ตอนที่แล้วตอนที่ 177 เรือเหาะประจัญบานและคลื่นทำลายขนาดใหญ่(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 179 เดินเยื้อง ๆ

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 178 อีคอนที่ล่มสลาย(อ่านฟรี)


ตอนที่ 178 อีคอนที่ล่มสลาย

คลื่น..................!!!!!!!!!!!

คลื่นพลังทำลายล้างกวาดทุกสิ่งไป หลังจากการปะทะนี้จบลงราชาดาสที่ 4 ก็มองดูหลุมเบื้องล่างที่หลอมละลายด้วยสีหน้าซีดขาวและเหนื่อยหอบ

เปลวไฟด้านหลังของเขาเริ่มอ่อนแรงลง ทำให้ราชาดาสที่ 4 ต้องลดระดับการบินของตัวเอง

“ในที่สุด...” ราชาดาสที่ 4 กล่าวออกมาได้เพียงครึ่งประโยคก็ต้องตกใจ รีบหันไปด้านหลังพร้อมกับมือที่กำลังปลดปล่อยเพลิง แต่ช้าไปกูลสิบดาวที่สภาพผิวทั้งร่างดำไหม้อ้าปากกัดร่างกายตั้งแต่แขนไปจนถึงหัวไหล่จนขาด

“อ๊ากกก!!!” ราชาดาสที่ 4 ร้องด้วยความเจ็บปวด เขาเป็นผู้เผาผลาญ ร่างกายไม่แข็งแกร่งเหมือนสายอื่น ๆ ดังนั้นร่างกายจึงนับเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงมาก การบาดเจ็บครั้งนี้จึงรุนแรงมากถึงขั้นสาหัส

แต่เพราะระดับพลังที่สูงทำให้เขาไม่ตาย

ปัง!

เพลิงระเบิดระหว่างตัวของราชาดาสที่ 4 และกูล 10 ดาว แยกทั้งสองออกจากกัน นี่เป็นการปลดปล่อยพลังแบบฉุกเฉิน เพื่อหนีออกมาของราชาดาสที่ 4

“ฮี่ ๆ เจ้าไม่รอดหรอก ดูดกลืน” กูลกล่าวออกมาทั้งที่เลือดและเนื้อราชาดาสยังเต็มปากมันอยู่ ก่อนที่มันจะอ้าปากออกมาดูดราชาดาสกลับเข้ามาหาตัวเอง

แรงดูดนั้นสูงมากจนราชาดาสที่ 4 ยากจะต้านทานไว้ได้

“ไม่!!!” ราชาดาสที่ 4 ปลดปล่อยพลังด้วยทุกอย่างที่มีเพื่อหนีจากการดูดกลืนนี้

ทำให้ทั้งสองฝ่ายนั้นยื้อไปมา พื้นดินที่หลอมละลายก่อนหน้าลอกเป็นแผ่น ๆ ดูดกลืนหายเข้าไปในปากของกูล

“ไม่ข้าไม่ยอมตาย” ราชาดาสที่ 4 สู้สุดชีวิต ก่อนจะปลดปล่อยเพลิงจากร่างจนหมดสิ้นหวังจะให้กูลกลืนกินถึงขีดจำกัด ทั้งสองยื้อกันไปมาได้ 10 กว่าวินาที ในที่สุดกูลก็ไม่อาจจะทนทานการดูดกลืนได้ไหวอีก

“อัก!”

กูลถึงกับสำลักเปลวไฟสีเหลวออกมา

ราชาดาสที่ 4 ฉวยจังหวะรีบสร้างปีกอัคคีบินหนีไปกินทันที

“หึ เจ้าคิดจะหนีไปไหน? อัก! อ้วก... บ้าจริงกินเยอะไปหน่อย เพราะไอ้พวกที่กลืนไปก่อนหน้านั้นทำให้ขีดจำกัดข้าน้อยลง” กูลยกมือเช็ดปาก มันก้มมองดูท้องป่องพุ่งยื่นของตัวเองที่มีแสงสีแดงเคลื่อนไหวไปมาจากความร้อนของเพลิง

‘มันถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ข้าก็เช่นกัน’ ราชาดาสที่ 4 ใช้เพลิงเผาแผลของตัวเองเพื่อห้ามเลือดชั่วคราว ก่อนจะกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความเจ็บปวด ตั้งแต่เกิดจนถึงเวลานี้เขาทุ่มเทให้กับอาณาจักรเรบีดาสมานาน 80 ปี แต่ไม่คิดเลยว่าในวันนี้อาณาจักรเรบีดาสนั้นจะมาจบสิ้นตรงนี้ภายใต้การพิทักษ์ของเขา

ราชาดาสที่ 5 ตาย สายเลือดราชวงศ์โดนไล่ล่าและสูญสิ้นเป็นจำนวนมาก เขาไม่ว่าตอนนี้มีสายเลือดราชวงศ์รอดอยู่อีกหรือไม่ แต่จากที่เห็นความหวังมันช่างริบหรี่ซะเหลือเกิน

“ไม่! ข้าจะมาตายตอนนี้ไม่ได้ ข้าต้องรอด อาณาจักรเรบีดาสยังไม่จบสิ้น ขอแค่ยอมเข้าร่วมกับอาณาจักรนักล่าเอเลอาร์ต แม้จะกลายเป็นอาณานิคม แต่ก็ดีกว่าสูญสิ้นและกลายเป็นเมืองอันเดดไป” ราชาดาสที่ 4 ตัดสินใจแล้ว

หันขวับ ก่อนจะพุ่งตัวหนีไปบนท้องฟ้าทันที

“คิดจะหนีอย่างนั้นเหรอ อัก! ข้าจริง...” กูลระดับ 10 ดาวคิดจะตาม แต่ก็ยังอ้วกเอาเพลิงออกมาอยู่ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดเป็นอย่างยิ่ง

“ว๊ากกกก!!!!!!” กูลระดับ 10 ดาวอ้าปากกว้างขยายกว่า 10 เมตรอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่มันจะพ่นบางสิ่งออกมาจากปากขึ้นไปบนท้องฟ้าไม่หยุด

สิ่งที่ออกมานั้นกลับกลายเป็นกองทัพอันเดดที่มีทั้งกูล แวมไพร์และซอมบี้ ทั้งสามประเภทของอันเดดถูกพ่นออกมาและตกลงกระแทกพื้นดังตุบตับไม่หยุด มันมีกันไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัว ส่วนระดับนั้นตั้งแต่พวกธรรมดาอย่างซอมบี้ทั่วไปจนถึงกูล 7 ดาวเลยก็มี

หลังจากออกมาจากปากของกูล แต่ละตัวก็ลุกขึ้นยืนก่อนที่อันเดดทั้งหมดจะวิ่งกระจายกันไปคนละทิศละทาง ไม่ต้องให้มีใครบอกพวกมันก็รู้ได้ว่าตอนนี้ได้เวลาฆ่าล้างเมืองอีคอนแล้ว

กูลยกแขนขึ้นมาก่อนจะเช็ดเมือกบนปากและแสยะยิ้มออกมา “ฮี่ ๆ โล่งท้องเป็นบ้าเลย แต่ก็ดันให้ตัวปัญหาหนีไปซะได้”

ควับ!

กูลหันไปคว้าซอมบี้และแวมไพร์ระดับ 6 ดาวสองตัวมา ก่อนจะกล่าวกับมันทั้งสอง “ไปตามเจ้านายพวกเจ้ามา ให้พวกมันตามข้าไปไล่ล่าราชาดาสที่ 4”

“ขอรับ”

ทั้งซอมบี้และแวมไพร์ทั้งสองตัวนั้นต่างก็พยักหน้าขานรับอย่างสั่นกลัว

ห่างจากขอบหลุมขนาดใหญ่ยักษ์ที่ก่อนหน้านั้นเคยมีพระราชวังอยู่ ตอนนี้มันกลายเป็นซากไปแล้ว พื้นดินค่อย ๆ พองตัวขึ้น ก่อนที่ผีดูดเลือด 9 ดาวจะพุ่งออกมา

“ระดับ 10 ดาวขั้นสุดยังอันตรายกว่าที่คิดนัก ข้าที่อยู่ขั้น 9 ดาวไปกลาง ๆ ยังไม่อาจจะต้านพลังโจมตีสูงสุดของระดับนั้นได้” ผีดูดเลือดมองดูซากที่พังทลาย แต่แล้วตอนนั้นเองมันก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ เนื่องจากว่าสัมผัสได้ถึงกองทัพแวมไพร์ของตัวเอง

“หืม ปลดปล่อยกองทัพออกมาแล้วอย่างนั้นเหรอ ได้เวลากลืนกินมนุษย์ทั้งเมืองแล้วสินะ แต่ว่าข้ายังมีเป้าหมายใหญ่กว่า” ผีดูดเลือดเลียเขี้ยวของตัวเองอย่างหิวกระหาย ก่อนจะต้องขมวดคิ้ว

“บ้าจริงล่องลอยเจ้าเด็กนั้นหายไปเพราะคลื่นพลังของการโจมตีกวาดล้างไป ช่างมันตามไปเดี๋ยวก็เจอ” ผีดูดเลือดกำลังจะบินตามไป ตอนนั้นเองก็มีแวมไพร์บินมาแจ้งคำสั่งของกูล 10 ดาวกับมัน ทำให้ผีดูดเลือดไม่มีทางเลือก นอกจากกลืนฝืนทนจากไป

แต่ว่ามันก็ยังสั่งให้แวมไพร์ 6 ดาวรวบรวมฝูงแวมไพร์และไล่ล่าเด็กคนหนึ่งต่อจากมัน

“เจ้าจำเด็กอัจฉริยะที่เคยเจอที่ป่าทมิฬได้หรือไม่ ตอนนี้เด็กนั้นปรากฏตัวอยู่ที่เมืองอีคอนนี้ ในระหว่างฆ่าล้างเมืองอีคอน เจ้านำฝูงที่แข็งแกร่งไปไล่ล่ามันและจับมาเป็น ๆ ให้ข้า แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ฆ่ามันและอย่าให้เสียเลือดมากเกินไป”

“ขอรับนายท่าน” แวมไพร์ตนนี้รับคำสั่งในทันที มันเป็นแวมไพร์ 5 ดาวที่เคยเจอลูอิสที่ป่าทมิฬมาก่อนและตอนนี้มันพัฒนาเป็นแวมไพร์ 6 ดาวแล้ว

ผีดูดเลือดทำการควบคุมเลือดที่ซึมอยู่ในพื้นดินเข้ามาหาตน ก่อนจะสร้างปีกโลหิตใหม่และบินไปหากูล 10 ดาวในทันที

...

ขณะเดียวกันในพื้นที่เขตของขุนนาง ลูอิสใช้แรงที่มียกดันโล่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเพื่อผลักดินและซากคฤหาสน์ที่ทับถมตนเองออกไป

เขามองดูสภาพชั้นใต้ดินที่เหลือเพียงครึ่งจากแรงระเบิด ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ และกระโดดขึ้นไปบนพื้นด้านบน รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยซากประหลักหักพังจำนวนมาก ยาวไปจนเกือบครึ่งหนึ่งของเขตที่พักขุนนาง

แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก ก็ต้องตกใจที่เห็นสิ่งที่บินอยู่บนท้องฟ้าไกล ๆ

“นั้นมัน...ฝูงอันเดด” ลูอิสพูดออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะกลับมามีสีหน้าจริงจังอีกครั้ง

“ฝูงอันเดดนับหมื่นตัวพวกนี้สามารถฆ่าผู้คนทั้งเมืองแน่นอน”

“หืม มีฝูงหนึ่งเหมือนจะบินหาบางสิ่งอยู่ แวมไพร์หรือว่าเป็นสมุนของพวกผีดูดเลือด แต่ในกลุ่มเหมือนจะไม่มีผีดูดเลือด 9 ดาวมาด้วย ทำไมมันถึงไม่มาตามล่าเราด้วยตัวเอง หรือว่ามีสิ่งที่สำคัญกว่า ถ้าอย่างนั้นนี่คือโอกาสรอดมาแล้ว” ลูอิสเผยสีหน้ายินดี

เขาเปลี่ยนเป็นโหมดจอมเวทย์ ก่อนจะใช้ทักษะวาร์ปหนีในทันที

แน่นอนว่าไม่ใช่การวาร์ปบนท้องฟ้าเพราะเสี่ยงเกินไป เขาวาร์ปไปตามพื้นด้านล่าง ก่อนจะออกไปจากเขตขุนนาง

“บริเวณเขตนอกพวกผู้คนพากันแตกตื่นกันแล้วสินะ ก็ไม่แปลกด้วยแรงสั่นสะเทือนและการต่อสู้ของระดับ 10 ดาวยังไงพวกเขาก็ต้องรับรู้กัน” ลูอิสมองดู

พื้นที่ด้านนอกนี้ห่างไกลจากพระราชวัง เพราะระหว่างทั้งสองยังมีเขตที่พักของพวกขุนนางที่กว้างขวางขนาดใหญ่กั้นไว้อยู่ จึงไม่แปลกถ้าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรหรือใครเป็นคนรอบโจมตีพระราชวัง

ข่าวสารจากในเขตพื้นที่ทั้งสองก็ไม่มีการส่งออกมา เนื่องจากคนแทบทั้งหมดนั้นตายไปแล้ว

“พวกเขาเชื่อมันไม่เกินไปจึงไม่มีใครคิดจะหนีออกไปนอกเมืองอีคอน ช่างพวกเขาไปก่อนฉันต้องรีบออกไป ก่อนที่ทุกอย่างนั้นจะวุ่นวายไปมากกว่านี้และต้องเป็นก่อนที่ผีดูดเลือดจะมาตามล่าอีกครั้ง” ลูอิสวาร์บอย่างต่อเนื่องทันที

“หืม พวกอันเดดเข้ามายังเขตของประชาชนธรรมดาแล้ว” ลูอิสหันกลับไปเขาได้ยินเสียงกรีดร้องและไฟที่ไฟมาจากด้านหลัง

ในเมืองอีคอนแห่งนี้มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเสียงร้องจากการโดนไล่ล่าโดนฝูงอันเดดจะเป็นยังไง แม้แต่ลูอิสที่มีระบบสุดโกงก็ยังไม่มีปัญญาไปช่วยเหลือทุกคนได้

“หนึ่งล้านคน ฝูงอันเดดนับหมื่นตัว ยิ่งเป็นพวกซอมบี้ที่สามารถแพร่เชื้อเปลี่ยนคนกลายเป็นซอมบี้โดยตรง ซอมบี้มากขนาดนั้นเมืองอีคอนนี้คงจบสิ้นแล้ว” ลูอิสรู้ว่ายิ่งมีความตายจำนวนอันเดดยิ่งมากขึ้น

จากหนึ่งคงกลายเป็นแสนในเวลาไม่นาน หลังจากนั้นก็คงจะมากกว่านั้นอีก

“ต้องรีบไปหาทุกคนที่อยู่นอกเมือง” ลูอิสมองไปนอกเมือง ก่อนที่เขาจะแยกกับคนอื่น ๆ ลูอิสบอกให้พวกเจียน่าไปรอนอกเมือง ซึ่งอาจจะห่างออกไปพอสมควร แต่ทิศทางเป็นเส้นทางไปที่พวกเขาให้เดินทางระหว่างเมืองอีคอนกับเมืองเอลดิลแน่นอน

ลูอิสวาร์ปอย่างต่อเนื่องสุดกำลัง ขณะที่ทั้งเมืองอีคอนเริ่มลุกเป็นไฟ พวกอันเดดไม่ว่าจะเป็น กูล ซอมบี้และแวมไพร์ต่างก็ไล่ฆ่าผู้คนอย่างเมามัน ต่อให้มีผู้ครองพลังลุกขึ้นมาสู้ แต่ก็ไม่อาจจะเทียบกับฝูงอันเดดเหล่านี้ได้

เริ่มแรกก็ไม่มีใครคาดคิดว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแบบนี้ เมืองอีคอนที่ดำรงอยู่มานานหลายร้อยปี พวกเขาจึงเชื่อมั่นมันมาก และนั้นจึงไม่มีใครคิดจะหนีออกนอกเมือง แต่พอรู้ว่าสถานการณ์เกินกว่าจะควบคุมและไม่มีคนจากภายในมาช่วยพวกเขา ก็ทำให้ผู้คนเริ่มแย่งกันหนีตาย แต่กว่าจะคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว

แถมนี่ยังเป็นการโจมตีอย่างฉับพลันจากภายในออกมาภายนอก ซึ่งกำแพงที่ขวางกลั้นอันเดดจากด้านนอกกลับกลายเป็นสิ่งที่ขวางไม่ให้พวกผู้คนหนีออกนอกเมืองไปด้วย

ลูอิสมองไปบนท้องฟ้ายามกลางคืน เขาเห็นชัดเจนว่าด้านหลังมีพวกแวมไพร์บินไปมาอยู่เต็มไปหมดและกำลังตรงมายังประตูเมืองที่ผู้คนอยู่กันอย่างหนาแน่น

“ประตูเมืองมีแต่คน คงต้องวาร์ปไปบนท้องฟ้าแล้ว” ลูอิสวาร์ปไปบนท้องฟ้าทันที ก่อนจะวาร์ปอย่างต่อเนื่องออกไปนอกเมือง

“มันตามมา” ลูอิสหันกลับไปมองก็เห็นแวมไพร์ระดับ 6 ดาวฝูงหนึ่งบินมายังทิศทางเขาอยู่ไกล ๆ

ไม่ต้องบอกเขาก็วาร์ปหนีด้วยพลังงานทั้งหมดที่มี แถมยังเริ่มเปลี่ยนทิศทางอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหายไปจากระยะการติดตามของพวกแวมไพร์

“บ้าจริงเด็กนั้นหนีไปได้ แยกกันไปตาหาร่องรอยของมัน” แวมไพร์ 6 ดาวสั่งการแวมไพร์ตัวอื่น ๆ ก่อนที่พวกมันจะบินกันไปคนละทิศทาง

แต่ด้วยการเคลื่อนที่บนท้องฟ้าแบบนี้จะหาร่องรอยได้จากที่ไหน สุดท้ายผ่านไปครึ่งชั่วโมง พวกมันก็ล้มเลิกการตามล่าและกลับไปไล่ฆ่าพวกมนุษย์ที่เมืองอีคอนต่อ

ภายในค่ำคืนเดียวเมืองอีคอนก็ล่มสลายลง ประชากรเกือบทั้งหมดตายลง มีบางส่วนหนีรอดไปได้บ้าง โดยอาศัยทั้งโชคและความสามารถช่วยชีวิตไว้ หนึ่งในนั้นคือเรือเหาะโลหะลำหนึ่งที่รอดออกมาได้พร้อมกับนายช่างจำนวนมากจากย่านถนนหนึ่ง เรือเหาะบินหนีหายไปจากเมืองอีคอนทันทีโดยที่ไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย

w.wit : มาคุยกันครับ หลายคนสงสัยทำไมลูอิสไม่แปลกเป็นจอมเวทย์แล้ววาร์ปหนีออกมา ขออธิบายตามฉบับนิยายไรท์เตอร์นะครับ ย้ำว่าตามฉบับนิยายของไรท์เตอร์นะครับ

ทักษะวาร์ปเป็นทักษะที่เคลื่อนที่ระยะสายตา คือหายตัวจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งตามระยะการมองเห็นเท่านั้น(ระยะแบชัดเจนนะครับ ไม่ใช่เห็นเส้นขอบฟ้าแล้วจะไปโผล่ยังเส้นขอบฟ้าได้เลย แต่เป็นระยะมองเห็นที่ระยะได้และไม่มีอะไรขวาง) แถมยังต้องหยุดทุก ๆ การวาร์ปจังหวะหนึ่ง ซึ่งนั้นทำให้ผีดูดเลือดที่ชำนาญความเร็วและยังบินได้ตามทันอยู่แล้วเพราะความชำนาญของมันนั้นเกินกว่า 1000+ ซึ่งหมายถึงความเร็วที่เกินกว่าจอมเวทย์เลเวล 30 จะใช้วาร์ปหนีได้ทัน

อีกอย่างร่างกายคือจุดอ่อนของจอมเวทย์ ขนาดพาลาดินเลเวล 60 ที่มีจุดแข็งในเรื่องการป้องกันยังเกือบตายจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว ถ้าลูอิสกล้าเปลี่ยนเป็นจอมเวทย์ที่ร่างกายเป็นจุดอ่อนอยู่ด้วยแล้วก็เท่ากับหาเรื่องตายดี ๆ นี่เอง

ลูอิสจึงเลือกจะใช้พาลาดินในการหนี เพราะแม้จะไม่เก่งด้านความเร็ว แต่ก็ทำให้เขาต้านการโจมตีของผีดูดเลือดได้ ไม่ตายในครั้งเดียว และก็ทำให้หนีไปเรื่อย ๆ เพื่อหาโอกาสไปด้วยครับ เพราะลูอิสมีโพชั่นพลังงานและชีวิตขอแค่ไม่ตายก็อึดยิ่งกว่าแมลงสาปอีกครับ

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด