ตอนที่แล้วบทที่ 47: ผู้คนจากพระราชวังจักรพรรดิ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 49: มีบางอย่างผิดปกติกับโรงเตี๊ยมนี้

นิยาย ยอดอาจารย์เย้ยยุทธจักร

บทที่ 48: นิกายมาร


ครู่ต่อมา ร่างๆ หนึ่งก็บินขึ้นมาจากด้านล่าง

“องค์ชาย เราได้ตรวจสอบแล้ว มันไม่มีร่องรอยใดๆ เหลืออยู่เลย ทุกอย่างถูกทำลายลงโดยสมบูรณ์แบบ มันไม่มีเบาะแสเหลือแล้ว”

ชายหนุ่มหลับตาลงเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเผยความสิ้นหวังออกมา

“แม้แต่กระจกรอบรู้ที่สามารถตรวจสอบอดีตได้ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบฉากนี้ในอดีตได้ ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ต้องการให้ข้าไขคดีนี้”

“องค์ชาย ในความคิดของข้า การฝึกตนของผู้ที่ทำลายนิกายอสูรกระดูกขาวนั้นก็จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ในบรรดานิกายที่ตั้งอยู่รายรอบ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็อยู่ที่ขอบเขตสูญสลายเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะทำเช่นนี้ได้”

“ข้ารู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว ผู้ฝึกตนจากนิกายต่างๆ ในอาณาจักรโจวอันยิ่งใหญ่ทั้งหมดได้รับการจดทะเบียนในเมืองหลวงแล้ว และมันก็ไม่น่าจะมีผู้ฝึกตนในบริเวณใกล้เคียงนี้ที่จะสามารถทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ และถ้ามีผู้ฝึกตนระดับสูงเดินทางมา มันก็ย่อมมีข่าวคราวจากนิกายที่อยู่รอบข้างบ้าง เว้นซะแต่ว่า… พวกมันจะซ่อนตัวอยู่ในนิกายนั้น!”

ผู้ใต้บังคับบัญชาตัวสั่นเล็กน้อยและพูดเบาๆ ว่า “ท่านคิดว่าสิ่งนี้เป็นฝีมือของนิกายมารอย่างงั้นหรอ?”

จื่ออู๋เฉียงไขว้มือไว้ด้านหลังและมองไปทางทิศตะวันออก

“ข้าได้ยินมาว่านิกายเต่าทมิฬกำลังจะจัดงานชุมนุมค่ายกลขึ้นในเร็วๆ นี้ ถ้าข้าจำไม่ผิด นิกายเต่าทมิฬก็ต้องการที่จะรวบรวมอัจฉริยะด้านการสร้างค่ายกลเพื่อนำไปซ่อมแซมผนึกของหอคอยปราบมารใช่ไหม?”

“มันเป็นเวลา 300 ปีแล้ว หนึ่งในหอคอยปราบมารน่าจะปรากฎตัวออกมาแล้ว ผู้ฝึกตนมารที่น่ารังเกียจเหล่านั้นจะต้องลงมืออย่างในช่วงเวลานั้นอย่างแน่นอน”

“ห้ะ! ดูเหมือนว่าอาณาจักรโจวจะต้องเผชิญกับหายนะอีกครั้งแล้วสินะ”

“ไม่ว่าจะเป็นพรหรือภัยพิบัติ เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อย่าพูดถึงเรื่องนี้ก่อน เจ้าแจ้งอู๋เซียไปแล้วรึยัง?”

“องค์ชาย ข้าได้ส่งสายลับที่ที่นิกายอสูรสวรรค์เพื่อแจ้งให้องค์หญิงทราบเรียบร้อยแล้ว องค์หญิงน่าจะกำลังเดินทางมาอยู่”

“เราจะไม่อยู่ที่นี่นาน บอกให้นางรีบกลับพระราชวังด่วน”

“รับทราบ ข้าจะส่งคนไปบอกนางให้”

“ไม่ต้อง ข้าอยู่ที่นี่แล้ว”

เสียงของจื่ออู๋เซียดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งสองคนอย่างสงบ

จื่ออู๋เฉียงหันศีรษะและจ้องมองไปที่น้องสาวของเขา ใบหน้าของเขาไร้ความรู้สึก

จื่ออู๋เซียใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ข้างนอกตั้งแต่ยังเด็ก และพวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้โต้ตอบกันมาเป็นเวลานาน

“ในที่สุดเจ้าก็มาถึง ข้านึกว่าเจ้าจะจมอยู่ในบ่อปลาเล็กๆ ในนิกายอสูรสวรรค์จนเจ้าแก่ตายซะอีก”

จื่ออู๋เซียกำหมัดของเธอเล็กน้อย

หลังจากได้พบกับจื่ออู๋เฉียง ความทรงจำอันเลวร้ายในพระราชวังจักรพรรดิก็ดูเหมือนจะหวนคืนมาในใจของเธอ

อย่างไรก็ตาม เธอก็รีบหายใจเข้าลึกๆ และสงบลง

อาจารย์ของเธอบอกเธอว่าจงอย่าใช้อารมณ์เมื่อเธอไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้

“พี่อู๋เฉียง โปรดอย่าเข้าใจผิด ข้ามาที่นี่ก็เพราะท่านเรียกข้ามา อีกสักครู่ข้าเองก็จะต้องกลับไปที่นิกายอสูรสวรรค์เพื่อฝึกตนแล้วเช่นกัน”

“จริงหรอ?”

จื่ออู๋เฉียงขมวดคิ้วเล็กน้อย การแสดงออกของเขาค่อนข้างไม่พอใจ

“ท่านพ่อสั่งให้ข้าพาเจ้ากลับไปที่พระราชวังจักรพรรดิ ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้เรื่องมันยากสำหรับข้านะ”

จื่ออู๋เซียกัดฟันของเธอ

“ขอโทษด้วยพี่อู๋เฉียง โปรดยกโทษให้ข้าเถอะ ข้าไม่สามารถทำตามที่ท่านต้องการได้ เมื่อไปกลับ ข้าก็จะเป็นคนอธิบายให้ท่านพ่อฟังเอง”

จื่ออู๋เฉียงพ่นลมหายใจออกมม

“นั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้า ในเมื่อเจ้าไม่อยากไป งั้นก็อย่าโทษข้าที่โหดเหี้ยมก็แล้วกัน ทหาร พาตัวนางไป”

“รับทราบ!”

ในช่วงเวลาต่อมา ผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ข้างๆ จื่ออู๋เฉียงก็ระเบิดออร่าขอบเขตภูผาสมุทรขั้นเจ็ดออกมา

การแสดงออกของจื่ออู๋เซียเปลี่ยนไป เดิมทีเธอมาที่นี่ก็เพื่อเกลี้ยกล่อมให้จื่ออู๋เฉียงไม่ให้พาเธอกลับไป แต่ตอนนี้ มันก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีประโยชน์ที่จะใช้เหตุผลกับเขา

อย่างไรก็ตาม เธอก็จะไม่รีบร้อนต่อสู้กับจื่ออู๋เฉียง

นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่าจื่ออู๋เฉียงเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสกัดวิญญาณแล้ว ผู้คนที่อยู่ภายใต้เขาเองก็ล้วนอยู่ในขอบเขตภูผาสมุทร เธอเพิ่งจะไปถึงขอบเขตภูผาสมุทรขั้นหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้

ด้วยเหตุนี้เอง หลังจากหายใจเข้าลึกๆ จื่ออู๋เซียก็ป้องมือของเธอทันทีและพูดว่า

“ท่านพ่อ ท่านมาที่นี่ทำไมกัน?”

“หะ?”

จื่ออู๋เซียและคนอื่นๆ หันกลับไปในทันที

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ จื่ออู๋เซียเองก็หันหลังกลับและวิ่งหนีออกไปโดยทันทีเช่นกัน

เมื่อถึงเวลาที่จื่ออู๋เฉียงและคนอื่นๆ รู้ตัวว่าถูกหลอก เธอก็ได้วิ่งหนีไปไกลหลายกิโลเมตรแล้ว

ใบหน้าของจื่ออู๋เฉียงอดไม่ได้ที่จะกระตุก

“เฒ่าหลิว เจ้ามีหน้าที่ไล่ตามนางกลับมา”

“รับทราบ”

ด้วยระดับการฝึกตนของเฒ่าหลิวที่อยู่ในขอบเขตภูผาสมุทรขั้นเจ็ด ความเร็วของเขาก็ย่อมไม่ช้าโดยธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม เคล็ดวิชาของจื่ออู๋เซียเองก็ไม่ใช่ของเล่น แม้ว่าการฝึกตนของเธอจะด้อยกว่าเฒ่าหลิวมาก แต่เธอก็ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว

ถึงกระนั้น เธอก็ยังถูกเฒ่าหลิวไล่ตามมาจนทัน

“องค์หญิงหยุด อย่าทำให้เรื่องมันยากสำหรับข้าเลย”

จื่ออู๋เซียกัดฟันของเธอและหันกลับมาโจมตีใส่เขา “เฒ่าหลิว อย่าตำหนิข้าเลย”

เฒ่าหลิวไม่สนใจเกี่ยวกับการโจมตีนี้ ในตอนที่จื่ออู๋เซียออกมาจากพระราชวังจักรพรรดิ เธอก็อยู่แค่เพียงขอบเขตวิญญาณขั้นห้าเท่านั้น และหลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน การฝึกตนของเธอก็น่าจะยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้

อย่างไรก็ตาม!

เมื่อการโจมตีของจื่ออู๋เซียเข้ามาใกล้ รูม่านตาของเฒ่าหลิวก็หดตัวลงในทันที

เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของผู้ฝึกตนขอบเขตภูผาสมุทร

“แข็งแกร่งมาก!” เฒ่าหลิวชกหมัดออกไปในทันทีและชนเข้ากับฝ่ามือของจื่ออู๋เซีย

บู้มมมม!

ด้วยการระเบิดอย่างรุนแรง ทั้งสองจึงถอยห่างออกไปหลายเมตร

“องค์หญิง ระดับการฝึกตนของท่านเพิ่มขึ้นเป็นขอบเขตภูผาสมุทรแล้วหรอ?”

“ถูกต้อง เฒ่าหลิว เจ้าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพระราชวังจักรพรรดิ ข้าไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเจ้า ดังนั้นโปรดหยุดตามข้ามาได้แล้ว ข้าต้องการที่จะอยู่กับอาจารย์ชองข้าอย่างเงียบๆ”

เฒ่าหลิวส่ายหัว

“แม้ว่าระดับการฝึกตนของท่านจะเพิ่มขึ้น แต่องค์หญิง ข้าก็ไม่สามารถปล่อยให้ท่านจากไปเพราะเรื่องนี้ได้ โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ยิ่งไปปกว่านั้น… ระดับการฝึกตนขององค์หญิงนั้นก็อยู่ที่ขอบเขตภูผาสมุทรขั้นหนึ่งเท่านั้น แต่ข้าก็อยู่ที่ขั้นเจ็ดแล้ว ท่านย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอย่างแน่นอน”

จื่ออู๋เซียกัดฟันของเธอขณะที่ดวงตาของเธอเป็นประกาย

เฒ่าหลิวพูดถูก แม้ว่าเธอจะอยู่ที่ขอบเขตภูผาสมุทรแล้ว แต่ความแตกต่างระหว่างพวกเขาทั้งสองนั้นก็ยังมากอยู่ดี

เธอพอจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้หากเขามีการฝึกตนเหนือกว่าเธอเพียงสองขั้น อย่างไรก็ตาม มันก็มีความต่างระหว่างพวกเขามากถึงห้าขั้น

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย จู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหูของเธอ

“ถ้านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า งั้นพวกเราสองคนล่ะเป็นไง?”

ร่างกายที่บอบบางของจื่ออู๋เซียสั่นเทา เธอหันกลับมาและกวาดสายตามอง ดวงตาคู่งามของเธอเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อ

“ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์น้องเล็ก ทำไมพวกท่านถึงมาที่นี่ได้”

หยุนหลี่เกอยิ้ม

“ท่านอาจารย์คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าพระราชวังจักรพรรดิจะต้องทำร้ายเจ้าแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงส่งเราสองคนมาช่วยเจ้า”

ดวงตาของจื่ออู๋เซียเปลี่ยนไปเล็กน้อย เหตุผลที่เธอมาคนเดียวก็เพราะเธอรู้ว่าอาจารย์ของเธอนั้นไม่ชอบยุ่งเรื่องภายนอก กระนั้น เธอก็คาดไม่ถึงว่าอาจารย์ของเธอจะยังส่งศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์น้องเล็กมาช่วยเธอ

อาจารย์ของเธอช่างอบอุ่นเหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม เฒ่าหลิวที่อยู่ตรงข้ามพวกเขาส่ายหัวเล็กน้อย

“พวกเจ้าสองคนน่ะหรอ? เจ้าคนหนึ่งอยู่ในขอบเขตวิญญาณเท่านั้น และอีกคนหนึ่งก็อยู่ที่ขอบเขตภูผาสมุทร แม้ว่าพวกเจ้าจะพยายามร่วมมือกันยังไง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอหรอก องค์หญิง ข้าขอแนะนำให้พวกท่านหยุดดิ้นรนซะเถอะ มิฉะนั้น หากข้าเผลอทำร้ายพวกท่านไป ท่านก็จะไม่สามารถตำหนิเฒ่าหลิวผู้นี้ได้นะ”

ในตอนนี้ แม้จะได้ยินคำเตือนของอีกฝ่าย แต่มุมปากของจื่ออู๋เซียก็กลับยกขึ้นเล็กน้อยในขณะที่เธอกล่าวว่า

“อย่างงั้นหรอ? งั้นก็มาลองดูกันสักหน่อยเป็นไรไป!”

5 1 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด