ตอนที่แล้วยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 139 สังหารตัวตนเทพยุทธเพียงแค่พลิกฝ่ามือ!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 141 วิถีควบคุมมิติ กลายเป็นวิชาระดับแก่นแท้

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 140 ความสามารถเสริมของพื้นที่เสริมแกร่ง! (ฟรี)


ไม่มีการต่อสู้สะท้านโลก

ไม่มีการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ และดุเดือด

เป็นเพียงแค่การฟันเพียงครั้งเดียวอย่างเฉียบคม!!

ใครที่ได้เห็นเหตุการณ์นี้กับตา มันจะติดตราตรึงเขาผู้นั้นไปตลอดชีวิต

มันเป็นดังริ้วแสงสีทองบางๆ ที่ขีดตัดกับท้องฟ้า จากพื้นที่ตระกูลอู๋ไปยังอาคมเคลื่อนย้ายมิติพิศวง ก่อนที่เส้นสีทองนั้นจะเกิดประกายแสงอันคมกริบออกมา!

เทพยุทธตระกูลอู๋ไม่ทันได้ตอบโต้หรือทำสิ่งใด ก็ถูกดาบแทงเข้ากลางหว่างคิ้วตายคาทีในทันที!

แล้วคลื่นพลังดาบสีทองก็ปรากฏขึ้นอีก 1 สาย ก่อนที่หัวของเทพยุทธตระกูลอู๋จะหลุดออกจากบ่า

คนในชุดคลุมดำนั้นหยิบหัวของเทพยุทธตระกูลอู๋ขึ้นมา แล้วก็หายไปในพริบตาทันที ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับแหวนมิติในมือของเทพยุทธตระกูลอู๋ก็หายไปพร้อมกัน

และผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือเทพยุทธทั้งสามคนของพื้นที่เขต 88

บนใบหน้าของพวกเขาถูกวาดและเติมแต่งด้วยความกลัวและตกตะลึง

ทุกอย่างมันเร็วมากเหมือนแค่นับหนึ่งสองสาม…ทุกอย่างก็จบแล้ว พวกเขายังไม่ทันที่จะตกใจทันด้วยซ้ำทุก-อย่างก็จบแล้ว

แต่ถึงตอนนี้พวกเขายังแน่นิ่งด้วยความตกใจแบบสุดขีด และไม่สามารถระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวเองได้

เจ้าคนชุดดำคนนั้น มันแข็งแกร่งเกินไป มันเกินไปจริงๆ

เทพยุทธตระกูลอู๋นั้นเป็นถึงเทพยุทธที่ติดอัมดับอยู่ในตารางเทพยุทธเงิน

แม้ว่าจะอยู่ในขั้นปฐพีก็ตาม

แต่การติดอัมดับในรายชื่อเทพยุทธเงินได้ แปลว่าคนผู้นั้นต้องแข็งแกร่งเกินกว่าเขตแดนของตัวเอง หรือเหนือกว่าเทพยุทธทั่วไป อย่างน้อยๆ ก็สามารถฆ่าตัวตนที่อยู่ในขั้นเดียวกับตัวเองได้อย่างสบายๆ

ย้อนกลับไป หากว่าพวกเขาไม่รวมตัวกันและดึงตระกูลอู๋มาเข้าร่วมด้วย เทพยุทธของตระกูลอู๋เองมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปอาศัยอยู่ในเขตที่ 1

แต่ตอนนี้…

มันกลับตละปัตรไปหมดแล้ว

เทพยุทธที่องอาจถูกตัดหัวอย่างไร้ความปราณีจากจ้าวยุทธขั้นนภา!!

โดยที่ไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ

หากว่าจ้าวยุทธคนนั้นเพ่งเล็งพวกเขาทั้งสามคนด้วยเช่นเดียวกัน แม้ว่าทุกคนจะใช้ทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ ก็ไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าจ้าวยุทธผู้นี้

“เขา….เป็นใครกันแน่….”

“หัวของเทพยุทธ!!”

“อะฮ่า!! แล้วก็แหวนมิติของเทพยุทธ!!”

“รวมกับที่เมื่อวานร่างเงาของเราเจอคลังสมบัติของตระกูลเซี่ยที่เขต 84 ทั้งสมบัติและวิชาระดับมหายานก็อยู่ในมือเราหมดแล้ว!!”

ซู่เสี่ยวไป่กำลังชื่นชมกับผลเก็บเกี่ยวในครั้งนี้ (ปล้น..) ทำให้เขามีความสุขอย่างมาก

ร่างเงาที่ไปเขต 84 ได้จัดการฆ่าสัตว์อสูรที่ปกครองพื้นที่นั้นอยู่ และได้ค้นหาทั่วทั้งเขต 84 จนหมดเรียกได้ว่าแทบจะพลิกแผ่นดินหาทุกซอกทุกมุม

เขตที่ 84 เป็นเขตปกครองพิเศษ ด้วยการมีตัวตนอย่างเทพยุทธอยู่ทำให้เขตแห่งนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่จะจินตนาการได้….ทำให้ร่างเงานั้นออกตามหาได้อย่างยากลำบาก

แต่โชคก็ยังไม่ทอดทิ้งซู่เสี่ยวไป่ ในที่สุดร่างเงาก็พบเข้ากับคลังสมบัติของตระกูลเซี่ย ที่ลึกลงไปใต้ดินหลายร้อนเมตร!!

เพื่อไม่ให้สมบัติข้างในเสียหาย ร่างเงาจึงค่อยๆ เจาะเข้าไปอย่างเบามือก่อนที่จะส่งของทุกอย่างเข้ามิติเก็บของของซู่เสี่ยวไป่

ซู่เสี่ยวไป่ไม่สนใจวิชาระดับแก่นแท้อื่นเลยที่ได้มา

สิ่งที่เขาอยากได้ และยอมลงทุนแบ่งร่างเงาไปค้นหาคือวิชาระดับมหายานและวิชาที่เขาเจอนั้นคือวิชา

*ปราญโลหิต*

วิชาควบคุมธาตุโลหิต ธาตุโลหิตนั้นก็หาได้ยากไม่ต่างจากธาตุความมืดและแสง

เทคนิคผลาญแก่นโลหิต ที่ชางหลางใช้และหลายคนก่อนหน้านี้ที่เจอกับซู่เสี่ยวไปก็เคยใช้ มันเป็นพลังพิเศษของแก่นโลหิต

เมื่อเผาผลาญแก่นโลหิตภายในร่าง จะได้รับพลังที่เกินขีดจำกัดของตัวเองชั่วขณะหนึ่ง

เพียงแต่ว่าเทคนิคนี้มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง

หากว่าแก่นโลหิตถูกเผาผลาญจนหมด  จะทำให้ผู้ใช้อ่อนแอในทันที

และถ้าใช้มากเกินไป มันอาจจะหมายถึงชีวิตของผู้ใช้เทคนิคนี้ได้

แต่วิชาปราญโลหิตวิชาระดับมหายานที่อยู่ในมือของซู่เสี่ยวไป่นั้นผลของมันต่างออกไป

ระดับของมันสูงกว่า และลดผลข้างเคียงของการผลาญแก่นโลหิตได้อย่างมาก อีกทั้งยังระเบิดพลังได้มากกว่าเทคนิคผลาญแก่นโลหิต!

ที่ตระกูลเซี่ยเก็บซ่อนมันไว้ใต้ดินลึกกว่า 100 เมตรก็ไม่แปลกเท่าไร

แล้วซู่เสี่ยวไป่ได้ตรวจสอบดูว่ามีการลงผนึกหรือาคมอะไรไว้กับตำรานี้หรือไม่ และพบว่ามันมีการประทับเศษเสี้ยวดวงจิตของเทพยุทธเอาไว้ เทพยุทธผู้นี้ได้ผูกมัดกับวิชานี้ด้วยจิตวิญญาณ หากว่ามันถูกเปิดเทพยุทธจะรู้ได้ในทันที!!

แต่น่าเสียดายที่เทพยุทธของตระกูลเซี่ยเองก็ตายไปนานแล้ว ตราประทับวิญญาณก็แตกสลายไปด้วยเช่นเดียวกัน

ถือว่าวิชาปราญโลหิตเป็นของขวัญสำหรับซู่เสี่ยวไป่โดยแท้จริง

“พี่เสี่ยวไป่!! พี่โหรวพร้อมแล้ว ออกเดินทางกันเถอะ!!”

แล้วเสียงของซู่หลิงเกอก็ตะโกนเรียกซู่เสี่ยวไป่ขึ้น ราวกับเสียงของระฆังแก้วที่กังวาลและไพเราะเสนาะหู

“อื้ม…ออกเดินทางกันเถอะ!”

ซู่เสี่ยวไป่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปลูบหัวของซู่หลิงเกอเบาๆ แล้วเดินออกจากบ้านพักไป

ที่เหนือบ้านพักของซู่เสี่ยวไป่ มีเรือเหาะขนาดยักษ์ ที่บรรจุคนจากตระกูลตงฟางกว่า 3,000 คนไว้บนนั้น

“คุณซู่…”

ตงฟางโหรวโค้งคำนับให้ซู่เสี่ยวไป่

“ทุกอย่างเตรียมการพร้อมหมดแล้ว…”

“ดี..ออกเดินทางได้”

ซู่เสี่ยวไป่พาซู่หลิงเกอเหาะขึ้นไปบนเรือเหาะยักษ์ เจ้าเสี่ยวไป่หลงเองก็กางปีกของมันออกแล้วบินตามไปติดๆ

เรือเหาะเริ่มออกตัวอย่างช้าๆ และเร็วขึ้น เร็วขึ้น มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก

ระยะทางกว่าล้านกิโลเมตร แต่ก็ไม่รู้ว่ากี่ล้านกิโลแน่

ถ้าให้เรือเหาะนี้เดินทางเต็มที่ตลอดสามวันสามคืนก็น่าจะถึง

“น้องหลิง…กินยาระดับ 7 พวกนี้นะ ค่อยๆ กินที่ละเม็ด มันอาจจะเจ็บปวดอย่างมากในตอนที่ยาออกฤทธิ์แต่น้องก็ต้องอดทนเข้าไว้!”

ซู่เสี่ยวไป่มอบยาระดับ 7 ให้ซู่หลิงเกอ เพื่อเปลี่ยนแปลงพรสวรรค์บ่มเพาะของเธอ

แม้ว่าก่อนหน้านี้ยาระดับ 7 สำหรับเขานั้นถือว่ามีมูลค่าอย่างมาก แต่หลังจากที่เล่นแร่แปลธาตุวัตถุดิบให้เป็นยาเป็นยุทธภัณฑ์อยู่หลายวัน ก็ทำให้เขามีเงินทองมากพอ ที่ทำให้ยาระดับ 7 นั้นเป็นเหมือนอาหารข้างทางได้

“เข้าใจแล้วพี่!....น้องเองก็จะขยันฝึกฝนจะได้ไม่เป็นภาระของพี่อีก!”

ซู่หลิงเกอรับยามาก่อนที่จะตอบกลับไปด้วยสีหน้าจริงจัง

แล้วซู่หลิงเกอก็พาเจ้าเสี่ยวไป่หลงไปยังห้องฝึกบ่มเพาะภายในเรือเหาะทันที

ทำให้ซู่เสี่ยวไป่มีเวลาเป็นของตัวเอง

เขาหยิบแหวนมิติที่ได้มาจากเทพยุทธตระกูลอู๋ และเริ่มที่จะสำรวจของที่อยู่ภายในนั้น เมื่อเปิดออกดูตาของเขาก็เต็มไปด้วยความโลภมากกว่าครั้งไหนๆ

“สมกับเป็นเทพยุทธ!!! ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ!!!”

สัมผัสของซู่เสี่ยวไป่สำรวจเข้าไปในแหวนมิติจนทั่วทันที

ทำให้ไม่กี่วินาทีถัดมาเขาถึงกับดีใจจนลิงโลด

รวย!! รวยอ้าซ่า!! รวยแบบวัวตายควายล้ม!!

ในนั้นมีทั้งศิลาบรรพกาล ทั้งเหรียนจิตวิญญาณ วิชา ยา ยุทธภัณฑ์ และสมบัติวัตถุดิบล้ำค่ามากมาย เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างที่จะสรรหาได้

“รวมมูลค่าของศิลาบรรพกาลกับเหรียญจิตวิญญาณแล้วมีทั้งหมด 1ล้าน6แสน2หมื่น8ร้อยล้าน!!”

“เทพยุทธนี้มันไม่ต่างจากคลังสมบัติเคลื่อนที่ได้เลยจริงๆ!”

1ล้าน6แสนล้าน!!

เป็นเงินมากที่สุดเท่าที่ซู่เสี่ยวไป่เคยเห็นมา!!

พวกเทพยุทธอยู่ที่ไหน!!

พวกมันคือสมบัติเคลื่อนที่ได้ นี้คือความคิดของซู่เสี่ยวไป่ในเวลานี้

“เราเองก็หาเงินได้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาถึง 3แสน6หมื่นล้าน หากรวมกันเราจะมีเงินเกือบ 2 ล้านล้าน!!”

ซู่เสี่ยวไป่ยิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู

“ไม่ต้องพูดเยอะแล้ว ระบบเพิ่มนระดับให้พื้นที่เสริมแกร่งในคลิกเดียวเป็นระดับ 5!”

เมื่อมีเงินสิ่งแรกที่เขาทำคือเพิ่มระดับความสามารถของระบบ

พูดกันตามตรงหากซู่เสี่ยวไป่ไม่มีความสามารถของระบบพวกนี้ เขาคงเป็นแค่เด็กวัยรุ่นเดินดินอยู่เลยด้วยซ้ำ ไม่มีทางได้เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ และยิ่งเพิ่มระดับ เขาเองก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!!

“-เพิ่มระดับสำเร็จ-”

“-เพิ่มระดับพื้นที่เสริมแกร่งในคลิกเดียวเป็นระดับ 5 สามารถเสริมแกร่งได้ถึง +5-”

“-ติ๊ง! พื้นที่เสริมแกร่งในคลิกเดียวถึงระดับ 5 ได้รับความสามารถเสริม *เพิ่มระดับ*-”

“-*เพิ่มระดับ* หลังจากที่เสริมแกร่งสิ่งใด +3 ขึ้นไป จะสามารถยกระดับของของชิ้นนั้นได้-”

หลังจากที่โดนระบบหักเงินไป 8 พันล้าน เขาก็ได้ความสามารถเสริมใหม่มา

ซึ่งเมื่อรู้ถึงรายละเอียดของความสามารถใหม่ ทำให้ซู่เสี่ยวไป่ถึงกับหุบยิ้มไม่ได้!!

(เดียวมาอีกต่อให้อีกทุ่มสองทุ่มนะครับ ช่วงนี้งานเยอะ จะอับให้เร็วๆ )

0 0 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด