ตอนที่แล้วบทที่ 77 ถึงจะหลุดพ้นไปได้ ก็ยังหนีไม่พ้นอยู่ดี!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 637 บัตรดำที่ไม่จำกัด

นิยาย นายหญิงเส้นใหญ่วุ่นไปทั้งเมือง

(ฟรี) บทที่ 79 พี่สาวเฉียวเนี่ยนหงุดหงิด


ตอนนี้ชีวิตของลุงเฉินไม่ตกอยู่ในอันตรายแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้มองโลกในแง่ดีมากนัก ซึ่งเธอยังต้องการอะไรบางอย่างในอนาคต และถ้าหากค้นหาสิ่งนั้นได้ เธออาจจะช่วยลุงเฉินทําการผ่าตัดกระดูก แล้วเขาก็จะสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง

แต่ของแบบนั้นก็ยากเกินกว่าที่จะได้มา

เธอคงต้องขอให้หงเหมิงช่วยตรวจสอบเรื่องนี้เท่านั้น

เฉียวเนี่ยนเหนื่อยล้าจนไม่มีแรงที่จะยกมือขึ้นด้วยซ้ํา แต่สมองของเธอก็ยังคิดที่จะหาอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

ทันใดนั้น ร่างของเธอก็ลอยขึ้นกลางอากาศ ซึ่งเธอได้ถูกใครบางคนอุ้มเอาไว้อยู่ในอ้อมแขนอย่างไม่ทันตั้งตัว

“เอ่อ……?”

เฉียวเนี่ยนได้กลิ่นเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของเพศตรงข้าม จึงทำให้ร่างกายของเธอเกือบจะปฏิเสธโดยสัญชาตญาณในทันที และปฏิกิริยาแรกคือการดิ้นรนเพื่อคิดเกี่ยวกับมัน

“นายจะทําอะไรน่ะ? ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้”

เฉียวเนี่ยนคิดว่าตัวเองจะมีอาการเหมือนเดิม เพราะทันทีที่เธอถูกเพศตรงข้ามสัมผัสอย่างใกล้ชิด แขนและลําคอของเธอจะเกิดผื่นแดงขนาดใหญ่อย่างน่ากลัว ซึ่งมันเหมือนกับโรคภูมิแพ้อะไรบางอย่าง

แต่พอมองลงมา แขนของเธอก็ยังขาวสะอาด แล้วผื่นแดงอยู่ตรงไหน?

ไม่มี?

ทำไมมันถึงไม่ขึ้นเลยล่ะ?

เวลานี้ การกระทำของเฉียวเนี่ยนช้าลงเล็กน้อย เนื่องจากสมองของเธอได้ถูกใช้งานมากจนเกินไป จึงทำให้ค่อนข้างเฉื่อยชากว่าทุกวัน

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เมื่อใดก็ตามที่เพศตรงข้ามสัมผัสตัวเธอ ร่างกายของเธอก็จะมีผื่นขึ้นทันที แม้แต่เว่ยโหลวก็ไม่มีข้อยกเว้น

## 🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉

แต่ตอนนี้ กลับมีข้อยกเว้นแล้ว

จู่ๆ เฉียวเนี่ยนก็นึกถึงเจียงหลีและตระกูลเจียงขึ้นมา

เธอไม่มีผื่นขึ้นเมื่อถูกพวกเขาสัมผัสตัว แต่คนเหล่านั้นคือคนที่เกี่ยวข้องกับเธอทางสายเลือด

แล้วทําไมชายคนนี้ถึงเป็นข้อยกเว้นด้วยล่ะ?

โรคนี้ได้สร้างปัญหาให้กับเฉียวเนี่ยนมาหลายปีแล้ว ซึ่งเธอรักษาตัวเองไม่ได้ เธอจึงต้องไปพบแพทย์ผิวหนังแทน และแพทย์บอกเธอว่านี่ไม่ใช่ภูมิแพ้ผิวหนัง แต่มันเป็นปฏิกิริยาการปฏิเสธที่เกิดจากเหตุผลทางจิตวิทยา

ดังนั้น เธอต้องกินยาเพื่อควบคุมอารมณ์

เย่วั่งชวน…จึงเป็นเพศตรงข้ามเพียงคนเดียว ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเธอแม้แต่น้อย

ครั้งสุดท้ายที่อยู่บนสะพานก็เช่นเดียวกัน เธอคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น และถ้าเป็นเรื่องบังเอิญ ครั้งนี้จะอธิบายได้ยังไง?

เฉียวเนี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และดวงตาของเธอก็หรี่ลงเล็กน้อย

แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ในสมองของเฉียวเนี่ยนก็เต็มไปด้วยความคิดบางอย่าง แต่เย่วั่งชวนไม่ได้สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการแสดงออกของเธอเลย เขาทำเพียงจับเอวของเธอไว้ แล้วอุ้มเธอเข้ามาในอ้อมแขนของตัวเอง และกอดหญิงสาวไว้ราวกับเจ้าหญิง

ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันเบาๆ ราวกับแม่เหล็ก ที่มีความอ่อนหวานแต่ก็ดุดัน “อย่าขยับ ฉันจะพาเธอไปที่ห้องพักของฉีเฉิน เพื่อให้เธอนอนพักสักครู่หนึ่ง”

เฉียวเนี่ยน….

“ห้องของฉีเฉินใหญ่มาก แถมเตียงนั่นก็ไม่เลวเลย ซึ่งห้องนั้นถูกตกแต่งขึ้นมาใหม่โดยปู่ของเขาที่มาจากปักกิ่ง และเธอก็สามารถนอนพักที่นั่นได้”

ใบหน้าของกู๋ซานเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย ในขณะที่เดินตามอยู่ข้างหลัง และเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะผายลมออกมา

คุณชายวั่ง คุณยังจําได้ไหมว่าเตียงของนายน้อยเป็นสถานที่อันมีค่าที่สุดของเขา ซึ่งนายน้อยเย่ได้ให้ผู้เป็นปู่หาคนจากปักกิ่งมาตกแต่งห้องนั้นใหม่ และนายน้อยก็ไม่เคยปล่อยให้คนอื่นเข้าไปนอนที่นั่นเลย

จริงอยู่ที่นายน้อยชอบคุณหนูเฉียวมาก แต่ถ้านายน้อยไม่เต็มใจที่จะปล่อยเตียงแล้วล่ะก็…

กู๋ซานไม่กล้านึกถึงเหตุการณ์นั้นจริงๆ เพราะเขารู้สึกว่านายน้อยอาจจะถูกคุณชายวั่งทุบตีและโยนออกไปนอกห้องแทน

ตอนนี้เฉียวเนี่ยนเหนื่อยล้าเกินไป เธอจึงทำแค่คว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้หลวมๆ เท่านั้น ถึงแม้ร่างกายของเธอจะแข็งทื่อก็ตาม

จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าติ่งหูร้อนขึ้น

และหงุดหงิดอยู่บ้างเล็กน้อย

ระหว่างชั้นหกและชั้นแปดมีเพียงสองชั้นเท่านั้น เย่วั่งชวนจึงตัดสินใจเดินขึ้นบันได และกอดเฉียวเนี่ยนไว้ตลอดทาง ซึ่งภาพนั้นสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนจํานวนมากได้อย่างง่ายดาย

ชายหนุ่มเต็มไปด้วยพลังเทพเจ้าและกระดูกหยก ขาทั้งสองข้างของเขาเหยียดตรงและยาว ซึ่งอยู่ภายใต้กางเกงสูทสีดําสนิท ส่วนหน้าตาและรูปร่างของเขานั้นช่างสมบูรณ์แบบ

หญิงสาวในอ้อมแขนก็ไม่เลวเช่นกัน ใบหน้าที่เห็นด้านข้างนั้นขาวใส แม้ไร้เครื่องสำอางค์ แต่กลับดูไม่จืดชืดแต่อย่างใด

การผสมผสานระหว่างผู้ชายที่หล่อเหลา และผู้หญิงสวยที่มีเสน่ห์นั้น ช่างดึงดูดใจได้ตลอดเวลา

เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ หลายคนอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงเมื่อทั้งคู่เดินผ่านไป จากนั้น พวกเธอก็ปิดปากแล้วกระซิบว่า “ว้าว เจ้าชายกำลังอุ้มเจ้าหญิงอยู่ โรแมนติกจังเลย และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังถ่ายทําละครไอดอลอยู่เลย”

ผู้ชายคนนั้นหล่อมาก

หรือความจริงแล้ว มีทีมงานมาถ่ายทำอยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอ?

กู๋ซานก็ได้ยินเช่นเดียวกัน จากนั้น เขาก็จ้องไปที่คนที่เดินอยู่ข้างหน้า

จุ๊ๆ อย่าได้พูดเสียงดังไป เพราะถ้ามองจากมุมมองนี้ ดูเหมือนว่าคุณชายวั่งและคุณหนูเฉียวจะเข้ากันได้ดี!

บทที่ 80 ชอบเฉียวเนี่ยนจริงๆ

ในห้องผู้ป่วยวีไอพีบนชั้นแปด เย่ฉีเฉินกำลังนอนอยู่บนเตียง และจ้องไปที่ขวดใบเล็กๆ บนหมอนแทบจะไม่กระพริบตา โดยที่ขนตาหนาราวกับใบพัดของเขาขยับขึ้นลงไปมา

ภายในขวดใสอันล้ำค่าของเย่ฉีเฉินมีลูกอมขนาดเล็กอยู่ภายใน และเขาก็จ้องมองไปที่ลูกอมเหล่านั้นตลอดทั้งวัน

บางครั้งเย่ฉีเฉินจะหยิบลูกอมขนาดเล็กออกมาจากขวด แล้วเขาก็นอนจ้องลูกอมเม็ดนั้นอยู่สักพัก ซึ่งเขาไม่เต็มใจที่จะกินมัน จากนั้น ก็นํามันใส่ไว้ในขวดใสตามเดิม

และเริ่มนับเวลาในใจ ว่าเมื่อไรพี่สาวเฉียวเนี่ยนจะมาในครั้งต่อไป

แต่มันก็เกือบวันแล้วที่เธอไม่ได้มา

เย่ฉีเฉินพลิกตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเล็กๆ ของเขาเริ่มบึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากัน จากนั้น เขาก็นึกถึงการแสดงออกของตัวเองในวันนั้นอย่างระมัดระวัง

ดูเหมือนจะประพฤติตัวไม่ดีพอ

ดวงตาของเย่ฉีเฉินมืดลงทันที แล้วเขาก็หยิบขวดใบเล็กขึ้นมา และจู่ๆ อารมณ์ของเขาก็ค่อยๆ ลดลงอีกครั้ง ซึ่งเขาสงสัยว่าตัวเองอาจจะทำตัวไม่ดีพอ จึงทำให้พี่สาวเฉียวเนี่ยนไม่อยากมาพบเขาในวันนี้?

และทันทีที่ลูกบิดประตูดังขึ้น เย่ฉีเฉินก็หันหน้ากลับไปมองทันที และเขาก็เห็นลุงของตัวเองเดินเข้ามา พร้อมกับเฉียวเนี่ยนที่อยู่ในอ้อมแขน

เมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาในห้อง เย่ฉีเฉินก็เกือบจะกระเด้งออกจากเตียง อารมณ์หงุดหงิดที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าก็จางหายไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างและเป็นประกายแวววาว จากนั้น รอยยิ้มกว้างก็ปรากฎขึ้นมาทันที ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะควบคุมความตื่นเต้นของตัวเองลงได้ “พี่สาว!”

เย่วั่งชวนขมวดคิ้วทันที และดวงตาสีเข้มก็จ้องไปที่เย่ฉีเฉิน แล้วพูดเบาๆ ว่า “อย่าส่งเสียงดัง”

เย่วั่งชวนอุ้มเฉียวเนี่ยนเข้ามาในห้อง และพูดกับเด็กชายตัวน้อยบนเตียงว่า “ตอนนี้เธอเหนื่อยมาก เฉินเฉินลุกจากเตียงก่อน แล้วให้เธอนอนพักสักหน่อยได้ไหม?”

เฉียวเนี่ยนขมวดคิ้ว และพยายามดิ้นรนที่จะลงให้ได้ เธอจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “ไม่เป็นไร ฉันไม่ต้องนอนก็ได้ แค่ปล่อยให้ฉันนั่งพักบนโซฟาก็พอแล้ว”

เย่วั่งชวนหรี่ตาลงเล็กน้อยโดยที่ไม่ได้ตอบกลับอีกฝ่าย แต่เขากลับมองไปที่เย่ฉีเฉินแทน แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มลึกราวกับกลองแม่เหล็ก “เธอเพิ่งจะผ่าตัดเสร็จ และยืนอยู่ที่นั่นถึงสี่ชั่วโมง”

เห็นได้ชัดว่าประโยคนี้เขาพูดกับเย่ฉีเฉิน

กู๋ซานเดินไปที่ประตู และแน่นอนว่านายน้อยไม่เต็มใจที่จะทิ้งเตียงของตัวเอง?

นั่นก็เป็นเพราะนายน้อยเย่มีอาณาเขตที่แข็งแกร่งตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก และคำขอของคุณชายวั่งก็ดูเหมือนจะมากเกินไปสําหรับนายน้อยคนนี้

กู๋ซานเหลือบมองเข้าไปข้างในอย่างกังวล และพร้อมที่จะออกไปเตรียมห้องอื่นได้ทุกเวลา

และเขาก็เดาถูก เย่ฉีเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เพียงครู่เดียวเขาก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ตกลง”

เย่ฉีเฉินรีบลุกจากเตียงโดยถือข้าวของของตัวเองไว้ในอ้อมแขน จากนั้น เขาก็ลงจากเตียง แล้วช่วยเฉียวเนี่ยนพับผ้าห่มที่เขาทำยุ่งเหยิงไว้บนเตียงให้เรียบร้อย

ใบหน้าสีชมพูและอ่อนโยนของเย่ฉีเฉินเผยให้เห็นชั้นสีแดงบางๆ ราวกับเขินอายคนตรงหน้า เขายืนอยู่ข้างเตียงแล้วพูดกับเฉียวเนี่ยนว่า “พี่สาว ผมไม่รู้ว่าพี่จะมา…”

ถ้าเขารู้ เขาจะขอให้ลุงเปลี่ยนผ้าห่มให้ใหม่ นอกจากนี้ ถ้าได้เปลี่ยนหมอนบนเตียงด้วยก็น่าจะดี เพราะหมอนเป็นสิ่งที่จะทำให้นอนหลับสบาย

ดวงตาของเย่ฉีเฉินเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เม้มริมฝีปาก และยัดตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดให้เฉียวเนี่ยน “ผมชอบมันมากที่สุด และเมื่อนอนหลับ มันจะสามารถปกป้องพี่สาวได้”

เย่วั่งชวนรู้ดีว่าตุ๊กตากระต่ายตัวนี้เป็นของขวัญที่เขาซื้อให้ในวันเกิดครบหนึ่งขวบของเย่ฉีเฉิน และถ้าตามปกติแล้ว เด็กคนนี้มักจะไม่เคยแบ่งปันสิ่งนี้ให้กับคนอื่น

ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะชอบเฉียวเนี่ยนมากจริงๆ

เย่วั่งชวนก้มลงเล็กน้อยและวางเฉียวเนี่ยนที่อยู่ในอ้อมแขนลง จากนั้น ก็ช่วยเธอถอดรองเท้าออก โน้มตัวเพื่อดึงผ้าห่ม แล้วพูดกับคนที่นอนอยู่บนเตียงว่า “เธอต้องนอนที่นี่กับเฉินเฉิน และเราจะกลับกันหลังจากที่เธอตื่น”

เฉียวเนี่ยนถูกบังคับให้นอนบนเตียง และถูกคลุมด้วยผ้าห่ม อีกทั้งดวงตาหลายคู่ก็จ้องมองมาที่เธออย่างพร้อมเพรียงกัน และนั่นทำให้เธอรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาเล็กน้อย

เย่วั่งชวนวางมือบนหน้าผากของเฉียวเนี่ยน จากนั้น ก็เลื่อนมือมาปิดดวงตาของเธออย่างบังคับ “นอนได้แล้ว ตอนนี้เธอต้องพักผ่อน แล้วอย่าได้คิดอะไรมาก”

PS: แจ้งข่าวเพื่อนนักอ่าน เรื่องนี้จะทำการหยุดการแปลไประยะหนึ่ง เนื่องจากมีผู้อ่านน้อยเกินไป (ไม่ถึง 10 คน) ถ้าหากว่ามีผู้อ่านมากพอแล้ว ทางเราจะทำการแปลต่อนะครับ ขอบคุณเพื่อนนักอ่านที่ติดตามสนับสนุน ระหว่างนี้อ่านเรื่อง หลังอ่านหนังสือ ฉันก็กลายเป็นขวดน้ำมันน้อย ไปพลางๆ นะครับ ทีมงานได้ย้ายไปแปลเรื่องนั้นกัน น่าจะมีจำนวนตอนต่อวันมากกว่า 1 ในเร็วๆ นี้ และจบในรยะเวลาที่น้อยกว่า 1 ปี  ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนครับ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด