่ากองกำลังอื่น ๆ ภายใต้ลูอิส ดังนั้นไม่นานพวกเขาก็ค้นพบกับฝูงอันเดดขนาดหลายพันคนทางด้านตะวันตกอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้

พวกมันส่วนใหญ่เป็นฝูงซอมบี้ที่มุ่งหน้ามาก่อน

และคาดการณ์ว่าจะถึงในอีก 20 วัน ซึ่งนับว่าเร็วกว่าที่คิดไว้ 10 วัน แต่เมื่อดูจากขนาดและระดับของฝูงซอมบี้นี้แล้วที่มีกันอยู่ประมาณหลักหมื่นและระดับก็แค่พวกซอมบี้ที่พึ่งกลายร่าง ลูอิสคาดว่าพวกมันเป็นแค่พวกแนวหน้าเท่านั้น

“เมืองเอลดิลอยู่ห่างไกล นับว่าเป็นข้อดีในเวลานี้ เพราะฝูงอันเดดไม่มีทางเดินทางมาถึงง่าย ๆ แน่นอน” ลูอิสกล่าว ตอนนี้เขาอยู่ที่แนวรบ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเอลดิลมาถึง 5 กิโลเมตร

แนวรบนี้มีผู้คนมากกว่า 1,000 คนช่วยกันสร้างอยู่ ทั้งหมดเป็นพวกสาวกของศาสนจักรที่เขาจับมาทำงานที่นี่ คนเหล่านี้มาสร้างแนวหน้ากันอยู่ 10 วันแล้ว ทำให้สภาพหลายคนนั้นอิดออดและเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก

แน่นอนว่าลูอิสก็ไม่ได้ใจดำขนาดนั้นเขาให้คนพวกนี้กินอาหารอย่างเต็มอิ่มเสมอ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีแรง ส่วนคนที่ไม่สบายเขาก็ให้ดื่มโพชั่นผสมน้ำเพื่อไม่ให้พวกเขาป่วย ทำให้ลูอิสสามารถดึงพลังกายและแรงใจพวกเขามาสร้างแนวป้องกันได้อย่างเต็มที่

แนวหน้าป้องกันนี้เขาสร้างพวกมันยาวตลอด 3 กิโลเมตร จะมีสิ่งกรีดขวางหลัก ๆ นั้นก็คือ หลุมกับดักกับที่ด้านล่างมีเหล็กแหลมเสียบรออยู่ ต่อมาคือคูยาวและด้านบนคูจะเป็นรัวลวดหนามแบบหีบเพลง

ของพวกนี้เขาไม่ได้คิดจะมาใช้ฆ่าพวกฝูงซอมบี้อยู่แล้ว แต่ลูอิสต้องการใช้มันเพื่อลดจำนวนเข้าปะทะของซอมบี้กับคนฝั่งเขา เพราะถ้าเกิดโดนฝูงซอมบี้นับหมื่นโถมเข้ามาทีเดียว ต่อให้แข็งแกร่งแบบกองทัพอัศวินรุ่งอรุณก็ยากจะต้านไหว

นอกจากนั้นลูอิสยังร่วมมือกับมือวางระเบิดอย่างเปาโลให้มาวางระเบิดตามจุดต่าง ๆ ที่คิดว่าฝูงซอมบี้จะไปรวมตัวกันหนาแน่น ที่จริงแล้วเมื่อเปาโลรู้ว่าจะได้วางระเบิดฝูงซอมบี้เขาก็ตื่นเต้นมาก ใจจริงเปาโลคิดจะวางระเบิดยาวแบบจัดเต็ม 3 กิโลเมตร น่าเสียดายที่เขามีระเบิดไม่เพียง เพราะพึ่งใช้ทั้งหมดไปกับการระเบิดโบสถ์ศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ไป

ทำให้ตอนนี้เปาโลต้องทำตามที่ลูอิสแนะนำ ใช้ระเบิดที่พึ่งผลิตได้สิบกว่าวันนี้เน้นระเบิดตามจุดต่าง ๆ

ตอนนั้นก็มีเรือเหาะ 3 ลำกำลังบินมาทางแนวหน้าเพื่อเอาวัสดุอุปกรณ์ลงมาให้ ลูอิสเปลี่ยนเรือเหาะหรูหราของศาสนจักรมาเป็นเรือเหาะขนวัสดุ เพราะถ้าไม่เอามาใช้ขนส่งแบบนี้มันคงน่าเสียดายแย่

ลูอิสใช้ 3 ลำในการขนส่งวัสดุ ส่วนอีก 3 ลำนั้นเขาใช้ขนคน โดยเฉพาะเหล่าผู้เล่นในกองกำลังต่าง ๆ ของเขา เพื่อเริ่มการฟาร์มต่อเนื่องและยกระดับเลเวลให้ได้มากที่สุด ก่อนศึกใหญ่จะมาถึง

ส่วนการดูแลในเมืองเอลดิลตอนนี้ตกเป็นของกองทัพรักษาการณ์ที่เข้ามาประจำตำแหน่งเกือบจนหมดแล้ว ทหารในกองทัพรักษาการณ์แทบจะทั้งหมดนั้นเป็นเพียงคนธรรมดาและอีกหยิบมือนั้นเป็นพวกอัศวินครั้งดาว

ซึ่งการติดอาวุธของพวกเขานั้นเป็นกระบอง ดาบยาว และมีดสั้น กระบอกจะไว้ใช้ในการควบคุมผู้คน ส่วนดาบยาวและมีดสั้นนั้นจะไว้ใช้ในตอนฉุกเฉินเพื่อต่อสู้กับอันเดด แต่ส่วนใหญ่แล้วหน้าที่ของพวกเขาจะอยู่ภายในเมืองเป็นหลัก ดังนั้นจึงนับว่าเป็นกองกำลังที่ปลอดภัยมากที่สุดในขณะนี้

แต่ภายในกองทัพรักษาการณ์ก็ไม่ได้หย่อนยานกัน พวกเขารู้ว่าถ้าอันเดดบุกมาถึงเมือง การป้องกันเมืองจะเป็นหน้าที่พวกเขาทันที ทำให้แต่ละคนฝึกซ้อมและทำหน้าที่กันอย่างขยันขันแข็ง

ที่จริงแล้วลูอิสยังเพิ่มแรงจูงใจให้กับกองทัพรักษาการณ์ด้วยการประกาศเรื่องการมอบหินผู้ครองพลังพวกหินผู้พิทักษ์ที่ได้มาจากพวกผู้พิทักษ์แสงที่โดนระเบิดตายไปจากเหตุการณ์ระเบิดโบสถ์ของศาสนจักรให้กับทหารในกองทัพรักษาการณ์ที่ทำหน้าที่ได้ดี

ด้วยการเพิ่มผู้พิทักษ์เข้ามาในกองทัพรักษาการมันจะทำให้กองทัพรักษาการณ์ยกระดับขึ้นอย่างแน่นอน

ส่วนหินผู้สร้างจิตวิญญาณลูอิสเก็บไว้เองเพราะว่าเจ้าสายพลังนี้มันมีปัญหาอยู่เรื่องจากมันเป็นสายพลังที่ทางศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ยึดครอง เขาไม่อยากจะมอบให้คนในเมืองเอลดิลใช้ เพราะมันจะนำความเดือดร้อนมาหาคน ๆ นั้น

ที่จริงลูอิสตอนนี้ไม่ได้สนใจว่าศาสนจักรแสงพิสุทธิ์จะมาหาเรื่องหรอก แต่เขาไม่อาจจะอยู่ปกป้องทุกคนได้ตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงตัดปัญหาไม่ให้พลังสายอาชีพนี้และพลังสายอาชีพผู้สร้างจิตวิญญาณก็ยังใช้งานยุ่งยาก เพราะมันต้องใช้พลังงานจิตวิญญาณจากผู้คน รวบรวมแล้วจึงจะใช้สร้างอาวุธจิตวิญญาณได้ จึงนับว่ายุ่งยากไม่เหมาะจะมาใช้ในระยะสั้น ๆ แบบนี้

หลังจากเรือเหาะจอดลงมา พ่อบ้านเฟรดก็ลงมาหาลูอิสเช่นกัน ตอนนี้เจียน่าไปเก็บเลเวลอยู่ ทำให้ตอนนี้คนติดตามลูอิสจึงเปลี่ยนมาเป็นข้ารับใช้สองหนึ่งหญิงหนึ่งชายที่มาคอยติดตามทำเรื่องต่าง ๆ ให้เขา

“ท่านลูอิสของส่วนใหญ่ขนมาถึงแล้ว ท่านจะเดินทางกลับเลยหรือไม่ขอรับ” พ่อบ้านเฟรดเอ่ยถาม

“กองทัพอัศวินรุ่งอรุณมาเปลี่ยนเวรเฝ้าในพื้นที่กันหรือยัง” ลูอิสถามกลับ

“มาแล้วขอรับ ตอนนี้ อัศวินโคลด์ หัวหน้ากองพลอัศวินรุ่งอรุณ กองพลที่ 1 กำลังจัดกำลังอัศวินเขาประจำจุดอยู่” พ่อบ้านเฟรดกล่าว

“อืม ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะ”

...

ตกเย็นของวันลูอิสกลับมาถึงคฤหาสน์แกริคแล้ว ในตอนนี้เขตชุมชนผู้อพยพสร้างได้เร็วกกว่าปกติ 2-3 เท่าตัว เป็นผลมาจากการขึ้นควบคุมเมืองของลูอิส ทำให้เขาโยกย้ายแรงงานจำนวนมากได้ บวกกับช่วงนี้ไม่อนุญาตให้ออกนอกเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต พวกนักล่าที่ไม่ได้มาเข้าร่วมกับหน่วยนิ้วเงิน จึงหันมาเป็นแรงงานกัน

อีกทั้งค่าแรงของแรงงานที่จ่ายโดยลูอิสนั้นก็ไม่ได้เอาเปรียบเหมือนกับขุนนางคนอื่น ๆ ทำให้พวกเขาสามารถเลี้ยงปากท้องกันได้

“อีกไม่นานก็คงจะเสร็จสมบูรณ์” ลูอิสกล่าวขณะที่มองลงมาจากท้องฟ้า

หลังจากเข้ามาในคฤหาสน์ลูอิสก็พักสักครู่ ก่อนจะเปิดระบบขึ้นมา

“พลังงานศรัทธาพอให้เลเวลอัพได้อีกครั้งแล้ว” ลูอิสจ้องไปที่พลังงานศรัทธาที่รวบรวมมาจากทั้งเมืองเอลดิลตลอด 12 วันนี้

0 0 โหวต
Article Rating
2 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด