ตอนที่แล้วบทที่ 51: หนีก่อนได้เปรียบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 53: กาลครั้งหนึ่ง มีผี

นิยาย ยอดอาจารย์เย้ยยุทธจักร

บทที่ 52: หลีกเลี่ยงความอยุติธรรม  


บทที่ 52: หลีกเลี่ยงความอยุติธรรม

เมื่อเห็นว่าพวกเขาทั้งห้ากำลังจะโจมตีด้วยเจตนาฆ่าที่พุ่งพล่าน ลู่เสี่ยวหรันก็ยื่นมือขวาออกไปในทันที

“หยุดก่อน!”

ทั้งห้าคนตกตะลึงและหยุดอยู่ตรงหน้าลู่เสี่ยวหรัน

มันไม่ใช่ว่าพวกเขาเกรงกลัวออร่าของลู่เสี่ยวหรัน แต่ในระยะใกล้แบบนี้ ยังไงซะลู่เสี่ยวหรันก็ไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้อยู่ดี

ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงต้องการจะดูว่าลู่เสี่ยวหรันต้องการจะทำอะไร

ลู่เสี่ยวหรันไอเบาๆ และถามด้วยความสงสัย

“ข้ามีคำถามหนึ่งอยากจะถาม ข้าแสดงเจตนาวิ่งหนีแล้วอย่างชัดเจนและข้าก็หนีออกมาไกลมากแล้วด้วย นอกจากนี้ มันก็ยังมีผู้อาวุโสของนิกายกระบี่สวรรค์อีกสามคนอยู่ที่โรงเตี๊ยม แบบนั้นแล้วทำไมพวกเจ้าถึงไม่ไปฆ่าพวกเขาก่อนแต่กลับมาไล่ตามข้าแทนล่ะ?”

ทั้งห้าคนมองหน้ากันและหัวเราะขึ้นในทันที

“ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า… เจ้าคิดว่าเราโง่หรอ? แม้ว่าผู้อาวุโสทั้งสามของนิกายกระบี่สวรรค์จะไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่พวกมันก็มีเพียงสามคนเท่านั้น และแม้ว่าเราจะอยู่และฆ่าพวกมันทั้งสามคนได้ แต่เราจะได้สูญเสียไปเท่าไหร่กัน?

“ในขณะเดียวกัน มันก็แตกต่างออกไปหากเราไล่ตามเจ้า ถ้าเราฆ่าเจ้าซะ พวกเราทั้งห้าคนก็จะไม่ต้องเปลืองแรงให้มาก”

ลู่เสี่ยวหรันรู้สึกตกใจ

คนร้ายสมัยนี้ฉลาดขนาดนี้เลยหรอ? ไอคิวของพวกเขาจะต้องไม่ใช่น้อยๆ แน่นอน!

แต่สิ่งนี้มันก็ไม่สมเหตุสมผลใช่ไหม?

หรืออันที่จริงแล้วเขาจะไม่ได้ถูกลิขิตมาให้เป็นตัวเอก นั่นก็เพราะว่าตัวร้ายทุกตัวที่ตัวเอกเจอนั้นจะต้องโง่มาก

“เอาล่ะ ที่นี้ก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตายแล้ว!”

ทั้งห้าคนหัวเราะเยาะ เมื่อออร่าของพวกเขาระเบิดออกมา พวกเขาก็เริ่มโจมตีในทันที

อย่างไรก็ตาม!

ขณะที่พวกเขากำลังจะเคลื่อนไหว พวกเขาก็เห็นลู่เสี่ยวหรันชกหมัดเข้าใส่พวกเขาทั้งห้าคนในวินาทีถัดมา

หมัดเดียว!

มันเป็นหมัดที่ดูธรรมดามากและดูเหมือนจะไม่มีความลึกซึ้งใดๆ

อย่างไรก็ตาม!

หมัดนี้เองที่ทำให้จิตใต้สำนึกของพวกเขาแตกสลายลงในทันที จิตวิญญาณพวกเขาจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดและร่างกายของพวกเขาก็แตกสลายหายไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะทันได้ตอบโต้

แค่หมัดของผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นแท้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณกลายเป็นฝุ่นไปในทันที

หลังจากสังหารทั้งห้าคนเสร็จ ลู่เสี่ยวหรันก็ส่ายหัว

“เฮ้อ ไอคิวของพวกแกมันสูงก็จริง แต่ความแข็งแกร่งของพวกแกนั้นก็ยังไม่สูงพอ ต่อให้ไอคิวของพวกแกจะสูงสักแค่ไหน ถ้าความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของพวกแกไม่ดีพอ มันก็ยังคงไร้ประโยชน์” ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงระเบิดที่รุนแรงก็ดังขึ้นมาจากด้านข้างของเมือง คลื่นกระแทกอันทรงพลังได้แผ่ซ่านไปทั่วเมืองในทันที

แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร แต่ลู่เสี่ยวหรานก็สามารถสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของการโจมตีในครั้งนี้

กระนั้นมันก็ยังไม่ใช่ภัยคุกคามใหญ่สำหรับเขาอยู่ดี

เขาใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาในการตรวจสอบพื้นที่ ผู้อาวุโสนิกายมารได้หายตัวไปแล้ว บางทีเขาอาจจะทำลายตัวเองลงเมื่อกี้ก็ได้

ผู้นำนิกายและคนอื่นๆ ยังคงสบายดี ดูเหมือนว่าผู้ฝึกตนมารที่เหลืออยู่ในเมืองเล็กๆ เองก็จะได้รับการจัดการทั้งหมดแล้ว

สิ่งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับพลังที่เขาปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ มิฉะนั้นแล้ว ผู้นำนิกายและคนอื่นๆ ก็อาจจะไม่สามารถเอาชนะผู้อาวุโสของนิกายมารลงได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

ในท้ายที่สุด เมื่ออันตรายได้รับการแก้ไขแล้ว และผู้นำนิกายกับคนอื่นๆ ก็ยังสบายดี ดังนั้นมันก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนอีกต่อไป เขาสามารถกลับไปช่วยพวกเขาได้แล้ว

ลู่เสี่ยวหรันลูบคางของเขา

“ดูเหมือนว่าการต่อสู้ในครั้งนี้จะค่อนข้างรุนแรง โชคดีที่ฉันฉลาดพอและเลือกที่จะอยู่ให้ห่างตั้งแต่ตอนแรก มิฉะนั้น ถึงฉันจะรอดชีวิตจากการระเบิดครั้งใหญ่เช่นนี้มาได้ แต่ฉันก็คงจะไม่สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ให้ผู้นำนิกายฟังได้อย่างแน่นอน”

“อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีเช่นกัน ถ้าไม่มีเรือเหาะ ฉันก็คงจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนกว่าจะไปถึงนิกายเต่าทมิฬจากจุดนี้ ฉันสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อค้นหาถ้ำเพื่อซ่อนตัวฝึกตนได้ หลังจากนั้น ฉันก็จะใช้มหาก้าวโกลาหลและไปเจอพวกเขาในเดือนหน้า”

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็วิ่งหนีไปในทันที

เนื่องจากเขาออกจากเมืองมาแล้วและไม่มีใครเห็นเขา ดังนั้นลู่เสี่ยวหรันจึงไม่จำเป็นต้องซ่อนความแข็งแกร่งของเขาอีกต่อไป เขาใช้มหาก้าวโกลาหลเพื่อออกจากสถานที่แห่งนี้ไปโดยตรง

เขากำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ด้วยวิธีนี้ เขาก็จะไม่ต้องเร่งรีบเดินทางมากนัก

หลังจากหมุนเวียนเคล็ดวิชาการฝึกตนของเขาแล้ว ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ลู่เสี่ยวหรันก็ได้เดินทางออกไปหลายสิบกิโลเมตรแล้ว

จนกระทั่งเขารู้สึกว่าเขาอยู่ห่างจากเมืองมากพอ เขาจึงหยุดวิ่ง

“ฮา… ฉันจะหาถ้ำเพื่อฝึกตนที่นี่แหละ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาหยุดลง ออร่าหลายดวงก็พุ่งเข้ามาจากระยะไกล

คนที่อยู่ข้างหน้าสุดอยู่ที่ขอบเขตสกัดวิญญาณขั้นห้า นอกจากนี้ ผู้ที่ติดตามมาก็ยังอยู่ในขอบเขตสกัดวิญญาณขั้นห้าและมีผู้ฝึกตนขอบเขตภูผาสมุทรอยู่อีกห้าคน

พวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกตน!

“ฉินจื่อโม่ เจ้าติดพิษโลหิตหนอนไหมสวรรค์ของนิกายหมื่นพิษไปแล้ว เจ้าไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้หรอก!”

“พวกเจ้ามันก็แค่นิกายมารขยะ พวกเจ้ากล้าสร้างปัญหาในโลกแห่งการฝึกตนได้อย่างไร? เมื่อข้ากลับไปถึงนิกาย ข้าก็จะรายงานท่านอาจารย์แน่ และเขาก็จะกำจัดพวกกบฏนิกายมารให้หมดสิ้นอย่างแน่นอน!”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า… หอคอยปราบมารกำลังจะพังทลายลงแล้ว กำจัดนิกายมารทั้งหมดอย่างงั้นหรอ? ฝันไปเถอะ!”

ลู่เสี่ยวหรัน: “???”

เขารู้สึกขุ่นเคืองมากในขณะนี้

เขาเพิ่งจะมาถึงและต้องการจะหาสถานที่เงียบสงบเพื่อฝึกตน แต่กระนั้น เขาก็ดันพบกับนิกายมารที่ไล่ตามใครบางคนมาอีกที

นี่มันจะมากเกินไปแล้ว สิ่งนี้ทำให้เขาพูดไม่ออกและโมโหมากขึ้นไปอีกก็คือผู้ฝึกตนหญิงจากฝ่ายธรรมได้เห็นเขาแล้ว

“สหายนักพรต ข้าถูกไล่ล่าโดยผู้ฝึกตนมาร โปรดช่วยข้าและช่วยชีวิตข้าด้วย หลังจากนี้ข้าจะตอบแทนท่านอย่างหนักแน่นอน”

ใบหน้าของลู่เสี่ยวหรันกระตุก

ทำไมฉันถึงต้องไปช่วยกัน? การถูกไล่ล่าของเธอมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันไม่ใช่สามีหรือพ่อของเธอนะ ทำไมฉันถึงต้องช่วยเธอ?

นอกจากนี้ เธอรู้ระดับการฝึกตนของฉันหรอ?

ถ้าฉันเป็นแค่ลูกปลาตัวเล็กๆ ที่อยู่ในขอบเขตสกัดกายาล่ะ? การที่เธอตะโกนแบบนั้นมันจะทำให้ฉันสาปแช่งเธอไปชั่วนิรันดร์แน่นอน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ตะโกนตอบกลับไปทันทีว่า “อะไรนะ? เจ้ากำลังพูดถึงอะไร หูของข้าไม่ค่อยดี ข้าไม่ได้ยินเจ้า”

ฉินจื่อโม่ตกตะลึงและรีบหมุนเวียนพลังวิญญาณของเธอทันทีเพื่อตะโกนว่า “ข้าถูกไล่ตามโดยผู้ฝึกตนมาร! โปรดช่วยข้าด้วย!”

“อะไรนะ? ดังขึ้นอีก หูของข้าได้รับบาดเจ็บ ถ้าเจ้าพูดเช่นนั้น ข้าก็ไม่ได้ยินเจ้าหรอกนะ”

ฉินจื่อโม่กำลังจะตะโกนอีกครั้ง แต่ผู้ฝึกตนมารที่อยู่ข้างหลังเธอก็ตะโกนขึ้นก่อน

“เลิกยุ่งได้แล้ว ขอให้หายไวๆ นะ”

“เข้าใจแล้ว”

ทันทีที่เขาพูดจบ ลู่เสี่ยวหรันก็วิ่งหนีไปในทันที

ฉินจื่อโม่: “???”

เธอตกตะลึงจนแทบจะหยุดมอง

ชายคนนี้อยู่ฝ่ายธรรมจริงๆ หรอ? ทำไมเขาถึงขาดความรับผิดชอบและขี้ขลาดเช่นนี้? ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังเป็นผู้ชาย เขาแสร้งทำเป็นว่ามีบางอย่างผิดปกติกับหูของเขาเลยไม่ได้ช่วยเธอ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เธอตกตะลึง เธอก็เผลอปล่อยโอกาสให้ผู้ฝึกตนมารตามทัน

“ข้าตามเจ้าทันแล้ว!”

เสียงอันชั่วร้ายดังมาจากด้านหลัง แววตาของฉินจื่อโม่หดตัวลง “แย่แล้ว!”

ในวินาทีถัดมา เธอก็ถูกกระแทกเข้าที่ด้านหลังอย่างแรง

อ้าก!

ฉินจื่อโม่กระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง พลังวิญญาณในร่างกายของเธอปั่นป่วนในทันที ร่างกายของเธอเป็นเหมือนกับนกปีกหักและว่าวที่มีเชือกขาด เธอโซเซและหล่นลงกับพื้น

“นางหมดสภาพแล้ว ไล่ตามนางไปและฆ่านางซะ!”

เมื่อเห็นว่าผู้คนจากนิกายมารกำลังจะฆ่าเธอ ฉินจื่อโม่ก็กัดฟันและหยิบแผ่นหยกออกมาจากแขนเสื้อของเธอ

“ท่านอาจารย์ ข้าไม่สามารถกตัญญูตอบแทนคุณท่านได้อีกต่อไปแล้ว โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”

วินาทีต่อมา ดวงตาของเธอก็แปรเปลี่ยนมาเฉียบคมและแน่วแน่

จากนั้นเธอก็ทุบแผ่นหยกในมือของเธอ

แผ่นหยกแตกออกและเปลวเพลิงหลายดวงก็พุ่งออกมาพร้อมกับเจตนาฆ่า

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าที่อยู่ในเปลวเพลิง รูม่านตาของผู้คนจากนิกายมารก็หดตัวลงในทันที “ไม่ดีแล้ว ถอยเร็ว! นางมีสมบัติลับ”

ทุกคนต้องการจะถอยออกไป แต่ด้วยระยะห่างที่ใกล้เกินไป พวกเขาจึงไม่สามารถหลบได้ทัน!

พวกเขาทำได้เพียงเฝ้ามองอย่างช่วยไม่ได้ในขณะที่ถูกแสงสว่างกลืนกินหายไป

5 1 โหวต
Article Rating
2 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด