ตอนที่แล้วตอนที่ 182 ที่นี่แหละ แป๊บเดี๋ยวก็จบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 184 ระเบิดโบสถ์แสงพิสุทธิ์(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 183 โจมตีด้วยลูกถีบ(อ่านฟรี)


ตอนที่ 183 โจมตีด้วยลูกถีบ

คาร์เทอร์แสยะยิ้มหันไปมองหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทราวกับจะบอกว่า “คนพวกนี้หัวอ่อนเป็นอย่างยิ่ง ท่านเชื่อมือข้าหรือยัง”

หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทยังมีท่าทีเผยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรเช่นเดิม ก่อนจะพยักหน้าให้กับคาร์เทอร์และทุกคน

ในตอนนั้นเองก็มีข้ารับใช้นายหนึ่งวิ่งเข้ามาแจ้งกับคาร์เทอร์ด้วยท่าทางรีบร้อนเป็นอย่างมาก ข้ารับใช้กระซิบบอกกับคาร์เทอร์ ทำให้คาร์เทอร์มีสีหน้าแปรเปลี่ยนไป

“มีอะไรหรือเปล่า” หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทเอ่ยถาม เพราะสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของคาร์เทอร์ได้เป็นคนแรก

“บารอนแกริคมาแล้ว” คาร์เทอร์ตอบด้วยหน้าตาเคร่งเครียด

“หมายความว่ายังไงที่ว่าบารอนแกริคมาแล้ว” นิโคเอ่ยถาม

ชาร์ลี่จ้องไปที่คาร์เทอร์ทันที

“บารอนแกริคพากองกำลังทหาร 300 นายกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่” คาร์เทอร์กล่าวด้วยท่าทีคิดหนัก ตอนนี้กองกำลังนักบวชที่เดินทางมาพร้อมเรือเหาะยังมาไม่ถึง คาร์เทอร์รู้ว่าตนและพวกยังไม่พร้อมที่จะปะทะกับบารอนแกริค

“มาแล้วอย่างไร บารอนแกริคไม่กล้าทำร้ายพวกเขาหรอก” นิโคกล่าว

“พวกเราใช้ข้ออ้างว่ารวบรวมกำลังคนเพื่อส่งมอบเป็นอย่างไร” ชาร์ลี่แนะนำ

คนอื่น ๆ เริ่มคิดตาม

“หัวหน้านักบวชมาฟรีเนท นักบวชพวกนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่” คาร์เทอร์หันมาถามหัวหน้านักบวชมาฟรีเนท

“ประมาณ 6 ชั่วโมง ไม่เกินนั้น” หัวหน้ามาฟรีเนทตอบ

“เราใช้ข้ออ้างรวบรวมกำลังพลเพื่อส่งมอบและถ่วงเวลาไว้อาจจะได้สักสี่ถึงห้าชั่วโมงหรือไม่ก็นานกว่านั้น แต่ถ้าเกิดการต่อสู้จริง ๆ กำลังพลแค่ 300 นายของบารอนแกริคไม่มีทางสู้กำลังพล 1,000 คนของพวกเราได้แน่นอน ปัญหาคือตัวของบารอนแกริคเอง เขาน่าจะแข็งแกร่งประมาณ 3 ดาวหรืออาจจะมากกว่านั้นพวกเราใช้พวกอัศวินและผู้ครองพลังฝ่ายเราถ่วงเวลาน่าจะรับมือได้ไหว ขอแค่กองกำลังนักบวชที่ท่านหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทกล่าวมาถึงพวกเราจะเป็นฝ่ายชนะทันที” คาร์เทอร์กล่าวแผนของตนเองออกมา

มันเป็นแผนที่เขาที่เขาคิดด้วยข้อมูลทั้งหมดที่มีแล้ว

“กองกำลังทหารพวกเราไม่ติดใจ แต่จะใช้ระดับอัศวินครึ่งดาวกับผู้ครองพลังรับมือ 4 ดาวไหวอย่างนั้นเหรอ” นิโคถามอย่างสงสัยในแผนนี้

ทุกคนมองหน้ากันไม่มีใครให้คำตอบได้ เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นระดับ 4 ดาวลงมือมาก่อนจริง ๆ แม้แต่ตัวของหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทเองก็ด้วย

ความมั่นใจพวกเขาเริ่มหายไปกันในทันที

คาร์เทอร์เห็นแบบนั้นก็รีบกล่าวปลุกกำลังใจทุกคนทันที “ระดับ 4 ดาวก็ห่างแค่ 2 ระดับเองจาก 2 ดาวเอง แม้แต่ผู้พิทักษ์รีดินที่มีพลัง 2 ดาวก็ยังไม่อาจจะสู้กับคนหมู่มากพร้อม ๆ กันได้ อีกอย่างอย่าลืมว่านี่แค่คาดเดากันเท่านั้น เพราะบางทีบารอนแกริคอาจจะเป็นแค่ระดับ 3 ดาวก็ได้”

“อืม บางทีเขาอาจจะเป็นแค่ระดับ 3 ดาวจริง ๆ เพราะตอนนั้นในวันที่นักบวชตรวจการโจมตีบารอนแกริคที่คฤหาสน์ ความสามารถของบารอนแกริคไม่ได้แข็งแกร่งกว่านักบวชตรวจการฟาราเลียนแม้แต่น้อย” หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทรีบกล่าวเสริมคาร์เทอร์ทันที

พวกเขาเริ่มมั่นใจกันมากขึ้นทันที

“ไปพบบารอนแกริคกันเถอะ” คาร์เทอร์กล่าว ตามหลักแล้วพวกเขาควรเชิญลูอิสเข้ามาพูดคุยกันที่ห้องแห่งนี้ แต่พวกเขาไม่กล้าอยู่ตามลำพังกับลูอิส

...

ลูอิสและอัศวินรุ่งอรุณ 300 นายต่างเดินทางมาจนถึงคฤหาสน์คาริสแล้ว

“พวกนี้พาทหารมารวมกันที่นี่จริง ๆ ด้วย พวกเขาคงคิดจะลอบโจมตีท่านลูอิสจริง ๆ” เจียน่ากล่าวและมองไปในคฤหาสน์อย่างเย็นชา

“อืม ตอนลงมือจัดการทหารพวกนี้อย่าให้ตายกันเยอะ เป็นไปได้ก็ทำให้หมดสภาพจะสู้ แต่ถ้าใครดื้อดึงก็ลงมือได้เต็มที่เลย” ลูอิสกล่าว

“ค่ะ” เฟดี้ขานรับคำสั่ง

ลูอิสไม่ต้องการให้ฆ่าทหารพวกนี้ ทหารหนึ่งพันคนสามารถทำให้กองทัพรักษาการณ์รับมือกับพวกอันเดดที่จะมาโจมตีเมืองได้มาก

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้นมา พร้อมกับพวกคาร์เทอร์และตัวแทนอีกสองตระกูลกำลังยืนรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มต้อนรับ

ลูอิสและพวกต่างก็แปลกใจกับการกระทำของพวกเขา

“ท่านบารอนแกริคไม่คิดว่าท่านจะมาที่นี่ด้วยตัวเองเลย พวกเรากำลังเตรียมทหารหนึ่งพันนายอยู่เพื่อส่งเข้าไปที่กองทัพรักษาการณ์ ถ้ายังไงท่านกลับไปก่อนดีหรือไม่ ถ้าเสร็จแล้วพวกเราจะส่งทหารหนึ่งพันนายไปให้ท่านถึงคฤหาสน์เลยเป็นอย่างไร” คาร์เทอร์กล่าวด้วยใบหน้าเป็นมิตร

แต่ลูอิสในตอนนี้ใบหน้าตึงเป็นอย่างมาก

‘ส่งกับผีนะ ไอ้บ้านี่มันคิดว่าฉันโง่หรือยังไง คิดจะส่งพวกนี้มาฆ่าฉันมากกว่า’

‘กล้าออกมาต้อนรับแบบนี้หรือว่าคิดจะถ่วงเวลากัน แต่กลับไม่เห็นหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทเลย มันไปซ่อนอยู่ตรงไหนกัน’ ลูอิสกวาดสายตา ก่อนจะมองไปที่ตัวคฤหาสน์

“ท่านลูอิสว่ายังไง ที่จริงเราเตรียมตัวกันจะเสร็จและส่งมอบกำลังทหารในอีก 8 ชั่วโมง แต่ยังไงผมจะเร่งให้เหลือแค่ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างไร” คาร์เทอร์ยังคงพ่นน้ำลายตา ขณะเดียวกันสายตาก็ระแวงลูอิสพอสมควร

“หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทอยู่ไหน” ลูอิสจ้องไปคาร์เทอร์

คาร์เทอร์และอีกสองคนตื่นตกใจกันทันที ราวกับว่าหัวใจพวกเขากระโดดออกมาจากอกเลยทีเดียว

“ท่านบารอนแกริคไม่ทราบว่าท่านหมายความว่ายังไง” คาร์เทอร์ยิ้มใจดีสู้เสือ

“จัดกำลัง กวาดล้างให้หมด” ลูอิสไม่สนใจหันไปสั่งเฟดี้และกองทัพอัศวินรุ่งอรุณทันที

“บารอนแกริค! ท่านเป็นแค่บารอน! ฉันคือผู้สืบทอดตำแหน่งไวเคานต์อย่าได้คิดกดดันกันมากเกินไป” คาร์เทอร์ตวาดลั่นใส่ลูอิสไม่คิดจะรักษาท่าทีต่อแล้ว

ทหารหนึ่งพันนายด้านหลังคาร์เทอร์กับพวกก็เคลื่อนไหวชักอาวุธของตนเองออกมาพร้อมต่อสู้เล่นกัน แม้จะไม่ชอบใจที่ผิดแผน แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกคาร์เทอร์ก็คิดจะลงมือเหมือนกัน

ลูอิสเห็นก็หรี่ตาเป็นสามเหลี่ยมมองไปที่คาร์เทอร์และกล่าว “น่าสนใจดี พวกแกคงไม่คิดจะถอยแล้วสินะ”

“บารอนแกริคพวกเราสามคนเป็นผู้สืบทอดของตระกูลขุนนาง อย่าลืมว่าที่นี่คืออาณาจักรเรบีดาส เป็นแค่บารอนต้องก้มหัวให้ไวเคานต์อย่างฉัน...”

ปัง!

คาร์เทอร์ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบก็โดนลูอิสถีบจนตัวกระเด็นลอยไปกระแทกกับทหารหนึ่งพันนายที่ยืนอยู่ด้านหลังจนล้มกันเป็นแทบ มีเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากจุดนั้นเป็นระยะ

“บ้าน้ำลายนะเอ็ง” ลูอิสชักเท้าของตนเองกลับท่ามกลางสายตาอึ้งของทุกคน

นิโคและชาร์ลี่ สองผู้แทนจากตระกูลริชแมนและเลนนี่ต่างก็มีสีหน้าเหวอไปตาม ๆ กัน ปากทั้งสองสั่นด้วยความกลัว คิดอยากจะยกมือขึ้นมาชี้หน้าถามว่าทำไมลูอิสถึงกล่าวแบบนี้ แต่ก็ไม่กล้ายกขึ้นมา

“ใครยอมแพ้ก็รอด ใครสู้มันต้องรับผลที่ตามมา” ลูอิสกล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม

เฟดี้ได้ยินก็รู้ว่านี่เป็นสัญญาณลงมือแล้ว

“ใครยอมแพ้ก็รอด ใครสู้มันต้องรับผลที่ตามมา เดินหน้า!” เฟดี้ทวนคำพูดของลูอิส ชักดาบออกมา ก่อนจะพากองทัพอัศวินรุ่งอรุณทั้ง 300 นายก้าวเดินพร้อมปลดปล่อยพลังกดดันมหาศาลออกมา

นิโคและชาร์ลี่ทั้งสองเห็นถึงกับแข้งขาอ่อนแรง ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่ทั้งสองจะหันหลังกลับวิ่งหนีตามสัญชาตญาณ

“จับทั้งสองมาฉันอยากจะรู้ว่าอะไรทำให้พวกเขามั่นใจในการคิดแผนนี้ขึ้นมา” ลูอิสกล่าวจบ เจียน่าก็ลงมือเคลื่อนไหวทันที

เธอรวดเร็วมากกว่าทั้งสองที่วิ่งหนีมากนัก จึงจับทั้งสองมาได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากสองคนถูกจับ อีกหนึ่งนั้นสภาพบาดเจ็บสาหัสหายใจรวยรินจากการโดนลูอิสโจมตีครั้งเดียว ก็ทำให้ไม่มีแกนนำในพาทหารทั้ง 1000 คนเคลื่อนไหวอีก

บวกกับแรงกดดันของอัศวินรุ่งอรุณทั้ง 300 ร้อยคน ซึ่งพวกทหารเหล่านั้นมองก็พากันหวาดกลัวแล้ว ต่อให้ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งระดับผู้ครองพลังทั้ง 300 คน แต่เป็นระดับครึ่งดาวก็มากพอจะจัดการพวกเขาแบบ 1 ต่อ 5 แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีใครคิดจะสู้อีก

ทหารทั้ง 1,000 คนต่างทิ้งอาวุธยอมแพ้กันในทันที

ซึ่งลูอิสก็ไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนี้

ลูอิสจับชาร์ลี่และนิโคทั้งสองมาด้านหน้าทหาร 1,000 คน ก่อนจะสอบถามทั้งสองในทันที

“อะไรคือหลักประกันที่ทำให้พวกแกกล้าจะสู้กับท่านลูอิส” เจียน่าถามทั้งสองคน

ทั้งสองมองไปที่เจียน่าด้วยความกลัว พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น จึงไม่แปลกที่จะโดนแรงกดดันจากเจียน่า ทั้งสองคนเหลือบมองไปที่ลูอิส

“ท่านลูอิสพวกเราจะบอกทุกอย่าง แต่ท่านต้องสัญญาว่าจะปล่อยพวกเราไป”

“พวกเรายอมแพ้แล้ว ตระกูลพวกเราด้วย เราจะส่งมอบทหารตามที่ท่านท้องการแต่ได้โปรดปล่อยพวกเราไป”

“ลองว่ามา” ลูอิสกล่าว

ทั้งสองได้ยินดังนั้นก็เล่าถึงเรื่องกองกำลังนักบวชที่หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทบอกพวกตนในทันที

“หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทนั้นอยู่ที่ไหน” ลูอิสเอ่ยถาม

“ห้องประชุมในคฤหาสน์ เขาหลบอยู่ที่นั่น” ชาร์ลี่ชิงลงมือตอบก่อนในทันที

“เจียน่า” ลูอิสกล่าวสั้น ๆ

เจียน่าเคลื่อนไหวในทันที ผ่านไปสักครู่หนึ่งก็มีเสียงการต่อสู้รุนแรงเกิดขึ้น พร้อมกับที่หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทลอยกระเด็นออกมาจากหน้าต่างชั้นสองใสสภาพบาดเจ็บ แต่ก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้

“บารอนแกริค เจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับศาสนจักรแสงพิสุทธิ์หรือยังไง รีบสั่งให้คนของเจ้าหยุดซะ ข้าสามารถพูดคุยกับทางศาสนจักรละเว้นโทษบาปของเจ้าได้อยู่” หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทพยายามตะโกนเกลี้ยกล่อมลูอิสและพยายามบอกให้ทุกคนรู้ว่าลูอิสนั้นกำลังเป็นศัตรูกับศาสนจักร

“หึ” ลูอิสส่งเสียงในลำคอกับคำพูดของหัวหน้านักบวชที่ถึงตอนนี้ก็ยังคิดจะเอาศาสนจักรมาอ้างกับเขาอีก ‘นักบวชพวกนี้มันเป็นเหมือนกันหมดเลยหรือยังไง’

“เฟดี้ไปล้อมมันช่วยเจียน่า” เขากล่าว

เฟดี้ได้รับคำสั่งก็พาอัศวินรุ่งอรุณ 20 นายแยกไปปิดล้อมหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทไว้ทันที

“ถอยไปซะเจ้าพวกบาปหนา” หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทกล่าวอย่างดูแคลนอัศวินรุ่งอรุณ แต่หลังจากนั้นเขาก็รู้ซึ่งถึงพลังของอัศวินรุ่งอรุณ 20 คนที่โจมตีด้วยโล่กระแทกและดาบยุติธรรมพร้อม ๆ กัน

มันราวกับมีคลื่นสึนามิและพายุเฮอร์ริเคนถามเข้าใส่ ไม่ทันเจียน่าลงมือหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทผู้เป็นผู้สร้างจิตวิญญาณและอาวุธจิตวิญญาณก็โดนบดขยี้ไปในทันที

ฉากนี้สร้างความหวาดกลัวจนหนังศีรษะของทหารทั้ง 1,000 สั่นไปหมด พวกเขามั่นใจแล้วว่าทุกคนนั้นมีพลังในระดับผู้ครองพลัง 1 ดาวกันหมด

ถ้าทั้ง 300 คนโจมตีเดียวกันพร้อมกันมันจะเป็นพลังระดับไหน ไม่มีใครจินตนาการได้ แม้แต่ลูอิสเองก็ตาม เพราะเขายังไม่เคยลองเหมือนกัน

เจียน่าลากหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทที่สภาพโชกเลือดโยนมากองรวมกันข้าง ๆ กับคาร์เทอร์ที่สภาพไม่ต่างกัน ตัวการหลักทั้งสองตอนนี้นอนหายใจรวยรินอยู่แทบเท้าลูอิสซะแล้ว

ลูอิสทำการเค้นข้อมูลจากปากของหัวหน้านักบวชมาฟรีเนท ซึ่งมันก็ไม่อยากสักเท่าไหร่ จนในที่สุดก็ยืนยันได้ว่าจะมีเรือเหาะและกองกำลังนักบวชที่ถอยหนีมาจากเมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรเรบีดาสมาที่เมืองเอลดิลเพื่อควบคุมเมืองและเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นเมืองของศาสนจักรเพื่อใช้เป็นเส้นทางเข้าไปที่เมืองหลวงอีคอน

เรื่องนี้ทำให้ลูอิสต้องกลับมาคิดอีกครั้งว่าสิ่งใดที่ทำให้ศาสนจักรไม่ยอมแพ้ทิ้งอาณาจักรเรบีดาสไป เขาตัดเรื่องช่วยผู้คนและการเผยแพร่คำสอนไปทันที

ตอนนี้มีหนึ่งสิ่งที่เขาคิดได้

‘ประตู!’ ลูอิสคิดในใจอย่างเงียบขรึม ‘ดูแล้วหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทก็คงไม่รู้สิ่งจักสิ่งที่เรียกว่า ประตูแน่นอน คงต้องจับพวกนักบวชเหล่านั้นและลองถามดู’

ลูอิสกลับมาสนใจเรื่องตรงหน้า ก่อนจะกล่าว

“ฆ่าทั้ง 4 คน แบ่งกองกำลังเป็น 4 กองพลไปจัดการกับสามตระกูลขุนนาง ต่อจากนี้จะไม่มีตระกูลทั้งสามอีก คนจากตระกูลทั้งสามจะถูกยึดอำนาจและทรัพย์สินทั้งหมดกลายเป็นคนธรรมดาในเมืองเอลดิล ส่วนอีกกองพลไปจัดการโบสถ์แสงพิสุทธิ์ในเมืองด้วย จับมาให้หมดใครขัดขืนถือว่าเลือกจะตาย” ลูอิสตัดสินชะตากรรมของคนเหล่านี้ทันที

พอได้ยินคำพูดของลูอิสคนทั้งสี่ก็หวาดกลัวความตายกันในทันที พวกเขาพยายามขอร้องลูอิส แต่ก็ไม่เป็นผลพวกเขาถูกตัดหัวตรงนั้นและพาหัวไปตามตระกูลของตนเอง

ขณะเดียวกันเจียน่าก็บอกกับลูอิสเรื่องหนึ่งว่า “ท่านลูอิส ตอนเข้าไปฉันพบกับร่องรอยบางคนช่วยกันขโมยสมบัติของไวเคานต์คาริสและหนีกันไปสักพักแล้ว”

“กลุ่มคน?” ลูอิสคิดในใจ ก่อนจะพูดออกมา “ออสตินตายไปแล้ว รีดินก็เลือกจะจากไป จะเหลือก็แค่ไลกิ้นกับพวกผู้ครองพลังที่ไวเคานต์คาริสเคยชุบเลี้ยงไว้ คงจะเป็นคนพวกนี้”

“น่าจะเป็นอย่างนั้น” เจียน่าพยักหน้าเห็นด้วย

ลูอิสได้ยินก็ส่ายหัวเบา ๆ และรู้สึกสงสารคาร์เทอร์ขึ้นมาหน่อยหนึ่ง แม้แต่คนของคาร์เทอร์ก็ยังไม่เชื่อเลยว่าเขาจะทำสำเร็จ พากันฉวยโอกาสหอบสมบัติหนีไปแล้ว

“จะให้ตามจับกลับมาหรือเปล่าคะ” เจียน่าถาม

“ไม่ต้องหรอก ยุ่งยากเปล่า ๆ ตอนนี้สิ่งสำคัญคือเตรียมรับมือพวกศาสนจักรที่กำลังจะมาดีกว่า” ลูอิสกล่าว ก่อนจะหันหลังกลับไปที่คฤหาสน์ของตัวเอง

งานที่เหลือในคฤหาสน์คาริสตอนนี้จะมีคนของเขาเข้ามาจัดการต่อเอง ลูอิสไม่จำเป็นต้องลงไปทำด้วยตนเองเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

5 1 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด