ตอนที่แล้วDRE ตอนที่ 3: ตระกูลไลออนฮาร์ต (1)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDRE ตอนที่ 5: ตระกูลไลออนฮาร์ต (3)

นิยาย Damn Reincarnation

DRE ตอนที่ 4 : ตระกูลไลออนฮาร์ต (2)


“เกอร์ฮาร์ดนี่มันใครนะ?”

“เขาคือผู้ชายคนนั้น คนที่อาศัยอยู่มุมหนึ่งของแคว้นกิดอล”

“แล้วแคว้นกิดอลมันอยู่ที่ไหนล่ะ?”

“มันอยู่ทางตะวันตกสุดของจักรวรรดิ… อ่า แล้วจะไปพูดถึงทำไม? ไม่ใช่ว่าเราจะต้องไปที่ที่ชนบทแบบนั้น”

เด็กสองคนหัวเราะคิกคักขณะที่พวกเขาซุบซิบกันเรื่องของผู้มาใหม่ สองคนนี้เป็นชิอันและชิเอล พี่น้องฝาแฝดที่เกิดจากภรรยาคนที่สองของบ้านหลังใหญ่

แม้ว่าแม่ของพวกเขาจะเป็นลูกจากภรรยาคนที่สอง แต่ก็ไม่มีความลับใดที่ว่าผู้นำตระกูลจะโปรดปรานเธอมากกว่าภรรยาคนแรก สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เด็กวัยสิบสามขวบสองคนนี้ภาคภูมิใจพอที่จะเชิดหน้ายกจมูกจนชี้ขึ้นไปบนฟ้า

“ไอ้เจ้านั่นมีชื่อ…?” ชิอันนึกไม่ออก

“ฉันได้ยินมาว่ายูจีนและเขาอายุเท่าเรา” ชิเอลกล่าว

“แล้วไง? ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเป็นเพื่อนกันเพียงเพราะอายุของเราใกล้เคียงกัน” ชิอันประกาศอย่างเย่อหยิ่งขณะหัวเราะคิกคัก

เมื่อมองไปที่อาคารเสริมที่อยู่ห่างไกล เขาพูดต่อ “ฉันได้ยินมาว่านี่เป็นครั้งแรกของเขาในเมืองหลวง กอร์ดอนบอกฉันก่อนหน้านี้ว่าเขาไม่สามารถละสายตาจากหน้าต่างได้ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในรถ ก็เข้าใจได้ เขามาจากที่ไหนสักแห่งอย่างแคว้นกิดอล ที่นั่นจะมีอะไรให้ดูนอกจากป่าและทุ่งนาใช่ไหมล่ะ?” ชิอันถามน้องสาวของเขา

“ฉันจะรู้ได้ยังไง ฉันไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน แต่นั่นอาจเป็นเพราะมันบ้านนอก แล้วนายได้ยินไหมว่าเขาเมาเพราะประตูวาร์ปน่ะ?” ชิเอลถามกลับ

“ฉันได้ยินมาว่าเขามีอาการผะอืดผะอมบนใบหน้าของเขา”

“ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้อาเจียนออกมา อ่า น่าผิดหวังจัง ถ้าเขาอาเจียนออกมา ฉันก็คิดจะให้เขาทำความสะอาดรถม้า” ชิเอลพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

เมื่อน้องสาวซึ่งอายุน้อยกว่าเขาไม่กี่วินาทีของเขาตอบกลับด้วยความขี้เล่น  ชิอันก็เดาะลิ้นของเขาและส่ายนิ้วใส่เธอ

"งี่เง่า ถ้าเธอต้องการสั่งให้เขาทำความสะอาดรถม้า เขาก็ไม่จำเป็นต้องอาเจียน”

"นายกำลังพูดอะไร?" ชิเอลถาม

“ตั้งแต่เจ้าเบือกนั่นมาจากชนบท ร่างกายของมันก็ต้องมีกลิ่นของขี้วัว ในความคิดของฉัน เขาอาจจะยกคราดมาทั้งชีวิตมากกว่าดาบไม้” ชิอันกล่าวอย่างดูถูก

“อ๊ะ!” ชิเอลอุทานเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

“ในเมื่อเขานั่งรถม้ามาสองสามวัน กลิ่นของขี้วัวที่เกาะอยู่กับตัวเขาก็คงจะลามไปติดรถม้าด้วย” ชิอันอธิบายอย่างละเอียด

“แหวะ น่ารังเกียจจริงๆ” ชิเอลพูด ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวเป็นท่าทางขยะแขยงขณะที่เธอแลบลิ้นออกมา

อย่างไรก็ตาม ความรังเกียจของเธอถูกแยกออกจากการแสดงออกของเธอ เนื่องจากดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความขี้เล่นซุกซน

“รถม้าที่เขานั่งเป็นทรัพย์สินของครอบครัวเรา ไม่ว่าความสัมพันธ์ของเราจะเป็นอย่างไร ถ้ารถม้าสกปรกเพราะเขา เขาควรจะรับผิดชอบใช่ไหม” ชิอันถาม

“ใช่ ถูกต้อง” ชิเอลเห็นด้วย

“ฉันเพิ่งได้ยินว่าทันทีที่เด็กเหลือขอคนนั้นมาถึงที่พัก เขาก็ตรงไปที่โรงยิมและเริ่มเหวี่ยงดาบไม้” ชิอันกล่าว

“ช่างอวดดีเสียจริง” ชิเอลหัวเราะออกมา

ฝาแฝดที่เกิดวันเดียวกันนั้นเข้ากันได้ดีเสมอ

“นี่เป็นครั้งแรกของเขาในเมืองหลวง และเขาก็มาถึงที่บ้านหลักด้วย นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงแสร้งทำแบบนั้น” ชิอันเยาะเย้ย

“เสแสร้ง? อย่าพูดอย่างงี้สิพี่ เขาพยายามที่จะโชว์ออฟ”

ชิเอลยังคงหัวเราะขณะที่เธอตบแขนพี่ชายของเธออย่างสนุกสนาน อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้าม ชิอันกลับดูเคร่งขรึมและเหยียดหลังตรง

“พูดถึงญาติที่โง่เขลาของเราคนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องมาที่พิธีสืบสายโลหิตด้วยความคาดหวังในตัวเองที่สูงลิ่ว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสมจากพ่อของเขา”

“ใช่ ใช่” ชิเอลเห็นด้วยกับพี่ชายของเธอ

“อย่างแรก เขาทำรถม้าเต็มไปด้วยกลิ่นของเขาทุกที่ และตอนนี้เขากำลังพยายามอวดโดยแสร้งทำเป็นฝึกฝน หน้าด้านเป็นบ้า” ชิอันกล่าว

“ดูเหมือนว่าเขาจะต้องถูกลงโทษ” ชิเอลกล่าว

“เดี๋ยวก่อน การลงโทษจะมากเกินไปหน่อยรึเปล่า ทำไมเราไม่ลองเตือนเขาถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำบ้าง? เพื่อประโยชน์ของเขาเอง ท้ายที่สุดเราไม่ต้องการให้เขาถูกผู้ใหญ่ดุในภายหลัง”

“พี่เป็นคนดีเกินไปพี่ชาย” ชิเอลเห็นด้วยพร้อมรอยยิ้มทั้งๆ ที่รู้เจตนาที่แท้จริงของพี่ชายของเธอ ฝาแฝดหนุ่มสาวเหล่านี้รู้มานานแล้วว่าการเล่นแกล้งแบบลับๆล่อๆ แบบนี้สนุกกว่าการกลั่นแกล้งโดยตรง

"ไปกันเถอะ!" ชิอันนำทางพร้อมส่งเสียงอันทรงพลัง

ชิเอลกระโดดตามหลังเขาก่อนจะหันศีรษะขณะที่เธอรู้สึกว่ามีสายตาจ้องมองเธอจากระยะไกล ฝาแฝดทั้งสองได้ฝึกฝนมานามาตั้งแต่เด็กและสามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งที่จับต้องไม่ได้เช่นการจ้องมอง

ภายในคฤหาสน์อันโอ่อ่าตระการตา ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าต่างบนชั้นสาม หลังจากแลกเปลี่ยนสายตากับชิเอล เขาก็เอนหลังและดึงม่านปิด ชิเอลยิ้มอย่างเขินอายเมื่อเห็นสิ่งนี้และแลบลิ้นออกมา

****

จนกว่าจะถึงพิธีสืบสายโลหิต ทายาทของตระกูลสาขาไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธมีคม

ในขณะที่ยูจีนไม่เคารพประเพณีที่ไร้สาระเช่นนี้ พ่อของเขาเกอร์ฮาร์ดไม่เคยกล้าที่จะเพิกเฉยต่อประเพณีของครอบครัวไลอ้อนฮาร์ต มีดวงตามากมายในคฤหาสน์ของพวกเขาจนทำให้ไม่สามารถเก็บเป็นความลับจากตระกูลหลักได้

'มันเบาเกินไป'

ยูจีนขมวดคิ้วขณะที่เขามองลงไปที่ดาบไม้ เขาใช้ดาบไม้ที่มีแกนเหล็กตั้งแต่อายุได้เจ็ดขวบ และเมื่ออายุได้สิบสองปี เขาได้เริ่มฝึกการแกว่งของเขาด้วยเหล็กเส้นที่แทบจะไม่เหมือนดาบไม้เลย มันอาจจะถูกปกคลุมด้วยไม้บางๆ แต่ 'ดาบไม้' ที่ยูจีนใช้มานานกว่าหนึ่งปีตอนนี้ก็หนักพอที่จะหักกระดูกด้วยการแกว่งแบบสบายๆ

อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่อาวุธมีคม ดังนั้นมันจึงไม่เป็นไร แม้ว่าเหล็กจำนวนมากจะถูกเพิ่มเข้าไปเพื่อเพิ่มน้ำหนัก และมันได้เพิ่มปริมาณจนน้อยคนนักที่จะยกขึ้นได้ แต่สุดท้ายมันก็ยังเป็นเพียงดาบไม้

เพื่อควบคุมร่างกายของเขาได้อย่างสมบูรณ์ ยูจีนได้ฝึกฝนทุกวันโดยไม่เสียเวลาแม้แต่วันเดียว

ในเมื่อเขาได้รับโอกาสครั้งที่สองผ่านการกลับชาติมาเกิด เขาจึงต้องใช้ชีวิตใหม่ให้คุ้มค่าที่สุด แต่ที่น่าตลกคือ มันไม่ใช่เหตุผลที่เขาทุ่มเทหนักขนาดนี้

ยูจีนเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ต้น แม้ว่าเขาจะเดินทางไปกับเวอร์มุธและเพื่อนคนอื่นๆก็ตาม เขาก็ไม่เคยพลาดโอกาสในการฝึกฝนเว้นแต่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้

'ถึงอย่างนั้น ไอ้เวรนั่นก็ยังกล้าพูดว่าฉันไม่ได้ฝึกฝนหนักพอ'

เวอร์มุธ ไอ้สารเลวนั่น ยูจีนกัดฟันในขณะที่เขานึกถึงสายตาที่เบื่อหน่ายของผู้ชายคนนั้น

ยูจีนได้ตระหนักว่าเขากำลังผลักดันร่างกายของเขาหนักกว่าที่เขาเคยมีในชีวิตก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่เขาขยับร่างกาย รู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังทะลวงผ่านขีดจำกัดที่จินตนาการไว้ก่อนหน้านี้

เขายังไม่แน่ใจว่าร่างกายที่เขาเกิดมาในฐานะผู้สืบสกุลของเวอร์มุธนั้นเหนือกว่าร่างกายของเวอร์มุธหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าร่างกายนี้เหนือกว่าของ 'ฮาเมลผู้โง่เขลา' มาก เขาไม่ได้เริ่มที่จะใช้มานาด้วยซ้ำ ดังนั้น ในวัยสิบสามปีที่มีร่างกายที่ยังไม่โตเต็มที่ มันสมเหตุสมผลหรือไม่ที่เขาสามารถควงเหล็กหนักขนาดนี้ได้?

“ไม่มีดาบไม้ที่หนักกว่านี้หรอ? คงจะดีถ้าพวกมันใหญ่กว่านี้ด้วย” ยูจีนถาม

รู้สึกเหมือนเขาเหวี่ยงไปหลายร้อยครั้งแล้ว แต่เขาแทบไม่มีเหงื่อออกเลย ยูจีนขมวดคิ้วและหันไปทางนีน่า

“นอกจากนี้ ฉันบอกให้เธออยู่ในที่ร่มไม้นั่น ทำไมเธอมายืนตากแดดที่นี่?”

“ฉัน-ฉันสบายดีค่ะ” นีน่าตอบ

“เธอจะสบายดีได้ยังไงในเมื่อเธอเหงื่อออกอย่างนั้น หยุดดื้อดึงแล้วไปนั่งในที่ร่ม ไม้ไม่สิ รอเดี๋ยว ก่อนหน้านั้น เจ้ามีดาบไม้อื่นอีกไหม?”

แม้ว่านีน่าจะเหงื่อออกมาก แต่เธอก็มีสีหน้างุนงง คนที่อยู่ข้างหน้าเธอเป็นเด็กอายุสิบสามปีจากตระกูลสาขา ถึงกระนั้น ในฐานะคนรับใช้ของตระกูลหลัก เขาไม่ใช่คนที่เธอมองข้ามไป แม้ว่ามันอาจจะแค่ชั่วคราว แต่เธอก็ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลส่วนตัวของเขา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะพักผ่อนในที่ร่มในขณะที่เจ้านายของเธอกำลังฝึกอยู่

“ดาบไม้… ห้องเก็บของของโรงยิมน่าจะยังมีอยู่ ดาบไม้แบบอื่นๆ คงจะอยู่ในโรงยิมหลัก…”

“เธอช่วยไปเอามาหน่อยได้ไหม?”

“นั่นมัน… ฉัน… ฉันเกรงว่าฉันจะตัดสินเรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าคุณต้องการฉันจะไปถามให้ แต่….”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เธอไม่จำเป็นต้องไป”

ยูจีนส่ายหัวโดยไม่ลังเลใดๆ เขาเคยได้ยินจากเธอก่อนหน้านี้ว่านีน่าอายุแค่สิบหก เธอเพิ่งได้รับคุณสมบัติในการฝึกงาน ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการทำสิ่งที่ยากสำหรับเธอด้วยการเรียกร้องที่ไม่สมเหตุสมผล

'นี่มันแค่ครึกโครมเกินไป'

ยูจีนกลั้นยิ้มขณะวางดาบไม้ลง ทำไมพวกเขาถึงมอบหมายสาวใช้ที่พึ่งจบการฝึกงานของเธอให้เขา? มันไม่ชัดเจนหรือยังไง? หากเขาต้องระบายความหงุดหงิดกับเธอเมื่อผู้ดูแลที่งุ่มง่ามทำผิดหรือทำเรื่องไม่สมควร เขาจะกำลังขุดหลุมตัวเองให้ถูกลงโทษแทน

'ฉันไม่รู้ว่านี่เป็นความคิดของใคร แต่พวกเขาเล่ห์เหลี่ยมเยอะเสียจริง’

ถ้าเขายังคงแกว่งดาบไม้นี้ต่อไป เขาจะไม่สามารถวอร์มร่างกายได้ ยูจีนแกว่งแขนอย่างสบายๆ มุ่งหน้าไปที่ห้องเก็บของ ทำให้นีน่าพยายามไล่ตามเขาไปทันที

“นายท่านยูจีน หากท่านต้องการสิ่งใด โปรดสั่งฉันแทน”

“ถ้าเป็นอย่างอื่นก็อาจจะ แต่ถ้าฉันจะใช้มันเพื่อฝึกซ้อม ฉันก็ต้องเลือกมันเอง จะมีประโยชน์อะไรหากฉันบอกให้เธอหยิบของบางอย่างมาแต่มันไม่เหมาะกับฉัน ฉันควรจะเสียเวลาของเราโดยส่งเธอซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าเธอจะได้สิ่งที่ใช้ได้งั้นหรอ? ถ้าฉันไปหยิบมันมาเอง มันก็จะเรียบร้อยในพริบตา”

ห้องเก็บของแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ใช้งานมาระยะหนึ่งแล้วเพราะทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น นีน่ารู้สึกว่าหลังของเธอมีเหงื่อเย็นไหลออกมาเมื่อเธอเห็นฝุ่นที่ลอยอยู่ในสายลม อันที่จริง เธอต้องการจะทำความสะอาดสถานที่แห่งนี้มาสองสามวันแล้ว แต่สาวใช้ที่ดูแลอาคารเสริมนี้ได้ตำหนิเธอโดยบอกว่ามันไม่จำเป็น ดังนั้นมันจึงถูกทิ้งไว้แบบนี้

“ฉ -ฉันขอโทษค่ะ” นีน่ากล่าว

"ขอโทษเพื่ออะไร?" ยูจีนไม่สนใจนีน่าที่ก้มหัวขอโทษข้างหลังเขา เขาท่องไปในฝุ่นคลุ้งจนพบสิ่งที่เขากำลังมองหา — กระสอบทรายที่สามารถสวมใส่บนร่างกายได้ เขายังพบบางสิ่งที่มีประโยชน์บนชั้นวางของ

มันเป็นเสื้อเกราะโซ่ที่ไม่ได้ทาจาระบีอย่างเหมาะสมและถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น แม้ว่ามันจะใหญ่กว่าลำตัวของยูจีนมาก แต่เขาชอบน้ำหนักที่หนักมากที่เขารู้สึกได้เมื่อลองสวม หลังจากนั้น ยูจีนก็ดึงหอกขนาดใหญ่ที่ยาวกว่าความสูงของเขาออกมา

“...เอ่อ…มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ…?” นีน่าถาม

“ลองเหยียบดูสิ” ยูจีนพูดขณะชี้หอกที่เขาเพิ่งดึงออกมาแล้ววางลงบนพื้น

ตามคำสั่งของเขา นีน่าก้าวขึ้นไปบนหอก สิ่งนี้ทำให้มันไม่กลิ้งไปมา ทำให้ยูจีนผูกกระสอบทรายไว้บนหอก

นีน่ามองด้วยสายตาที่ตกตะลึง ปัจจุบันยูจีนสวมเสื้อเกราะโซ่ขนาดใหญ่เกินไปและมีกระสอบทรายห้อยอยู่ที่แขนแต่ละข้าง แต่ยิ่งไปกว่านั้น กระสอบทรายยังถูกผูกไว้บนหอกอีกด้วย

'มันไม่มีทาง'

หอกเพียงอย่างเดียวต้องมีน้ำหนักสองเท่าของยูจีน อย่างไรก็ตาม ยูจีนโบกมือให้เธอด้วยท่าทางพอใจ

“เธอขยับไปได้แล้ว”

“ค-ค่ะ”

ยูจีนคุกเข่าและยกหอกด้วยมือทั้งสอง แม้ว่าเขาจะกัดฟันเพราะน้ำหนักครู่หนึ่ง แต่กล้ามเนื้อของเขาที่แข็งเกร็งและกระดูกที่สั่นเทาก็ทำให้เขามีความสุข

“ถอยไป… ไม่ ไปไกลกว่านี้… ไปจนกว่าจะถึงร่มไม้!” ยูจีนสั่ง

“ค-ค่ะ!” นีน่าตกใจ พร้อมถอยหลังไป

หลังจากตรวจสอบแล้วว่านีน่าไม่ได้ขวาง ยูจีนก็เหวี่ยงหอกเป็นวงกว้าง

ชึ้บ!

หอกนั้นหนักกว่าเขา แต่เนื่องจากเขาได้ถ่วงน้ำหนักไว้กับตัวเขาเองมากกว่า เขาจึงไม่ถูกหอกลากไปมา นี่เป็นจุดประสงค์รองของการสวมเสื้อเกราะและห้อยกระสอบทรายไว้บนตัวเขาเอง

ขณะที่ก้าวเท้า ยูจีนยังคงเหวี่ยงหอกอย่างดุเดือด ทุกครั้งที่เขาเหวี่ยง รู้สึกเหมือนแขนของเขากำลังจะถูกดึงออกจากเบ้า และเอวของเขาซึ่งควบคุมการหมุนก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อเห็นสิ่งนี้ นีน่าก็ปิดปากของเธอพร้อมอ้าปากค้าง เธอรู้สึกว่าการออกกำลังกายนี้อาจทำให้เกิดหายนะเกินกว่าจะฟื้นตัวได้สำหรับร่างกายที่ยังเด็กเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนว่ายูจีนจะล้มได้ทุกเมื่อ เขาก็ยังคงยืนนิ่ง เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายของเขาดูเหมือนจะสั่นคลอน เขาจะเหวี่ยงหอกให้เร็วขึ้นแทน จากนั้นยูจีนจะบังคับตัวเองให้สกัดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงขึ้นของการเหวี่ยงและเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวแบบจ้วงแทงทันที

ปุด!

เขารู้สึกว่าผัวหนังบนมือทั้งสองฉีกออกจากกัน ความเจ็บปวดนี้! เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขอบคุณที่ไม่ได้สวมถุงมือ มิฉะนั้น เขาจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดนี้

ยูจีนยังคงเหวี่ยงหอก หัวเราะคิกคักจากความปิติยินดี เขาชดเชยมือที่เปียกโชกไปด้วยเลือดที่ลื่นบนด้ามหอกโดยจับด้วยแรงที่มากขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงและแดงก่ำ และเขาหายใจเร็วเนื่องจากออกแรงมากเกินไป

"เฮ้"

ขณะที่นีน่ามองดูฉากนี้ด้วยความตกตะลึง เธอตกใจกับเสียงที่มาจากข้างๆเธอ

“ไอ้เวรนั่นทำอะไร?”

มันคือชิอันและชิเอล ฝาแฝดชั่วร้ายที่ทำให้สาวใช้นับไม่ถ้วนเอาปลอกหมอนซับน้ำตา ทั้งสองคืบคลานเข้ามาใกล้เธอ และดวงตาของพวกเขาเป็นประกายด้วยความอยากรู้

“คุณชาย คุณหญิง อะไรทำให้พวกท่านมาที่นี่…?”

“ฉันถามแกว่าไอ้เวรนั่นทำอะไรอยู่” ชิอันถ่มน้ำลายออกมาพร้อมขมวดคิ้ว

เขาไม่พอใจที่ผู้รับใช้นิรนามคนนี้ไม่ได้ตอบคำถามของเขาในทันที ภายใต้สถานการณ์ปกติ เขาจะลงโทษเธออย่างถี่ถ้วนจนเธอไม่กล้าทำผิดพลาดอีก แต่ตอนนี้เขาอยากรู้มากว่าชาวบ้านคนนี้กำลังทำอะไรอยู่

“แค่มองก็รู้ไม่ใช่หรือไง?”

คำตอบนี้ไม่ได้มาจากนีน่า  ยูจีนหายใจเข้าลึกๆ หยุดและวางหอกลงกับพื้น

“แกรู้ไหมว่านี่คืออะไร?” ยูจีนถามขณะเตะหอก

ไอ้บ้านี่คิดอะไรอยู่? ชิอันไม่ตอบในทันที แต่กลับหรี่ตาลง แต่ชิเอลที่ยืนอยู่ข้างๆ เขายิ้มและตอบ

“เจ้าโง่ มันคือหอก แน่นอน นายไม่รู้หรือไง?”

“ใช่แล้ว มันคือหอก” ยูจีนกล่าว

“แล้วไง?” ชิเอลถาม

“ในเมื่อพวกนายก็รู้ว่ามันคือหอก พวกนายกลับไม่รู้เหรอว่าการเหวี่ยงหอกคืออะไร?” ยูจีนกล่าว

"ฉันรู้!"

“แล้วทำไมพวกนายถึงถามเธอว่าฉันทำอะไร?”

“ฉันไม่ใช่คนที่ถามแบบนั้น เป็นพี่ชายของฉันต่างหากที่ถาม”

“แล้วทำไมเธอไม่ลองอธิบายให้พี่ชายโง่ของเธอฟัง บอกเขาว่า 'ไอ้สารเลวนั่นกำลังเหวี่ยงหอกอยู่'” ยูจีนกล่าว

ดวงตาของชิเอลเบิกกว้างเป็นวงกลมกับคำดูหมิ่นนี้

ในทางตรงกันข้าม ดวงตาของชิอันกลับยิ่งหรี่ลง

"โง่? ฉันหรอ?"

“เมื่อเห็นว่านายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งที่นายก็มองอยู่ นายก็ดูไม่ได้ฉลาดเลย”

“พี่คะ ไอ้เด็กบ้านนอกนั่นเรียกพี่ว่าไอ้โง่”

ชิเอลหัวเราะคิกคักและสะกิดชิอันที่ด้านข้าง แทนที่จะโกรธเหมือนพี่ชายของเธอ เธอรู้โดยสัญชาตญาณว่าเธอสามารถทำให้สถานการณ์น่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยการกระตุ้นความโกรธของพี่ชายด้วยวิธีนี้

การประจบประแจงเล็กน้อยจากน้องที่อายุน้อยกว่าของเขาเพียงไม่กี่วินาทีก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ชิอันคำรามออกมา “แกกล้าดียังไง!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด