ตอนที่แล้วตอนที่ 146 ถึงหูนักบวช
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 148 ลักลอบเข้าโรงงานงานยามค่ำคืน(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 147 ปฏิเสธอย่างเย็นชา(อ่านฟรี)


ตอนที่ 147 ปฏิเสธอย่างเย็นชา

ลูอิสมาถึงยังห้องรับแขก ก็พบว่าคนที่มาพบเขานั้นคือนักบวชฟรีเนท ซึ่งในตอนนี้เป็นหัวหน้านักบวชฟรีเนทแล้ว

“นักบวชฟรีเนท” ลูอิสทักทายตามธรรมเนียม

“บารอนแกริค” หัวหน้านักบวชฟรีเนทลุกขึ้นยืนทักทายลูอิสเช่นกัน

การทักทายของทั้งสองนั้นเป็นแบบเท่าเทียมกัน ไม่มีใครก้มหัวมากเกินกว่าใคร หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็นั่งลงพร้อมกันอยู่คนละฝั่งของโซฟา

แม้ลูอิสจะเหมือนเด็ก แต่หัวหน้านักบวชฟรีเนทนั้นรู้ว่าลูอิสนั้นเป็นเด็กอัจฉริยะ ซึ่งเขาก็ทราบเรื่องนี้มาจากผู้ที่มอบไวน์โลหิตชีวิตให้นั้นเอง

ลูอิสหรี่ตาลง เพราะจากสายตาที่หัวหน้านักบวชฟรีเนทมองนั้นมันเป็นการประเมินเขาอย่างซึ่งหน้า ซึ่งนับว่าหยาบคลายอยู่พอสมควร

“หัวหน้านักบวชฟรีเนทมาที่นี่ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรหรือเปล่า” ลูอิสถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็กน้อย

“แน่นอน พอดีทางศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ทราบว่าช่วงนี้มีไวน์ที่ชื่อว่าโลหิตแห่งชีวิตอยู่ มันมีผลช่วยในการรักษาและย้อนคืนความเยาว์วัย เห็นว่าที่มานั้นมาจากท่านบารอนแกริค ไม่ทราบว่าจริงแท้แค่ไหน” หัวหน้านักบวชฟรีเนทกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร

แต่กลับลูอิสนั้นมันเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าคบหาแม้แต่น้อย

‘พวกนี้ทราบเรื่องนี้เร็วแบบนี้ได้ยังไง แถมยังรู้ถึงว่ามาจากฉันด้วย แหล่งข้อมูลที่ให้ข้อมูลพวกนี้น่าจะเป็นคนที่รับของจากฉันโดยตรง ไม่พวกขุนนางก็กลุ่มการค้าสีขาว แต่คิดว่าคงเป็นพวกขุนนางคนใดคนหนึ่งมากกว่า เพราะพวกขุนนางดูจะใกล้ชิดกับพวกโบสถ์แสงพิสุทธิ์มากที่สุด’ ในใจของเขาครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว

“แน่นอน ถ้าเป็นไวน์ชนิดเดียวกันละก็ มันผลิตโดยตระกูลแกริคจริง ๆ” ลูอิสยอมรับไปตรง ๆ “แต่ว่าหัวหน้านักบวชฟรีเนทต้องการอะไรอย่างนั้นเหรอ ถึงถามหาที่มาของไวน์นี้”

“เป็นบารอนแกริคจริง ๆ ด้วย ที่จริงทางโบสถ์คิดจะสอบถามว่าท่านบารอนสนใจจะมอบสูตรการผลิตให้ทางโบสถ์แสงพิสุทธิ์ใหม่ ทางเราจะถือว่าท่านได้ช่วยเหลือศาสนจักรแสงพิสุทธิ์และเป็นสาวกผู้ศรัทธาที่แข็งแกร่ง ซึ่งพวกเราสามารถช่วยเหลือให้ท่านบารอนแกริคมียศถาบรรดาศักดิ์สูงขึ้นเป็นไวเคานต์ได้ถ้าท่านยินยอมตกลง” หัวหน้านักบวชฟรีเนทกล่าวด้วยรอยยิ้มมองไปที่เด็กน้อยตรงหน้า

ลูอิสที่รอฟังอยู่ว่าหัวหน้านักบวชฟรีเนทต้องการอะไร แต่พอได้ยินคำที่กล่าวออกมาก็ทำให้สีหน้าของเขานั้นเย็นชาขึ้นมาในทันที

“หัวหน้านักบวชฟรีเนทต้องการให้ฉันบริจาคสูตรไวน์ลับของตระกูล เพื่อแลกกับตำแหน่งไวเคานต์ที่ศาสนจักรสามารถมอบให้ได้อย่างนั้นเหรอ”

“แน่นอน พูดตามตรงเลยนะ ท่านบารอนคงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ไปตลอดหรอกใช่ไหม ท่านยังเด็กและพิเศษอีกด้วย ถ้ากลายเป็นสาวกของเรา มอบสูตรไวน์โลหิตชีวิตมา ชีวิตที่เหลือของท่านจะสุขสบายภายใต้ศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ บารอนแกริค ท่านไม่ต้องการอย่างนั้นเหรอ” หัวหน้านักบวชฟรีเนทกล่าวย้ำ

“ท่านดื่มชาหรือยัง” ลูอิสชี้ไปที่ชาบนโต๊ะ ซึ่งแม่บ้านยกมาต้อนรับก่อนลูอิสมา

“ดื่มแล้ว” หัวหน้านักบวชฟรีเนทตอบกลับอย่างสงสัย

“ถ้าอย่างนั้นท่านหัวหน้านักบวชฟรีเนทจะนั่งอยู่ตรงนี้หาอะไร เชิญกลับไปทางที่ท่านเดินเข้ามาได้เลย” ลูอิสอย่างไม่ไว้หน้า ทำเอาหัวหน้านักบวชฟรีเนทและผู้ติดตามที่ยืนอยู่ด้านหน้าเผยสีหน้าตะลึง ก่อนจะกลายเป็นดูไม่ได้

“ท่านกล้าดูหมิ่นเรานักบวชแสงพิสุทธิ์!” หัวหน้านักบวชฟรีเนทเสียงดังลั่น

“หึ เชิญกลับ” ลูอิสยกมือไล่ คนพวกนี้หน้าด้านเข้ามาขอให้เขามอบสูตรไวน์โลหิตชีวิตแบบหน้าด้าน ๆ นั้นเท่ากับไม่มาขอให้เขาไปเป็นขี้ข้ารับใช้พวกมันอย่างนั้นเหรอ เพราะโพชั่นชีวิตมาจากระบบและระบบอยู่กับตัวเขา ขอให้เขามอบให้ก็เท่ากับมอบตัวเขาแล้ว

แต่ต่อไม่ใช่พวกนี้ก็คิดว่าเขาจะยอมอย่างนั้นเหรอ เขาไม่ใช่คนที่กำเนิดจากโลกนี้ จึงไม่มีความหวาดกลัวหรือศรัทธาในแสงพิสุทธิ์อะไรนั้น โดยเฉพาะลูอิสรู้เบื้องหลังพลังของพวกเขาแล้ว

“เจียน่าส่งพวกเขาออกไป อย่าลืมมอบเงินค่าอาหารให้พวกเขาด้วย”

“เจ้า...คิดจะเป็นศัตรูกับแสงพิสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” หัวหน้านักบวชฟรีเนทตะโกนขึ้นชี้หน้าลูอิส การไล่พวกเขาว่าหยาบคายแล้ว แต่การให้เงินค่าอาหารราวกับพวกเขาเป็นขอทานมันทำให้หัวหน้านักบวชฟรีเนทไม่อาจจะทนได้อีก

“ไม่แน่นอน ศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ยิ่งใหญ่เกรียงไกรใครจะกล้าปฏิเสธ” ลูอิสกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน

หัวหน้านักบวชฟรีเนทมีสีหน้าดูไม่ได้ เขาอยากจะลงมือจับเด็กนี่ไปถลกหนังทั้งเป็นจริง ๆ แต่ก็ห้ามตัวเองไว้ ในเมื่อพูดคุยกันต่อก็ไม่ได้แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก

“กลับ”

หัวหน้านักบวชฟรีเนทลุกขึ้นกลับทันที แต่ก็ไม่วายหันกลับมากล่าวว่า “บารอนแกริคหวังว่าจะรับผลที่ตามมาได้”

“ไม่ส่ง” ลูอิสตอบกลับไปสั่น ๆ

หัวหน้านักบวชฟรีเนทพ่นหายใจในลำคอ พานักบวชและผู้ติดตามอีกสามคนเดินจากไป นักบวชและผู้ติดตามนี้ก็มองลูอิสอย่างไม่เป็นมิตรด้วยเช่นกัน แต่ไม่มีใครกล้าลงมืออะไร เพราะลูอิสเป็นบารอน

ถ้าเป็นคนธรรมดาป่านนี้พวกเขาพุ่งเข้าไปจับและเผาไฟแล้วในฐานะดูหมิ่นนักบวชแสงพิสุทธิ์

พอเดินออกมาด้านนอกคฤหาสน์ นักบวชระดับต่ำที่ติดตามหัวหน้านักบวชฟรีเนทมานานก็กล่าวขึ้นมา “ท่านหัวหน้านักบวชฟรีเนทเราจะปล่อยเขาไปเช่นนี้หรือขอรับ แม้จะเป็นบารอนแต่ก็ไม่อาจจะปล่อยให้ดูหมิ่นแสงพิสุทธิ์ได้”

“ไปรายงานท่านนักบวชตรวจการฟาราเลียนก่อน ท่านจะต้องจัดการบารอนแกริคให้รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำแน่นอน” หัวหน้านักบวชฟรีเนทพูดด้วยความคับแค้นใจ

ลูอิสที่มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพวกนักบวชจากไปแล้วเขาก็หันไปกล่าวกับเจียน่าว่า

“เจียน่าเอาเงินหนึ่งแสนเบลไปบริจาคให้โบสถ์แสงพิสุทธิ์ แล้วประกาศออกไปว่า เพราะการมาหาของหัวหน้านักบวชฟรีเนททำให้บารอนแกริคซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง จึงบริจาคเงินให้กับทางโบสถ์หนึ่งแสนเบล” ลูอิสมองด้วยสายตาชั่วร้าย

“ค่ะท่านลูอิส” เจียน่าเหมือนจะเข้าใจว่าทำไมท่านลูอิสต้องทำแบบนี้ เธอรีบไปเอาเงินออกมาและวิ่งด้วยความเร็วที่มากกว่ารถของพวกหัวหน้านักบวชฟรีเนทซะอีก ตรงไปยังโบสถ์

ด้วยความเร็วของเจียน่าใช้เวลาไม่นานก็ไปถึง เธอบริจาคเงินให้โบสถ์ภายใต้สายตาของประชาชนผู้มีจิตศรัทธาซึ่งมาสวดภาวนากันที่โบสถ์ แถมยังตะโกนบอกคนอื่น ๆ จนผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะสาวกของแสงพิสุทธิ์พากันสรรเสริญบารอนแกริคว่าเป็นสาวกผู้เปี่ยมไปด้วยศรัทธาจริง ๆ

...

หลังจากหัวหน้านักบวชฟรีเนทมาถึงโบสถ์ก็ไม่รอช้ารีบตรงไปหานักบวชตรวจการฟาราเลียนและหัวหน้านักบวชกรีซาธีที่อยู่ในห้องในทันที

“อืม ท่านทำได้ดีมาก”

ยังไม่ทันที่หัวหน้านักบวชฟรีเนทจะได้กล่าวอะไร พอทั้งสองเห็นหน้าของเขาก็ยิ้มและกล่าวชื่นชมออกมา ทำเอาหัวหน้านักบวชฟรีเนทถึงกับงุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาไปทำอะไรถึงได้รับคำชมกัน

“ไหนเอาสูตรไวน์โลหิตชีวิตออกมาให้ข้าดูหน่อย” นักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนพูดพร้อมกับยื่นมือออกไปรอรับ

แต่หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทกลับยังยื่นงงว่าตัวเองไปได้สูตรมาตอนไหน

“คือว่า...สูตรไม่ได้มา” หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทกล่าวตะกุกตะกัก

“หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่ได้มา!” หัวหน้านักบวชกรีซาธีอดถามไม่ได้

นักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนเองก็ขมวดคิ้วชนกันและจ้องไปที่หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทรอคำตอบ

“คือว่าเด็กนั่นมันปฏิเสธ” นักบวชมาฟรีเนทเล่าทุกอย่างออกมารวมทั้งเรื่องที่ลูอิสกล่าวไล่เขาอย่างไม่ไว้หน้าด้วย แถมยังต้องออกมาก่อน เพราะไม่อาจจะพูดกันได้อีก เลยไม่มีเวลามาถามเรื่องของน้ำตาเทพ แต่ดูจากท่าทีของลูอิสแล้วแม้ถามไปก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี

หลังจากฟังเรื่องทั้งหมดแล้วแม้แต่ตัวของนักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนและหัวหน้านักบวชกรีซาธีก็ยังแสดงสีหน้าโมโหเช่นกัน

“ท่านนักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียน เราควรจะจัดการกับบารอนแกริคในฐานะที่ดูหมิ่นต่อศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ให้เป็นตัวอย่างแก่ผู้คนของเมือง ว่าการดูหมิ่นศาสนจักรนั้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์อย่างไร” หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทรีบกล่าวเสนอ เพราะเขาอยากจะให้เด็กนั้นทุกทรมาณเต็มทีแล้วกับสิ่งที่เด็กคนนั้นกล้ากล่าวหยาบเขา

“แบบนั้นไม่ได้” หัวหน้านักบวชกรีซาธีกล่าวขัด

“เพราะอะไร!” นักบวชมาฟรีเนทถามอย่างไม่พอใจ

“หืม ระวังน้ำเสียงท่านด้วย” หัวหน้านักบวชกรีซาธีได้ยินน้ำเสียงของหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทก็หันไปมองด้วยหาตาทันที

“ขออภัยต่อท่าทีเมื่อครู่ด้วย” หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทรีบกล่าวขอโทษด้วยความกลัวต่อหัวหน้านักบวชกรีซาธี ก่อนจะถามกลับ “ทำไมถึงไม่สามารถลงโทษบารอนแกริคได้กัน”

“ท่านกลับมาอาจจะยังไม่รู้ เมื่อไม่นานก่อนท่านมาถึงบารอนแกริคได้ส่งคนมาบริจาคเงินให้ทางโบสถ์หนึ่งแสนเบลและประกาศออกไปจนทั่วว่า หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทมาเยี่ยมเยือน ทำให้บารอนแกริคซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง จึงบริจาคเงินให้กับทางโบสถ์หนึ่งแสนเบล พอประกาศออกไปสาวกทั้งในและนอกของเมืองเอลดิลก็พากันสรรเสริญบารอนต่อการที่ท่านเป็นสาวกผู้ซื่อสัตย์ต่อแสงพิสุทธิ์ แถมทางบาสถ์ก็รับเงินนั้นมาแล้วและนักบวชก็มอบพรแห่งแสงให้ไปด้วย ท่านลองคิดดูว่าถ้าเกิดอยู่ ๆ เราไปจับบารอนแกริคที่เป็นสาวกที่บริจาคเงินนับแสนเบลให้ ท่านคิดว่าผู้คนจะมองโบสถ์แสงพิสุทธิ์และตัวท่านที่เป็นหัวหน้านักบวชคนใหม่อย่างไร” หัวหน้านักบวชกรีซาธีกล่าวอธิบายฉะฉาน

“ได้ยังไงกัน บัดซบ! เด็กนั้นต้องรู้อยู่ก่อนแล้วจึงทำการตัดหน้าแบบนี้” หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทสบถออกมาด้วยสีหน้าโกรธแค้นและเจ็บใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้ออ้างบริจาคเงินที่ว่าเขาไปเยี่ยมเยือนและซาบซึ้งใจ

‘ซาบซึ้งใจกับบิดาเจ้าสิ!’

หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทอยากจะสบถออกมา แต่เพราะอยู่ต่อหน้านักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนและหัวหน้านักบวชกรีซาธี จึงได้แต่คับแค้นอยู่ในใจ

“ผู้ที่ดูหมิ่นแสงนักบวชของแสงพิสุทธิ์ ต้องได้รับโทษ แม้ว่าจะลงมืออย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ แต่บารอนแกริคต้องชดใช้สิ่งที่ได้กล่าวออกมาอย่างสาสม” นักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนที่เงียบมาตลอดกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หัวหน้านักบวชมาฟรีเนทได้ยินก็ดีใจ

“นักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียน ข้ามีข้อเสนอ เราส่งคนเข้าไปจัดการบารอนแกริคและถือโอกาสรวบรวมสูตรไวน์โลหิตชีวิตและค้นหาเบาะแสของน้ำตาเทพมาด้วยเลยเป็นอย่างไร”

“ทำให้โทษของเขาได้รับอย่างเหมาะสม วันพรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว” นักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนกล่าวเพียงประโยคสั่น ๆ ไม่พูดอะไรออกมาอีก

หัวหน้านักบวชกรีซาธีและหัวหน้านักบวชมาฟรีเนทรู้ทันทีว่า นักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนอนุญาตแล้ว แต่พวกเขาต้องลงมือกันเอง เพราะด้วยระดับของนักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนที่เป็นถึง 3 ดาว เขาไม่จำเป็นต้องลดตัวลงมาให้มัวหมองเพื่อจัดการบารอนในเมืองกันดารผู้หนึ่ง

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด