ตอนที่แล้วตอนที่ 176 พาลาดินผู้ดิ้นรนสุดชีวิต(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 178 อีคอนที่ล่มสลาย(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 177 เรือเหาะประจัญบานและคลื่นทำลายขนาดใหญ่(อ่านฟรี)


ตอนที่ 177 เรือเหาะประจัญบานและคลื่นทำลายขนาดใหญ่

กระสุนปืนใหญ่ถล่มใส่จุดที่ผีดูดเลือดยืนอยู่ไม่มีการหยุดยั้ง พื้นดินรอบ ๆ บริเวณ 30 เมตรแตกกระจุยกระจาย พื้นที่ถัดมาหน่อยเต็มไปด้วยคลื่นกระแทกที่อัดร่างคนธรรมดาตายได้ในพริบตา

ลูอิสไม่มีทางเลือกรีบกระโจนมาหลบด้านหลังกำแพงพระราชวังที่ตนเองพึ่งพุ่งกระแทกพังทลาย ก่อนจะใช้โล่อัศวินป้องกันตัวเองไว้พร้อมด้วยทักษะโล่ศักดิ์สิทธิ์อีกชั้น

กระสุนปืนใหญ่ยิ่งถล่มอยู่สักพักจนซากดินกระจายกันไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดยิงในที่สุด

ลูอิสที่พึ่งใช้โอกาสเมื่อครู่ดื่มโพชั่นชีวิตและพลังงานไปหลายขวดเพื่อฟื้นพลังของตัวเอง ได้เงยหน้าออกมาจากหลังโล่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะเห็นว่าด้านหน้าของตนเองนั้นพื้นดินก่อนหน้านั้นกลายเป็นหลุมเละเทะไปหมด คล้ายกับมีคนยกแผ่นดินตรงนั้นและก็พลิกมันกลับไปมา

แต่สิ่งที่ทำให้ลูอิสตกใจพอสมควรเพราะมันหายากนักที่จะเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ได้ นั้นก็คือเหนือพื้นดินขึ้นไปบนท้องฟ้าตอนนี้มีเรือเหาะโลหะ 5 ลำขนาดใหญ่กว่าเรือเหาะของเขาสองถึงสามเท่าตัวเห็นจะได้ พวกมันกำลังปิดล้อมที่นี่ไว้อยู่

เรือเหาะแต่ละลำนั้นมีปืนใหญ่ขนาด 120 มม. จำนวน 3 กระบอกติดตั้งอยู่ โดยปืนใหญ่ทั้ง 3 กระบอกติดตั้งอยู่ด้านหน้าสามารถยิงในตำแหน่งที่ต่ำกว่าความสูงและต่ำในรัศมี 180 องศา แต่มันกลับหันข้างได้แค่ 45 องศาเท่านั้น ดังนั้นทิศทางยิงจริง ๆ จึงขึ้นอยู่กับด้านหน้าของเรือเหาะ

นอกจากปืนใหญ่แล้วยังมีปืนกลหนัก 7.62 มม. อีก 5 กระบอกติดตั้งมาอยู่ด้วย อยู่ด้านซ้ายและขวาฝั่งละ 2 และด้านหลังอีก 1

กำลังหลักบนเรือเหาะยังคงเป็นผู้ครองพลัง โดยมีสายผู้แข็งแกร่งและผู้พิทักษ์อยู่ทำหน้าที่ปกป้องเรือเหาะและช่วยสนับสนุนอาวุธ ผู้เผาผลาญทำหน้าที่โจมตีจากระยะไกลและสุดท้ายคือ ผู้เคลื่อนไหวที่ควบคุมปืนใหญ่และปืนกลหนัก เนื่องจากพวกเขาสามารถตอบสนองและติดตามความเร็วของศัตรูได้ดีที่สุด

รวม ๆ แล้วมีผู้ครองพลังในแต่ละลำอยู่ที่ 30 กว่าคน ซึ่งมีระดับพลังไม่เกิน 3 ดาวเป็นส่วนใหญ่

มีเพียงแต่ขุมกำลังระดับอาณาจักรขึ้นไปแบบนี้ถึงจะสร้างผู้ครองพลังมากมายแบบนี้ได้

เรือเหาะลำหนึ่งที่เป็นเรือธงนำเรือเหาะที่เหลืออีก 4 ลำนั้น ด้านบนมีคนผู้หนึ่งคอยสั่งการอยู่และก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น เจ้าชายลำดับ 4 ที่หนีตายไปก่อนหน้านั้น

ในตอนแรกเขาเองก็เกือบตาย ถ้าไม่ใช่เพราะซอมบี้ 9 ดาวที่ไล่ล่านั้นมันสนใจเจ้าชายลำดับ 7 มากกว่า เขาก็คงตายไปแล้ว เจ้าชายลำดับ 4 ที่รอดมาได้ รีบไปรวบรวมกำลังทั้งหมด ก่อนจะใช้ไพ่อีกใบหนึ่งของอาณาจักรเรบีดาสนั้นก็คือ เรือเหาะประจัญบาน ซึ่งเป็นเรือเหาะที่อาณาจักรเรบีดาสใช้ความพยายามหลายปีในการซื้อพวกมันมาจากขุมกำลังผู้อยู่เหนือ

ก่อนที่พวกเขาจะกู้คืนและซ่อมแซมปืนใหญ่และอาวุธปืนกลหนักกลับมาติดตั้งให้กับเรือเหาะจนพวกมันกลายเป็นเรือเหาะประจัญบานทั้ง 5 ลำ

เจ้าชายพากองกำลังและเรือเหาะเข้ามาเพื่อเริ่มจัดการกับซอมบี้ 9 ดาวก่อน แต่ไม่รู้มันหายไปไหน เขาจึงบินมายังสนามรบหลัก แต่การต่อสู้ของระดับ 10 ดาวนั้นรุนแรงเกินไปและยากจะให้เรือเหาะประจัญบานเข้าไปมีส่วนร่วมได้

ตอนนั้นเองก็เห็นการต่อสู้และแสงสว่างจากด้านข้างสนามรบหลัก พวกเขาจึงติดตามมาและเลือกเป้าหมายใหม่เป็น ผีดูดเลือด 9 ดาวแทน

“ต้องฆ่ามันให้ได้ เพราะถ้าผีดูดเลือดตัวนี้เข้าไปแทรกแซงการต่อสู้ของเสด็จปู่ ท่านไม่มีทางสู้สองรุมหนึ่งไหวแน่นอน ถึงตอนนั้นราชวงศ์ดาสเราจบสิ้นแน่ และถ้าเป็นแบบนั้นสถานะเจ้าชายและตำแหน่งราชาของฉันก็ไร้ความหมายทันที และถ้าชนะและฉันจัดการผีดูดเลือดตนนี้ได้ ตำแหน่งราชาดาสที่ 6 จะเป็นของฉันทันที” เจ้าชายลำดับ 4 สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ด้วยเรือเหาะประจัญบานทั้ง 5 ลำและอาวุธปืนใหญ่เขาเชื่อว่าจะสยบผีดูดเลือดตนนี้ได้

“ยืนยันเป้าหมายว่าตายแล้วหรือยัง” เจ้าชายลำดับ 4 เอ่ยถามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่กำลังใช้กล้องส่องทางไกลมองดูจุดที่พึ่งโจมตีไป

“ฝุ่นมีเป็นจำนวนมากขอรับ นั้นมัน...เจอม่านพลังสีแดง! ย้ำมีม่านพลังสีแดง! เป้าหมายยังไม่ตาย!”

เจ้าชายได้ยินก็ไม่รอช้าสั่งการทันที “ยิงถล่มซ้ำไปอีก”

ปืนใหญ่บรรจุกระสุนใหม่และเริ่มยิ่งอีกครั้ง

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!....

เสียงปืนใหญ่โจมตีอย่างต่อเนื่อง

“เจ้าพวกถุงเลือด กล้ามากนะที่ใช้ของแบบนั้นโจมตีข้า”

ในตอนนั้นเองก็มีใบมีดโลหิตพุ่งขึ้นมาผ่ากระสุนปืนใหญ่ที่ยิงเข้ามา ก่อนจะมีใบมีดบางส่วนฟันเข้าใส่จนปืนใหญ่จนได้รับความเสียหาย แต่ก็มีกระสุนบางนดถล่มเข้าใส่ม่านโลหิตจนเป็นรูโหว่ได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้ผีดูดเลือด 9 ดาวบาดเจ็บมากนัก เพียงพริบตามันก็ฟื้นกลับมาได้แล้ว

“แย่แล้วปืนใหญ่ของเรือเหาะหมายเลข 3 และ 4 เสียหายไปแล้ว” เสียงรายงานดังขึ้นมา

“เปลี่ยนไปใช้ปืนกลหนักยิงถล่ม ถ้ามันไม่ตายพวกเราทั้งหมดได้” เจ้าชายลำดับ 4 กล่าวเคร่งขรึม

กระสุนปืนกลหนักเริ่มยิงถล่มตามกระสุนปืนใหญ่ ไปยังจุดที่มีม่านโลหิต ผีดูดเลือดกัดฟันด้วยความหงุดหงิด มันไม่คิดจะมาต้านรับการโจมตีนี้อีก แม้กระสุนปืนใหญ่ไม่อาจจะฆ่ามันได้ในนัดเดียว แต่ถ้ามากเข้าก็บาดเจ็บหนักได้ แถมยังสิ้นเปลืองโลหิตมากด้วย

“ฆ่าให้หมดแล้วไปจับเด็กนั้นมาถลกหนัง” ผีดูดเลือดเก็บท่านโลหิต ก่อนจะอาศัยความเร็วเคลื่อนที่หลบ ก่อนจะบินขึ้นทั้งฟ้าพุ่งเข้าหาเรือเหาะประจัญบานหมายเลข 3

“มาแล้ว!! ผู้เผาผลาญขัดขวาง ปืนกลหนักเล็งไปที่ศัตรู” กัปตันเรือเหาะหมายเลข 3 สั่ง

กระสุนปืนกลหนักจากเรือหมายเลข 3 ยิงสาดซัดไม่หยุดยั้ง นอกจากนั้นปืนจากเรือลำอื่น ๆ ก็ยิงด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาก็ต้องระวังไม่ให้ยิงโดนกันเอง

ท่ามกลางท้องฟ้ากลางคืนทำให้เป็นแสงจากกระสุนที่วิ่งไปมาเป็นเส้น ๆ ตลอดเวลา

“คิดจะใช้ของเล่นนั้นฆ่าข้าอย่างนั้นเหรอ แหลกไปซะ” ปีกโลหิตของผีดูดเลือดป้องกันกระสุนจากทุกทิศทางเท่าที่จะทำได้ ขณะที่บางส่วนก็สร้างเป็นกำปั้นขนาดใหญ่ต่อยเข้าใส่เรือเหาะหมายเลข 3 เข้ากลางลำ โดยไม่สนใจการโจมตีของพวกผู้ครองพลังและอาวุธบนเรือเหาะแม้แต่น้อย

ตูม!

เรือเหาะประจัญบานหมายเลข 3 โดนเข้าไปกลางลำจนทำให้ด้านข้างของเรือฝั่งที่โดนต่อยยุบเข้าไปก่อนเป็นสิ่งแรกและตามมาด้วยการฉีกขาดจากแรงหมัดโลหิตกำปั้นนั้นบริเวณกลางลำเพราะเรือเหาะไม่อาจจะทนทานได้ไหว

พวกที่อยู่บนเรือต่างก็พากันร่างระเบิดแหลกตายไปทันที ตั้งแต่ก่อนเรือจะฉีกขาดซะอีก

บึม!

เรือเหาะตกลงจากท้องฟ้า ก่อนจะระเบิดหลังจากตกลงกระแทกพื้นดิน เปลวไฟลุกโชติช่วงสว่างไสว แต่การโจมตีและปะทะยังไม่หยุดอยู่ เพราะยังเหลือเรือเหาะประจัญบานอีก 4 ลำ

ผีดูดเลือดระดับ 9 ดาวและเรือเหาะประจัญบานอีก 4 ลำปะทะกันอย่างรุนแรง แต่ในทุก ๆ 30 วินาทีจะมีเรือเหาะหนึ่งลำที่ตกลงจากฝากฟ้าและเวลาก็ยิ่งสั้นลงไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดเจ้าชายลำดับ 4 ก็ไม่อาจจะนิ่งนอนใจได้อีกแล้ว พลังของผีดูดเลือดนั้นน่ากลัวเกินไป แม้โลหิตที่มันควบคุมจะหดลดลง แต่ก็ยังสามารถต้านกระสุนปืนปืนใหญ่และปืนกลหนักส่วนใหญ่ได้ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น ถ้าไม่รุนแรงพอก็จะรักษาหายในไม่กี่วินาทีทันที พลังของผู้ครองพลังนั้นต่างชิ้นกันเกินไปไม่อาจจะทำอันตรายใด ๆ ต่อมันได้แม้แต่น้อย นี่คือความต่างของพลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

...

ใจกลางพระราชวังในตอนนี้สภาพทุกอย่างนั้นเละเทะเป็นอย่างยิ่ง มีเปลวไฟพวยพุ่งไปมาบนท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีแรงดูดมหาศาลพัดทำลายทุกสิ่งไม่หยุดยั้ง

ลูกหลงจากการโจมตีก็ทำลายพื้นที่พระราชวังพังทลายลงไปแล้วมากเกินกว่าสองในสาม พวกข้ารับใช้บริวารที่หนีไม่ทันต่างตกตายไปกันแทบทั้งหมด ส่วนพวกที่นี่ไปได้ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่โชคดีและอยู่ใกล้พาหนะ จึงเร็วกว่าคนอื่น ๆ

ราชาดาสที่ 4 เองก็รับรู้ได้ หลายครั้งเขาพยายามจะดึงการต่อสู้ออกไปจากที่นี่ แต่ศัตรูกับเจ้าเล่ห์ไม่คิดจะเล่นตามเขา มันเลือกจะสู้อยู่ที่นี่ ทำให้ราชาดาสที่ 4 ไม่มีทางเลือก นอกจากสู้สุดกำลังโดยไม่สนใจความเสียหายที่ตามมา

“เมื่อตะวันขึ้นพวกแกอันเดดจะอ่อนแอลง ถึงตอนนั้นข้าจะไล่ฆ่าพวกเจ้าให้สิ้น” ราชาดาสที่ 4 กล่าวอย่างเคียดแค้นขณะที่มีแส้เพลิงจำนวนหลายสิบเส้นที่สร้างมาจากเปลวไฟไล่โจมตีกูลอยู่คล้ายหนวดปลาหมึกไล่จับเหยื่อ

กูลกระโดดไปมาอย่างรวดเร็วอยู่ตามพื้นดิน บางครั้งมันก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและกระโดดขึ้นไปบนฟ้าเพื่อลอบโจมตีราชาดาสที่ 4 ซึ่งแม้มันจะบินไม่ได้แต่การเคลื่อนไหวกับเร็วมากขนาดที่หลายครั้งปีกเพลิงของราชาดาสที่ 4 ก็ตอบสนองไม่ทัน และเกือบทำให้ราชาดาสที่ 4 ต้องโดนปากขนาดใหญ่ของมันเขมือบเข้าไปทั้งเป็น

นอกจากความเร็วของมันแล้ว ความโกงของกูลที่กดข่มผู้เผาผลาญอย่างราชาดาสที่ 4 เลยนั้นก็คือมันสามารถกลืนกินเพลิงและปล่อยโจมตีกลับมาได้ นั้นทำให้ราชาดาสที่ 4 ไม่อาจจะเอาชนะมันได้

“อัคคีหลอมพิภพ” ราชาดาสที่ 4 ลงมืออย่างสุดแรงแล้ว เพราะไม่อาจจะล่าช้าไปได้อีกเนื่องจากในเมืองยังมีอันเดดระดับ 9 อีกสองตัวอารวาดอยู่

เมื่อเห็นราชาดาสที่ 4 ระเบิดพลังขั้นสุดของตัวเองออกมา กูลก็ไม่อาจจะล้อเล่นได้อีก มันอ้าปากขนาดใหญ่ของตัวเอง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การดูดกลืน แต่เป็นการยิงอากาศออกไปจากลมที่มันดูดเข้ามาก่อนหน้านั้น

“ตายซะ!” เพลิงสีแดงโชติช่วงที่ร้อนจนทำให้อากาศเผาไหม้อย่างรุนแรงทำลายพื้นที่ในระยะ 1 กิโลเมตรโดยตรง เพราะในเมื่อไม่มีอะไรจะให้เสียหายแล้ว ราชาดาสที่ 4 ก็โจมตีโดยไม่สนใจแล้วเช่นกัน

“ว๊ากกกก!!” เสียงคำรามพร้อมอากาศจำนวนมหาศาลจากปากของกูลฉีกกระซากอากาศและเข้าปะทะกับการโจมตีของราชาดาสที่ 4 เช่นกัน

การโจมตีไม่ยืดเยื้อเพียงเสี้ยววินาทีก็ทำให้ทุกอย่างในระยะ 1-2 กิโลเมตรโดนคลื่นพลังทำลายล้างทันที ก่อนจะมีคลื่นพลังขยายออกไป

พลังโจมตีครั้งนี้ส่งผลไปถึงผีดูดเลือดที่ถล่มเรือเหาะอยู่ด้วย ซึ่งมันพึ่งจะฆ่าเจ้าชายลำดับ 4 และเรือเหาะลำสุดท้ายจนตกไป สีหน้าของเจ้าชายลำดับ 4 ยังเต็มไปด้วยความเสียใจที่เรือเหาะและอาวุธอย่างปืนใหญ่มีน้อยไป ถ้ามีมากกว่านี้ 2-3 เท่าอาจจะทำร้ายจนผีดูดลือดบาดเจ็บหนักได้

“บัดซบ” ผีดูดเลือดรีบโยนร่างแห้งไร้เลือดของเจ้าชายลำดับ 4 ที่ดวงตายังเบิกกว้างทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนจะคว้าเอาเลือดเหาะมาบังคลื่นพลังที่สาดซัดมาใส่ตน

คลื่นพลังกลืนกินผีดูดเลือดไป ก่อนจะขยายตัวต่อไปอีก

“ซวยแล้ว ซวยแล้ว!!” ลูอิสที่พึ่งจะฉวยโอกาสตอนที่เรือเหาะประจัญบานถล่มผีดูดเลือดไปเมื่อครู่วิ่งหนีจนออกมาจนถึงที่อาณาเขตที่พักของพวกขุนนางแล้ว แต่เมื่อหันกลับไปก็เห็นคลื่นพลังที่รุนแรงทำลายล้างไล่หลังมา ก่อนที่คลื่นทำลายล้างนั้นเกือบจะถึงตัวของลูอิส ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูอิสกระโดดเข้าไปในคฤหาสน์หนังหนึ่งและตรงลงไปที่ชั้นใต้ดินทันที

...

ไรท์เตอร์ w.wit : ฝนตกแรงไฟดับลงนิยายช้าเลย มาแล้วครับ

5 1 โหวต
Article Rating
4 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด