ตอนที่แล้วตอนที่ 165 เมลดา ปะทะ เบลล่า(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 167 ผีดิบ(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 166 เสียงกรีดร้องในพายุฝน(อ่านฟรี)


ตอนที่ 166 เสียงกรีดร้องในพายุฝน

ขบวนรถของลูอิสและบารอนมิเกลยังคงเคลื่อนที่ตรงไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรเรบีดาสต่อเนื่องกันมา 5 วันแล้วตั้งแต่ออกจากเมืองเอลดิล พวกเขาจะหยุดพักกันในตอนกลางคืนเพราะมันยากจะมองเห็นทางได้

ส่วนในกลางวันจะมีการหยุดแค่ไม่กี่สิบนาที เพื่อกินอาหารกันเท่านั้น ทำให้เวลาส่วนใหญ่พวกเขาจะอยู่บนรถกันตลอด

ในวันนี้ก็เช่นกัน แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ท้องฟ้ากลับมืดและอึมครึมผิดปกติ

“ท่านอาร์มันโด้ขอรับ ผมว่าอีกไม่นานฝนก็คงจะตก” คนขับรถที่เปลี่ยนมานั่งข้าง ๆ ที่นั่งคนขับกำลังพูดกับอาร์มันโด้ที่ฝึกขับรถอยู่

เมื่อสองวันก่อนอาร์มันโด้เลือกจะมานั่งข้างคนขับรถ เพราะว่าเขาไม่อยากจะไปนั่งเล่นไพ่อีกหลังจากแพ้ติดต่อกันมาตลอด ในระหว่างที่มานั่งตรงนี้เขาจึงขอให้คนขับช่วยสอนขับรถให้ไปเลย เขาจึงฝึกขับรถมาสองสามวันแล้ว

อาร์มันโด้ขับรถไม่เป็น เพราะเขาเป็นเพียงผู้อพยพเท่านั้นจะไปขับรถเป็นได้ยังไง แต่หลังจากกลายมาเป็นผู้แข็งแกร่ง เจาจึงคิดว่าตัวเองก็ควรจะขับรถให้เป็น อย่างน้อยมันก็เป็นทักษะที่ดีที่ควรมีติดตัวไว้ อาร์มันโด้จึงใช้โอกาสนี้ในการฝึกขับรถไปเลย

ต้องบอกว่าแม้ในเรื่องอื่น ๆ อาร์มันโด้จะหัวช้า แต่ถ้าเขาตั้งใจจริงก็สามารถทำได้ดี ยกเว้นเรื่องไพ่ ทำให้อาร์มันโด้ขับรถเป็นอย่างรวดเร็วเขาก็ค้นพบว่ามันสนุกมาก

อาร์มันโด้ฝึกขับรถตลอดที่มีโอกาส จนคนขับทั้งสองคนได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เพราะพวกเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

ถ้าเป็นคนขับทั้งสองถ้าขับรถไกล ๆ ขนาดนี้ติดต่อกันหลายวันคงมีเมื่อยล้ากันบ้าง แต่อาร์มันโด้มีพละกำลังและความทนทานมากกว่าคนทั่วไปนัก ทำให้เขานอกจากไม่เมื่อยล้าแล้วยังรู้สึกสนุกกับมันไปด้วย

คนทั้งสองได้แต่มองสิ่งนี้อย่างอิจฉาเท่านั้น

“ฝนอย่างนั้นเหรอ อืมถ้าถึงตอนนั้นนายก็มาขับแล้วกัน” อาร์มันโด้บอก เพราะแม้เขาจะเรียนรู้การขับรถได้รวดเร็ว แต่ว่าประสบการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เขาไม่อยากจะให้ลูอิสและคนอื่น ๆ ต้องมาเสี่ยงจากการที่เขาฝืนขับรถฝ่าฝนที่ตกหนัก

หลังจากนั้นอาร์มันโด้ก็เปลี่ยนให้คนขับรถหลักกลับมานั่งขับตามเดิม

ไม่นานฝนก็ตกเปาะแปะที่หน้ากระจกรถ ก่อนจะตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าท้องฟ้าได้รั่วลงมา

พื้นถนนที่เป็นดินอยู่แล้วก็ยิ่งเฉอะแฉะเข้าไปอีก ทำให้ตอนนี้รถทุกคนต้องชะลอตัวลงและระมัดระวังมากขึ้น ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ และการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ห่างไกลขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย

“ฉันพึ่งจะเคยเห็นฝนตกหนักขนาดนี้มาก่อน” เบลล่าที่นั่งมัดผมอยู่กับเจียน่าพูดขึ้นมา

เจียน่าเองก็พยักหน้าเห็นด้วย

ลูอิสมองผ่านกระจกหน้าต่างไปด้านนอกตอนนี้ฝนตกหนักมาจนยากจะมองออกไปได้ไกล ด้วยความแข็งแกร่งของเขายังคงมองเห็นได้ไกลมาก แต่คนธรรมดาอาจจะมองเห็นได้ไม่กี่เมตรเท่านั้น แถมด้วยสภาพอากาศแบบนี้ทำให้มันมืดราวกับเวลาหัวค่ำทั้งที่พึ่งจะเป็นเวลากลางวันเท่านั้น

“ท่านลูอิส พวกเขาเหมือนจะจอดหลบฝนกัน” อาร์มันโด้ลุกขึ้นมาบอกลูอิส

“อืม ตามพวกเข้าไปก็แล้วกัน” ลูอิสหันไปพยักหน้าตอบ

...

รถทั้ง 5 คันเคลื่อนตัวเข้ามายังตึกเก่าหลังหนึ่ง รถได้แต่จอดไว้ด้านนอก ส่วนคนนั้นพากันลงและเข้าไปด้านในตึกล้าง

“ซวยจริง ๆ ไม่คิดว่าจะมีฝนที่ตกหนักขนาดนี้ตกลงมาได้” บารอนมิเกลลงมาจากรถและรีบวิ่งมาหลบฝนที่ตึก

“ท่านบารอนรอสักครู่ขอรับ”

ผู้ติดตามรีบเข้ามาเก็บกวาดพื้นที่รอบ ๆ ไม่ว่าจะฝุ่นหรือเศษซากต่าง ๆ ถูกเก็บออกอย่างรวดเร็ว หลอดไฟถูกติดตั้งเพื่อให้แสงสว่างโดยรอบ โต๊ะเก้าอี้และของอื่น ๆ ถูกจัดไว้ให้บารอนมิเกลอย่างรวดเร็ว

ลูอิสเองก็ลงมาและได้พักอาศัยพักกับบารอนมิเกลด้วย

ตอนนี้ทุกคนลงมากันหมดแล้ว

ฝนยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ท้องฟ้าก็มีเสียงฟ้าผ่าดังทุก ๆ หนึ่งนาทีหรืออาจจะถี่กว่านั้นในบางครั้ง น้ำฝนเริ่มไหลไปตามพื้นดินสีขุ่นข้นเป็นชานม

“ท่านคิดว่าฝนจะหยุดตกตอนไหน” ลูอิสหันไปถามบารอนมิเกล

“ไม่รู้สิ แต่ว่ามันแปลกจริง ๆ ไม่คิดว่าจะมีพายุฝนรุนแรงขนาดนี้ ตั้งแต่ยุคล่มสลายจนถึงตอนนี้รวมแล้วก็นับร้อย ๆ ปี การจะมีพายุฝนที่ตกหนักขนาดนี้นับว่ามีน้อยมาก รู้สึกใจคอไม่ดียังไงไม่รู้” บารอนมิเกลมีสีหน้ากังวล เขารู้สึกว่าทุกอย่างเริ่มผิดเพี้ยนไปมากขึ้นเรื่อย ๆ

ลูอิสขมวดคิ้วมองดูสายฝนที่ตกลงมาเหมือนกัน

...

ผ่านไปหลายชั่วโมงฝนยังเทกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด พื้นดินเริ่มชุ่มน้ำขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีน้ำขังในบางจุดแล้ว โชคดีที่ในตอนที่เลือกที่หลบพวกเขาเลือกตึกเก่าที่อยู่ในที่สูงพอควร น้ำจึงไม่ไหลเข้ามาในจุดที่พวกเขาพักกันอยู่

ทุกคนเริ่มแยกกันไปพักผ่อนแล้วหาอะไรทำค่าเวลา ส่วนคนงานนั้นก็ออกไปตรวจสอบดูรถบรรทุกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่ เพราะหลังๆ เริ่มมีลมพัดรุนแรงมากขึ้น

“ท่านพ่อเดี๋ยวหนูขอไปเอาของบนรถหน่อยนะคะ” ดาเนียกล่าวบอกบารอนมิเกล

“ไม่ใช้คนใช้ไปเอาละ” บารอนมิเกลพูดขึ้นมา

“พวกเขายังวุ่นวายกันอยู่ อีกอย่างรถอยู่แค่นี้และหนูก็เป็นผู้ครองพลังด้วยไม่เป็นอะไรหรอก” ดาเนียกล่าว ที่จริงแล้วของที่เธอจะไปเอามันเป็นของส่วนตัวจึงไม่เหมาะให้คนอื่นไปเอา

บารอนมิเกลพยักหน้าตกลง

ดาเนียวิ่งออกไปโดยมีร่มไปด้วยคันหนึ่ง รถจอดอยู่ไม่ไกล ห่างจากประตูไปแค่สิบกว่าเมตรเท่านั้น

ผ่านไปสักพักคนที่ออกไปตรวจสอบดูรถบรรทุกก็กลับเข้ามา

คนขับของลูอิสทั้ง 4 คนก็ออกไปดูรถด้วย พวกเขากลับเข้ามาในสภาพหนาวสั่นและเปียกไปทั้งตัว

“รถไม่เป็นอะไรขอรับ ผมกับของที่อาจจะโดนลมพัดปลิวได้เข้าที่หมดแล้ว” คนขับรายงานให้ลูอิสฟัง

“อืม ไปเปลี่ยนชุดกันก่อนเถอะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” ลูอิสบอก

คนขับทั้ง 4 พยักหน้าทำตาม พากันเข้าชุดที่ลงมาด้วยไปเปลี่ยนยังอีกห้องหนึ่ง แต่แล้วในตอนนั้นเองก็มีเสียงกรีดร้องมาจากด้านนอก ทุกคนตื่นตัวกันขึ้นมาในทันที

“เกิดอะไรขึ้น” บารอนมิเกลมีสีหน้าตื่นตกใจ รีบเข้ามารวมกลุ่มกับพวกลูอิส

“ผมจะออกไปดูเอง” อาร์มันโด้วิ่งออกไปทันที

“ฉันจะไปด้วย” เจียน่ารีบวิ่งตามไป

“ให้ทุกคนมารวมกันไว้ นับคนใครหายไป” ลูอิสพูดด้วยสีหน้าจริงจังกับทุกคน ตอนนี้เขาต้องการจะรู้ว่าไอ้เสียงกรีดร้องเมื่อครู่นี้เป็นของใครกัน

ทุกคนรีบนับกันทันที

“แย่แล้วมีคนหายไปหนึ่งคน” หนึ่งในคนรับใช้ผู้หนึ่งพูดขึ้นมา

“ดาเนียไปไหน” ผู้แข็งแกร่งเมลดาถามขึ้น

บารอนมิเกลฉุกคิดขึ้นได้ว่าก่อนเกิดเรื่องดาเนียก็ออกไปด้านนอกด้วย

“เธออยู่ด้านนอก...!!!” บารอนมิเกลพูดด้วยสีหน้าแตกตื่น

ตูม!

แต่ก่อนจะได้ทำอะไรตอนนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ลูอิสเห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งออกไป

เขาเห็นอาร์มันโด้ที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสนอนจมกองเลือดอยู่กับบนหลังรถบรรทุกที่สภาพยับเยิน ส่วนเจียน่านั้นกลับหายตัวไป

“อ๊ากก!!” เสียงเจียน่าคำรามอยู่ที่ด้านหนึ่งของรถบรรทุก ลูอิสพุ่งตัวไปดูทันที แต่ก็เห็นเจียน่าในสภาพบาดเจ็บและกำลังวิ่งหนีอยู่

“เป็นยังไงบ้าง” ลูอิสเข้าช่วยเจียน่า

“ยังไหวค่ะ ตัวที่โจมตีมันแข็งแกร่งมาก มันเอากินคนขับรถของบารอนมิเกลไปและดูเหมือนมันจะจับใครอีกคนไปด้วย” เจียน่าพูดด้วยสีหน้าซีดขาว

ตอนนี้ที่แขนของเจียน่ามีรอยเลือดไหลจากรอยกรงเล็กเฉือนลึกเขาไปจนถึงกระดูก บาดแผลดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

ลูอิสเอาโพชั่นออกมาให้เธอดื่มก่อนจะส่งอีกขวดให้เอาไปให้อาร์มันโด้

“พาอาร์มันโด้ถอยกลับไปแล้วระวังตัวกันด้วย” ลูอิสพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะรีบไล่ตามศัตรูนั้นไป

เจียน่ารู้ว่าตัวเองสู้เจ้านั้นไม่ได้ ถ้าไปก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วงนายท่านลูอิส เธอรีบกลับไปช่วยอาร์มันโด้และพามาในด้านในตึก

บารอนเห็นสภาพของทั้งสองก็มีสีหน้าตื่นตกใจ คนอื่น ๆ เริ่มกลัวกันขึ้นมา

“อาร์มันโด้” เบลล่ารีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุง ก่อนจะรีบป้อนโพชั่นชีวิตให้กับอาร์มันโด้

เจียน่าเองก็ดื่มไปอีกขวดและนั่งพักด้วยสีหน้าซีดขาว

“เกิดอะไรขึ้น แล้วท่านบารอนแกริคกับดาเนียอยู่ไหน” ผู้แข็งแกร่งเมลดารีบเข้ามาถาม บารอนมิเกลก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลใจเช่นกัน

“ท่านลูอิสไล่ตามมันไป ส่วนดาเนียเธอคงโดนมันจับตัวไป” เจียน่าบอก

“อะไรนะ ดาเนียโดนจับไป” บารอนมิเกลพูดด้วยความตื่นตกใจ

ผู้แข็งแกร่งเมลดาหันขวับคิดจะวิ่งลาตามไป แต่ก็โดนเจียนาห้ามไว้ทันที

“อย่าตามไป ไอ้ตัวที่โจมตีแข็งแกร่งมาก ฉันยังโดนมันโจมตีแค่ครั้งเดียวก็เป็นแบบนี้แล้ว เธอคิดว่าจะรับมือมันไหวหรือยังไง ตอนนี้ท่านลูอิสไล่ตามไปช่วยแล้ว อย่าได้เข้าไปเป็นตัวถ่วง” เจียน่าตะโกนบอกอย่างตรงไปตรงมา

ผู้แข็งแกร่งเมลดาหยุดทันที ก่อนจะกัดฟันตกลงไม่ตามไป

...

ลูอิสไล่ตามไปด้วยความเร็วสูงจนในที่สุดเขาก็เห็นเงาของสิ่งที่โจมตีอาร์มันโด้และเจียน่าแล้ว มันกำลังแบกคนไว้ด้านหลัง

“กระสุนแสง” กระสุนแสงยิงใส่มันจากด้านหลังทันที

ทันทีที่กระสุนแสงโดนตัวของมันก็มีเสียงกรีดร้องออกมา แต่ไม่มีอาการอะไรอีก มันรีบพุ่งตัวเขาไปในตึกเก่าหลังหนึ่งอย่างรวดเร็ว

แม้การโจมตีจะไม่สามารถหยุดเจ้านั้นได้ แต่ก็ทำให้เขาเห็นว่ามันคือตัวอะไร

“ผีดิบระดับ 4 ดาวสูงสุด” ลูอิสขมวดคิ้วชนกันท่ามกลางสายฝน

“ยุ่งยากซะแล้ว” เขาเงยหน้ามองตึกด้านหน้าที่ผีดิบตัวนั้นวิ่งหายเข้าไป

ลูอิสรีบตามเข้าไปด้านใน โดยทิ้งรอยเท้าที่เปียกฝนไว้ด้านหลัง

...

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด