ตอนที่แล้วตอนที่ 158 ท่าทีของแต่ละฝ่าย(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 160 อันเดดมีไม่พอ(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 159 กำเนิดอัศวินรุ่งอรุณ(อ่านฟรี)


ตอนที่ 159 กำเนิดอัศวินรุ่งอรุณ

เมื่อเขาปล่อยให้อัศวินฝึกหัดทุกไปพักดื่มน้ำแล้ว ลูอิสก็เปิดระบบขึ้นมาทันที

“ติ้ง!”

“เปิดฟังชั้นระบบ”

“ตัวละครหลัก พาลาดิน lv.50 (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“ตัวละครรอง จอมเวทย์ lv.30 (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“ตัวละครรอง ดรูอิด lv.30 (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“ตัวละครรอง เนโครแมนเซอร์ lv.20 (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“ตัวละครรอง คนเถื่อน lv.20 (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“ร้านค้าระบบ (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“กระเป๋ามิติ (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“พลังงานศรัทธา 3,610,000 หน่วย”

“รายชื่อสมาชิกผู้เล่น 7 (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

...

“เปิดร้านค้าระบบ”

“ซื้อผลึกสายอาชีพ พาราดิน 300 ชิ้น” ลูอิสสั่ง

“ติ้ง!”

“ผู้เล่นทำการซื้อผลึกสายอาชีพพาลาดิน 300 ชิ้น”

“แจ้งเตือนผู้เล่น ผลึกสายอาชีพสามารถซื้อจำนวนสูงสุดได้ แค่ 500 ชิ้น ผู้เล่นต้องการทำการซื้อต่อไปหรือไม่” ระบบเตือนลูอิสทันที

“หือ มีจำกัดด้วยอย่างนั้นเหรอ” ลูอิสแปลกใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ระบบเตือนเขา

“ที่ผ่านมาระบบไม่เคยเตือนเรื่องการซื้อผลึกสายอาชีพ หรือว่าฉันจะทำตามเงื่อนไขในจำนวนการซื้อเกินครึ่งของที่กำหนดทำให้ระบบแจ้งเตือน น่าจะเป็นอย่างนั้น นั่นก็หมายความว่า ทุกสายอาชีพของระบบที่ฉันสามารถซื้อเมื่อรวมแล้วจะไม่เกิน 500 ชิ้น ก็เท่ากับ 500 ผู้เล่น”

“ระบบ วิธีการเพิ่มจำนวนผู้เล่น” ลูอิสถาม

“เลเวล 120 จะปลดล็อกอีกครั้ง” ระบบตอบสั้น ๆ

ลูอิสขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนนี้แม้เขาจะเลเวล 50 ก็ตาม แต่ลูอิสคิดว่ากว่าจะไปถึงเลเวล 120 นั้นต้องใช้พลังงานศรัทธาจำนวนมหาศาลแน่นอน เพราะแต่ละเลเวลพลังงานศรัทธาจะยิ่งมากขึ้นห่างกันไปเรื่อย ๆ

“ตกลง ซื้อผลึกสายอาชีพ พาลาดิน 300 ชิ้น”

“ติ้ง!”

“ซื้อผลึกสายอาชีพ พาลาดิน 300 ชิ้นสำเร็จ”

“ไอเทมทั้งหมดถูกเก็บไว้ในช่องเก็บของผู้เล่นอัตโนมัติ”

“พลังงานศรัทธาที่ใช้ทั้งหมด 1,500,000 หน่วย”

“ผู้เล่นเหลือพลังงาน 2,110,000 หน่วย”

ลูอิสรู้สึกขนลุกทุกครั้งที่ต้องจ่ายพลังงานศรัทธาออกไปมากมายขนาดนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองจะล้มละลายทุกครั้งที่จ่ายออกไป

“แต่จ่ายไปตั้งหนึ่งล้านห้าแสนก็ได้เพียงแค่ผลึกสายอาชีพเท่านั้น ดูเหมือนกองทัพอัศวินที่สวมใส่ไอเทมอัศวินทั้งตัวจะยังเป็นเรื่องที่ต้องรอไปอีกสักพัก”

ลูอิสลองคำนวณดูแบคร่าว ๆ เขาต้องเก็บพลังงานศรัทธาแบบไม่ใช้จ่ายไปอีกสองถึงสามเดือนจึงจะพอให้เปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่ทั้งกองทัพอัศวินเป็นไอเทมจากระบบ

แต่ถึงจะยังไม่ได้ไอเทมจากระบบในตอนนี้ทุกคนก็มีชุดเกราะ ดาบ และโล่ที่ลูอิสสั่งทำคล้ายกับอุปกรณ์จากระบบมาสำรองใช้ก่อน ซึ่งพวกเขาก็สวมใส่อยู่กับตัวในตอนนี้

หลังจากผ่านไปไม่นานลูอิสเรียกอัศวินฝึกหัดทุกคนก็กลับมารวมตัวกัน

โดยตอนนี้เป็นเวลาหลังเที่ยงคืนพอดี แต่ทุกคนยังคงตั้งใจอย่างเต็มที่ พวกเขายืนนิ่งเหมือนก้อนหิน 300 ก้อน สายตาของพวกเขามองนิ่งมาด้านหน้า ไม่มีใครขยับจนกว่าลูอิสจะสั่ง

“วันนี้คือวันฝึกสุดท้ายในฐานะอัศวินฝึกหัด”

ลูอิสกล่าวออกมาก็ทำให้แววตาทุกคนวูบวาบ เพราะในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึงแล้ว

“ก้าวออกมาด้านหน้าที่ละคน” ลูอิสสั่ง ก่อนจะหันไปมองคนแรกจากทางซ้ายมือของเขา หรือแถวขวาสุดของกองกำลัง

“ท่านบารอนแกริค” อัศวินฝึกหัดคนแรกคุกเข่าลง ถอดหมวกเกราะก้มหน้าทำความเคารพลูอิส

“อัศวินฝึกหัด เธอผ่านการทดสอบ” ลูอิสมองไปที่อัศวินคนแรกผู้นี้ ที่จริงแล้วเธอก็คือเฟดี้นั้นเอง

ลูอิสล้วงไปในอากาศให้ทุกคนได้เห็น ก่อนจะมีผลึกสายอาชีพปรากฏในมือของเขา มันส่องแสงสีทองท่ามกลางความมืดแบบนี้ นี่คืออีกเหตุผลที่เขาเลือกจะมอบผลึกสายอาชีพให้พวกอัศวินฝึกหัดตอนกลางคืน

แสงจากผลึกสายอาชีพพาลาดินช่วยให้พิธีการมอบของเขาดูศักดิ์สิทธิ์ดี

“เฟดี้ เธอจะเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนแรกของกองทัพอัศวินรุ่งอรุณและจะเป็นผู้นำแห่งกองทัพอัศวินรุ่งอรุณ เธอจะไม่ใช่เฟดี้คนเก่าอีกต่อไป แต่จะเป็นอัศวินรุ่งอรุณ เฟดี้ เทรย์เวอร์”

“และเมื่อใดก็ตามที่อัศวินในกองกำลังคิดว่าเธอไร้ซึ่งเกียรติยศของอัศวินรุ่งอรุณพึ่งจะมี หรือไร้ซึ่งความสามารถของผู้นำแห่งกองทัพรุ่งอรุณแล้ว เมื่อนั้นอัศวินรุ่งอรุณผู้อื่นสามารถท้าทายเพื่อครอบครองตำแหน่ง ผู้นำกองทัพอัศวินรุ่งอรุณได้”

ลูอิสพูดด้วยเสียงที่ธรรมดา แต่ทุกคนกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

“เมื่อเวลานั้นเกิดขึ้นก็หมายถึงตอนที่ฉันได้ตายไปแล้ว” เฟดี้กล่าวมาเพียงประโยคเดียว มันไม่ใช่การตอบกลับลูอิสแต่เป็นการพุดกับตัวเธอเอง

อัศวินสาวเฟดี้ ยื่นมือไปรับผลึกสายอาชีพ

หลังจากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในแถว

คนต่อมาลูอิสก็มอบผลึกสายอาชีพให้เขาและมอบหมายให้เป็นผู้นำกองพลอัศวินรุ่งอรุณ ซึ่งในกองทัพอัศวินรุ่งอรุณนั้นจะเริ่มจาก อัศวินรุ่งอรุณ หัวหน้าหน่วยอัศวินรุ่งอรุณ หัวหน้ากองพลอัศวินรุ่งอรุณ และสุดท้ายคือ ผู้นำกองทัพอัศวินรุ่งอรุณ

ซึ่งตำแหน่งสำคัญนั้นถูกแบ่งไปที่แถวหน้าจนหมด เพราะว่าตามการเข้าแถวแล้ว ลูอิสจะแบ่งตามความสามารถของแต่ละบุคคล

แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงความแข็งแกร่งทางกายอย่างเดียว ด้วยระบบลูอิสตรวจสอบได้มากกว่านั้นมาก

หลังจากนั้นอัศวินฝึกหัดทั้งสามร้อยคนก็ได้รับผลึกสายอาชีพไปจนครบทุกคนไม่มีขาดตกบกพร่องแต่อย่างไร ซึ่งสุดท้ายแล้วในที่สุดทุกคนก็รู้ว่าลูอิสคิดจะมอบพลังให้พวกเขาทั้งหมดอยู่แล้ว

อัศวินฝึกหัดทั้งสามร้อยคนถือผลึกสายอาชีพ พาลาดินไว้ในมือ ถ้าสังเกตให้ดี มือที่ถือผลึกสายอาชีพของพวกเขานั้นจะกำด้วยความระมัดระวังไม่แน่นหรือหลวมเกินไป เพราะกลัวว่าถ้ากำแรงไปก็จะทำให้ผลึกสายอาชีพแตกได้ แต่ถ้ากำหลวมไปก็อาจจะทำหล่นหายได้

ซึ่งที่มือพวกเขาก็มีแสงสว่างของผลึกสายอาชีพลอดออกมา มันราวกับว่าอัศวินฝึกหัดเหล่านี้ถือดวงอาทิตย์น้อย ๆ ไว้ในกำมือไม่มีผิด

ลูอิสยื่นอยู่เบื้องหน้ากองทัพอัศวินรุ่งอรุณ แม้จะดูตัวเล็ก แต่ก็นับว่าโดดเด่นเป็นอย่างมาก

“กองทัพที่ฉันต้องการไม่ใช่กองทัพทหารคนธรรมดา สิ่งที่ฉันต้องการนั้นคืออัศวินที่อยู่เหนือทหารขึ้นไป อัศวินที่จะนำพาแสงสว่างมาให้แก่มวลมนุษย์ ดั่งเช่นแสงจากดวงตะวันยามรุ่งอรุณที่มอบความอบอุ่นให้ดินแดนแห่งนี้และขับไล่ความหนาวเย็นให้จากไปในทุกรุ่งเช้าและอัศวินเหล่านั้นจะต้องไม่ยอมแพ้แม้จะมีความมืดเข้าปกคลุมอย่างเช่นยามราตรีกี่ครั้ง พวกนายก็จะต้องเป็นอัศวินที่เปรียบดั่งแสงรุ่งอรุณที่ขับไล่พวกมันออกไปมากครั้งเท่านั้น”

“พวกนายคือ อัศวินรุ่งอรุณ กองทัพรุ่งอรุณ”

ลูอิสน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง ก่อนที่แสงสว่างในมือของพวกเขาจะแตกกระจายออกมาและปกคลุมตัวของทุกคน ตอนนี้ทั้งกองทัพอัศวินฝึกหัดได้ปลุกคลุมไปด้วยแสงจากผลึกสายอาชีพ ซึ่งเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็น อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง

ทุกคนรับรู้ได้ถึงความรู้และพลังที่เพิ่มเข้ามาในหัวพวกเขา

ในตอนแรกทุกคนนั้นต่างก็สงสัยว่าหินผู้ครองพลังที่ถือนั้นเป็นเช่นไร แต่หลังจากที่แสงปกคลุมพวกเขา ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมลูอิสจึงบอกพวกเขามาเสมอว่าทุกคนนั้นคือ อัศวิน ไม่ใช่ผู้ครองพลัง

พลังที่พวกเขาได้นั้นมันคือ อัศวินจริง ๆ

ไม่รู้ว่าใครที่เริ่มก่อน แต่ทุกคนนั้นต่างก็คุกเข่าลงชันกับพื้นข้างหนึ่ง ก้มหน้าและเริ่มกล่าวคำปฏิญาณออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ข้าจะจงรักภักดีต่อบารอนลูอิสแกริคและตระกูลแกริค!”

“ข้าจะยึดมั่นในความถูกต้องด้วยเกียรติยศของอัศวินรุ่งอรุณ!”

“ข้าจะปฏิบัติตามกฎของอัศวินรุ่งอรุณ!”

เสียงปฏิญาณดังสนั่นไปทั้งบริเวณ มันทรงพลังจนแม้แต่พื้นดินและท้องฟ้ายังรับรู้ แสงแรกของดวงตะวันโผล่ขึ้นมาอาบไร้กองทัพอัศวินรุ่งอรุณราวกับว่าพวกมันกำลังรับฟังคำปฏิญาณ

คำปฏิญาณนี้จะเป็นเหมือนกับความเชื่อมั่นของอัศวินรุ่งอรุณไปตลอดการ

ลูอิสเผยรอยยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นแสงตะวันขึ้นยามเช้า

“ฉันกะช่วงเวลาถูกจริง ๆ” ลูอิสคิดในใจ

ตอนนี้ไม่ต้องให้เขาดูจากระบบก็รู้ว่าค่าความศรัทธาและเชื่อมั่นของอัศวินรุ่งอรุณทุกคนนั้นมันเต็มร้อยจนสามารถวนทะลุไปได้อีกรอบแล้วด้วยซ้ำ

“ไปกันเถอะ ออกไปทำหน้าที่ของอัศวินรุ่งอรุณ”

ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ๆ จะทำสงครามก็ต้องตอนที่ขวัญกำลังใจเต็มแบบนี้

ลูอิสสั่งให้กองทัพอัศวินรุ่งอรุณเดินไปที่กำแพงในเขตก่อสร้าง ก่อนจะออกจากประตูทางกำแพงด้านหนี้ ซึ่งเมื่อก่อนเป็นประตูที่พวกผู้ครองพลังอิสระใช้ลักลอบเข้ามาในเมืองเอลดิล แต่ภายหลังการโจมตีในงานประมูลครั้งนั้น ไวเคานต์คาริสก็ส่งคนมาเฝ้า จนกระทั่งลูอิสแลกพื้นที่นี้มาเป็นของเขา ดังนั้นตอนนี้ประตูบานนี้จึงอยู่ภายใต้การดูแลของลูอิส

เขาใช้มันเข้าออกได้สะดวกกว่าใช้ประตูหลักของเมืองเอลดิลซะอีก

พลทหารหลายยี่สิบกว่านายที่มาคอยเฝ้าประตูแห่งนี้ต่างก็มองไปที่กองทัพอัศวินรุ่งอรุณที่น่าเกรงขาม

เมื่อก่อนพวกเขาอาจจะมองอย่างอิจฉา แต่พอรู้การฝึกฝนของพวกเขาเหล่านี้มันมากเกินกว่าที่พลทหารแบบพวกเขาเป็นสิบ ๆ เท่า ซึ่งหลายคนรู้ว่าตัวเองไม่มีความสามารถมากพอจะไปอยู่ในจุดนั้นได้ พวกเขาจึงต้องยอมรับและเปลี่ยนมุมมองเป็นการเคารพแทน

มีหลายคนที่ยังเชื่อมั่นใจตนเองและเฝ้ารอเวลาที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของ กองทัพอัศวินรุ่งอรุณเหล่านี้อยู่ด้วยเช่นกัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ทุกคนก็มีภาพจำของที่น่าประทับใจกองทัพอัศวินรุ่งอรุณไว้ในใจแล้ว

...

กองทัพอัศวินรุ่งอรุณออกเดินเท้ากันไม่หยุด ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงวัน เพื่อมุ่งหน้าไปยังซากเมืองรกร้าง

ลูอิสพาพวกเขามายังจุดรวมตัวแห่งหนึ่ง ที่นี่ไม่ได้มีแค่กองทัพอัศวินรุ่งอรุณ แต่ยังมีกองกำลังนักล่าที่เฝ้ารออยู่ก่อนแล้ว

อาร์มันโด้ เจียน่า ไอแวน คามิลลา ดีแลน ทั้ง 5 คนอยู่กันพร้อม จะยกเว้นก็แต่พ่อบ้านเฟรด เพราะด้วยตัวเขาคนเดียว ถ้ายังอยู่ในบริเวณนี้คนอื่น ๆ คงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ดังนั้นพ่อบ้านเฟรดจึงแยกตัวไปและกวาดล้างมุ่งลงใต้แทน

“พวกเขาพร้อมไหม” ลูอิสถามอาร์มันโด้

“พวกเขาบ้าระห่ำเป็นอย่างมากครับ” อาร์มันโด้ตอบ

“แล้วเธอละ” ลูอิสถามเจียน่า

“พวกเขาพร้อมแล้วค่ะ” เจียน่าตอบ

ด้านหลังทั้ง 5 คนเผยให้เห็นกลุ่มนักล่า 100 คน ซึ่งยืนรอลูอิสด้วยความตื่นเต้น พวกเขาแม้จะดูไม่ค่อยเป็นระเบียบเช่นเดียวกับอัศวินรุ่งอรุณ แต่ก็ไม่สามารถว่าได้ เพราะพวกเขาเป็นนักล่า จึงมีนิสัยอิสระมากกว่า

แต่กระนั้นพวกเขาก็รู้จักมารยาท ต่างก็ทำความเคารพลูอิสทันที

“ทำความเคารพ นายท่านบารอนแกริค”

ลูอิสพยักหน้าให้ทุกคนและพูดว่า “มาเริ่มกันเถอะ”

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด