ตอนที่แล้วบทที่ 52: หลีกเลี่ยงความอยุติธรรม  
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 54: ตัวที่คุณก็รู้ว่าใคร

นิยาย ยอดอาจารย์เย้ยยุทธจักร

บทที่ 53: กาลครั้งหนึ่ง มีผี


บู้มมมม!

ลู่เสี่ยวหรันเพิ่งมาถึงสถานที่ต่อไปและมันก็มีเสียงระเบิดรุนแรงดังมาจากทิศทางก่อนหน้า

ความผันผวนทำให้ป่าบนภูเขาทั้งหมดสั่นสะเทือน ลมแรงพัดไปทุกหนทุกแห่งและต้นไม้ก็หักโค่นลง

ลู่เสี่ยวหรันยักไหล่ขณะที่มองดูลมที่พัดมาทางเขา

“โชคดีจริงๆ ที่ฉันวิ่งหนีเร็ว”

มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะไปเล่นรับบทเป็นฮีโร่เพื่อช่วยเหลือสาวงาม นั่นมีไว้สำหรับตัวเอกเท่านั้น หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี สาวงามก็อาจจะอุทิศชีวิตของเธอเพื่อกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกฮาเร็มของตัวเอก

สำหรับในกรณีของเขา ถ้าเขาโชคดี เขาก็คงจะได้รับแค่คำขอบคุณของอีกฝ่ายเท่านั้น…

“ผู้อาวุโสลู่ ท่านเป็นคนดีจริงๆ”

หรือ…

“ผู้อาวุโสลู่ ที่จริงแล้วข้าคิดต่อท่านเป็นเหมือนพี่ชายของข้ามาโดยตลอด”

มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่คิดจะไปช่วยเธอ

“ใช่แล้ว ฉันควรหาถ้ำก่อน”

ลู่เสี่ยวหรันกวาดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาและพบถ้ำอย่างรวดเร็ว มันมีหมีดำตัวใหญ่สองตัวที่กำลังคุยกันภาษาหมี

“เอาที่นี่แหละ”

เขาเคลื่อนย้ายไปที่ด้านบนเหนือถ้ำและดีดนิ้ว เขารวบรวมลูกบอลเพลิงไว้ในมือ

การควบคุมพลังธาตุนั้นเป็นหนึ่งในพลังอำนาจของผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นแท้

จากนั้นเขาก็โยนลูกบอลเพลิงเข้าไปในถ้ำ

บู้มมมม!

ทันใดนั้นเอง การระเบิดก็ดังขึ้นในถ้ำ และแสงสีแดงก็ส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ

ทันทีหลังจากนั้น เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวและน่ากลัวสองเสียงก็ดังขึ้น

ขณะที่ถ้ำสั่นสะเทือน ร่างสีดำขนาดใหญ่สองร่างก็รีบวิ่งออกมาจากถ้ำอย่างรวดเร็ว

ลู่เสี่ยวหรันใช้โอกาสนี้ย้ายเข้าไปในถ้ำ

“ฉันจะอยู่ที่นี่สักหนึ่งเดือน”

จากนั้นเขาก็สร้างค่ายกลที่ทางเข้าถ้ำโดยไม่สนใจอะไร ไม่ว่าหมีดำสองตัวจะคำรามอย่างไร พวกมันก็ไม่สามารถเจาะผ่านค่ายกลเข้ามาได้

หมีสองตัวพยายามอยู่สองชั่วโมงก่อนจะจากไปอย่างไม่เต็มใจ

ลู่เสี่ยวหรันได้สร้างค่ายกลป้องกันอีกสองสามค่ายกลเพื่อแยกถ้ำออกจากส่วนอื่นๆ ของโลกโดยสมบูรณ์ จากนั้นเขาก็สร้างค่ายกลรวบรวมพลังวิญญาณที่ทรงพลังและค่อยๆ เข้าสู่สภาวะการฝึกตน

สามวันต่อมา…

ในที่สุด ลู่เสี่ยวหรันก็เข้าใจศาสตร์เทพสงครามอย่างสมบูรณ์

เห้ออ!

เขาถอนหายใจออกมา ดวงตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้า พวกมันเต็มไปด้วยประกายสายฟ้าที่เปี่ยมไปด้วยพลังและดูมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง “ฉันเข้าใจศาสตร์เทพสงครามแล้ว ในกรณีนี้ ฉันก็จะสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอดทั้งสามได้ในเวลาเดียวกัน หนึ่งคือศาสตร์นักษัตร อีกอันคือมหาก้าวโกลาหล และสุดท้ายคือศาสตร์เทพสงครามที่ฉันเพิ่งเรียนรู้มา ถ้าฉันฝึกฝนเคล็ดวิขาการฝึกตนทั้งสามในเวลาเดียวกัน การฝึกฝนของฉันก็น่าจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิมมาก”

ลู่เสี่ยวหรันอารมณ์ดีและกำลังจะกลืนยาเข้าไปเพื่อฝึกตนต่อ อย่างไรก็ตาม สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ปากทางเข้าถ้ำ

“นี่คือ…?”

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงเล็กน้อย

สิ่งมีชีวิตนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ฝึกตนหญิงที่เขาพบเมื่อสองสามคืนก่อน ฉินจื่อโม่!

“เธอมาที่นี่ทำไมกัน?”

ในขณะนี้ ฉินจื่อโม่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าของเธอจะขาดรุ่งริ่งเท่านั้น แต่มันยังมีอาการบาดเจ็บอีกมากมายบนร่างกายของเธอ ความจริง เธอหมดสติไปแล้วด้วยซ้ำ

ลู่เสี่ยวหรันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดแย้งในใจ

ถ้าเขาปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่ที่ปากถ้ำต่อไปแบบนี้ มันก็จะลำบากเอาถ้ามีคนที่ไล่ล่าเธอมาพบเข้า

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เสี่ยวหรันก็ตบตัวเอง

“ฉันจำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรอ? ลู่เสี่ยวหรัน โถ ลู่เสี่ยวหรัน มาถึงขนาดนี้แล้ว นายจะยังลังเลอะไรอีก”

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็รีบออกจากถ้ำไปในทันที มือทั้งสองข้างของเขาจับขาของฉินจื่อโม่และดึงเธอเข้าไปในหุบเขาข้างๆ เขาราวกับกำลังดึงซากหมูตาย

“เห้อ แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว ตราบใดที่เธอไม่ทำอะไรแปลกๆ พวกที่ไล่ตามเธอก็ไม่น่าจะพบเธอได้”

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ ลู่เสี่ยวหรันก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจและหันหลังกลับเพื่อวิ่งกลับไปที่ถ้ำของเขาเพื่อฝึกตนต่อไป

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ในพริบตา

การฝึกตนของลู่เสี่ยวหรันเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 90% ของขอบเขตแก่นแท้ขั้นหนึ่ง เขาอยู่ห่างจากการบุกทะลวงไปสู่ขอบเขตแก่นแท้ขั้นสองเพียงเล็กน้อย

แน่นอนว่าการฝึกฝนเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอดทั้งสามในเวลาเดียวกันนั้นย่อมเร็วกว่าการฝึกฝนเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์เพียงสองวิชาอย่างแน่นอน

“ดูเหมือนว่าฉันน่าจะทะลวงผ่านไปยังขอบเขตแก่นแท้ขั้นสองภายในวันนี้ได้เลย อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนเคล็ดวิชาขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอดทั้งสามในเวลาเดียวกันก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอดนั้นจะไม่ง่ายที่จะฝึกฝน”

อันที่จริง พรสวรรค์ของลู่เสี่ยวหรันนั้นก็ค่อนข้างท้าทายสวรรค์ ต้องรู้ว่าศิษย์ทั้งสามของเขาเองก็กำลังฝึกฝนเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชนัยุทธ์ชั้นยอด แต่พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจแนวคิดของเคล็ดวิชาการฝึกตนของพวกเขาอย่างสมบูรณ์

ในทางกลับกัน ลู่เสี่ยวหรันก็ได้เข้าใจแนวคิดของมันอย่างสมบูรณ์แบบมานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ลู่เสี่ยวหรันกำลังจะก้าวเข้าสู่การฝึกตนอีกครั้ง สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของฉินจื่อโม่ เธอได้มาปรากฎตัวอยู่ข้างหน้าถ้ำของเขาแล้ว

ลู่เสี่ยวหราน: “???”

อีกฝ่ายยังอยู่ในอาการโคม่า แต่เคล็ดวิชาการฝึกตนในร่างกายของเธอก็ได้เริ่มหมุนเวียนเล็กน้อยแล้ว พลังวิญญาณค่อยๆ รวมตัวและค่อยๆ รักษาอาการบาดเจ็บของเธอ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือ เธอมาที่นี่ได้ยังไง?

เขาเดินออกไปข้างนอกและขมวดคิ้ว

“เคล็ดวิชาการฝึกตนของเธอเพิ่งจะหมุนเวียนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเธอก็ยังไม่ตื่นขึ้น ตามหลักเหตุผลแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะคลานมาที่นี่ หรือว่ามันจะมีผีย้ายเธอมาที่นี่?”

อย่างไรก็ตาม ลู่เสี่ยวหรันก็สัมผัสไม่ได้ถึงร่องรอยของผู้ฝึกตน “ลืมมันไปซะ ฉันจะเอาเธอไปโยนทิ้งให้ไกลกว่านี้”

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็คว้าข้อเท้าทั้งสองข้างของฉินจื่อโม่และวิ่งไปไกลราวกับว่าเขากำลังดึงหมูที่ตายแล้ว

เส้นทางบนภูเขานั้นเป็นหลุมเป็นบ่อ ด้วยเหตุนี้เอง ฉินจื่อโม่ซึ่งเพิ่งฟื้นตัวได้เพียงเล็กน้อยจึงได้รับบาดเจ็บนับครั้งไม่ถ้วนในพริบตา

คราวนี้ ลู่เสี่ยวหรันดึงเธอไปที่หุบเขาข้างๆ โดยตรง

หลังจากโยนเธอลงในพุ่มไม้ ลู่เสี่ยวหรันก็ปรบมือและเคลื่อนย้ายกลับไปที่ถ้ำเพื่อฝึกตนต่อไป

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ลู่เสี่ยวหรันตื่นขึ้นจากการทำสมาธิอีกครั้ง การฝึกตนของเขาได้ทะลวงผ่านไปแล้ว

ขอบเขตแก่นแท้ขั้นสาม!

เดิมทีเขาอยู่ที่ขอบเขตแก่นแท้ขั้นหนึ่ง แต่ด้วยการฝึกตนอย่างขยันขันแข็ง เขาจึงสามารถทะลวงมาจนถึงขอบเขตแก่นแท้ขั้นสามได้

มุมปากของลู่เสี่ยวหรันยกขึ้น

“มันน่าจะเป็นเพราะหลี่เกอและอีกสองคนได้ก้าวข้ามไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ดังนั้นฉันจึงทะลวงผ่านไปยังขอบเขจแก่นแท้ขั้นสามในทันที”

ลู่เสี่ยวหรันรู้สึกดีมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม!

ก่อนที่ลู่เสี่ยวหรันจะมีความสุข สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ได้ตรวจพบสิ่งผิดปกติอีกครั้ง สิ่งนีทำให้ใบหน้าของเขามืดลงอย่างรวดเร็ว

ในวินาทีต่อมา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นนอกถ้ำ

ปรากฎว่าฉินจื่อโม่ได้ปรากฏตัวที่ทางเข้าถ้ำของเขาอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะยังอยู่ในอาการโคม่า แต่เคล็ดวิชาการฝึกตนในร่างกายของเธอก็ยังหมุนเวียนด้วยตัวเองและรักษาอาการบาดเจ็บของเธออย่างต่อเนื่อง

“เป็นไปได้ไหมว่ามันจะมีผีอยู่ในหุบเขาแห่งนี้จริงๆ? แต่นั่นไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะมีผีอยู่ แต่การฝึกตนของฉันก็น่าจะทำให่พวกมันรู้สึกกลัวบ้างสิ?”

5 1 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด