ตอนที่แล้วEp.242 - สายพันธุ์ทรงภูมิปัญญาพยายามแทรกซึม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEp.244 - เปิดตัวคนใหม่

Ep.243 - ตกหลุมพรางบอสฮัง


2/2

Ep.243  - ตกหลุมพรางบอสฮัง

ภูติมายาเสี่ยวไป๋ , มนุษย์ปลาชาลู่ และลิซ .... สิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณต่างตบเท้าเข้าสู่โลกมนุษ์!

มันพึ่งผ่านมานานแค่ไหนเอง

แต่เจียงเฉิงกลับเป็นถึงขนาดนี้แล้ว!

ทั่วโลกมีสิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณข้ามมิติเข้ามากี่ตนแล้วกันแน่!?

แต่ในบรรดาพวกมัน คงมีทั้งแบบเสี่ยวไป๋ที่บังเอิญเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจ หรือพวกที่วางแผนรุกรานอย่าชาลู่ ไม่ก็พวกที่พยายามผสมผสานเข้ากับมนุษย์อย่างลิซ

ซึ่งการที่ลิซหนีไปได้

แน่นอนนั่นไม่ใช่เรื่องดี

มันอาจนำปัญหาใหญ่ตามมา

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่ไม่หวั่นกลัวการแก้แค้น

เขาอยู่บ้านกับนักสู้ที่แข็งแกร่งอย่างเสี่ยวไป๋ มีต้นไม้วิญญาณสองต้นเป็นบอดี้การ์ดและสุนัขที่สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้า หากลิซมีความกล้ากลับมาแก้แค้น ก็ปล่อยให้มันเข้ามาเถอะ!

ฮังอวี่กังวลเรื่องสถานที่อื่นมากกว่า

จะเกิดอะไรขึ้นหากลิซโจมตีร้านของอ้วนต้าไห่?

จะเกิดอะไรขึ้นหากลิซโจมตีร้านโพชั่นมังกรฟ้า?

แน่นอน เรื่องแบนนี้อาจเกิดขึ้นแต่ยังไม่ในทันที เพราะท้ายที่สุดแล้วลิซเองก็มาจากโลกวิญญาณ

มันไม่สามารถสืบเสาะข้อมูลของฮังอวี่ได้ในทันที รอให้ฮังอวี่กลับไปโลกวิญญาณในวันพรุ่งนี้และเตรียมการบางอย่างก่อน เขาสัญญาว่าจะกลับมาเก็บกวาดเจ้าหมอนี่แน่นอน!

แล้วอีกอย่าง หวังเอ๋อจดจำกลิ่นอายของมันได้แล้ว

หากยังอยู่ในเจียงเฉิง มอนสเตอร์ลิซอย่าหวังเลยว่าจะหนีพ้น

“อันตรายจริงๆ ฉันไม่นึกเลยว่าในสมาคมโลกวิญญาณจะมีสายลับจากโลกวิญญาณหลุดเข้ามา” ซูเจิ้งเฉิงไม่เคยเจอเรื่องประหลาดเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้จึงรู้สึกกลัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ฉันจะกลับไปบอกคนอื่นๆทันที แล้วรีบระดมคนเพื่อค้นหา ‘หวงจื่อหมิง’ !”

ซูเจิ้งเฉิงยังไม่ตาย

คนอื่นๆก็ต้องไม่ตายเช่นกัน

อัตลักษณ์มนุษย์ของมอนสเตอร์ลิซไม่อาจถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป

โดยรวมแล้ว ผลลัพธ์นี้ก็ไม่เลวร้าย หวงหยุนหลงถูกฆ่าสำเร็จ และสถานะของลิซถูกเปิดโปง

ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของซูเจิ้งเฉิงได้หายไปแล้ว และลูกสาวเขาได้พบกับผู้สนับสนุนรายใหญ่ ดังนั้นในที่สุดเขาค่อยมีเวลาให้ถอนหายใจโล่งอกได้เสียที

ฮังอวี่ผู้นี้ไม่เพียงมีศักยภาพในการพัฒนาอันน่าทึ่ง แต่เขายังมีพลังรบสูง ด้วยความคุ้มครองของบุคคลเช่นนี้ ซูเจิ้งเฉิงเชื่อว่าในอนาคตลูกสาวเขาจะปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้นในโลกอันแสนวุ่นวายนี้

ด้วยพลังรบของฮังอวี่

ด้วยความสามารถของซูหยุนปิง

ทั้งสองจะช่วยเติมเต็มกันและกันได้เป็นอย่างดี

โอกาสในอนาคตไร้ขีดจำกัด ฮ๊าาาาาา!

เอาจริงๆ เหตุการณ์นี้เป็นประโยชน์ต่อฮังอวี่เช่นกัน แม้ลิซคืออันตรายที่ซ่อนเร้น แต่เพราะเจ้าหมอนี่ ทำให้อาจารย์ซูเข้าร่วมกับเขาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก และนั่นส่งผลต่อนัยสำคัญอย่างใหญ่หลวง

“อาจารย์ซูเป็นยังไงบ้าง?”

หลินหลานกับเฉารุ่ยวิ่งออกมา แต่หากสังเกตดีๆจะพบว่าทั้งคู่ตัวสั่นเทา

เพราะลิซที่อยู่ในสถานะของหวงจื่อหมิงนั้นทรงพลังเหลือเกิน

ซูหยุนปิงยืนข้างฮังอวี่ เธอพยักหน้าเล็กน้อยให้กับทั้งสอง “พวกเธอพาตาแก่กลับไปก่อน ฉันจะพักที่บ้านฮังอวี่ซักพัก”

ซูหยุนปิงขอพักที่บ้านของฮังอวี่?

คำนี้ย่อมทำให้ผู้คนจินตนาการไปไกล

ซูหยุนปิงกระแอม กล่าวอย่างใจเย็นว่า “ทีมพึ่งรวมเข้าด้วยกัน มีรายละเอียดมากมายต้องปรับปรุง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องจัดการชาลู่ ฉันจำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกซักพัก .... นักศึกษาฮังคิดว่ายังไง?”

ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ

“ไม่มีปัญหา”

“ผมมีห้องว่างเยอะแยะ”

“อาจารย์เลือกหนึ่งในนั้นได้ตามสบาย”

ซูเจิ้งเฉิงเหลือบมองลูกสาว ก่อนสลับไปมองฮังอวี่ เขาผุดยิ้มขึ้นมา อารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก

“ดูท่าฉันคงแก่แล้วจริงๆ”  เขาเดินมาหาฮังอวี่ “เสี่ยวฮัง ตั้งแต่นี้ไป ฉันหวังว่าเธอจะดูแลลูกสาวของฉันให้ดี”

ฮังอวี่พยักหน้าอย่างไม่เก้อเขินเอินอาย “นั่นคือสิ่งที่ผมควรทำ”

“ตาแก่ พูดมากไปแล้ว รีบกลับซักทีเถอะ!” ซูหยุนปิงเหลือบมองซูเจิ้งเฉิง “นี่ก็ดึกแล้ว ฉันยังมีเรื่องต้องคุยกับฮังอวี่”

ลูกสาวโตจนเข้าวัยต่อต้านพ่อเสียแล้ว อาาาา!

ซูเจิ้งเฉิงมองฮังอวี่ด้วยสายตาให้กำลังใจ

หลินหลาน เฉารุ่ยพาเขาจากไปพร้อมกับมีฮัสกี้ไปส่ง

ฮังอวี่กลัวว่าลิซจะลอบกลับมาฆ่าทั้งสาม ดังนั้นขอให้หวังเอ๋อส่งร่างแยกไปคุ้มกัน

หลังจากเก็บกวาดพื้นที่

ฮังอวี่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“เชี่ยเถอะ!”

“สวนพืชวิญญาณของฉัน”

“เจ้าลิซตัวนี้ต้องตาย!”

ฮังอวี่ตรวจสอบและนับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

สมุนไพรล้ำค่า 20 - 30 ชนิดได้รับความเสียหายจากการต่อสู้

สมุนไพรที่เสียหายเหล่านี้นำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้อีก มันกลายเป็นของราคาถูกและสุดท้ายคงถูกส่งเข้าท้องสุนัข

ฮังอวี่พาอาจารย์ซูเข้าไปในห้อง

ทั้งสองนั่งลง ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม

ซูหยุนปิงนึกขึ้นได้อีกคำถามนึงในเวลานี้

“ตอนนี้พลังรบและอำนาจทำลายล้างของผู้คนกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การต่อสู้ง่ายๆอาจสร้างความเสียหายต่อสถานที่ใกล้เคียง ฉันคิดว่านี่คืออันตรายอย่างใหญ่หลวงที่หลายคนมองข้าม”

“ร้านโพชั่นกับบาร์ของพวกเรายังไม่มีมาตรการป้องกันสำหรับเรื่องนี้ ในกรณีที่มีคนอาละวาดและปลดปล่อยสกิลออกมา เกรงว่ามันจะสร้างความเสียหายมากมาย”

“ฉันคิดว่าพวกเราควรเตรียมการล่วงหน้า”

ฮังอวี่เอ่ยถาม “พูดแบบนี้แสดงว่าอาจารย์ซูมีทางแก้แล้ว?”

ซูหยุนปิงนั่งหลังตรงดูสง่างาม ขาคู่ยาวไขว้กันเป็นภาพที่น่าพึงพอใจ เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เต็มไปด้วยเส่นห์ของผู้หญิง

“จากข้อมูลที่มี”

“ตอนอยู่กับสมาคมโลกวิญญาณฉันได้ยินว่าสกายเน็ตมีนักก่อสร้างอยู่”

“นักก่อสร้างเป็นอาชีพหนึ่งในสายผลิต พวกเขาสามารถใช้พิมพ์เขียวเพื่อสร้างอาคารที่มีฟังก์ชั่นพิเศษเช่นเดียวกันการสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ ว่ากันว่ามีใครบางในในสกายเน็ตเชี่ยวชาญในการสร้างค่ายกลต้องห้ามแล้ว”

“ฉันคิดว่าจะลองติดต่อกับพวกเขาและจ่ายเงินเพื่อขอให้พวกเขาสร้างค่ายกลในร้านอาหาร ร้านโพชั่น และบาร์ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาตราบใดที่เลเวลของพวกเขาไม่เกินระดับของค่ายกลมนต์ต้องห้าม พวกเขาจะไม่สามารถใช้สกิลได้”

“นอกจากนี้ ยังมีความจำเป็นต้องร่ายมนต์และเสริมพลังให้กับพวกสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญ ไม่ก็ใช้วัสดุจากโลกวิญญาณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพวกมันใหม่ ฉันขอแนะนำให้จัดตั้งทีมรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะบนถนนมังกรฟ้า พวกเขาจะได้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว”

“...”

บลา บลา บลา

ซูหยุนปิงพูดน้ำไหลไฟดับ

แต่ยิ่งฮังอวี่ได้ฟังมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกพอใจมากเท่านั้น แม้เธอพึ่งเข้าร่วม แต่ก็เริ่มมีบทบาทแล้ว

ทั้งซูหยุนปิงและหวังเอ๋อสามารถเป็นผู้จัดการได้

อย่างไรก็ตาม สไตล์ของทั้งสองแตกต่างกัน ขุนศึกฮัสกี้ของเขาไม่ละเอียดอ่อน ขณะที่อาจารย์ซูพิถีพิถันมาก หากทั้งคู่ร่วมมือ ชดเชยข้อด้อยของกันและกัน สมาคมมังกรฟ้าย่อมเติบอย่างก้าวกระโดด!

มีผู้จัดการเป็นหนึ่งคนหนึ่งสุนัข นี่ช่วยแบ่งเบาความกังวลของเขาได้เยอะ

ฮังอวี่สามารถนั่งในสถานะเถ้าแก่ได้อย่างสบายใจ

รับผิดชอบเฉพาะการควบคุมทิศทางโดยคร่าวๆเท่านั้น

ทั้งสองเปิดอกคุยกัยาวตลอดทั้งคืน

ความกังวลในหัวใจของซูหยุนปิงคล้ายถูกปลดปล่อยอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่เธอวิตกมากที่สุดก็คือ หลังจากเข้าร่วมแล้ว เธอจะถูกฮังอวี่กลืนกินและกลบรัศมีไป

แต่เมื่อได้สนทนา เธอกลับพบว่า ฮังอวี่ไม่เพียงตั้งใจที่จะนำซูหยุนปิงมาใช้งานอย่างเต็มที่ แต่ยังปล่อยให้เธอมีอิสระ มอบอำนาจมหาศาลในการควบคุมสมาคมแก่เธอ

นี่คือสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุด

หากรากฐานของสมาคมมังกรฟ้ายินดีปฏิบัติตามเธอ

ซูหยุนปิงมั่นใจมากว่าจะสามารถพามันเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

เธอต้องการสิทธิ์

และฮังอวี่ให้สิทธิ์นั้นแก่เธอ

การได้รับสิทธิ์นี้

ทำให้ฮังอวี่ได้รับการยอมรับจากเธอเช่นกัน

ซูหยุนปิงยอมรับว่าค่อนข้างพอใจและรู้สึกประทับใจเล็กน้อย

กลับกลายเป็นว่าฮังอวี่ไม่กังวลจริงๆว่าอิทธิพลของเธอจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและสุดท้ายตัวเองถูกเขี่ยทิ้งไป

เรื่องประมาณนี้คือสิ่งที่ผู้นำในทุกยุคทุกสมัยวิตกกังวล จักรพรรดิไม่กล้ามอบอิทธิพลมากเกินไปแก่ขุนนาง นักธุรกิจชั้นนำไม่กล้ามอบหน้าที่สำคัญมากเกินไปแก่ลูกน้อง นักการเมืองไม่กล้ามอบอำนาจมากเกินไป แก่ประชาชน

สิ่งเหล่านี้มักเกิดขึ้นอยู่เสมอ

แต่ฮังอวี่ไม่กังวลในเรื่องนี้

มีสามเหตุผลหลัก

ข้อแรก ยุคสมัยมันต่างกัน

ประสบการณ์ในสมัยเก่าก่อนไม่สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงกับสถานการณ์ปัจจุบันได้

อนาคตนับจากนี้จะไม่เหมือนเดิม

ยุคต่อไปคือยุคของผู้แข็งแกร่ง!

ด้วยพลังรบของคนๆเดียวสามารถสร้างความห่างชั้นชนิดโค่นล้มทั้งกองกำลังใหญ่ลงก็ยังเป็นไปได้

ดังนั้นการมีพลังรบแข็งแกร่งมันถือเป็นการรับประกันที่ดีกว่า

ข้อสอง เขายังมีหวังเอ๋ออยู่ไม่ใช่หรอ?

ฮังอวี่ไม่ได้เลินเล่อ แต่เพราะเขามีตัวถ่วงดุลอยู่

แม้ซูหยุนปิงจะขึ้นเป็น CEO แต่สถานะของเธอยังด้อยกว่าหวังเอ๋อเล็กน้อย

หวังเอ๋อยังคงเป็นผู้นำหลัก ความสามารถในการแยกร่างอันทรงพลังของมันมากพอที่จะทำงานหลายอย่างด้วยตัวเอง บวกกับการประมวลผลอันทรงพลังของสมอง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูง ดังนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรมาก

ข้อสาม ฮังอวี่เชื่อในตัวอาจารย์ซู และเชื่อในตัวเองเช่นกัน

เขาเชื่อว่าซูหยุนปิงคนนี้แม้มีความทะเยอทะยาน มีพลังรบ และเพียบพร้อมในทุกๆด้าน แต่ขณะเดียวกันยังคงเชื่อถือได้

นอกจากนี้ เขาเชื่อในความคิดของตัวเอง

ว่าอาจารย์ซูเป็นคนฉลาด

ในไม่ช้าเธอจะพบว่าประโยชน์ที่ได้รับจากการติดตามตนเองนั้นไม่ใช่แค่เท่ากับที่เธอคาดหวัง แต่จะนำมาซึ่งเซอร์ไพรส์อีกมากมายให้เธอคาดไม่ถึง

ไม่ว่าจะเป็นความพอใจในอำนาจ

หรือการเติบโตด้านพลังรบของบุคคล

ฮังอวี่มั่นใจว่าสามารถสร้างหลุมพรางให้เธอตกลงไปและไม่อาจปีนป่ายขึ้นมาได้อีก

หากกระทั่งอาจารย์ซูยังพิชิตไม่ได้ แล้วความหวังที่จะพิชิตโลกวิญญาณของฮังอวี่จะเป็นจริงได้อย่างไร?