ตอนที่แล้วตอนที่ 167 ผีดิบ(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 169 ตาแก่บ้ากล้ามหัวล้าน(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 168 ถึงเมืองหลวงอีคอน(อ่านฟรี)


ตอนที่ 168 ถึงเมืองหลวงอีคอน

ลูอิสพบดาเนียอยู่ที่ห้องหนึ่งภายในตึกร้าง ผีดิบตนนั้นรีบเอาเธอมาซ่อนไว้ ก่อนจะปะทะกับเขาทำให้หญิงสาวไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร เพราะผีดิบไม่มีเวลามาลงมือกับเธอ

แต่ตอนนี้ดาเนียยังอย่างอยู่ในสภาพไร้สติ

ลูอิสไม่มีทางเลือกจึงต้องทำการปลุกเธอขึ้นมาก่อน

หลังจากกอกโพชั่นพลังงานลงไปและเขย่าตัวของเธอหลายครั้ง ในที่สุดดาเนียก็ได้สติขึ้นมา แต่สิ่งแรกที่เธอทำนั้นคือการกรีดร้องขึ้นมา เพราะรอบตัวนั้นมันมืดมากทำให้ดาเนียเข้าใจผิดว่าลูอิสคือผีดิบตนนั้น

“นี่ฉันเอง บารอนแกริค” ลูอิสบอกกับเธอ พร้อมกับสร้างกระสุนบอลแสงออกมาแต่ไม่ได้ยิง เขาทำให้กระสุนบอลแสงเป็นหลอดไฟทำให้รอบ ๆ สว่างเท่านั้น

“ลูอิส ไม่สิ บารอนแกริค ท่านมาทำอะไรที่นี่” ดาเนียถาม

“ก็มาช่วยเธอยังไงละ รีบไปกันเถอะทุกคนน่าจะเป็นห่วงอยู่” ลูอิสตอบและลุกขึ้นเพื่อจะเดิน

“เดี๋ยวก่อน ผีดิบตัวนั้นละ” ดาเนียมองอย่างระวัง

“ตายแล้ว” ลูอิสตอบด้วยท่าทีปกติ

“ตายแล้ว ได้ยังไงกันก็มันแข็งแกร่งขนาดนั้น” ดาเนียไม่อยากจะเชื่อ

“อืม มันระดับ 4 ดาว แต่ก็ตายแล้วไปกันได้แล้ว ปะ!” ลูอิสก้าวเท้าเดินฉับ ๆ ทันที

ดาเนียลุกขึ้นแต่ทันใดนั้นก็รู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าจนเกือบจะล้มลง โชคดีที่เอามือค้ำยันกำแพงได้ทัน

“เดี๋ยวก่อน ท่านลูอิสฉันเจ็บที่ข้อเท้าค่ะ” ดาเนียร้องเรียกลูอิส

“เจ็บข้อเท้าทำไมไม่รักษาละ เธอเป็นผู้เยียวยาไม่ใช่เหรอ” ลูอิสหันมาถาม

ดาเนียเหมือนจะฉุกคิดขึ้นได้ ใบหน้าจึงแดงจากความอายเล็กน้อย รีบทำการรักษาข้อเท้าของตัวเอง

ลูอิสส่ายหัวอย่างติดตลกเล็กน้อย ‘ดูเหมือนเธอจะตกใจจนลืมความสามารถของตัวเอง’

ทั้งสองกลับออกมาจากตึก แต่ตอนนี้พายุฝนกลับยังตกหนักเหมือนเช่นเคย ซึ่งทำให้ทั้งสองไม่มีทางเลือกต้องฝ่าฝนกลับไป

“ดาเนียลูกเป็นยังไงบ้าง” บารอนมิเกลรีบเข้ามาดูดาเนีย แต่เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไร เขาก็รีบมาขอบคุณลูอิสทันที

“ขอบคุณบารอนแกริคมาก ท่านช่วยลูกสาวฉันไว้” บารอนมิเกลใช้คำพูดแบบสุภาพ

ผู้แข็งแกร่งเมลดาก็เข้ามาขอบคุณด้วยเช่นกัน

ลูอิสพยักหน้าให้ทั้งสองก่อนจะไปดูอาการของเจียน่าและอาร์มันโด้

“เป็นยังไงกันบ้าง” ลูอิสถามทั้งสองคน

“ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ โชคดีที่เจ้าตัวนั้นไม่มีพิษ” เจียน่ากล่าวตอบ

“ผมก็ไม่เป็นอะไรแล้ว” อาร์มันโด้ลุกขึ้นยืนและขยับตัวไปมาอย่างกระฉับกระแฉง

ระหว่างนั้นลูอิสก็เรียกข้อจอข้อมูลอินเตอร์เฟสของทั้งสองมาดูด้วย ทำให้เห็นว่าทั้งสองนั้นได้รับการรักษาไปมากกว่า 90% แล้ว ที่เหลือก็แค่ฟื้นฟูตามปกติเท่านั้น

“ท่านลูอิสเจ้าตัวที่โจมตีพวกมันคืออะไรกัน” เจียน่าถาม

คนอื่น ๆ ก็อยากจะรู้ด้วยเช่นกันว่ามันคือตัวอะไร

“ผีดิบระดับ 4 ดาว” ลูอิสกล่าวออกมาทีละคำ

ทุกคนได้ยินว่านั้นคือผีดิบ 4 ดาวก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง แต่บางส่วนก็หวาดกลัว โดยเฉพาะคนของบารอนมิเกล พวกเขาหันซ้ายมองขวาด้วยความวิตกกังวลว่าผีดิบตนนั้นจะโผล่มาและโจมตีพวกเขา

“จะทำยังไงกันดี ผีดิบ 4 ดาวอาจจะย้อนกลับมาจัดการพวกเราก็ได้” บารอนมิเกลถามขอความเห็นของลูอิส

“ท่านพ่อ บารอนมิเกลบอกว่าฆ่ามันไปแล้วดังนั้นพวกเราไม่ต้องกลัวมันอีก” ดาเนียกล่าว

“เป็นไปไม่ได้ นั้นมันผีดิบ 4 ดาว...” บารอนมิเกลพูดกับลูกสาวอย่างไม่เชื่อ แต่ก็เริ่มไม่แน่ใจเมื่อหันมามองลูอิสที่ยังคงนิ่งเงียบไม่ปฏิเสธคำของดาเนีย

“เรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ” บารอนมิเกลถามลูอิส

“จริงฆ่าไปแล้ว ร่างมันโดนเผาไม่มีเหลือ” ลูอิสตอบรับไปตามตรง

สิ่งที่เขาพูดออกมาทำให้บารอนมิเกลและพวกต่างมีสีหน้าตื่นตกใจ ถ้าบอกว่าบารอนแกริคกล้าโจมตีเรือเหาะของนักบวชตรวจการ 3 ดาว พวกเขายังเชื่อได้ง่ายกว่าที่ลูอิสสามารถฆ่าผีดิบ 4 ดาวได้

“พลังของคุณ...ไม่สิพลังของหลานลูอิสช่างแข็งแกร่งจริง ๆ พวกเราคงไม่รบกวนแล้ว” บารอนมิเกลไม่กล้าถามเซ้าซี้ถึงพลังของลูอิสมากนัก เพราะยิ่งรู้จักเด็กอัจฉริยะเบื้องหน้าคนนี้ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกยำเกรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

บารอนมิเกลสาบานกับตัวเองว่าจะไม่เป็นศัตรูกับเด็กอย่างลูอิสเด็ดขาด

‘ใครอยากเป็นก็เป็นไป แต่ฉันคงรับผลที่ตามมาไม่ไหวแน่นอนถ้ากล้าคิดไม่ดีกับเขา’ บารอนมิเกลคิดในใจและนึกไปถึงบารอนและไวเคานต์คนอื่น ๆ พวกนั้นถ้าทำอะไรมั่วซั่วมีหวังทั้งเมืองเอลดิลคงโดนเก็บเรียบแน่

“ท่านพ่อคิดว่าคิดว่าบารอนแกริคแข็งแกร่งถึงระดับ 5 ดาวไหม” ดาเนียถาม

“ไม่ต้องถามแล้ว” บารอนมิเกลกล่าวจบก็ไม่พูดเรื่องนี้อีก

ดาเนียหันไปหาน้าเมลดา เพื่อขอคำตอบ เพราะหญิงสาวแม้จะเป็นผู้ครองพลัง แต่ก็ยังใหม่นักในเรื่องการต่อสู้

ผู้แข็งแกร่งเมลดาพยักหน้าเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าจริงจังและหันไปมองลูอิสอย่างหวั่นเกรง

ดาเนียก็หันไปมองด้วยเช่นกันและพึมพำออกมา “ตัวเตี้ยแค่นั้นทำไมเก่งจัง”

ลูอิสที่แม้จะอยู่ไกลแต่ก็ได้ยินเขาถึงกับหยุดชะงักกึกทันที

“บ้าจริงฉันสูงมากแล้วนะ” เขาบ่นเสียงเบาออกมาคนเดียว

“มีอะไรเหรอคะท่านลูอิส” เจียน่าที่เดินตามหลังมาถาม

“เออเปล่าไม่มีอะไร” ลูอิสเดินเชิดหน้าแยกไปพักที่ของตัวเอง

เจียน่ามองอย่างอมยิ้ม แม้เธอจะไม่แข็งแกร่งเท่าลูอิส แต่เธอคือดรูอิดด้วยระยะแค่นี้การได้ยินเสียงพึมพำของคนอื่นทำไมจะไม่ได้ยิน เพียงแต่เจียน่าไม่พูดก็เท่านั้น

เธอยิ้มมองดูลูอิสและตามไป

ฝนยังตกต่อเนื่องไม่มีท่าจะหยุด จนตอนนี้ได้ตกติดต่อกันหนึ่งวันหนึ่งคืนอย่างแปลกประหลาดกับสภาพอากาศที่น่าพิศวงนี้ มันไม่เคยมีฝนตกหนักแบบนี้มาก่อนเลย

นอกจากฝึกซ้อมให้เหงื่อออกประจำวันแล้วลูอิสและพวกก็ไม่มีอะไรทำอีก ทำให้พวกเขามาเล่นไพ่ดีดมะกอกกันอีก

ดาเนียที่เห็นการเล่นของพวกลูอิส จึงเดินเข้ามาดูอย่างสนใจ อาร์มันโด้เห็นเช่นนั้นก็ถือโอกาสชวนดาเนียเข้ามาเล่นด้วยเพื่อเพิ่มโอกาสชนะให้ตนเอง

แต่พอผ่านไปหลายเกมอาร์มันโด้ก็เริ่มท้อแท้ เพราะแม้แต่ดาเนียเด็กสาวคนนี้เขาก็ยังไม่อาจจะเอาชนะได้ในเกมไพ่ สุดท้ายจึงโดนรุมดีดนิ้วไปตามเดิม

หลังจากฝนตกหนักอยู่สองวันสองคืนติดต่อกัน อยู่ดี ๆ ฝนเหล่านั้นก็หยุดตกราวกับว่ามีคนเดินไปปิดก๊อกไม่มีผิด ทำเอาทุกคนนั้นแปลกใจกับเรื่องนี้มาก

แสงแดดสาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณ แม้พื้นดินจะยังเปียกชื้น แต่สภาพอากาศโดยรวมกลับมาเป็นปกติอย่างที่ทุกคนนั้นคุ้นเคยแล้ว

พวกคนขับรถพากันดีใจรีบเข้าไปตรวจสอบรถกันทันทีว่ามีอะไรเสียหายหรือเปล่า จะมีก็แต่ระดับสูงอย่างลูอิสและบารอนมิเกลที่ขมวดคิ้วเป็นกังวล

เสียเวลาไปสองวันในที่สุดเช้าวันนี้ก็ออกเดินทางต่อได้แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาขบวนรถจึงออกเดินทางกันในทันที

หลังจากนั้นอีก 5 วันในที่สุดพวกเขาก็มาถึงพื้นที่เมืองหลวงของอาณาจักรเรบีดาสแล้ว พวกเขาขับผ่านหมู่บ้านหลายแห่ง

พื้นที่ในเขตของเมืองหลวงนั้นจัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของอาณาจักรเรบีดาส พวกอันเดดโดยรอบจะถูกจัดการและยังมีหน่วยนักล่าที่จะรับภารกิจของเมืองหลวงโดยตรงออกมาลาดตระเวนไล่ฆ่าอันเดดที่หลงเข้ามาในพื้นที่ตลอดเวลา

ต้องบอกก่อนว่าอาชีพนักล่าที่เมืองหลวงนั้นก็ทำเงินไม่เลวเลยทีเดียว เมื่อก่อนบางคนอาจจะทำเงินได้นับหมื่นหรือแสนเบลได้เลยก็มี

ขบวนรถของพวกเขาเดินทางกันต่อไปเรื่อย ๆ ที่นี่สร้างความแปลกใจให้กับลูอิสเป็นอย่างมาก เรื่องแรกคือที่นี่มีการใช้รถบรรทุกที่เยอะมาก แทบจะเป็นการขนส่งหลักเลยด้วยซ้ำ

“เมืองเอลดิลช่างกันดารจริง ๆ” ลูอิสพึ่งเข้าใจคำนี้ ดูเหมือนแม้ทุกคนจะหันมาสนใจความแข็งแกร่งของผู้ครองพลัง แต่ก็ยังมีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ยังเหลือรอดมา และเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเรบีดาสก็กำลังฟื้นฟูพวกมันกลับมาใหม่

ขบวนของพวกเขามาถึงที่กำแพงเมืองหลวงมันสูง 30 เมตรและมีปืนใหญ่หลายกระบอกติดตั้งอยู่ แต่ดูจากรูปลักษณ์ของพวกมันแล้วเป็นปืนจากยุคล่มสลาย ซึ่งการที่เมืองหลวงแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรเรบีดาสได้นั้นมันจะต้องมีประวัติศาสตร์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

“ถ้าจำไม่ผิดเมืองหลวงแห่งนี้ชื่อว่า ‘เมืองอีคอน’ ที่แปลว่าแข็งแกร่งสินะ ก็สมอยู่หรอก เมืองนี้มีปืนใหญ่เยอะขนาดนั้น ไม่รู้ว่ายังใช้ได้อยู่ไหม แถมยังดำรงอยู่มายาวนานถึง 300 ปีหรืออาจจะนานกว่านั้น” ลูอิสทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับเมืองหลวงอีคอนในหัว

รถของพวกเขาเคลื่อนผ่านประตูเมืองเขามาด้วยสิทธิพิเศษของขุนนาง ซึ่งที่นี่ตำแหน่งขุนนางยิ่งมีสิทธิพิเศษมากมายซะยิ่งกว่าเมืองเอลดิลเสียอีก

โดยเฉพาะโซนที่พัก ในเมืองจะแบ่งกำแพงและที่พักกันตามชนชั้นอย่างชัดเจน

ด้านในสุดตรงจุดศูนย์กลางของเมืองเป็นราชวังของราชวงศ์ดาส ถัดออกมาถึงจะเป็นที่อยู่ของเหล่าขุนนาง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วพื้นที่ทั้งสองแห่งนี้กว้างขวางและอุดมสมบูรณ์ถึงขนาดมีสวนและทะเลสาบเล็ก ๆ อยู่ด้านในเลยทีเดียว

ถัดออกมาจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านค้าขายมากมาย มีตระกูลชั้นสูง ตระกูลเศรษฐีและตระกูลพ่อค้ามากมายอยู่ที่นี่ ซึ่งลูอิสตั้งความหวังว่าจะไปที่บริเวณนี้มากที่สุดเพื่อตามหาช่างมาซ่อมแซมเรือเหาะ เพราะหลังจากนั่งรถบรรทุกติดต่อกันถึงสิบวันเขาเริ่มจะคิดแล้วว่าถ้ามีเรือเหาะบางทีแค่สองถึงสามวันเขาก็คงมาถึงเมืองหลวงอีคอนแล้วก็เป็นไปได้

ลูอิสและบารอนมิเกลมายังที่พักที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้บารอนต่างเมืองได้เข้ามาพัก

ในตอนแรกพอตรวจสอบชื่อเจ้าหน้าที่ก็ตกใจที่รู้ว่าบารอนเมสันแห่งเมืองเอลดิลตายยกตระกูลไปแล้ว และตอนนี้มีตระกูลขุนนางบารอนเข้ามาใหม่

ซึ่งเรื่องนี้ไม่แปลกเพราะตำแหน่งของลูอิสยังไม่ถูกยืนยันแน่ชัดจากพวกราชวงศ์ ถึงอย่างนั้นลูอิสก็นับว่าเป็นบารอนอยู่ดี

ที่จริงในประวัติศาสตร์ก็มีบารอนอายุน้อยอยู่มากมายแต่ส่วนใหญ่จะหายไปเงียบ ๆ เพราะในแวดวงขุนนางนั้นเป็นแบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก ถ้าไม่แข็งแกร่ง แค่มีตำแหน่งก็เหมือนเป็นคำสาปซะมากกว่า

“มาช้าไปสองวัน แต่ก็ยังมีเวลาก่อนงานเริ่มอยู่บ้าง หลานลูอิสพึ่งมาที่เมืองหลวงอีคอนเป็นครั้งแรกใช่ไหม เอาไว้เดี๋ยวเย็นนี้บารอนผู้นี้จะพาเดินดูภายในเมืองหลวงเป็นอย่างไร” บารอนมิเกลเสนอตัว

“ด้วยความยินดี” ลูอิสตอบตกลง เพราะในเมืองที่กว้างแบบนี้ถ้าได้บารอนมิเกลนำทางก็จะดีมาก อย่างน้อยก็ช่วยลดความยุ่งยากจากการไปรู้ไปได้มาก

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด