ตอนที่แล้วตอนที่ 156 สาวงามกลางป่า(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 158 ท่าทีของแต่ละฝ่าย(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 157 หลับตาไว้(อ่านฟรี)


ตอนที่ 157 หลับตาไว้

หลังจากเข้าไปภายในหมู่บ้านผู้คนในหมู่บ้านต่างก็พากันจับจ้องมาที่ลูอิสและพวก หลายคนต่างก็ยิ้มให้กับสาวงามอย่างเป็นมิตร

ขณะที่มีเด็กบางคนวิ่งเข้ามาหาและถามว่า “พี่สาวหาอาหารมาได้เยอะมากเลยในครั้งนี้ พี่อย่าลืมแบ่งหนูกินด้วยนะ”

“แน่นอน ไว้รอทำเสร็จก่อนนะ” หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้ม

ทั้งสองคุยกันโดยไม่สนใจสีหน้าของพวกลูอิสแม้แต่น้อย อันที่จริงลูอิสยังคงมีใบหน้าอมยิ้มไม่และจับมือหญิงสาวไม่ปล่อยเช่นเดิม ส่วนคนอื่น ๆ นั้นเพียงนิ่งเงียบ มองฉากตรงหน้าโดยไม่พูดอะไรเท่านั้น

“อย่าห่างจากฉัน” ลูอิสหันไปขยับปากไม่มีเสียงให้พวกเขา

เจียน่า อาร์มันโด้ ไอแวน คามิลลาต่างก็เข้าใจ ทั้งสี่เพียงมีท่าทีระวังแต่ไม่ลงมือแต่อย่างใด

พวกเขายังคงตามหญิงสาวไปกลางหมู่บ้าน ระหว่างนั้นคนทั้งหมู่บ้านก็เริ่มเดินตามสาวงามและลูอิสกับพวกมาที่กลางหมู่บ้านเช่น พวกเขาปิดหน้าล้อมหลังไว้จนหมด

สาวงามยังคงมีใบหน้ายิ้มแย้มและหันมาพูดกับลูอิสบ้างเป็นบางครั้ง เพื่อแนะนำหมู่บ้านของเธอราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติ

พวกเขามาถึงกลางหมู่บ้านที่นี่มีบ่อน้ำแบบใช้ลอกและถังตักตั้งอยู่กลางลานกว้าง พื้นดินรอบ ๆ เต็มไปด้วยความเฉอะแฉะเป็นชั้นโคลนบาง ๆ และมีกลิ่นคาวชวนขนลุก

ที่จริงแล้วทั้งถนนตั้งแต่เข้ามาก็มีสภาพไม่ต่างกัน มันเต็มไปด้วยความอับชื้นของป่าทมิฬแทรกอยู่ทุกตารางนิ้วบนพื้นดินและอากาศจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะไปแล้ว

ตอนนี้เป็นเวลามืดแล้ว แต่ทั้งหมู่บ้านกลับมีตะเกียงไฟไม่กี่ดวงเท่านั้น ซึ่งทำให้แสงสว่างไม่ค่อยจะเพียงพอสักเท่าไหร่ แต่ลูอิสและพวกมีไฟฉายมาด้วย จึงส่องไปทั่วบริเวณได้ชัดเจน

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงปัก ๆ ดังมาจากบนโต๊ะไม่ไกล มีชายร่างใหญ่สองสามคนที่สวมผ้ากันเปื้อนกำลังสับร่างกายของอัศวินผู้พิทักษ์แสงที่ไร้ลมหายใจอยู่ เครื่องในถูกแยกออกและโยนลงไปในบ่อน้ำ ส่วนเนื้อถูกแขวนไว้บนตะขอเหล็กราวกับเนื้อสัตว์ชิ้นหนึ่ง

เลือดทั้งหมดในร่างของผู้พิทักษ์แสงถูกปฏิบัติอย่างดีที่สุด มันถูกรองด้วยรางเหล็กใต้ไหลไปรวมกันที่ถังไม้

มีเด็กหลายคนมองไปที่ถังนั้นและพากันกลืนน้ำลาย ก่อนจะหันมาจ้องมองลูอิสและพวกเป็นบางครั้งด้วยสายตาแวววาว

ฉากตรงหน้าทำลูอิสและพวกขนลุกกันเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีใครลงมือ

“แล้วนักบวชอีกคนละอยู่ไหน” ลูอิสถามหญิงสาวที่ตนจับมืออยู่

หญิงสาวหันมามองใช้มือทัดผมที่หู ก่อนจะกล่าวว่า “เขาอยู่ตรงนั้น”

เธอชี้ไปยังจุดที่มีแสงเล็กน้อย ตอนแรกลูอิสคิดว่าเป็นแสงจากตะเกียงไฟ แต่กลับผิดคาด มันเป็นแสงจากตัวของหัวหน้านักบวชกรีซาธีที่กำลังถืออาวุธจิตวิญญาณแปลงแสงศักดิ์สิทธิ์ปกป้องตัวเองอยู่ในสภาพอ่อนแรง

ใบหน้าของหัวหน้านักบวชกรีซาธีเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาไม่กล้าสบตากับพวกคนในหมู่บ้านด้วยซ้ำปากเอาแต่สวดภาวนารอคอยปาฏิหาริย์

ลูอิสเห็นหัวหน้านักบวชกรีซาธี ฝ่ายนั้นก็เห็นพวกของลูอิสด้วยเช่นกัน ตอนแรกเขาก็มีแววตาแปลกใจ แต่ต่อมาก็หวาดกลัวและไม่พูดอะไรออกมา พยายามประคองแสงศักดิ์สิทธิ์รอบตัวของตนเองไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนในหมู่บ้านเข้าใกล้

“ใช่คนที่พวกคุณตามหาหรือเปล่า” หญิงสาวถามด้วยรอยยิ้มหวาน

“อืม ใช่พวกเขาจริง ๆ ขอบคุณเธอมากนะที่จับพวกเขาไว้ให้”

“ไม่เป็นไร พวกเราจะกินเขาอยู่แล้ว แต่ว่าพอได้พวกคุณมาเพิ่มก็น่าจะพออิ่มกันแล้ว” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร แม้สิ่งที่พูดจะชวนขนลุกก็ตาม

ในระหว่างนั้นคนทั้งหมูบ้านต่างก็หันมาล้อมพวกเขาไว้หมดทุกทิศทางแล้ว

อาร์มันโด้ เจียน่า ไอแวน คามิลลาต่างก็เริ่มหันหลังชนจ้องมองไปที่คนในหมู่บ้านที่มีแต่รอยยิ้มน่าขนลุกเดินมาใกล้พวกเขา

หญิงสาวงามเองก็หยุดยืนนิ่ง ก่อนจะหันมามองลูอิสด้วยรอยยิ้มน่าขนลุกเช่นกัน แต่เธอก็ต้องประหลาดใจที่เห็นว่าลูอิสนั้นกลับอมยิ้มแววตากลมโตมองมาที่เธอเช่นกัน โดยที่เขาไม่ได้หวาดกลัวหญิงสาวแล้วแม้แต่น้อย

หญิงสาวไม่สนอะไรแล้ว เธอกลายร่างทันที หูเล็ก ๆ กลายเป็นหูแหลมยาว ผิวหนังสีชมพูขาวราวกับหยวกกล้วยกลายเป็นซีดเซียวและเหี่ยวแห้งราวคนแก่ ดวงตาที่น่าหลงใหลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจเดียวกับโลหิต ปากที่อวบอิ่มก็กลายเป็นปากของสัตว์ดูดเลือดจำพวกปลิง ซึ่งเป็นไปด้วยเคี้ยวเล็ก ๆ จำนวนมากเพื่อยึดเกาะผิวหนังเหยื่อและดูดเลือด

“แวมไพร์สินะ ว่าแล้วเชียว” ลูอิสมองดูหญิงสาวที่กลายร่างข้าง ๆ เขา

“หนุ่มน้อย ขอพี่สาวกินเธอเป็นคนแรกก็แล้วกัน” แวมไพร์สาวตัวนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่บ้าคลั่ง ก่อนจะโจมตีลูอิส

“อ้ายยย!!!” แต่ว่าตอนนั้นเองเธอก็ต้องกรีดร้องออกมา เพราะมือที่จับอยู่กับลูอิสนั้นก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ลูอิสบีบมือข้างนั้นของแวมไพร์สาวจนแทบแหลก มีเสียงกระดูกแตกหักจนป่นละเอียดแหลกเละคามือลูอิส แต่เขาก็ยังไม่ปล่อยแวมไพร์ตัวนี้ไป

แวมไพร์พยายามดึงแขนของตัวเองออกและกรีดร้องดิ้นไปมาด้วยความทรมาน

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านคนอื่น ๆ เต็มไปด้วยความกลัว พวกมันกลายเป็นแวมไพร์กันทันที

“หมู่บ้านแวมไพร์”

อาร์มันโด้ เจียน่า ไอแวน คามิลลาต่างก็พากันหน้าซีด เพราะพวกมันส่วนใหญ่แล้วเป็นระดับ 3 ดาว ส่วนเด็ก ๆ นั้นเป็นระดับ 2 ดาว ซึ่งนับว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

ในตอนนั้นเองทั้ง 4 ก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของแวมไพร์สาวที่พวกเขาตามมา ปรากฏว่าเจ้าแวมไพร์ตัวนี้เป็นระดับ 4 ดาว แข็งแกร่งที่สุดในหมู่แวมไพร์

และก่อนหน้านั้นก็เป็นมันที่โจมตีพวกนักบวชและผู้พิทักษ์พ่ายแพ้ในไม่กี่ลมหายใจ ก่อนจะให้พวกเดียวกันพาทั้งสองมาที่หมู่บ้านเพื่อกิน แต่ตอนนั้นลูอิสตามมา

แวมไพร์ตัวนี้จึงเลือกจะหลอกล่อลูอิสและพวกมาที่หมู่บ้านด้วย

“อ้า...ปล่อยข้า เจ้าเป็น...เป็นตัวอะไรกัน” แวมไพร์ร้องด้วยความตื่นตกใจ มันไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะแข็งแกร่งจนสามารถจับมือของมันและบดขยี้ได้แบบนี้ โดยที่มันก็ไม่สามารถขัดขืนได้

แวมไพร์ตัวอื่น ๆ เห็นว่าแวมไพร์สาวพลาดท่าก็กลายร่างพุ่งเข้ามาโจมตีพวกลูอิสในทันที

“หลับตาไว้” ลูอิสพูดออกมาด้วยเสียงที่ได้ยินแค่พวกเขา

เจียน่า อาร์มันโด้ ไอแวน คามิลลาได้ยินก็รีบทำตามทันที

“ออร่าขั้นสูง!”

“อาณาเขตแสง!”

[ออร่าขึ้นสูงเลเวล 1] ให้พลังโจมตีทุกด้านให้กับผู้ใช้ 30 วินาที

[อาณาเขตแสงเลเวล 3] นั้นเป็นออร่าที่ปลดปล่อยพลังธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมารอบตัว ระยะและเวลาขึ้นอยู่กับพลังงานในตัวของผู้ใช้ โดยปกติแล้วจะเริ่มที่ 48 หน่วยพลังงาน แต่ลูอิสใช้พลังที่มีอยู่ในร่างของเขาโดยตรงถึง 480 หน่วยพลังงาน

รุนแรงกว่าเดิมถึง 10 เท่า

ในพริบตานั้นแสงศักดิ์สิทธิ์ก็พวยพุ่งออกมาจากตัวของลูอิสทุกทิศทาง ทำให้ชั่วเวลาหนึ่งหมู่บ้านแวมไพร์เหมือนกับมีดวงอาทิตย์ขึ้นที่ใจกลางอยู่บ้าน

“อ้ายยย!!!” แวมไพร์สาวที่โดนลูอิสจับแขนไว้ได้แต่กรีดร้องจนร่างไหมตายไปตั้งแต่วินาทีแรก มันไม่สามารถหนีได้แม้แต่น้อย

ส่วนแวมไพร์รอบ ๆ ที่พึ่งกลายร่างและคิดจะวิ่งเข้ามาก็โดนแสงศักดิ์สิทธิ์เผาทำลายร่างไปจนหมดในวินาทีที่สองและสาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแวมไพร์เด็กน้อยที่คิดจ้องจะกินพวกเขาจนน้ำลายไหล แต่ตอนนี้ก็ไหม้เป็นเถ้า

ยังมีพวกที่ไกลออกไป ทำได้เพียงหันหลังวิ่งไปก้าวเดียวก็โดนแสงศักดิ์สิทธิ์เผาตาย

สิบวินาทีแสงศักดิ์สิทธิ์ก็สว่างกวาดไปทั้งหมู่บ้านแวมไพร์ ก่อนจะหลายไปอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงขี้เถ้าที่ลอยไปทั่วทั้งอากาศยามค่ำคืนที่กลับมา

แวมไพร์สาวที่ลูอิสจับไว้ก็สลายเป็นเถ้าถ่านเช่นกัน ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความเงียบงันทันที

“ลืมตาได้แล้ว” ลูอิสสะบัดมือที่เลอะขี้เถ้าพร้อมกับบอก

ทั้งสี่คนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องและรู้ว่ารอดตัวนั้นมีแสงสว่างที่แม้จะหลับตาก็ยังมองเห็นได้สว่างไปทั่วทั้งบริเวณ พอได้ยินเสียงลูอิสบอกให้ลืมตาพวกเขาก็ลืมตา ก่อนจะเห็นว่าในตอนนี้ไม่มีแวมไพร์แม้แต่ตัวเดียวเหลือรอดอยู่อีกแม้แต่น้อย

ลูอิสเดินผ่านศพของผู้พิทักษ์แสง ก่อนจะตรงไปที่หัวหน้านักบวชกรีซาธีที่ตกอยู่ในอาการตื่นตะลึง พยายามลืมตาขึ้นมาอยู่ เพราะแสงเมื่อครู่ได้ทำร้ายเขาจนดวงตาบาดเจ็บ

“ทำไม แสงถึงเลือกเจ้า ไม่จริงมันต้องไม่จริง” หัวหน้านักบวชกรีซาธีพยายามลืมตามองไปรอบ ๆ เขาเข้าใจดี เพราะเห็นตอนที่ลูอิสปลดปล่อยแสงสว่างออกมาพอดี

ที่จริงแล้วแสงที่ลูอิสปลดปล่อยออกมาสามารถเลือกได้ว่าใครศัตรูหรือมิตร แน่นอนว่าหัวหน้านักบวชกรีซาธีนั้นไม่ได้อยู่ในตัวเลือกหลังแน่นอน

“เขาเหรียญทองคำจากตัวเขาออกมา” ลูอิสสั่ง

ไอแวนลงมือในทันที เขาเอาเหรียญทองคำที่อยู่กับตัวของหัวหน้านักบวชกรีซาธี ก่อนจะส่งให้ลูอิส ลูอิสรับเหรียญทองคำมา ก่อนจะเก็บมันใส่ไว้ที่ช่องเก็บของผู้เล่นในทันที

เขาเชื่อว่าพออยู่ในช่องเก็บของผู้เล่นแล้ว ต่อให้เป็นผู้สร้างจิตวิญญาณระดับ 9 ดาวก็คงไม่สามารถสัมผัสได้แน่นอน

“พวกแวมไพร์หนีไปหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ” หัวหน้านักบวชกรีซาธีถาม เพราะเขาสัมผัสไม่ได้ถึงปีศาจอันเดดพวกนั้นอีก

“ตายหมดแล้ว ถึงคราวของแกแล้ว” ลูอิสตอบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หัวหน้านักบวชกรีซาธีถามเผยสีหน้าตกใจ แม้จะเห็นว่าแสงที่ออกมาจากตัวของลูอิสนั้นไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าจะฆ่าพวกมันตายจนหมด แต่พอได้ยินว่าลูอิสจะฆ่าตน หัวหน้านักบวชกรีซาธีถามก็มีท่าทีร้อนรน

“โปรดข้าไม่อยากจะตาย เรื่องทั้งหมดเกิดจากท่านนักบวชฟาราเลียนเท่านั้น ไม่ใช่บาปของข้า เขาต้องการวิธีสร้างไวน์ของเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้า ได้โปรด” หัวหน้านักบวชกรีซาธีถามพยายามอ้อนวอน

“ไม่หรอก แกเกี่ยวข้องตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว” ลูอิสไม่ใจอ่อน เขาสั่งให้อาร์มันโด้เตรียมลงมือ “จัดการซะ”

“ข้ายังมีประโยชน์กับท่านบารอนแกริค ได้โปรดข้ายินดีช่วยเหลือท่าน” หัวหน้านักบวชกรีซาธีกล่าวเสนอ

“เดี๋ยวก่อน” ลูอิสหยุดอาร์มันโด้ ก่อนจะถามกลับไป “ช่วย! เรื่องอะไร?”

“หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านแวมไพร์ของผีดูดเลือดตนหนึ่ง มันมีพลัง 9 ดาว ถ้าท่านบารอนแกริคปล่อยข้าไป ข้าจะขอให้ศาสนจักรช่วยกำจัดพวกมันให้ท่าน”

“ผีดูดเลือด 9 ดาว ศาสนจักรจัดการได้อย่างนั้นเหรอ หรือพวกแกมีผู้ครองพลัง 9 ดาวมากหรือไง ถึงสามารถส่งมาฆ่าผีดูดเลือดตนหนึ่งได้” ลูอิสถามเชิงสอบสวน

หัวหน้านักบวชกรีซาธีเห็นว่าลูอิสเริ่มสนใจข้อเสนอของเขาจึงรีบพูดออกมาอย่างไม่ปิดบัง “แค่ 9 ดาว พวกเรามีมากมายนัก ขอแค่พระคาร์ดินัลซารัลสั่งการลงมาที่หัวหน้านักบวชใน ขั้น 8 พวกเขาก็จะลงมากำจัดพวกมันทันที”

ลูอิสได้ยินก็สูดหายใจเข้าลึกและลอบตกใจ

‘ระดับ 9 ดาวยังเป็นแค่หัวหน้านักบวชใน ขั้น 8 อีกเหรอ ถ้าระดับสูงกว่านี้มีกี่ดาวกันแน่’

“แล้วพระคาร์ดินัลซารัล มีพลังระดับไหน”

“12 ดาว” หัวหน้านักบวชกรีซาธีรีบตอบ

ทุกคนทุกใจเข้าไปอีกกับข้อมูลใหม่นี้

ลูอิสจ้องไปที่หัวหน้านักบวชกรีซาธี ก่อนจะถามอีกว่า “แล้วผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของศาสนจักรมีพลังระดับไหน”

เขาต้องการล้วงข้อมูลเพิ่ม แต่น่าเสียดายที่หัวหน้านักบวชกลับไม่รู้ไปมากกว่านี้แล้ว

“ข้าไม่รู้ ตำแหน่งข้าต่ำเกินไป”

“งั้นก็ไม่มีประโยชน์แล้ว แค่นี้ยังไม่รู้แล้วจะไปขอให้คนระดับ 12 ดาวลงมือได้ยังไง” ลูอิสส่ายหัวอย่างผิดหวัง

“ไม่...!!!” หัวหน้านักบวชกรีซาธีรับรู้ชะตากรรมของตัวเองรีบคลานหนีทันที

แต่ก่อนหน้านั้นเขาแทบจะไม่มีแรงรีดพลังจิตวิญญาณของตัวเองด้วยซ้ำแล้วจะหนีรอดจากความตายได้อย่างไร

หลังจากเก็บของมีค่าอาวุธบนตัวหัวหน้านักบวชกรีซาธีทั้งหมดลูอิสก็เริ่มการเก็บกวาดทันที

“จิตวิญญาณมังกรไฟ!” ลูอิสเปลี่ยนเป็นจอมเวทย์ ก่อนจะใช้จิตวิญญาณมังกรไฟเผาศพของหัวหน้านักบวชกรีซาธีพร้อมกับหมู่บ้านแวมไพร์นี้ทันที

ก่อนจะสลายทักษะอัญเชิญหมีกริซลี่ เจียน่าก็ทำตาม

ลูอิสคว้าทุกคนและใช้ทักษะวาร์ปของตัวเองวาร์ปออกไปจากหมู่บ้านขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบนในทันที

“หือ ค้างคาว” ลูอิสเห็นค้างคาว เขารีบใช้บาลเพลิงโจมตีมันบนกลางอากาศ แต่ค้างคาวตัวนั้นกลับแข็งแกร่งเกินไป มันกระพือปีกไม่กี่ทีก็หายไปแล้ว

ลูอิสไม่มีเวลามาคิดมากก่อนจะคว้าตัวทุกคนวาร์ปไปยังทิศทางที่ออกจากป่าทมิฬทันที

...

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด