ตอนที่แล้วตอนที่ 149 ดักรอ(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 151 นักบวชผู้เลือดเย็นและบารอนผู้แข็งแกร่ง(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 150 จับนักโทษ(อ่านฟรี)


ตอนที่ 150 จับนักโทษ

เท้าทั้งสองข้างของลูอิสลงพื้นได้อย่างปลอดภัย ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก เพียงหนึ่งการโจมตีด้วยทักษะพุ่งชน lv.2 ของพาลาดินเลเวล 30 ก็สามารถจัดการผู้พิทักษ์สองดาวได้สิ้นสภาพแล้ว

“แค่ก...เป็น...เป็นไปได้อย่างไร ทำไมแกถึงแข็งแกร่งแบบนี้” ผู้พิทักษ์แสงพลิกตัวค่ำหน้าลงไอออกมาเป็นเลือดด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าของเขายุบลงอย่างเห็นได้ชัด จมูกหักร้าว ปากเต็มไปด้วยเลือดและฟันที่หล่นลงพื้น

“กำแพงกระแทก”

ผู้พิทักษ์แสงไม่ยอมแพ้ฉวยโอกาสลงมือโจมตีทั้งที่ตัวเองยังบาดเจ็บสร้างกำแพงพลังงานขนาดใหญ่พุ่งลงมากระแทกจากด้านบน

“หึ” ลูอิสเคลื่อนตัวหลบอย่างรวดเร็ว ความเร็วของเขา แม้จะไม่เท่ากับสายความเร็ว แต่มันก็ยังเร็วมากอยู่ดี ทำให้เขาหลบได้ไม่ยาก

“โล่พลังงาน!” ผู้พิทักษ์ที่ยังคลานอยู่บนพื้นรีบกลิ้งตัวหลบพร้อมกับสร้างโล่พลังงานขึ้นมาป้องกันตัวเอง

แต่ว่ายังไม่ทันที่พลังงานจะได้กลายเป็นโล่ก็โดนลูอิสกระโดดลงมาจากด้านพร้อมกับใช้ทักษะโล่กระแทกในแนวดิ่งใส่โล่พลังงานอย่างเต็มกำลัง

ตูม!

โล่พลังงานแตกกระจาย แต่โลกกระแทกไม่หยุดลงแค่นั้น มันกระแทกเข้าไปกลางตัวของผู้พิทักษ์แสง แรงกระแทกส่งผลให้รอบบริเวณเกิดเป็นหลุมกว้างหลายเมตร

ผู้พิทักษ์แสงสิ้นสภาพนอนหายใจรวยรินอยู่ก้นหลุม ตอนนี้เขาพิการไปแล้ว กระดูกช่วงลำตัวและแกนกลางแตกเป็นชิ้น ๆ ไร้ความรู้สึกแถมอวัยวะยังแหลกอีกด้วย

แต่เพราะเป็นหนึ่งในสายที่มีความทนทานถึกทนสูงรองจากผู้แข็งแกร่งจึงยังไม่ตายง่าย ๆ

ด้านเดียวกันผู้พิทักษ์แสงอีกคนเห็นก็เผยสีหน้าตื่นตกใจ จนถึงขั้นสะพึ่งกลัว มีเพียงระดับที่สูงกว่าเท่านั้นจึงจะสามารถบดขยี้ขั้นเดียวกันได้อย่างนี้

“ระดับสามดาว” ผู้พิทักษ์แสงม่วงเด็กน้อยสามขวบอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

“จะยอมให้จับดี ๆ หรือจะให้ซ้อมจนปางตาย” ลูอิสกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

ลูอิส อาร์มันโด้และเจียน่าล้อมผู้พิทักษ์แสงคนนี้ไว้ตรง

ผู้พิทักษ์แสงกวาดสายตาด้วยท่าทีเคร่งเครียด มันไม่อาจจะหนีได้แล้ว

“แด่แสงพิสุทธิ์” ผู้พิทักษ์กล่าวน้ำเสียงเด็ดขาดก่อนที่หัวของเขาจะระเบิดออกจากกัน ทำเอาทั้งสามเผยสีหน้าตื่นตะลึง เพราะไม่คิดว่าผู้พิทักษ์แสงคนนี้จะเลือกฆ่าตัวตายตรง ๆ โดยการสร้างโล่พลังงานในปากของตัวเอง พอขยายตัวอย่างรวดเร็วก็ทำให้หัวระเบิดฉีกตายไปตรงนั้น

ตึง!

ร่างไร้หัวตั้งแต่ช่วงปากขึ้นไปหล่นลงพื้น เลือดไหลท่วมบริเวณนั้นทันที ลิ้นที่ไม่ระเบิดไปด้วยกระตุกเบา ๆ เพราะเส้นประสาทยังไม่ตายดี

“แด่แสงพิสุทธิ์” เสียงอู้อี้และกำลักเลือดไปด้วยดังมาจากทางด้านหลัง เป็นผู้พิทักษ์อีกคนที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสกำลังลงมือคือตัวตาย

“อย่าหวัง” ลูอิสเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้โล่อัศวินกระแทกไปที่หัวของผู้พิทักษ์แสงโดยตรงดังตูมซ้ำไปอีกครั้ง ซึ่งทำให้ผู้พิทักษ์แสงคนนั้นสลบเหมือดไปในทันที

เจียน่าเดินเข้าไปเก็บหินผู้ครองพลังผู้พิทักษ์ที่พึ่งออกมาจากร่างของผู้พิทักษ์ที่ระเบิดหัวตนเองไปเมื่อครู่

อาร์มันโด้เองก็เดินไปที่ไฮด้าที่ตอนนี้กำลังหยิบแขนตัวเองฟาดไปรอบ ๆ อย่างเสียสติ

“ไม่คิดว่าแกจะมารนหาที่ตายด้วย” อาร์มันโด้มองไฮด้าพลางส่ายหัว ก่อนจะต่อยไปที่หัวของไฮด้าตรง ๆ จนเขาหมดสติทั้งยืนลมลงหัวทิ่มไปกับพื้น

“ด้านในมีอะไรเสียหายไหม” ลูอิสมองเข้าไปภายในโกดัง

“ลังที่ใส่เหล้าและเบียร์เสียหายไป 10 กว่าลัง ลังใส่ไวน์เสียหายไป 3” เสียงตอบมาจากด้านโกดัง พ่อบ้านเฟรดเดินออกมาพร้อมกับกองทัพอมตะที่ลากเอาศพจำนวน 8 ร่างออกมาด้วย

ศพทั้งหมดถูกโยนมารวมไว้กับศพนักล่าสองคนก่อนหน้านั้น

“ศพของผู้พิทักษ์ยกให้พ่อบ้านแล้วกัน” ลูอิสชิ้ไปที่ศพของผู้พิทักษ์ที่ฆ่าตัวตายไป

“ขอบคุณท่านลูอิสขอรับ” พ่อบ้านเฟรดกล่าวขอบคุณ ก่อนจะโบกมือให้ทหารอมตะตนหนึ่งเดินไปลากศพไปเก็บ มันเดินไปถึงก็จับขาของศพผู้พิทักษ์ก่อนจะลากไปตามพื้นทำให้เลือดเปราะเปื้อนหน้าเป็นทาง แต่ไม่มีใครสนใจ

“ฝากจัดการศพตรงนี่ด้วยแล้วกัน” ลูอิสกล่าวกับพ่อบ้านเฟรด จากนั้นก็หันไปพูดกับเจียน่าและอาร์มันโด้

“เจียน่าไปกันพวกทหารฝึกหัดให้กลับไปนอนให้หมด”

“อาร์มันโด้ช่วยหากรงมาขังสองคนนี้ที่กลางลานฝึก พรุ่งนี้เราจะประกาศเรื่องพวกเขาทีหลัง”

“ค่ะ”

“ครับ”

ทั้งสองรับคำสั่ง ก่อนจะรีบไปทำตามที่ลูอิสสั่ง

ในตอนนี้รอบ ๆ นั้นเริ่มมีคนวิ่งมาดูเหตุการณ์จากไกล ๆ ซึ่งเป็นพวกทหารฝึกหัดและเวรยาม ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพื้นที่รอบโกดังเป็นพื้นที่ต้องห้ามพวกเขาคงจะวิ่งเข้ามามุงดูกันใกล้ ๆ แล้ว

เจียน่าไล่ทุกคนกลับไปนอนทันที ทำให้ทหารฝึกหัดสลายตัวกันอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาเจียน่ารับผิดชอบการฝึกคนเหล่านี้ตามวิธีของลูอิส ทำให้ทหารแทบทั้งหมดทำตามคำสั่งของเธออย่างไม่รีรอ

อาร์มันโด้ลากเอาตัวของไฮด้าและผู้พิทักษ์บาดเจ็บสาหัสกันทั้งสองคนไปยังกลางลานฝึก ก่อนจะหากรงขังขนาดใหญ่มาใส่พวกเขาทั้งสอง ไฮด้านั้นแม้จะแขนขาด แต่เพราะเขาเห็นผู้แข็งแกร่งที่โดดเด่นในเรื่องของร่างกาย บาดแผลแค่นี้ไม่ทำให้เขาตาย เพียงผ่านไปไม่นานเลือดก็หยุดไหลแล้ว

ลูอิสเรียกไอแวนและคามิลลามา ก่อนจะให้ทั้งสองคนนั้นเฝ้าที่นี่ไว้ ถ้าทั้งสองขยับตัวแม้แต่เล็กน้อยให้โจมตีที่หัวเพื่อให้สลบไปอีกได้ในทันที เขาต้องระวังไม่ให้ทั้งสองคนนั้นฆ่าตัวตาย จนกว่าจะถึงเช้า

...

เช้าวันต่อมา

เรื่องการลอบโจมตีคฤหาสน์ของบารอนแกริคก็กลายเป็นเหมือนกับระเบิดที่ลงใส่หัวของคนทั้งหมดในเมืองเอลดิล เพราะการลอบโจมตีขุนนางนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก มีหลายคนเริ่มนั่งก้นไม่ติด พากันตรวจสอบว่าใครคือคนลงมือ

ผู้คนจำนวนมากเดินทางมายังเขตกำแพงชั้นใน เพื่อมาดูนักโทษที่ถูกจับไว้ที่ลานฝึก แต่ส่วนใหญ่ก็มองไม่เห็นเพราะมีกำแพงสูงสามเมตรขวางกั้นไว้อยู่

ทหารฝึกหัดเองก็ตื่นแต่เช้าพากันมาวิ่งรอบล้านฝึกที่กว้างขวางนี้ พร้อมกับสายตาที่สอดส่องไปที่สองผู้ครองพลังที่โดนจับไว้ในกรงสภาพบาดเจ็บสาหัส

ทั้งสองยังคงสลบไม่ได้สติ นั้นก็เพราะว่าพอมีทีท่าจะฟื้นตื่นก็โดนไอแวนและคามิลลา ทั้งสองไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย เพราะไม่ต้องกลัวว่านักโทษสองคนนี้ตะตายง่าย ๆ เนื่องจากคนหนึ่งก็เป็นผู้แข็งแกร่ง อีกคนก็เป็นผู้พิทักษ์

ทำให้เขาลงมือได้อย่างเต็มกำลัง

ลูอิสที่ตั้งแต่เมื่อคืนเขาก็ยังไม่ได้นอนหลับ เขานั่งอยู่ในห้องทำงานพร้อมกับคนอื่น ๆ ซึ่งราวกับกำลังรอคอยเวลาเช้ามาถึง

แต่ว่าในตอนนั้นเองเจียน่าที่มองผ่านอีกาดำก็แจ้งกับเขาว่า “โบสถ์ดูเหมือนจะมีการเคลื่อนไหว พวกเขาดูกระวนกระวายใจ ส่วนนักบวชผู้ตรวจสอบและคนติดตามดูเหมือนพวกเขาจะทำการบางอย่าง หืม พวกเขาขึ้นเรือเหาะกันแล้ว ต้องถอยแล้วนักบวชผู้ตรวจการสังเกตเห็นแล้ว”

เจียน่าลืมตาขึ้นมา เมื่อกี้ตอนที่เธอจับตาดูนักบวชเหล่านั้นอยู่ก็โดนนักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนเพ่งเล็กทำให้เธอต้องสั่งให้ดำน้อยบินหนีอย่างเร็ว ถ้าช้าคงโดนสงสัยมากกว่านี้แน่นอน

“ถอยกลับมาก่อน อย่าเข้าใกล้พวกเขาเกินไป”

ตอนนั้นเองพ่อบ้านเฟรดก็เดินเข้ามารายงานลูอิส

“ท่านไวเคานต์คาริสมาหาท่านลูอิสขอรับ”

“ไวเคานต์คาริส? ตาแก่นี่จมูกไวดี ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่” ลูอิสหรี่ตาลงและถาม

“กำลังเข้ามาด้านในคฤหาสน์ขอรับ มาถึงแล้วจะให้เขาเข้ามาพลท่านลูอิสที่ห้องรับแขกไหมขอรับ” พ่อบ้านเฟรดตออบ

“ไม่ต้องหรอก ตาแก่นี่คงมาเรื่องนักโทษพวกนั้น” ลูอิสพูดอย่างครุ่นคิด และกล่าวต่อว่า “วันนี้ให้กองกำลังนักล่าเตรียมตัวกันอยู่รอบ ๆ เขตชุมชน อย่าลืมจับตาดูพวกแสงม่วงไว้ด้วย”

“ผมสั่งให้กองกำลังนักล่านิ้วเงินกระจายตัวกันไปตามเขตชุมชนแล้วและก็ที่ตั้งของกองกำลังนักล่าแสงม่วงด้วยแล้ว พวกนั้นไม่มีทางหนีหรือเข้ามาก่อปัญหาได้ง่าย ๆ แน่นอน” อาร์มันโด้กล่าวตอบอย่างเร็ว

เขาพยักหน้าเข้าใจแล้ว ก่อนจะกล่าวว่า “เราก็ไปกันเถอะ อย่าปล่อยให้ไวเคานต์รอนาน”

ลูอิสเดินออกจากห้องทำงานพร้อมกับ พ่อบ้านเฟรด เจียน่าและอาร์มันโด้ เพื่อไปพบกับไวเคานต์คาริส

...

ด้านนอกหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่

ไวเคานต์คาริสลงมาจากรถม้าก็เจอกับลูอิสที่ออกมาพอดี

“อรุณสวัสดิ์ท่านไวเคานต์คาริส มาหาผมตั้งแต่เช้าเลย” ลูอิสกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ของเขา

แต่กลับกันสีหน้าของไวเคานต์คาริสนั้นกลับไม่ได้ผ่อนคลายแบบลูอิสด้วย เขากลับเต็มไปด้วยความเงียบขรึม ชวนทำให้ทุกคนกังวลไปด้วย

นอกจากไวเคานต์คาริสแล้วยังมีผู้พิทักษ์รีดินมาด้วยอีกคน ซึ่งมาคอยคุ้มกันไวเคานต์คาริส

“ผู้ครองพลังอย่างนั้นเหรอ” ไวเคานต์คาริสไม่ถามมากความ แค่ประโยคสั้น ๆ ก็เข้าใจแล้ว

“ผู้พิทักษ์สองคนกับผู้แข็งแกร่งคนหนึ่ง ท่านไวเคานต์คาริสสนใจโจรพวกนี้อย่างนั้นเหรอขอรับ” ลูอิสถามด้วยรอยยิ้มเช่นเคย

ไวเคานต์คาริสมองด้วยสายตาแหลมเล็กไปยังเด็กน้อยตรงหน้า แม้จะบอกว่าแค่ผู้พิทักษ์และผู้แข็งแกร่ง แต่มันก็คงไม่เรียบง่ายแบบนั้นแน่นอน ผู้พิทักษ์รีดินเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

“แน่นอน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ มีคนกล้ารอบโจมตีขุนนางในเมือง พวกเขาต้องได้รับโทษ” ไวเคานต์คาริสกล่าวอย่างชอบธรรม

“ไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตหรอกครับ ทำแบบนี้เป็นการรบกวนท่านไวเคานต์คาริสเสียเปล่า แต่ว่าถ้าท่านอยากเห็นเราก็ไปดูพวกเขากันเถอะ เพราะตอนบ่ายนี้ผมจะสั่งให้คนสังหารโจรพวกนี้อยู่แล้ว” ลูอิสพูดด้วยท่าทางสบาย ก่อนจะทำท่านเชิญไวเคานต์คาริส

“อืม ยังไงก็ต้องสืบที่มาที่ไปของคนพวกนี้ ไปกันเถอะ” ไวเคานต์คาริสและลูอิส พร้อมด้วยคนติดตามเดินไปยังลานฝึกที่อยู่ไม่ไกล

ตอนนี้ทหารฝึกหัดกำลังฝึกในช่วงเช้าอยู่พอดี ไวเคานต์คาริสมองดูทหารเหล่านี้และก็ต้องส่ายหัวเบา ๆ ทหารเหล่านี้ถือเป็นมือใหม่จริง ๆ ทหารของเขาหนึ่งคนสามารถรับมือกับทหารพวกนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 3 คนอย่างแน่นอน

ไวเคานต์คาริสเลิกสนใจทหารฝึกหัด ก่อนจะมองไปที่กรงขังซึ่งอยู่ในลานฝึก

“นั้นนะเหรอผู้ครองพลังที่บุกเข้ามา หืมทำถึงมีสองคน” ไวเคานต์คาริสถามอย่างสงสัย เพราะลูอิสบอกว่ามีสามคนแต่ที่เห็นนี่มีแค่ 2

“ผู้ครองพลัง สายผู้พิทักษ์หนึ่งได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว” ลูอิสตอบอย่างไม่ใส่ใจนักและพยายามไม่ให้ข้อมูลมากนัก

‘ผู้พิทักษ์สองดาว คนของนักบวชแสงพิสุทธิ์’ ไวเคานต์คาริสผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นนักโทษของลูอิส แต่เขาก็ต้องพูดออกมาด้วยความแปลกใจเข้าไปอีกเมื่อเห็นว่าอีกคนเป็นไป

“ไฮด้า! ทำไมหัวหน้ากองกำลังนักล่าแสงม่วงมาอยู่ที่นี่ด้วย” ผู้พิทักษ์รีดินเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ

นั้นทำให้ไวเคานต์คาริสมองที่ไฮด้าที่สภาพดูสะบักสบอมแขนขายไปข้างหนึ่งอย่างตั้งใจจนในที่สุดก็จดจำชายคนนี้ได้

“เขาพาลูกน้องเข้ามาโจมตีที่นี่ด้วย” ลูอิสตอบไปตามตรง ก่อนจะถามว่า “พอดีเลย ผมส่งกองกำลังนักล่านิ้วเงินไปจับตาดูลูกน้องของไฮด้าแล้ว ท่านไวเคานต์จะช่วยส่งผู้พิทักษ์รีดินไปจับพวกเขาได้หรือเปล่า”

ลูอิสเหลือบมองไปทางผู้พิทักษ์รีดิน ซึ่งตอนนี้ก็จ้องมาที่เขาโดยสายตาเคร่งขรึม

“แน่นอน กล้าลงมือโจมตีขุนนาง ต่อให้เป็นกองกำลังนักล่าแสงม่วงก็ต้องรับโทษไม่มีละเว้น แต่ว่าผู้พิทักษ์คนนี้...”

พรึบ ๆ ๆ

แต่ก่อนที่ไวเคานต์คาริสจะได้พูดจนจบก็มีเสียงบางสิ่งบินเข้ามาจากบนท้องฟ้า ตรงมายังคฤหาสน์แกริค มันเป็นเรือเหาะของแสงพิสุทธิ์

ทุกคนต่างก็มีท่าทีแปลกใจและอึ้งไปตาม ๆ กัน

สีหน้าของไวเคานต์คาริสแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังคิ้วทั้งสองขมวดชนเข้ากัน ตอนนี้สถานการณ์เริ่มยุ่งยากแล้ว

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด