ตอนที่แล้วตอนที่ 147 ปฏิเสธอย่างเย็นชา(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 149 ดักรอ(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 148 ลักลอบเข้าโรงงานงานยามค่ำคืน(อ่านฟรี)


ตอนที่ 148 ลักลอบเข้าโรงงานงานยามค่ำคืน

หลังจากเกิดเรื่องกับทางศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ ลูอิสก็ให้เจียน่าเลื่อนการพบกับพวกทหารหน้าใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นอัศวินฝึกหัดไปก่อน

เพราะเขาต้องการไปพบขุนนางคนอื่น ๆ และอยากจะรู้ว่าถ้าคนเหล่านั้นรู้เรื่องที่หัวหน้านักบวชฟรีเนทมาหาเขาและบีบบังคับเอาสูตรไวน์โลหิตชีวิต พวกนั้นจะทำสีหน้ายังไงกัน ที่สำคัญเขาอยากจะรู้ว่าในคนพวกนี้ใครกันที่ให้ข้อมูลกับศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ไป

...

ภายในห้องประชุม อาคารส่วนกลาง

ไวเคานต์คาริส บารอนมิเกล บารอนริชแมน บารอนเลนนี่ ต่างก็จ้องมองไปที่ลูอิสอย่างกดดัน

“บารอนแกริค ขอประชุมเมืองด่วนมีเรื่องอะไรก็รีบ ๆ พูดมา พวกเราไม่ได้เป็นเด็กว่างงานแบบท่านหรอกนะ” บารอนริชแมนพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

“ข้าเข้าใจว่าเวลาชีวิตท่านมีน้อย ดังนั้นจะรีบพูดก็แล้วกัน” ลูอิสหันไปตอบบารอนริชแมน

‘ไอเด็กเวรนี่’ บารอนริชแมนหุบปากด่าในใจ

“นี่ขอให้ทุกคนมาประชุมกันในวันนี้ เพราะว่ามีปัญหาเรื่องไวน์โลหิตชีวิต” ลูอิสกล่าว

ทุกคนได้ยินก็พากันสงสัยทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่กี่วันที่ผ่านมาลูอิสก็พึ่งส่งไวน์

“มีปัญหาเกี่ยวกับวัตถุดิบการผลิต?” บารอนเลนนี่ถาม

“ไม่ใช่ แต่เกี่ยวกับโบสถ์ มีคนขายข้อมูลเรื่องไวน์แห่งชีวิตให้กับคนของโบสถ์ วันนี้หัวหน้านักบวชฟรีเนทมาหาฉันเพื่อขอให้มอบสูตรออกไป แลกกับการที่ทางโบสถ์จะช่วยให้ฉันเป็นไวเคานต์” ลูอิสทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงใจกลางห้องประชุมในทันที

ทุกคนมีสีหน้าตกใจ โดยเฉพาะไวเคานต์คาริสที่เย็นชาเป็นพิเศษ พอได้ยินว่าโบสถ์จะช่วยให้ลูอิสกลายเป็นไวเคานต์ ลูอิสวิเคราะห์ท่าทีแต่ละคน และตัดไวเคานต์คาริสออกไปได้เลย เขาไม่มีทางเอาเรื่องนี้ไปขายให้ทางโบสถ์แสงพิสุทธิ์

ตาแก่นี่เจ้าเล่ห์กว่านั้นมาก ถ้าเขาอยากจะได้ประโยชน์สูงสุดจริง ๆ ก็ต้องหาทางเอาสูตรมาไว้กับตัวเองมากกว่า ส่วนบารอนคนอื่น ๆ นั้นก็มีท่าทีต่างกันไป บารอนมิเกลนั้นกังวลเต็มที่ เพราะมันเกี่ยวกับผลประโยชน์ข้อตกลงของเขากับลูอิส

บารอนเลนนี่ก็ไม่มีท่าทีอะไรมาก นอกจากกังวลเช่นกัน เพราะเขาควบคุมด้านการค้า

ส่วนบารอนริชแมนนั้นนับว่าเป็นบุคคลที่เขาสงสัยมากที่สุด เพราะเขามักจะขัดขาลูอิสบ่อย ๆ แถมไม่ชอบหน้าลูอิสเป็นอย่างยิ่งด้วย

แต่ถึงจะสงสัยเขาก็ไม่มีหลักฐาน แถมท่าทีของแต่ละคนก็ไม่สามารถเอามายืนยันได้ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การที่เขาเอาเรื่องนี้มาบอกทุกคนที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นก็เพื่อกดดันให้คนที่เอาข้อมูลไปปล่อยต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี

“บารอนแกริคท่านตอบกลับไปว่ายังไง” ไวเคานต์คาริสถามขึ้นมา

“บอกตามตรงเลยนะ ปฏิเสธไป” ลูอิสตอบไปสั่น ๆ ไม่คิดจะเล่ารายละเอียดอะไรให้ฟังอีก

คนอื่น ๆ มองเด็กน้อยด้วยสายตาทึ่งเล็กน้อย เพราะเขากล้าปฏิเสธศาสนจักรแสงพิสุทธิ์

“ทุกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้อตกลงของเราจะยังดำเนินต่อไป ของจะส่งตรงเวลาเสมอ” ลูอิสยืนยันอย่างมั่นใจ ทำให้ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้ว แต่ลึก ๆ พวกเขาก็รู้ว่าบารอนแกริคคงมีปัญหาแน่นอน

สรรพคุณของไวน์โลหิตชีวิตนั้นไม่ธรรมดาเลย ทางนั้นไม่มีทางปล่อยมือไปง่าย ๆ แน่นอน

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง พรุ่งนี้นักบวชผู้ตรวจการจะเดินทางออกจากเมืองเอลดิล” ไวเคานต์คาริสกล่าวบอกทุกคน

พอได้ยินว่านักบวชตรวจการฟาราเลียนจะจากไป พวกเขาก็พากันหายใจได้คล่องมากขึ้น เพราะการที่มีระดับ 3 ดาวมาคอยกดดันนั้นมันทำให้พวกเขาทำอะไรไม่สะดวก

“แต่ทางโบสถ์ก็ยังมีระดับ 2 ดาวอยู่ หัวหน้านักบวชฟรีเนทกลายเป็นระดับ 2 ดาวแล้ว แถมยังมีผู้พิทักษ์แสงสองดาวอีกคนหนึ่ง” บารอนมิเกลกล่าว

“ถ้าเราคุยและทำข้อตกลงกัน ก็น่าจะไม่มีปัญหา เพราะยังไงฉันโบสถ์แสงพิสุทธิ์ก็ยังอยู่ในเมืองเอลดิล เราเคารพเหล่านักบวช เขาก็น่าจะไม่สร้างปัญหาให้เราหนักใจมากนัก” ไวเคานต์คาริสตอบ

“อืมหัวหน้านักบวชฟรีเนทคงไม่กดดันเราเกินไป เพราะที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ภายใต้ศาสนจักรอย่างแท้จริง พวกเขาต้องอาศัยเราในการเผยแผ่คำสอนอยู่” บารอนมิเกลกล่าวเสริม

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็สบายใจ ถ้าถึงเวลานั้นหวังว่าทุกคนจะรวมด้วยช่วยเหลือเพื่อผลประโยชน์ของทุกคน” ลูอิสตั้งใจเน้นคำว่าทุกคน ซึ่งพอมีจุดร่วมกันพวกเขาก็จะต้องคอยช่วยกันและกันแน่นอน

แต่ลูอิสก็ไม่ได้หวังอะไรมากอยู่แล้ว เพราะลำพังแค่นักบวชในโบสถ์หนึ่งก็มีกำลังแข็งแกร่งพวกขุนนางพวกนี้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะที่นี่ผู้คนยังเชื่อมั่นในขุนนาง ลูอิสคิดว่าแสงพิสุทธิ์คงให้นักบวชถล่มขุนนางพวกนี้และควบคุมเมืองไปแล้ว

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันได้แล้ว” บารอนริชแมนกล่าวอย่างใส่อารมณ์

ไวเคานต์คาริสกล่าวเลิกประชุมกันในทันที ทุกคนแยกย้ายกันจากไป ไวเคานต์คาริสรั้งตัวของลูอิสไว้และสอบถามว่า “บารอนแกริค ได้ทำข้อตกลงกับบารอนมิเกลเรื่องไวน์โลหิตชีวิตอย่างนั้นเหรอ”

“เป็นแค่ข้อตกลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น” ลูอิสรับด้วยรอยยิ้มปนหัวเราะเบา ๆ แต่ในใจคิดว่า ‘ตาแก่นี่หูตาไวจริง ๆ’

“โอ้ แบบนี้วันไหนคงต้องเชิญบารอนแกริคมารับประทานอาหารกลางวันที่คฤหาสน์บ้างแล้ว” ไวเคานต์คาริสกล่าวอย่างติดตลก

“แน่นอน คงจะเฝ้ารอเลยทีเดียว” ลูอิสหัวเราะแห้ง ๆ เพราะรู้แผนตาแกนี่

“ถ้าเช่นนั้นต้องขอตัวก่อน” ไวเคานต์คาริสกล่าว

“ขอให้ท่านเดินทางอย่างปลอดภัย” ลูอิสกล่าวอำลา ก่อนจะแยกจากไป แต่สีหน้าของเขานั้นกลับมาจริงจังทันที

“ลูกไม้เยอะนักนะ แต่ถ้าตาแก่ต้องการทำข้อตกลงคงต้องขูดรีดเอาพื้นที่มาบ้าง เพราะแค่เขตชุมชนผู้อพยพดูจะแออัดเกินไปหน่อย” ลูอิสพึมพำ

...

ตกกลางคืน

ภายในเขตชุมชนผู้อพยพยังคงมีงานก่อสร้างดำเนินกันอย่างต่อเนื่อง คนงานเหล่านี้เป็นคนงานกะดึก ซึ่งจะได้รับเงินเดินมากกว่าปกติ 50% และกะที่ดึกไปอีกกะหนึ่งนั้นคือช่วงหลังเที่ยงคืนจะได้รับเงินไปมากขึ้นกว่า 80% ทำให้หลายคนนิยมทำงานกะดึกกันเป็นอย่างมาก

งานก่อสร้างจึงยังดำเนินต่อไปได้เรื่อย ๆ

แต่แล้วในขณะที่คนงานกำลังทำงานกันนั้นก็ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีคนบางกลุ่มได้ปะปนเข้ามากับพวกเขา

จนกระทั่งเวลาตี 2 แล้วก็มีคนลับ ๆ ล่อ ๆ หลบสายตาจากเหล่าทหารเฝ้ายามมือใหม่พวกนี้ไปได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะกระโดดข้ามกำแพงชั้นในที่สูงไปได้อย่างไม่ยากเย็น

โดยคนที่แอบลอบเข้ามาในครั้งนี้นั้นมีกันมากถึง 12 คน

พวกเขาอาศัยช่องโหว่จากความอ่อนประสบการณ์ของทหารใหม่เหล่านี้ พวกนี้แอบเข้าไปด้านในเรื่อย ๆ บ้างก็พากันหลบตามพุ่มไม้ ก่อนจะตรงไปยังเป้าหมายนั้นก็คือโรงงานด้านหลังสุดของคฤหาสน์

“ที่นี่ใช่ไหม” หนึ่งในสองชายชุดดำที่มีออร่าแข็งแกร่งถามขึ้น

“ขอรับท่าน ผมจ่ายเงินให้คนงานที่เคยทำงานอยู่ที่นี่คนหนึ่งบอกข้อมูลมา เขาบอกว่ามีโรงงานอยู่ทางด้านหลังของคฤหาสน์ ซึ่งห่างออกไปพอสมควร ถ้าลงมือระวังไม่มีใครทันรู้ตัวแน่นอน” ชายร่างกำยำกล่าวด้วยความเคารพ

“ไปหาของก่อน ค่อยลงทัณฑ์บารอนแกริคนั้น” ชายที่มีอาร่าน่ากลัวอีกคนกล่าวออกมา แววตาเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา

ชายร่างกำยำเผยรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ก่อนจะพึมพำด้วยความแค้นเบา ๆ ว่า “อาร์มันโด้ นายแกตายแน่”

พวกเขาลอบเข้าไปถึงโรงงานทางด้านหลังคฤหาสน์อย่างเงียบเชียบ

“ที่นี่ป้องกันหละหลวมมาก” ชายกำยำที่เป็นคนนำทางพูดอย่างดูแคลน

“โรงงานนี้ใช่ไหม” ชายออร่าทรงพลังถามยืนยัน

“ใช่” ชายกำยำพยักหน้าตอบ

“สิ่งคนไปเฝ้าต้นทางตรงนั้นระวังอย่าให้คนที่คฤหาสน์รู้ตัว”

พวกเขาแบ่งคนสองคนออกไปเฝ้าต้นทาง ก่อนแยกกันไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าที่นี่มียามเฝ้าหรือเปล่าซึ่งก็ปรากฏว่าที่นี่ไม่มีทหารมาลาดตระเวนแม้แต่น้อย

“ได้ยินมาว่าเด็กนั้นสั่งห้ามคนเข้ามาใกล้โรงงานทำให้ไม่มีทหารมาลาดตระเวนแถวนี้”

“เด็กนั้นคงคิดไม่ถึงว่าจะมีคนแอบเข้ามาจนถึงที่นี่”

“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าทางพวกเรา รีบเข้าไปด้านในกันเถอะ”

ชายออร่าทรงพลังคนหนึ่งเดินไปที่ประตู ยื่นมือไปจับแม่กุญแจที่ล็อกประตูอยู่ ก่อนจะบีบมันแตกคามือ เขาเปิดประตูด้วยความเบามือ ก่อนจะเดินเข้าไปเมื่อไม่เห็นว่าที่นี่ไม่มีอันตรายหรือสัญญาณเตือนใด ๆ อยู่

ในตอนนั้นเองพอทุกคนเข้ามาจนหมด ก็มีเสียงดังขึ้น

“ใคร?” ชายกำยำหันไปฉายส่องไปที่ต้นทางเสียง ก็ปรากฏว่ามีอีกาตัวหนึ่งร้องแหกปากใส่ ก่อนที่มันจะกระพือปีกบินออกไปด้านนอกทางประตูทางเข้า

ซึ่งเสียงร้องของอีกาทำเอาทุกคนหน้าซีดกันไปเป็นแถว ๆ

“แค่อีกาที่ติดอยู่ที่นี่” ชายกำยำพูดพร้อมกับถอนหายใจ

“ระวังหน่อย” หนึ่งในชายออร่าทรงพลังกล่าว

“รีบค้นหาให้ทั่ว”

พวกเขาแยกกันไปค้น ก่อนจะพบว่าที่ตัวเองอยู่นั้นเป็นเพียงโกดังและเต็มไปด้วยกล่องลังซึ่งบางลังก็มีของบางลังก็ไม่มี

“ที่นี่มันเป็นโกดังเก็บของ”

“ดูสิ มีเหล้าเต็มเลย เหล้าลมหายใจมังกรก็มีด้วย”

“มีไวน์ด้วยแหละ”

คนติดตามของชายกำยำดูจะยินดีที่เห็นเหล้า เบียร์และไวน์ สองคนที่มีออร่าทรงพลังก็เดินมาดูไวน์ที่พบด้วย

“ไม่ผิดนี่เป็นแบบเดียวกับที่เราต้องหา”

“ที่นี่น่าจะเป็นโกดังเก็บของ โกดังในส่วนผลิตน่าจะอยู่แถว ๆ นี้”

ในตอนนั้นก็มีคนพบประตูแล้ว ซึ่งเป็นประตูที่เชื่อมไปยังโกดังผลิตของ

“ตรงนั้นเป็นประตูไปที่ส่วนผลิต ส่วนนี่เป็นโกดังเก็บสินค้าพวกเครื่องดื่ม แต่ว่าทำไมรอบ ๆ ถึงมีหุ่นเกราะตั้งไว้จำนวนมากขนาดนี้” หนึ่งในคนติดตามของชายกำยำถามขึ้นมา

“คงเป็นพวกชอบสะสมมั้ง เห็นว่าขุนนางก็ชอบเอาชุดเกราะมาวางประดับคฤหาสน์” อีกคนตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“แกสองคนเฝ้าตรงนี้ไว้” ชายกำยำสั่งสองคนที่พูดกัน

คนอื่น ๆ พังกุญแจและเปิดประตูเข้าไปด้านใน พวกเขาเดินไปตามก็พบว่าสองข้างทางนั้นมีหุ่นเหล็กตั้งอยู่ตลอดทาง ก็พากันขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่เพราะความรีบร้อนจึงไม่สนใจมากนัก

“เจอแล้วที่ผลิตสินค้า แยกกันไปค้นหาเอกสารเกี่ยวกับวิธีการผลิต” ชายออร่าทรงพลังกล่าว

ตอนนี้มีกันอยู่ 8 คน โดยสองคนคือชายออร่าน่ากลัว ส่วนอีก 6 คือชายกำยำและคนติดตาม พวกเขาหาอยู่นานก็ไม่พบอะไร

“ทำไมถึงไม่เจออะไร”

“บ้าจริง มันน่าจะมีเอกสารบ้างสิ ทั้งวัตถุดิบหรือใบสั่งซื้อ”

“ไม่มีอะไรเลยครับ แต่จะว่าไปทำไมที่นี่ยังมีหุ่นชุดเกราะเหล็กอยู่ด้วย”

“ตรงไหน ตรงนั้นไม่น่าจะมี...เดี๋ยวฉันจำได้ว่าตรงนี้มันไม่มีหุ่นชุดเกราะเหล็กนี่”

คนติดตามของชายกำยำมองดูหุ่นเกราะเหล็กด้วยท่าทีตกใจ ยิ่งในตอนนี้มันมีแต่ความมืดและแสงที่มาจากไฟฉายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้โรงงานแห่งนี้ยิ่งน่ากลัวเข้าไปอีกเมื่อรวมกับหุ่นชุดเกราะเหล็กที่ไม่เข้ากับที่นี่เลย

“ที่นี่ไม่ปกติ อย่าเข้าไปใกล้หุ่นเกราะเหล็กนั้น” ชายออร่าทรงพลังกล่าว

แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะหุ่นชุดเกราะเหล็กที่คนติดตามสองคนนั้นกำลังจ้องมอง อยู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาและแทงดาบไปที่ท้องของคนหนึ่ง

“อ้า!!” ครึ่งดาวที่โดนแทงร้องออกมาด้วยความเจ็บ ส่วนคนข้าง ๆ นั้นร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวที่อยู่ ๆ หุ่นชุดเกราะเหล็กก็ขยับพร้อมกับแทงดาบใส่สหายของเขา

5 1 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด