ตอนที่แล้วบทที่ 44: อาจารย์อยู่นี่แล้ว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 46 ขอบเขตแก่นแท้

นิยาย ยอดอาจารย์เย้ยยุทธจักร

บทที่ 45: สัตว์ประหลาดแห่งยอดเขาจื่อฉุ่ย


หลังจากสั่งสอนศิษย์ทั้งสามแล้ว ลู่เสี่ยวหรันก็ได้สร้างค่ายกลพลังวิญญาณขึ้นบนยอดเขาจื่อฉุ่ย ค่ายกลนี้จะทำหน้าที่เพิ่มพลังวิญญาณในขอบเขตเพื่อให้แน่ใจว่าหยุนหลี่เกอและอีกสองคนจะสามารถดูดซับพลังวิญญาณได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วยิ่งขึ้น

หลังจากตั้งค่ายกลนี้แล้ว ในที่สุดลู่เสี่ยวหรันก็กลับไปที่ห้องของเขาและเริ่มฝึกฝน

แม้จะรวมความเร็วในการฝึกตนของหยุนหลี่เกอและอีกสองคนเข้าไว้ด้วยกัน แต่มันก็ยังไม่เร็วเท่ากับของเขาเองเพียงคนเดียว

แต่เมื่อควบคู่ไปกับการฝึกตนของทั้งสามคนและการฝึกตนของเขาเอง เขาก็ต้องการจะดูว่าเขาจะสามารถทะลวงผ่านไปยังขอบเขตแก่นแท้ได้หรือไม่ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังนิกายเต๋าทมิฬ

“ว่ากันว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตแก่นแท้นั้นจะสามารถผสมดิน น้ำ ลม และไฟเข้าไว้ด้วยกันได้ ฉันสงสัยจริงๆ ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน…”

ขณะที่เขาพูด ลู่เสี่ยวหรันก็นั่งลงไขว่ห้างและเข้าสู่สมาธิ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตา มันก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว หลี่เต๋าหรันตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง

เขาส่ายหัวอย่างแรงและสลัดอาการวิงเวียนศีรษะในหัวออกไป จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นและติดกระดุมเสื้อขณะที่เปิดประตูห้อง

เรอ~

หลี่เต๋าหรันเรอและมองออกไปข้างนอก มันมีหมอกลอยอยู่ทุกที่

“เอ๊ะ ทำไมมันถึงมีหมอกได้? สภาพแวดล้อมบนยอดเขาจื่อฉุ่ยแย่ขนาดนี้เลยหรอ?”

หลังจากพูดพึมพำกับตัวเอง หลี่เต๋าหรันก็เดินออกมาจากประตู ในขณะเดียวกัน ความหนาวเย็นก็พุ่งเข้ามาโจมตีเขา มันไม่เพียงแต่จะทำให้เขารู้สึกหนาวเท่านั้น แต่มันยังซึมซับเข้าไปในร่างกายของเขาและทำให้เขารู้สึกสดชื่น

“ห้ะ?”

หลี่เต๋าหรันตกตะลึงและได้สติขึ้นมาในทันใด เขาขยี้ตาอย่างรุนแรงและมองไปข้างหน้า

“บ้าเอ้ย! นี่ไม่ใช่หมอก นี่คือพลังวิญญาณ! แต่ทำไมมันถึงได้หนาแน่นขนาดนี้กัน? หรือว่าผู้อาวุโสลู่จะได้สร้างค่ายกลขึ้นเพื่อไว้สำหรับฝึกตน? เขาทำงานหนักจริงๆ!”

หลี่เต๋าหรันไขว้มือไว้ด้านหลังและเดินลงจากภูเขาไป

“ข้าสงสัยจริงๆ ว่าทำไมผู้อาวุโสลู่ถึงได้เอาแต่ฝึกตนอย่างหนักตลอดทั้งวัน? เราต่างก็เป็นแค่คนธรรมดา หากไม่มีพรสวรรค์ เราก็จะไม่สามารถเข้าถึงขอบเขตนั้นได้ไม่ว่าเราจะฝึกตนหนักแค่ไหนก็ตาม”

ไม่นานหลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็เห็นร่างหนึ่งที่กำลังยืนหยัดอย่างภาคภูมิพร้อมกับหอกในมือ

“เอ๊ะ? ร่างนั้นดูคุ้นเคยเล็กน้อยแหะ... นั่นมันหยุนหลี่เกอลูกศิษย์คนโตของผู้อาวุโสลู่ไม่ใช่หรอ?”

“หึๆ นี่มันก็ดึกมากแล้ว แต่เขาก็ยังคงฝึกฝนอยู่ข้างนอก ลูกศิษย์คนนี้ถอดแบบอาจารย์ของเขามาจริงๆ”

หลี่เต๋าหรันถอนหายใจเบาๆ

“เด็กคนนี้ดูเหมือนจะเคยประสบกับความพ่ายแพ้มาก่อนและทำให้เส้นลมปราณของเขาพังทลาย แม้ว่าผู้อาวุโสลู่จะช่วยเขาซ่อมแซมเส้นลมปราณแล้ว แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะก้าวหน้าไปได้ไกล ด้วยศักยภาพเช่นนี้ การไปถึงขอบเขตสกัดกายาช่วงกลางได้นั้นก็นับว่าน่าภูมิใจแล้ว”

ขณะที่เขาพูด จู่ๆ หยุนหลี่เกอก็ลืมตาขึ้น ในขณะเดียวกัน ประกายแสงจ้าก็เปล่งออกมาจากนัยน์ตาของเขา

ทันทีหลังจากนั้น หอกของเขาก็พุ่งออกไปราวกับมังกร

ย้า!

หยุนหลี่เกอตะโกนและโบกหอกในมือของเขา ลำแสงที่เฉียบคมพุ่งออกมาเหมือนดาวตก ทันใดนั้น มันก็สร้างหุบเหวลึกที่มีขนาดใหญ่กว่า 200 เมตร!

“เชี่ย!”

ดวงตาของหลี่เต๋าหรันเบิกกว้างและกรามของเขาก็เกือบจะหลุดออกมาเนื่องจากความตกใจ

การโจมตีของหยุนหลี่เกอนั้นแข็งแกร่งกว่าเขาอีกหรอ?

นี่เขาตาฝาดรึเปล่า?

ไม่ใช่ว่าเส้นลมปราณของหยุนหลี่เกอถูกตัดขาดไปแล้วหรอ? แบบนั้นแล้วเขาจะสามารถแสดงความแข็งแกร่งเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรกัน?

เขาอยู่ในนิกายอสูรสวรรค์มากี่เดือนกัน?

แม้ว่าเขาจะฝึกฝนอย่างขยันขันแข็ง แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้?

มันจะต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ!

ดวงตาของหลี่เต๋าหรันหดตัวลง

เป็นไปได้ไหมว่าหยุนหลี่เกอจะเป็นสายลับ? เขาอาจได้รับคำสั่งมาจากผู้อื่นให้มาเป็นสายลับในนิกายอสูรสวรรค์หรือเปล่า?

“ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องรีบไปแจ้งผู้อาวุโสลู่ในทันที!”

เขารีบวิ่งกลับไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาวิ่งไปได้ไม่ไกล เขาก็เห็นบุคคลที่ดูสมบูรณ์แบบกำลังยืนอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร

“นั่นมันจื่ออู๋เซียนี่? นางเองก็ฝึกตนในยามดึกด้วยหรอ?”

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลี่เต๋าหรันจึงแอบเข้าไปใกล้และจ้องมองอย่างเงียบๆ

ในตอนแรก จื่ออู๋เซียก็ทำเพียงแค่ตะโกนเบาๆ จากนั้นเงาฟีนิกซ์สูง 10 เมตรก็ปรากฏขึ้นข้างหลังเธอ

ขณะที่นกฟีนิกซ์สยายปีก หมอกพลังวิญญาณที่อยูข้างหน้ามันก็ขยับและเคลื่อนไหวราวกับเป็นพายุเฮอริเคน

“เชี่ยๆ!”

หลี่เต๋าหรันตัวสั่นด้วยความกลัวอีกครั้ง การฝึกตนของหยุนหลี่เกอนั้นน่าสงสัยมาก แต่ในท้ายที่สุด การฝึกตนของจื่ออู๋เซียเองก็ดันน่าสงสัยยิ่งกว่าเขาซะอีก?

“ข้าว่าข้าหนีก่อนดีกว่า!”

เขาไม่กล้าที่จะประมาทและเลือกที่จะหนีไปบ้านของลู่เสี่ยวหรันในทันที

ในเวลานี้ บ้านหลังเล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง แสงสีทองพุ่งออกมาจากทุกทิศทุกทาง ทันทีหลังจากนั้น หลี่เต๋าหรันก็เห็นเงาปีศาจยักษ์สีทองตัวใหญ่ก้าวออกมาจากบ้าน

การฝึกตนของอีกฝ่ายนั้นเหนือกว่าการฝึกตนของเขาโดยสิ้นเชิง!

“เชี่ยๆๆ!”

การโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวที่ปรากฎขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้หลี่เต๋าหรันทรุดตัวลงอย่างสมบูรณ์ เขาเดินโซเซและหมดสติไปเนื่องจากความกลัว

หลังจากสลบไปเป็นเวลานาน หลี่เต๋าหรันก็ได้ยินเสียงดังขึ้นในหูของเขาและตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง

“ท่านอาจารย์ลุงหลี่สบายดีไหม?”

“เขาจะตายไหม?”

“เขาควรจะไม่เป็นไรนะ ท้ายที่สุดแล้ว อาจารย์ลุงหลี่ก็ไม่ใช่คนธรรมดา!”

เมื่อหลี่เต๋าหรันค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาก็เห็นหยุนหลี่เกอและอีกสองคน

ดวงตาของทั้งสี่มองหน้ากัน และอากาศก็เงียบไปครู่หนึ่ง

หลังจากนั้นไม่นาน หยุนหลี่เกอก็ยิ้มและพูดว่า

“ท่านอาจารย์ลุงหลี่ ท่านสบายดีไหม?”

“หยุด อย่าเข้ามาใกล้ข้า ออกไปให้ไกลเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

หลี่เต๋าหรันตั้งท่าป้องกัน สิ่งนี้ทำให้หยุนหลี่เกอค่อนข้างเขินอาย

เขาลูบจมูกแล้วพูดทันทีว่า

“ท่านอาจารย์หลี่ เกิดอะไรขึ้น? ฉันชื่อลีเกอ”

หลี่เต๋าหรันเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

“ข้าอยากเจอเสี่ยวหรัน พอเสี่ยวหรันมาหาข้าเดี๋ยวนี้!”

“แต่ท่านอาจารย์เพิ่งจะเข้าสู่สันโดษไป”

“ข้าไม่สนใจ นอกจากเสี่ยวหรันแล้ว พวกเจ้าก็ไม่มีใครมีสิทธิ์เข้ามาใกล้ข้า ไม่งั้นก็อย่าโทษข้าที่ใจร้ายก็แล้วกัน!”

พวกเขาทั้งสามมองหน้ากันโดยไม่รู้ว่าหลี่เต๋าหรันกำลังคิดอะไรอยู่

ขณะที่พวกเขากำลังรู้สึกสับสน เสียงของลู่เสี่ยวหรันก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“พวกเจ้าออกไปได้”

“ท่านอาจารย์!”

ทั้งสามคนหันกลับมาและโค้งคำนับ สำหรับหลี่เต๋าหรัน เขาก็คลานวนรอบทั้งสามออกมาในทันทีและกระโจนไปทางด้านหลังของลู่เสี่ยวหรัน

“ผู้อาวุโสลู่ มันมีสายลับอยู่บนยอดเขาจื่อฉุ่ยของเจ้า!”

ดวงตาของลู่เสี่ยวหรันสั่นไหวเล็กน้อยในขณะที่เขาส่งสัญญาณให้หยุนหลี่เกอและอีกสองคน

ทั้งสามคนถอยกลับไปในทันที

จากนั้น หลี่เต๋าหรันก็พูดต่อว่า

“ข้าจะบอกให้นะ ศิษย์ทั้งสามคนของเจ้ามีระดับการฝึกตนที่สูงมาก การฝึกตนของพวกเขานั้นสูงกว่าพวกเราด้วยซ้ำ พลังโจมตีของหยุนหลี่เกอนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าขอบเขตวิญญาณขั้นห้าเลย นอกจากนี้ก็ยังมีจื่ออู๋เซียและเงาฟีนิกซ์ขนาดใหญ่ของนาง… ข้าไม่เคยเห็นเคล็ดวิชาการฝึกตนในระดับนั้นมาก่อน”

“และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดของเจ้า ฟางเทียนหยวน ตามการประมาณของข้า ระดับการฝึกตนของเขาก็จะต้องอยู่ที่ขอบเขตภูผาสมุทรอย่างแน่นอน!”

5 2 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด