ตอนที่แล้วตอนที่ 183 โจมตีด้วยลูกถีบ(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 185 แสงศักดิ์สิทธิ์ปะทะแสงศักดิ์สิทธิ์(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 184 ระเบิดโบสถ์แสงพิสุทธิ์(อ่านฟรี)


ตอนที่ 184 ระเบิดโบสถ์แสงพิสุทธิ์

ลูอิสกลับมาที่คฤหาสน์ กองทัพอัศวินรุ่งอรุณบุกเข้าไปจัดการสามตระกูลขุนนางและโบสถ์แสงพิสุทธิ์ ก่อนจะประกาศความผิดพวกเขาในฐานะกบฏคิดทำลายเมืองทันที เพื่อให้ผู้คนในเมืองได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด

พายุความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่การแสดงพลังของกองทัพอัศวินรุ่งอรุณสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกที่คิดกอบโกยผลประโยชน์ในช่วงวุ่นวายนี้ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้คนในเมืองเห็นถึงพลังที่แท้จริงของลูอิสและเริ่มเชื่อมั่นใจการปกครองของเขาที่จะเข้าสู้กับฝูงอันเดดที่กำลังจะมาถึงได้

ความเชื่อมั่นนำมาซึ่งพลังงานศรัทธา แม้จะไม่มากมาย บางคนอาจจะแค่ 5-10 พลังงานศรัทธา แต่ผู้คนในเมืองเอลดิลมีนับหมื่นคนทำให้มันเป็นจำนวนพลังงานศรัทธาที่มากมาย

ลูอิสมองดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเช้าของอีกวันแล้ว เขาสามารถออกไปเก็บพลังงานศรัทธาได้อีกครั้ง

ลูอิสไม่รีรอรีบไปเก็บพลังงานศรัทธาอีกรอบ โดยเขาเริ่มจากเขตชุมชนผู้อพยพ จากนั้นก็กระจายไปยังบริเวณรอบ ๆ ในเมืองเอลดิล ถึงจะเสียเวลาบ้าง แต่พลังงานศรัทธารอบ ๆ เมืองก็สำคัญกับเขา

เมื่อเก็บพลังงานจนหมดแล้ว ลูอิสก็ตรงกลับเข้ามาที่คฤหาสน์เพื่อเตรียมตัวรับมือกับกองกำลังนักบวชที่กำลังเดินทางมาที่เมืองเอลดิล เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมง ก่อนที่นักบวชเหล่านั้นจะเดินทางมาถึง

‘จากที่หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทบอก นักบวชมีพลังสูงสุดคือระดับ 6 ดาว แต่พวกมันมีกันไม่ต่ำกว่า 3 คน แถมยังมีพวกระดับรองลงมาอีก พาลาดิน เลเวล 60 ของฉันคงจัดการพวกมันได้ แต่ต้องเกิดความเสียหายร้ายแรงแน่นอน โดยเฉพาะกับฝ่ายของฉันที่กำลังพลนั้นมีระดับน้อยกว่าอย่างชัดเจน พวกเขาเติบโตไม่ทันความแข็งแกร่งของศัตรู’

‘ถ้าพาลาดินมีเลเวล 70 คงจัดการพวกมันได้ แต่น่าเสียดายพลังงานศรัทธามีไม่เพียงพอ’

เขามองดูพลังงานศรัทธาที่รวบรวมมา 2 วันได้แค่ 900,000 เท่านั้น ยังไม่ถึง 1 ใน 3 ของพลังงานศรัทธาที่ต้องใช้ในการอัพเลเวลเป็น 70 เลย

“จะทำยังไงดี” ลูอิสขมวดคิ้วกัดปากและครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์เรือเหาะประจัญบานของอาณาจักรเรบีดาสที่ถล่มยิงใส่ผีดูดเลือด 9 ดาวขึ้นมา สิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา

“เจียน่า เอาเอกสารเกี่ยวกับกองกำลังนักล่ามาหน่อย” ลูอิสกล่าว

ผ่านไปสักพักเจียน่าก็ค้นเอกสารที่ลูอิสต้องการพบ เขารีบเอาเอกสารเกี่ยวกับกองกำลังนักล่าขึ้นมาดู ในเมืองเอลดิลนั้นมีกองกำลังนักล่าอยู่ 6 กองกำลังด้วยกัน

ประกอบไปด้วย กองกำลังนักล่าหมาป่าเงินของเคเดน, กองกำลังนักล่าแสงม่วงของไฮด้า, กองกำลังนักล่าดับนภาของก๊อตดาร์ท, กองกำลังนักล่าเสี้ยวจันทร์ของเออลีน, กองกำลังนักล่าเปาโลของเปาโล, กองกำลังนักล่านิ้วเงินของเขาเอง

แต่กองกำลังนักล่านิ้วเงินนั้นถอนตัวจากการเป็นกองกำลังนักล่ากลายมาเป็น หน่วยนักล่านิ้วเงินแล้ว ส่วนกองกำลังนักล่าแสงม่วงโดนทำลายไปนานแล้ว

ตอนนี้ในมือของลูอิสจึงเหลือเอกสารข้อมูลของ 4 กองกำลังเท่านั้น

เขากำลังเปิดดูกองกำลังหนึ่ง แต่ก็ต้องสะดุดกับข้อมูลของกองกำลังนักล่าดับนภา

“ก๊อตดาร์ทถอนตัวจากก๊อตดาร์ทและหายตัวไป! ทำให้กองกำลังนักล่าดับนภาแตกกระจายกันไปอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” ลูอิสพูดออกมาด้วยความแปลกใจจริง ๆ กับเรื่องนี้

ก๊อตดาร์ทนับเป็นพวกที่แปลกประหลาดมาก เพราะเขาทรงพลังมาก แต่กลับไม่ใช่พลังที่มาจากหินผู้ครองพลัง มันทำให้เขาสนใจในพลังของก๊อตดาร์ท แต่ตอนนี้ก๊อตดาร์ทกลับหายตัวไปซะแล้ว

ลูอิสได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะกลับมาสนใจเรื่องของเขาก่อน ลูอิสเปิดมาจนถึงเอกสารสุดท้าย เป็นของมูลของกองกำลังนักล่าเปาโล

“อยู่นี่เอง อืมใช้พวกเขานี่แหละ” ลูอิสมองดูข้อมูลของกองกำลังนักล่าเปาโล ก่อนจะตัดสินใจเลือกเขา

“พาเปาโลมา” ลูอิสกล่าว

“ค่ะ” เจียน่าพยักหน้าขานรับ ก่อนจะรีบออกไป

...

ผ่านไปไม่นานชายร่างกำยำ วัย 40 ปีผู้เต็มไปด้วยหนวดเครา ก็มาพบลูอิส เขาคือ เปาโลเปาโลยังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าทำไมบารอนแกริคคนที่พึ่งสร้างเรื่องสั่นสะเทือนทำลายสามตระกูลและโบสถ์ไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงได้เรียกหาเขา

แต่คำแรกที่ลูอิสพูดกับเปาโลนั้นกลับทำให้เขาจำไม่เคยลืมไปจนวันตาย

“นายมีระเบิดมากแค่ไหน”

“ระเบิด? มีหลายร้อยกิโลกรัม...แต่ท่านถามทำไม?” เปาโลยังตอบด้วยความสงสัย ตามตัวเขามาเพื่อถามว่ามีระเบิดเยอะหรือเปล่าอย่างนั้นเหรอ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องระเบิดกัน?

‘หลายตันอย่างนั้นเหรอ พื้นที่ของโบสถ์ศาสนจักรนั้นกว้างมาก ระเบิดของเปาโลเองก็ไม่ได้รุนแรงเท่ากับระเบิด TNT อย่างมากกว่าอาจจะหนึ่งในสี่ ใช้มันหมดน่าจะไม่มีปัญหาอะไร ต่อให้พื้นที่รอบ ๆ และโบสถ์แสงพิสุทธิ์ทั้งหลังหายไปก็ตาม’ ลูอิสมือจับคางมีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเงยหน้ากล่าวว่า “นายมีเวลา 1 ชั่วโมงขนระเบิดไปติดตั้งที่โบสถ์แสงพิสุทธิ์ให้หมด คำนวณเอาเองก็แล้วกัน อย่าให้แรงระเบิดทำลายพื้นที่ภายนอกกำแพงของโบสถ์”

เปาโลได้ยินก็อึ้งไป ก่อนจะรีบพูดออกมาด้วยความตื่นตกใจ “ท่านบ้าไปแล้วเหรอ! แบบนั้นเท่ากับเป็นศัตรูของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์เลยนะ”

“นายจะทำหรือไม่ทำ” ลูอิสถามและจ้องไปที่เปาโล

เปาโลแสยะยิ้มด้วยตอบด้วยความตื่นเต้น “ทำไมจะไม่ทำ ต้องทำสิ การได้ระเบิดโบสถ์นั้นไม่ได้มีมาบ่อย ๆ อยู่แล้ว ฉันคิดอยากจะระเบิดมันมาหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาศก็เท่านั้น”

ลูอิสอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มมุมปาก ชายคนนี้เป็นพวกบ้าระเบิด ขนาดไม่มีพลังอะไรยังกล้าพาคนในกองกำลังพกระเบิดลุยเข้าไปในรังอันเดดเลย ดังนั้นเขาน่าจะไม่พลาดโอกาสในครั้งนี้อย่างแน่นอน

“ท่านสบายใจได้เลย แค่ครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว ฉันอยากจะระเบิดไอ้โบสถ์บ้านั้นมานานแล้ว” เปาโลกลับมาพูดจาโผงผางเหมือนเดิม

“ดี มาดูกันว่าระเบิดของนายจะมีดีแค่ไหน” ลูอิสกล่าว

...

เรือเหาะขนาด 60 เมตรทั้ง 6 ลำบินมาจากพื้นที่ด้านในของอาณาจักรเรบีดาสอย่างช้า ๆ ก่อนจะมุ่งหน้าตรงมายังเมืองเอลดิล เหล่าผู้พิทักษ์แสงต่างก็มองลงมาจากบนเรือเหาะเพื่อตรวจสอบเมืองเอลดิล

เมืองทั้งเมืองยังดำเนินต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นผู้คนต่างออกมาเดินกับเต็มถนนไปหมด

“รายงานท่านหัวหน้านักบวชทั้งสาม ตอนนี้พวกเรามาถึงที่เมืองเอลดิลแล้วขอรับ” ผู้พิทักษ์แสงรายงานนักบวชด้านหน้าตนทั้งสามคน

“เอาเรือเหาะลงจอดที่โบสถ์ในเมืองก่อน” หัวหน้านักบวชลาโด้กล่าว เขาคือ หัวหน้านักบวชใน ขั้น 2 ผู้สร้างจิตวิญญาณ ระดับ 6 ดาว หนึ่งในผู้นำขบวนการถอยรอบสองออกจากอาณาจักรเรบีดาสมาที่เมืองเอลดิล

“ขอรับ” ผู้พิทักษ์แสงรับคำสั่ง ก่อนจะรีบไปแจ้งนักบิน

เรือเหาะค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางเล็กน้อยตรงไปยังที่ตั้งของโบสถ์ประจำเมืองเอลดิลที่พวกเขาเคยทราบมา

ระหว่างนั้นนักบวชอีกสองคนก็กล่าวขึ้นมา

“พวกเราติดต่อหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทไม่ได้มาสักพักแล้ว” หัวหน้านักบวชมาร์ตินกล่าวอย่างสงสัย เขาคือ หัวหน้านักบวชใน ขั้น 2 ผู้สร้างจิตวิญญาณ ขั้น 6

“พวกนักบวชที่ไม่ได้มาจากเซนลูเซี่ยนก็เป็นเช่นนี้แหละ หละหลวมไม่ค่อยใส่ใจสิ่งใด” หัวหน้านักบวชนอร์ธกล่าวอย่างดูแคลนตรง ๆ เขาคือ หัวหน้านักบวชใน ขั้น 2 ผู้สร้างจิตวิญญาณ ขั้น 6 อีกคนหนึ่ง

“ไม่น่าจะใช่ ที่ผ่านมาเขาติดต่อถามตำแหน่งพวกเราตลอด” หัวหน้านักบวชมาร์ตินกล่าวแย้ง

“เรามาถึงแล้ว อีกเดียวก็ได้รู้” หัวหน้านักบวชลาโด้แทรกทั้งสอง ก่อนจะเดินไปเตรียมตัว

สองนักบวชมองดู ก่อนจะเตรียมตัวของตนเองเช่นกัน

แม้ระดับทั้งสามจะเป็น 6 ดาวเช่นกัน แต่ระดับย่อยพลังของหัวหน้านักบวชลาโด้ยังแข็งแกร่งกว่าพวกเขา ดังนั้นในบางสถานการณ์เสียงของหัวหน้านักบวชลาโด้จะมากกว่าพวกเขา

เรือเหาะบินมาถึงพื้นที่ของโบสถ์แสงพิสุทธิ์ประจำเมืองเอลดิลพวกเขาก็ต้องแปลกใจมาก เนื่องจากโบสถ์แสงพิสุทธิ์ในตอนนี้กลับเงียบและไร้ซึ่งผู้คน ไม่มีชาวเมืองคนใดเข้ามาที่นี่แม้แต่คนเดียว

เรือเหาะบินลงจอดในลานกว้าง ก่อนที่นักบวชราว ๆ 30 คนซึ่งมีระดับพลังต่างกันไป แต่นำโดยหัวหน้านักบวชใน ขั้น 2 ทั้งสามนำพวกเขาเดินตรงไปที่โบสถ์ขนาดใหญ่ใจกลางพื้นที่นี้ โดยมีผู้พิทักษ์แสงอีก 50 คนตายมาด้านหลัง

กองกำลังที่มีผู้ครองพลังถึง 80 คนนับว่าหายากมากในอาณาจักรแห่งนี้ ดังนั้นพวกเขานับว่าเป็นกองกำลังที่ทรงพลังมาก

“ไร้วี่แวว เจ้านักบวชบ้านนอกนั่นมันทำอะไรอยู่ ถึงปล่อยให้ไร้สาวกมาต้อนรับพวกเราแบบนี้”

“หรือว่าโบสถ์แสงพิสุทธิ์แห่งนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากเมืองเอลดิลนี่”

“ผู้คนที่นี่ช่างบาปหนาซะจริง ๆ”

หัวหน้านักบวชใน ขั้น 2 ทั้งสามขมวดคิ้วและกล่าวอย่างสงสัย

พวกเขาเดินมาจนถึงโบสถ์ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

สิ่งแรกที่พวกเขาเห็นนั้นคือโบสถ์ที่ว่างเปล่า สิ่งนี้ยิ่งทำให้พวกเขาสงสัยและรู้สึกแปลก ๆ ในใจ แต่เมื่อมองไปสุดสายตาก็เห็นชุดนักบวชระดับหัวหน้านักบวชประจำโบสถ์กำลังคุกเข่าไปด้านน่าเคารพสัญลักษณ์แสงพิสุทธิ์อยู่ พวกเขาก็ละทิ้งความสงสัยพากันเดินเข้าไปด้านในโบสถ์ทันที

เมื่อเดินมาถึงทุกคนก็หยุดลงสวดภาวนาต่อสัญลักษณ์แสงพิสุทธิ์ตามธรรมเนียม ก่อนจะกล่าวขึ้นมา “หัวหน้านักบวชมาฟรีเนท เจ้าดูแลโบสถ์ยังไงถึงได้ไร้สาวกเช่นนี้”

“หึ เห็นพวกเรามาแล้วยังไม่คิดจะหันมาทำความเคารพอย่างนั้นเหรอ”

ทั้งสามขมวดคิ้วและรู้สึกไม่ชอบมาพากลอีกครั้ง เพราะพวกเขาจับสัญญาณชีพจากชายเบื้องหน้าไม่ได้

หัวหน้านักบวชนอร์ธเดินเข้าไปกระชากตัวของหัวหน้านักบวชมาฟรีเนททันที แต่ทันทีที่มือจับไปที่หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทก็ปรากฏว่ามันเป็นเพียงแค่หุ่นเท่านั้น

“นี่...”

ยังไม่ทันที่จะได้เปล่งเสียงพูดออกมาเป็นประโยคแรงระเบิดมหาศาลก็ถูกจุดฉนวนขึ้นมาจากหุ่นที่สวมเสื้อนักบวช ก่อนจะระเบิดรุนแรงอัดใส่เข้าไปกลางหน้าของหัวหน้านักบวชนอร์ธเต็ม ๆ

จากนั้นระเบิดที่ซุกอยู่ตามเก้าอี้ในโถงสวดภาวนาแห่งนี้ก็ระเบิดเป็นลูกโซ่อย่างต่อเนื่อง ฉีกร่างสังหารทั้งนักบวชและผู้พิทักษ์แสงที่ยังไม่ทันได้รับรู้สิ่งใดในทันทีจนเป็นชิ้น ๆ กระจัดกระจายไปตามแรงระเบิด

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

แรงระเบิดถล่มโบสถ์ทั้งหลังกระจุยกระจายก่อนทำให้พื้นที่รอบ ๆ สั่นไหว เกิดเป็นคลื่นพลังทำลายกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

พื้นที่ปูด้วยคอนกรีตวาดลายสวยงามตามแสงพิสุทธิ์แตกเป็นเสี่ยง ๆ กวาดซัดไปทั่งทั้งบริเวณ เรือเหาะที่จอดอยู่บนลานกว้างสั่นไหวอย่างรุนแรง แม้จะได้รับแรงระเบิด แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหายจริง ๆ อย่างมากก็พลิกตะแคงไปด้านหนึ่ง

ควันคล้ายรูปเห็ดรอยขึ้นมาด้านบนเหนือพื้นที่โบสถ์ แรงสั่นสะเทือนที่กระจายไปในเมืองเอลดิล ผู้คนในเมืองได้ยินเสียงชัดเจนต่างพากันหาที่หลบ บ้านและอาคารที่อยู่ใกล้ ๆ สั่นไหวและได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

ลูอิสที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าอาคารหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้กับโบสถ์แสงพิสุทธิ์มากที่สุดถึงกับต้องหรี่ตาลงจากแรงลมที่ปะทะใส่เขา

“นายใส่ระเบิดเยอะไปหน่อย” ลูอิสกล่าวกับเปาโลยืนอยู่ข้าง ๆ จ้องไปที่โบสถ์แสงพิสุทธิ์ที่กระจุยกระจายด้วยหนวดที่สั่นไหวจากแรงระเบิด

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด