ตอนที่แล้วEp.230 - โน๊ตนักกลั่นโพชั่นมนตรา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEp.232 - ทรมานมนุษย์ปลา

Ep.231 - ฮัสกี้นักปรัชญา


2/3

Ep.231 - ฮัสกี้นักปรัชญา

“ฮ่ง ฮ่ง”

“จู่ๆก็รู้สึกหิว!”

“การเดินทางครั้งนี้เหนื่อยจริงๆ”

เมื่อกลับถึงบ้าน หวังเอ๋อล้มตัวนอนหงาย นอนนิ่งกับพื้นในท่าสุนัขตาย

การเดินทางครั้งนี้หวังเอ๋อทำงานหนักมากจริงๆ มันต้องสำรวจเส้นทางและคอยเตือนทุกคน

หากไม่มีเรดาร์สุนัข และร่างแยกที่ถูกแบ่งออกไปสำรวจเส้นทางต่างๆ

ท่ามกลางเขาวงกตที่มีทางตันจำนวนมาก พวกเขาคงเสียเวลาไปเยอะแน่นอน

หากไม่มีสุนัขคอยแจ้งเตือน ต่อให้ในทีมมีฮังอวี่อยู่ด้วย เกรงว่าสุดท้ายพวกเขาคงถูกมอนสเตอร์ที่ซ่อนตัวอยู่โจมตีจากที่มืด หรืออาจไปแตะรังของมอนสเตอร์บางตัวเข้า

กล่าวได้เลยว่า

ที่สามารถรอดปลอดภัยในเขาวงกต

ฮัสกี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง

“การเดินทางครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้นาย ฉันจะบอกเจ้าอ้วนให้คนส่งอาหารมา นายสามารถกินเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”

“ฮ่ง!”

“เจ้านายช่างมีแสนดี!”

หมาหวังเอ๋อฟื้นคืนชีพทันที

มันหอบหายใจลิ้นห้อยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

เห็นท่าทางร่าเริงของสุนัข ฮังอวี่อดส่ายหัวไม่ได้ “ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมหมาอย่างนายถึงมีความสุขได้ทั้งวัน”

ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา ไม่มีวันไหนเลยที่หวังเอ๋อจะไม่มีความสุข

มันมักจะดูร่าเริง กระดิกหาง ใบหน้าแสดงถึงความสุขเสมอ แม้บางครั้งจะพบกับปัญหา แต่ก็กลับมาตลกขบขันอย่างรวดเร็ว

หวังเอ๋อเอียงหัวพลางครุ่นคิด

“ฮ่ง เปิ่นหวังคิดว่าความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดระหว่างสุนัขกกับมนุษย์คือ สุนัขนั้นจมอยู่กับปัจจุบัน”

“ฟังดูน่าสนใจดีนี่ ไหนลองอธิบายให้ฟังหน่อยซิ”

ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว

ฮังอวี่ล้มตัวลงนอนเช่นกัน

เขาพักสมองและรับฟังฮัสกี้บรรยาย

“ฮ่ง เปิ่นหวังเชื่อว่าเหตุผลที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่มีความสุขก็เพราะพวกเขาจมอยู่กับอดีตไม่ก็อนาค น้อยคนนักที่จะจมอยู่กับชีวิตในปัจจุบัน”

“ฮ่ง จากการสังเกตของหวังเอ๋อ ทุกครั้งที่มนุษย์ทำอะไรบางอย่าง พวกเขามักคาดหวังผลลัพธ์ที่ต้องการเสมอ”

“เรียนหนักเพราะหวังว่าตัวเองจะมีความรู้ ออกกำลังกายหนักๆเพราะหวังว่าตัวเองจะหุ่นฟิตปั๋ง ใจดีกับคนอื่นเพราะคาดหวังว่าคนอื่นจะชอบ และทำงานหนักเพราะคาดหวังว่าจะสำเร็จในอาชีพการงาน”

“แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่สมดั่งที่คาดหวัง พวกเขาก็จะรู้สึกไม่มีความสุขและเสียใจ จากนั้นก็จะจมอยู่กับความล้มเหลวในอดีตได้อย่างง่ายดาย”

“แต่สุนัขอย่างพวกเราต่างกัน พวกเราไล่ตามหางตัวเองทุกวัน นอนหงายพุงเฝ้าดูเมฆเคลื่อนไหว เราสามารถอยู่อย่างสบายใจและสนุกไปกับมัน ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันไม่ได้คิดมากถึงอนาคต”

“...”

ฮังอวี่คิดทบทวนดู

เขาพบว่าในช่วงเดือนนี้ที่ผ่านมา สุนัขมีพัฒนาการก้าวหน้าเป็นอย่างมาก

ดูจากที่มันพูดในตอนนี้ คาดว่าต่อไปคงกลายเป็นนักปรัชญา

“พี่ชาย หมาหวังเอ๋อ กลับมากันแล้วหรอ!”

ในตอนนั้นเอง ประตูห้องถูกผลักเปิดออก เด็กสาวผมสีเงินหูแหลมก้าวเข้ามา

ในสายตาเธอ เห็นแค่เพียงหนึ่งคนหนึ่งฮัสกี้นอนคุยกันอยู่ในลานบ้าน มองดูท้องฟ้าและเมฆไหลคล้อย เด็กสาวก็อดชะงักไปไม่ได้

“เอาล่ะ เจ้าหมานักปรัชญา ลุกขึ้นมาทำงานให้ฉันได้แล้ว!” ฮังอวี่เขกหัวฮัสกี้ ผุดลุกขึ้น “ถึงนายจะได้กินอาหารดีๆ แต่ธุระของเจ้านายยังต้องทำให้เสร็จเข้าใจไหม”

“ฮ่ง เข้าใจแล้วเจ้านาย”

ฮัสกี้สั่งการผ่านความคิด

มันหมุนตัว เปิดใช้งานสกิลร่างแยกสุนัข

“เปิ่นหวังกำลังทำงาน!”

“ช่วยเจ้านายจัดการเรื่องร้านขายโพชั่น”

ฮัสกี้หลายตัวแยกย้ายกันไปคนละทางอย่างรวดเร็ว

ไม่รอให้ฮังอวี่บอกว่าต้องทำอะไร หวังเอ๋อก็สามารถรู้ได้ทันที

ร้านขายโพชั่นมีกำหนดการที่จะเปิดในถนนมังกรฟ้าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นี่เป็นเรื่องเร่งด่วน!

เพราะฮังอวี่ต้องการหินคริสตัล!

ปัจจุบันหินคริสตัลได้กลายเป็นสกุลเงินหลักของมนุษยชาติไปแล้ว

และฮังอวี่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าลึกลับ

ดังนั้นต้องรีบรวบรวมหินคริสตัลมาให้ได้มากที่สุด

สินค้าของพ่อค้าลึกลับนั้นมีราคาแพงกว่าการซื้อมันจากแผ่นศิลา กระนั้น ถึงมันจะมีราคาแพงกว่าก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะคลังสินค้าของคนผู้นี้อุดมสมบูณ์มาก สิ่งใดที่คุณตามหา เขามีขายเกือบทุกอย่าง

ซึ่งสิ่งที่ฮังอวี่ต้องการมีมากเกินไป

หนึ่งในนั้นคือสกิลหลักของนักท่องวายุ

นอกจากนี้ยังมีอีกสองสกิลของมรดกเบอร์เซิร์กเกอร์

ราคาหินสกิลขั้น 2 ทั้งสามก้อนที่กล่าวมานี้ไม่ต่ำเลย ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่าพ่อค้าลึกลับยังมีของดีๆอีกมากมาย ดังนั้นต้องเตรียมหินสกิลให้พร้อมที่สุด

เมื่อถึงเวลา อะไรที่ควรจ่ายก็ต้องจ่าย

นี่ถือเป็นการลงทุน!

แน่นอน ฮังอวี่ไม่ได้ยากจน

ทว่าหินคริสตัลในมือเขาตอนนี้ยังมีไม่เพียงพอ

จึงจำเป็นต้องหาช่องทางรายได้เพิ่มเติม

รายได้จากร้านอาหารของต้าไห่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็จริง ทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้หลายสิบหินคริสตัลขาวต่อวัน และกำลังจะเปิดร้านสาขาที่ 2 ในอนาคต ซึ่งนั่นจะทำให้มีรายได้สูงขึ้น และมั่นคงมากขึ้น

ส่วนเรื่องบาร์นักท่องราตรีของอาจารย์ซู?

การลงทุนนี้มั่นใจว่าสามารถทำกำไรมากอย่างแน่นอน

แต่บาร์ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงยังเร็วไปที่จะรับเงินปันผล สมาคมมังกรฟ้ายังอยู่ในช่วงพัฒนา และผลกำไรส่วนใหญ่หมดไปกับการลงทุนและขยายองค์กร

ตอนนี้ สิ่งที่คาดหวังว่าจะสามารถทำเงินได้เร็วที่สุดจึงมาตกอยู่ที่ร้านโพชั่นมังกรฟ้า

เกณฑ์ในการผลิตโพชั่นและความหลากหลายนั้นสูงกว่าอาหารอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นจึงง่ายต่อการสร้างเม็ดเงินและอัตรากำไรที่สูง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่โพชั่นยังเป็นที่ขาดแคลน

เจียงเฉิงไม่เคยมีร้านขายยาจากโลกวิญญาณปรากฏขึ้นมาก่อน

ดังนั้นร้านขายโพชั่นมังกรฟ้าจึงมีโอกาสรวยในชั่วข้ามคืน ภายในหนึ่งหรือสองวัน ฮังอวี่จะสามารถได้รับหินคริสตัลเป็นจำนวนมาหศาล

ฮังอวี่เอ่ยถามว่า “เสี่ยวไป๋ เรื่องกลั่นโพชั่นลับแต้มวิญญาณเป็นยังไงบ้าง?”

เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวไป๋กลั่นโพชั่นอยู่ทั้งคืน เธอพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ตอบว่า “ปะการังถูกใช้หมดแล้ว เสี่ยวไป๋กลั่นโพชั่นลับของมนุษย์ปลาได้ 109 ขวด”

ความยากในการกลั่นโพชั่นลับค่อนข้างสูง

เขามอบวัสดุหลัก 120 ชิ้นให้เด็กสาว แต่เธอกลับสามารถผลิตได้สำเร็จถึง 109 ขวด

อัตราความสำเร็จในการกลั่นโพชั่นของเสี่ยวไป๋นับว่าสูงจนน่าประทับใจ

โพชั่นลับแต้มวิญญาณของมนุษย์ปลา ขวดนึงสามารถเพิ่ม 50 แต้มวิญญาณ มี 100 ขวดก็เท่ากับเพิ่มได้ 5000 แต้มวิญญาณ!

ขณะที่ตอนนี้ ฮังอวี่ต้องการเพียง 3000 แต้มวิญญาณเท่านั้นในการอัพเลเวล

โพชั่นลับ 100 ขวดนี้หากนำมาใช้งาน

ในทางทฤษฏี แค่นอนอยู่เฉยๆก็สามารถอัพเลเวล 8 ได้

แน่นอน

ในทางปฏิบัติยุ่งยากกว่ามาก

เพราะโพชั่นลับมีรอบการย่อยอยู่ที่ 4 ชั่วโมง

ถึงฮังอวี่จะสามารถเรียกราชินีมดหน้าคนออกมา แล้วใช้ความสามารถครองแต้มวิญญาณของมัน มอบโพชั่นลับให้แก่มดยักษ์ที่ถูกอัญเชิญดื่ม แล้วหลังจากได้รับแต้มวิญญาณในร่างกาย ก็ให้ราชินีมดถ่ายโอนมายังตัวเขาได้ก็จริง

แต่ในทางปฏิบัติยังมีอุปสรรคอยู่

ประการแรก ราชินีมดหน้าคนมีเลเวลแค่ 2 ดังนั้นมดยักษ์ที่อัญเชิญมาจึงมีเลเวล 2 เช่นกัน หากให้พวกมันดื่มโพชั่นลับแต้มวิญญาณลงไป สุดท้ายแต้มวิญญาณก็จะถูกเจือจางคุณภาพลงกลายเป็นแต้มวิญญาณเลเวล 2

ขณะที่ปัจจุบัน ฮังอวี่อยู่ในเลเวล 7 แล้ว หากเขาดูดซับแต้มวิญญาณเลเวล 2 ไม่ทราบว่าปริมาณจะลดลงมากแค่ไหน คิดดูแล้วมันส่งผลเสียมากกว่าผลดี

อันดับแรกช่วยราชินีมดอัพเลเวลก่อนแล้วกัน!

ฮังอวี่ตัดสินใจแบ่งโพชั่นลับแต้มวิญญาณออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกให้ใช้กับราชินีมดยักษ์ ส่วนต่อมานำไปขายในราคาสูง และส่วนสุดท้ายเก็บสำรองไว้ภายใน

“เสี่ยวไป๋ ฉันได้พิมพ์เขียวใหม่มา เธอช่วยดูหน่อยสิว่าพอจะสร้างมันได้ไหม”

ฮังอวี่หยิบพิมพ์เเขียวธนูคำสาปหินออกมา

เสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อาวุธสีเขียวเลเวล 7? ถึงสกิลหลอมอาวุธของเสี่ยวไป๋จะอ่อนกว่าสกิลกลั่นโพชั่น แต่ถ้าเป็นแค่อาวุธสีเขียวเลเวล 7 เสี่ยวไป๋คิดว่าตราบใดที่รวบรวมวัสดุได้มากพอ ก็ไม่น่าจะยากเกินมือ”

“ตกลง ฉันจะรวบรวมวัสดุมาให้ เรื่องธนูฉันฝากให้เธอจัดการ เจ้าสิ่งนี้มีประโยชน์กับฉันมาก”

“นี่คือสิ่งที่เสี่ยวไป๋ควรทำ!”

เอฟเฟกต์ของธนูคำสาปหินนั้นดีมาก

วัสดุหลักของคันธนูนี้คือหัวใจการ์กอยล์หิน 10 ชุด และส่วนนี้ฮังอวี่มีอยู่แล้ว ตอนนี้ที่ต้องทำคือเตรียมวัสดุเสริมอื่นๆ

ซึ่งน่าจะแลกเปลี่ยนมันจากในแบทเทิลเน็ตได้

หรือหากไม่มีในแบทเทิลเน็ต ก็ขอให้หวังเอ๋อส่งคนไปประกาศซื้อมันในเมือง

ฮังอวี่หวังว่าจะได้ธนูคันนี้โดยเร็วที่สุด หากได้ครอบครองมัน เขาก็มีโอกาสสังหารมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นได้เพียงลำพัง แต่ในตอนนั้นเอง เขาได้รับข้อความจากซูหยุนปิง

“ตอนนี้ฉันอัพเลเวล 6 แล้ว”

“ความร่วมมือที่นายเคยพูดถึง ตอนนี้ยังทันอยู่ใช่ไหม?”