ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDRE ตอนที่ 2 : ฮาเมลผู้โง่เขลา

นิยาย Damn Reincarnation

DRE ตอนที่ 1 : Prologue


ข้าเคยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปตอนนี้ มันน่าอายมากจนข้าแทบบ้า อย่างไรก็ตาม ความจริงยังคงอยู่ ข้ายังอยู่เชื่อจริงๆว่าข้าเป็นอัจฉริยะ

ในตอนเริ่มต้น ข้ามีพรสวรรค์มากพอที่จะยอมให้มีความเชื่อที่ผิดๆเช่นนี้ ในช่วงวัยเด็กของข้า ข้าไม่มีปัญหาในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสามารถพัฒนาทักษะได้เร็วกว่าคนอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งต่าง ๆนั้นง่ายดายเพียงในตอนแรกเท่านั้น แม้ว่าข้าจะพัฒนาได้เร็วกว่าคนอื่นๆ ในตอนแรก แต่เมื่อสิ่งต่างๆ ดำเนินไปจริงๆ ข้าก็ลดความเร็วลงเพื่อให้เทียบเท่ากับความก้าวหน้าของคนอื่นๆ

ตอนแรกข้าไม่ได้คิดอะไรมากเพราะคิดว่าสิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ ท้ายที่สุดแล้ว ข้ายังคงพัฒนาทีละน้อยไม่ใช่หรือ? ข้าทำแบบนั้นได้ ทำไมล่ะ เพราะข้าเป็นอัจฉริยะ

ในที่สุด ข้าก็ถูกบังคับให้ยอมรับความจริงที่ข้าพยายามอย่างมากที่จะปฏิเสธ

ข้าไม่ใช่อัจฉริยะ

ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณการได้พบกับอัจฉริยะ 'ตัวจริง' ผู้ซึ่งข้าไม่สามารถเทียบเคียงได้ ซึ่งในที่สุดข้าก็ถูกบังคับให้ล้มเลิกความเข้าใจผิดที่ไร้สาระและไร้เดียงสานี้

ตัวข้าที่คิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะนั้นเป็นเพียงกบในบ่อน้ำ ภายในบ่อน้ำเล็กๆที่สบายตัว ตัวข้ามัวเมาเพราะรู้สึกเหนือล้ำ ในขณะเดียวกัน เหล่าอัจฉริยะที่แท้จริงได้โผบินบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่แล้ว

ข้าเกลียดอัจฉริยะพวกนั้น

ข้ารู้สึกว่าจิตสังหารของข้าเพิ่มขึ้นเมื่อใดก็ตามที่ข้าได้ยินเขาพูดไร้สาระเกี่ยวกับวิธีที่ทุกคนก็สามารถทำสิ่งที่เขาทำได้หากพวกเขาพยายามจริงๆ ไม่ว่าเขาจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดจริงๆหรือไม่ หรือเขาแค่ดูถูกความพยายามของคนที่มีความสามารถน้อยกว่าเขา มันก็ยังทำให้ข้ารู้สึกแย่เป็นบ้า

'เจ้าอิจฉาหรอ?'

อิจฉาอะไร แกเป็นคนเริ่มพูดเรื่องไร้สาระก่อน ข้าเพิ่งตอบแทนบุญคุณเจ้า แล้วข้าจะอิจฉาได้ยังไง?

'ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะทำแบบนั้น ข้าแค่… รู้สึกเสียใจแทนเจ้า'

รู้สึกเสียใจ? เสียใจอะไร?

'ถ้าเจ้าแค่พยายามให้หนักขึ้นอีกนิด….'

เจ้ามีอะไรถึงมีสิทธิพูดถึงการพยายามได้?

'เจ้าน่าจะเก่งกาจกว่าตอนนี้มาก'

เฮ้ ข้าสบายดี ขอบใจ มาตรฐานของเจ้ามันสูงเกินไป เจ้าคิดว่าทุกคนสามารถเป็นเหมือนเจ้าได้จริงหรือ? เนื่องจากเจ้าเป็นอัจฉริยะ อย่าคิดว่าทุกคนสามารถทำสิ่งที่เจ้าทำได้

เข้าใจไหม?

ข้าไม่สามารถยิ่งใหญ่ได้อย่างเจ้า

*****

“ไม่ต้องมายุ่ง”

ข้าแทบจะไม่สามารถเค้นพลังเพื่อพูดคำเหล่านี้ออก มีรูใหญ่ทะลวงผ่านหน้าอกของข้า ในการพยายามรักษาบาดแผลพวกนั้น พวกเขาร่ายเวทย์มนตร์อย่างสิ้นหวังและหยดยาอายุวัฒนะอันล้ำค่า แต่มันก็ไม่มีประโยชน์

“ไม่ ได้โปรด ไม่”

เธอกำลังร้องไห้? ข้าไม่เคยคาดหวังว่าผู้หญิงอย่างเธอจะแสดงอารมณ์แบบนั้นให้ข้าเห็น แม้ว่าเราจะโต้เถียงกันในทุกเรื่อง และเธอก็ทำหน้าบูดบึ้งทุกครั้งที่เธอคุยกับข้า ข้าเดาว่าเธอยังคงคิดถึงการเถียงกันของเราอยู่ไม่น้อย

“นั่นเป็นเหตุผล… นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าบอกเจ้า เพียงแค่กลับไปซะ ทำไมเจ้าถึงได้ดื้อรั้นและติดตามพวกเรามาโดยตลอด…?”

“เซียนน่า สำหรับตอนนี้เพียงแค่ต้องปล่อยวาง”

เสียงของข้าไม่ออกมาอย่างที่ข้าต้องการ อาจเป็นเพราะเลือดที่ดันขึ้นมาในคอข้า

“ข้าไม่ต้องการน้ำยาอะไร พวกเจ้ามีพวกมันไม่พอที่จะมาใช้ที่นี่ อย่าโง่เขลาเลย”

“แต่-!”

"พอเถอะ ข้าเป็นคนที่รู้จักร่างกายของข้าดีที่สุด ข้าไม่มีทางรอด ข้าจะตายในไม่ช้านี้”

ข้ากำลังจะตาย

ข้ายอมจำนนต่อความจริงนี้ก่อนที่หน้าอกของข้าจะถูกแทงทะลุ อย่างแรกเลย ร่างกายของข้าแตกสลาย พวกเขาบอกให้ข้าหันหลังกลับและรอพวกเขา แต่ข้าเพิกเฉยต่อความกังวลและการดุด่าของพวกเขาเพื่อติดตามพวกเขาจนมาถึงจุดนี้

“...ข้าสามารถหลบมันได้”

น้ำเสียงของเขายังเย็นชาเช่นเคย ไอ้เวรนี่  ดูเหมือนว่าเขาจะเจ็บปวดที่ต้องทนดูสิ่งตรงหน้า

“ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”

“ข้าบอกให้เจ้าเลิกยุ่งแล้วไม่ใช่เหรอ”

แม้ว่าตอนนี้จะพูดยากนัก แต่ทำไมเขาเอาแต่จ้องข้าแบบนี้?

“เจ้าก็น่าจะรู้ดีเหมือนกัน”

การแสดงออกของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เข้าใจ มีโอกาสที่เขาพูดถูก แม้ว่าจะดูเหมือนวิกฤตการณ์ที่สิ้นหวังสำหรับคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นอันตรายสำหรับเขาเลย

ข้าไม่รู้เหรอ? แน่นอนข้ารู้ ท้ายที่สุดเราเดินทางด้วยกันมานานแล้ว ดังนั้นข้าจึงรู้ว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถบรรยายได้ชนิดใด และแม้กระทั่งในบรรดาผู้ที่เรียกเขาว่าสัตว์ประหลาด ข้าก็คุ้นเคยกับความสามารถของเขาเป็นพิเศษ

“...เจ้าไม่จำเป็นต้องมาตายแบบนี้”

แล้วข้าจะต้องตายยังไงอีกล่ะ? เขาควรรู้ไว้ด้วย มันปาฏิหาริย์มากเพียงใดแล้วที่ข้ามาไกลได้ขนาดนี้ หากไม่มีเขา ข้าก็คงไม่ได้มาอยู่ที่นี่

“...อย่างน้อย แบบนี้ ก็เป็นการตายอย่างมีเกียรติ” มันยากมากที่จะเปล่งเสียงออกมา แต่ข้าต้องพูดแบบนี้ “ข้าจะไม่เป็นอะไรนอกจากภาระถ้าไปต่อกับเจ้า แต่ข้าก็ไม่ต้องการที่จะหันหลังกลับเช่นกัน”

และข้าไม่ต้องการที่จะใช้ชีวิตธรรมดาๆ กับร่างกายที่พิการของข้า

“ในเมื่อเจ้ามีพรสวรรค์ เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องให้ข้าปกป้องแทนเจ้าจริงๆ ใช่ไหม”

แม้ว่าข้าจะรู้เรื่องนี้ แต่ข้าก็ยังโยนร่างกายของข้าไปขวาง ร่างกายของข้าที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามคำสั่งอีกต่อไป เพียงครู่หนึ่ง มันเคลื่อนไหวตามที่ข้าต้องการ ต้องขอบคุณสิ่งนั้น ข้าสามารถผลักไอ้สารเลวที่น่ารังเกียจนี้ออกไปให้พ้นทาง และจบลงด้วยรูขนาดใหญ่ที่กลางหน้าอกของข้า

“...ข้าเหนื่อยแล้ว ถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องไปกันต่อแล้ว”

ในไม่ช้า มันก็พูดยากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนเสียงของตัวเองกำลังแว่วมาหาข้าจากระยะไกล และจากที่ที่ไกลออกไป ข้าได้ยินเสียงร้องไห้ ร่างกายของข้าหนักมากจนข้าไม่สามารถขยับนิ้วได้ ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าข้าเริ่มมืดลง

“ขอบคุณ”

ในวาระสุดท้ายของข้า ข้าได้ยินเสียงของเขา ไอ้บ้า ถ้าจะพูดทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้ ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้ข้ารู้สึกดี เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินเขาขอบคุณข้าสักครั้ง

“อุแว้”

เชี่ยอะไรกันเนี่ย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด